ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1142 ค่าตอบแทน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1142 ค่าตอบแทน
ตอนที่ 1142 ค่าตอบแทน
………………..
ขณะที่แสงสว่างลอยขึ้นมาทีละดวง แข็งตัวเป็นร่างของผู้คน จนกระทั่งทำความเคารพมิสเตอร์ฟูลเสร็จสิ้น ลูเมี่ยนใช้ศีรษะตรงกลางกวาดตามองไปรอบตัวแล้วเอ่ยปาก
“ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ข้ามีเพียง ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’ เป็นสมบัติระดับเทวทูตเพียงชิ้นเดียว ไม่อาจจ่ายค่าตอบแทนที่เทียบเท่าแก่ทุกคนได้”
“อา…หากต่อไปมีอะไรสิ่งใดอยากให้ข้าช่วย ขอเชิญบอกมาได้เลย”
ได้ยินประโยคหลังสุด ‘แฮงแมน’ อัลเจอร์ตะลึงไปก่อน แล้วจึงตระหนักถึงสิ่งหนึ่ง
นี่คือคำมั่นสัญญา
และคำมั่นสัญญานี้มีค่ายิ่งกว่าสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’!
เพราะมิสเตอร์แชเรียตบัดนี้เป็นเทพแท้จริงลำดับ 0 สองเส้นทางแล้ว คำมั่นช่วยเหลือจากเทพแท้จริงหนึ่งองค์ ย่อมเหนือกว่าสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ทั้งหมดอย่างแน่นอน!
โดยไม่รู้ตัว ในหมู่สมาชิก ‘ชุมนุมทาโรต์’ ก็มีเทพแท้จริงแล้ว… ‘แฮงแมน’ อัลเจอร์รู้สึกมึนงงขึ้นมาทันที
เมื่อครั้ง ‘ชุมนุมทาโรต์’ ก่อตั้งได้ไม่นาน เขาเคยสงสัย เคยตื่นเต้น และเคยจินตนาการ แต่ไม่เคยนึกภาพว่าจะมีวันนี้
ในความเงียบชั่วครู่ มาดามจัสติส มิสเตอร์สตาร์ และคนที่เหลือต่างก็ตระหนักอย่างแจ่มแจ้งว่า มิสเตอร์แชเรียตคือ ‘นักบวชสีชาด’ คือ ‘นางมารปฐมกาล’
คือเทพแท้จริงสองเส้นทางที่มีความหวังจะกลายเป็น ‘ผู้ยิ่งใหญ่’!
แม้แต่ ‘กุหลาบไถ่บาป’ ในอดีตก็ไม่มีไพ่ระดับนี้…มาดามเมจิกเชี่ยนและมาดามเฮอร์มิทที่รู้ประวัติศาสตร์โบราณดีที่สุด ต่างเกิดความรู้สึกเดียวกันโดยมิได้นัดหมาย
‘กุหลาบไถ่บาป’ เป็นองค์กรลับในยุคที่สาม สมาชิกมีทั้งเทพแท้จริงและราชาเทวทูต
มิสเตอร์แฮงแมนมองมิสเตอร์ซันและมาดามจัดจ์เมนต์แวบหนึ่ง ยิ้มกล่าวกับ ‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนว่า
“ของที่ผมได้จากสงคราม ก็คือค่าตอบแทนของผมแล้ว อีกอย่าง นี่เป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้ว และถ้าว่ากันตามตรง ทางนี้ก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรท่านมากนัก”
นี่เป็นความจริง สิ่งที่พวกเขาส่วนใหญ่กระทำ ไม่ได้ช่วยเหลือในศึกระหว่างลูเมี่ยนกับ ‘นางมารต้นกำเนิด’ สักเท่าใด เพราะนักบุญลำดับ 3 ที่ถือสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ไม่มีทางไปยุ่งกับการแก่งแย่งระดับนั้นได้ ชะตากรรมคือความตายแน่นอน แม้แต่เทวทูตแท้จริง กว่าจะมีโอกาสช่วยเหลือโดยตรงได้บ้าง ก็ต้องรอให้ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ลดระดับลงมาเป็นราชาเทวทูตชั่วคราวเสียก่อน
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ผู้ที่ช่วยเหลือลูเมี่ยนอย่างแท้จริง คือมาดามเมจิกเชี่ยน มาดามจัสติสที่สกัด ‘นางมารเทา’ และ ‘นางมารเหลือง’
รวมถึง ‘เทวทูตกาลเวลา’ ‘เทวทูตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์’ และมาดามเฮอร์มิท ซึ่งคอยยับยั้งพี่น้อง ‘เทพหายนะ’
รวมถึงร่างเทพสถิตของ ‘เทพธิดารัตติกาล’ ที่ถ่วงเวลา ‘นางมารต้นกำเนิด’ จนกระทั่งอามุนด์ขโมยความปรารถนาเสร็จแล้วรีบมา
รวมถึงอามุนด์ที่ขนย้ายปาฏิหาริย์และ ‘มาโปรด’ ด้วยตัวเอง
ไพ่อาร์คาน่าใหญ่คนอื่น เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักสามประการ
หนึ่งคือ กำจัดนางมารระดับสูงให้มากที่สุด ยึดสมบัติปิดผนึกอันน่าสะพรึงกลัวที่พวกเธอครอบครอง เพื่อมิให้หลังจาก ‘นางมารต้นกำเนิด’ สิ้นชีพ พวกเธอที่สูญเสียการคุ้มครองหันไปหา ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ หรือถูกแสงจันทร์แดงฉานครอบงำ กลายเป็นคลุ้มคลั่ง กลายเป็นภัยพิบัติ
สองคือ เก็บเกี่ยวจากสงคราม พัฒนาตนเอง คำพูดนี้แม้จะโหดร้าย แต่ความจริงคือ ยิ่งเขตคุ้มครองมีเทวทูตมากเพียงใด มีสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ มากเท่าไร การต่อสู้กับสิ่งผิดปกติก็ยิ่งมั่นคงมากขึ้น เมื่อวันสิ้นโลกมาถึงอย่างแท้จริงแล้ว อาจจะคุ้มครองมนุษย์ได้ดีขึ้น
สามคือ ช่วยฟรังก้านำพาหายนะไปสู่นิกายนางมาร มิฉะนั้นอาศัยเพียงเธอคนเดียว ไม่ตายสนิทก็นับว่าโชคดีแล้ว
‘แฮงแมน’ อัลเจอร์เห็นว่า คำขอบคุณของมิสเตอร์แชเรียตมุ่งหมายถึงข้อสามเป็นหลัก จึงไม่ได้พูดว่า ‘ตนไม่ได้ช่วยอะไรเลย’ แค่บอกว่าช่วยได้จำกัด อัลเจอร์เพียงแสดงท่าทีของฝั่งตน เพราะ ‘เดอะซัน’ เดอร์ริคและ ‘จัดจ์เมนต์’ ซิล ต่างก็ยังไม่ได้รับรางวัลสงคราม ส่วนมาดามจัสติส มาดามเมจิกเชี่ยน และมาดามเฮอร์มิท ต่างก็ล้วนช่วยเหลือมากกว่าตน เขาไม่อาจให้คำตอบแทนพวกเธอได้
‘เดอะซัน’ เดอร์ริคพยักหน้ารับ
“การค้นพบและดำเนินตามหลักคุณธรรมของตัวเอง คือค่าตอบแทนของผมแล้ว”
‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนไม่ได้โต้เถียง เพียงยิ้มอ่อนโยน
“บางที ในพิธีเลื่อนลำดับของท่าน ข้าอาจช่วยเหลือได้”
แม้ลูเมี่ยนจะไม่เคยดูศิลาเย้ยเทพแผ่นใดเลย และไม่ได้ไพ่ ‘สุริยัน’ จากไพ่เย้ยเทพ แต่ในฐานะเทพแท้จริงเส้นทาง ‘นางมาร’ ในฐานะผู้พิเศษที่มีใบหน้าวังวนปฐมกาล เขาย่อมหยั่งรู้ได้ไม่ยากว่า พิธีเลื่อนลำดับของเส้นทาง ‘สุริยัน’ ลำดับ 2 ‘ผู้แสวงประทีป’ เกี่ยวข้องกับดวงอาทิตย์ในความหมายจริงหรือศาสตร์เร้นลับ
‘เดอะซัน’ เดอร์ริคเงียบไปสองวินาที ไม่ถ่อมตัวหรือปฏิเสธอีก
ในสถานการณ์ปัจจุบัน นี่คือความยุติธรรมที่เขาต้องปฏิบัติตาม
ลูเมี่ยนหันไปกล่าวกับมาดามเท็มเพรนซ์ ชารอน
“ข้าสัญญากับนาโปริดิสลี หรือก็คือราชาปีศาจฟาโบธีในอดีตไว้เรื่องหนึ่ง หากสำเร็จ พระองค์จะทำให้ร่างแบ่งภาค ‘เทพหายนะ’ ของพระองค์ตาย แล้วมอบตะกอนพลังให้ข้า”
“ถึงตอนนั้น ข้าอยากใช้ตะกอนพลังนั่นแลกเปลี่ยนกับ ‘หายนะแดงฉาน’ ในมือท่าน”
ชื่อ ‘หายนะแดงฉาน’ มาจากจิตสำนึกของใบหน้าชีค
ตะกอนพลังลำดับ 1 หนึ่งชิ้น แลกกับสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ที่สอดคล้องกับลำดับ 2 ‘นางมารหายนะ’ ย่อมไม่เท่าเทียมกันอย่างชัดเจน แต่มาดามเท็มเพรนซ์เข้าใจดีว่า ความจริงแล้วตะกอนพลัง ‘เทพหายนะ’ คือค่าตอบแทนสำหรับอาจารย์ของตน ‘เทวทูตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์’ ไรเน็ตต์·ไทน์เคอร์
ตะกอนลำดับ 2 ‘มารบรรพกาล’ ที่แยกออกมาจากตะกอนพลัง ‘เทพหายนะ’ ก้อนดังกล่าวต่างหากที่เป็นของตน แลกมาด้วย ‘หายนะแดงฉาน’
ชารอนหยิบปากกาที่ปรากฏกลางอากาศ เขียนคำตอบบนกระดาษเร็วรี่แล้วชูขึ้น
“ไม่มีปัญหา”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ หันไปกล่าวกับมิสเตอร์ซัน เดอร์ริค
“เมื่อข้าได้ ‘หายนะแดงฉาน’ มาแล้ว อยากใช้มันแลกกับสมบัติปิดผนึก ‘พรแห่งธรณี’ ของเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่พวกท่าน ข้าอาจต้องใช้มันในภายหลัง”
สมบัติปิดผนึก ‘พรแห่งธรณี’ มาจากซากของโอมีเบล่า เป็นของอันตรายยิ่งยอด หากไม่ใช่เพราะสำนักงานใหญ่ศาสนจักร ‘เดอะฟูล’ ตั้งอยู่ที่เมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ มิสเตอร์ฟูลมักจะหันมามองบ่อยครั้ง เหล่า ‘หกสภา’ คงต้องปวดหัวกับปัญหาการจัดการมัน แต่ตอนนี้ ลูเมี่ยนให้โอกาสพวกเขา
‘เดอะซัน’ เดอร์ริคใจเต้นรัวในตอนแรก แล้วจึงรู้สึกอาลัยอาวรณ์ขึ้นมา
แม้สมบัติปิดผนึก ‘พรแห่งธรณี’ จะนำความทุกข์โศกมากมายมาสู่เมืองเงินพิสุทธิ์ แต่ก็เพราะมีมัน เมืองเงินพิสุทธิ์จึงยืนหยัดท่ามกลางความมืดมิดสิ้นหวังได้กว่าสองพันปี จนกระทั่งได้รับการมาโปรดจากมิสเตอร์ฟูล
ความทุกข์โศกได้พันพัวกับการสืบสานสายเลือดจนแยกออกจากกันไม่ได้แล้ว
ลูเมี่ยนไม่ได้เร่งรัด เพียงเงียบรอให้มิสเตอร์ซันตอบ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ‘เดอะซัน’ เดอร์ริคมองไปยังหัวโต๊ะสำริดยาวโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเขาลังเลไม่แน่ใจ เมื่อเขาสับสนลำบากใจ เขามักหวังจะได้รับการชี้นำจากมิสเตอร์ฟูล และคำสอนจากมิสเตอร์แฮงแมน
มิสเตอร์ฟูลพยักหน้ารับ
‘เดอะซัน’ เดอร์ริคสูดหายใจเข้า กดข่มความอาลัยในใจ กล่าวกับ ‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนว่า
“ตกลง”
‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนหันสายตากลับ กล่าวกับมาดามจัสติส
“เมื่อข้าใช้ ‘พรแห่งธรณี’ เสร็จแล้ว ปัญหาของมันอาจหายไป ถึงตอนนั้น ข้าจะยกมันให้ท่าน”
‘จัสติส’ ออเดรย์ผู้หยั่งรู้จิตใจไม่ได้ปฏิเสธ เพียงพยักหน้า หันศีรษะไปอีกทาง ยิ้มกล่าวกับมาดามเมจิกเชี่ยนว่า
“หากคุณต้องการ ฉันยืมให้คุณได้”
นี่หมายถึง เรื่องราวหลังวันสิ้นโลกมาถึง มาดามเมจิกเชี่ยนจะย้ายสมาชิกตระกูลอับราฮัมทุกคน รวมถึงมนุษย์ในขอบเขตความสามารถของตน ไปยังดาวเคราะห์ที่ค่อนข้างน่าอยู่ดวงหนึ่ง ณ สุดขอบจักรวาลทันที
ในแง่นี้ ‘พรแห่งธรณี’ สามารถปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและจัดหาอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แน่นอน หากท้ายที่สุดแล้ว ความพิเศษของซากโอมีเบล่าไม่หายไป ย่อมไม่พกมันไปด้วย นั่นมิใช่ให้ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ดมกลิ่นแล้วตามไปหาหรอกหรือ? ยังไม่สู้หาสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ที่สอดคล้องกับ ‘มารดามหาแพร่พันธุ์’ อีกชิ้นหนึ่งเสียดีกว่า
“ตกลง” มาดามเมจิกเชี่ยนไม่ได้ปฏิเสธ
ลูเมี่ยนกล่าวกับเธออีกว่า
“ข้าจะเปิดโลกในกระจกพิเศษทุกใบที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ท่านสามารถไปเที่ยวชมได้ แวะช่วยข้าเผยแผ่คำสอนด้วย เพราะสิ่งที่จะทำหลังจากนี้ หลักยึดเหนี่ยวยิ่งมากยิ่งดี”
มาดามเมจิกเชี่ยนฟังแล้วเข้าใจทันที นี่คือโอกาสให้ตน ‘ท่องเที่ยว’ นับเป็นค่าตอบแทนรูปแบบหนึ่ง
เธอไม่เคยคิดจะไปโลกในกระจกพิเศษเหล่านั้น รวมถึงมิติอื่นที่แนบอยู่กับโลกในกระจก เพื่อท่องเที่ยวย่อยโอสถมาก่อน เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ อันตรายยิ่งกว่าการแอบไปท่องนภาดาวเสียอีก ท่องเที่ยวนภาดาวยังพอมีโอกาสไม่น้อยที่จะหลบ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ ได้ แต่เข้าไปในอาณาเขตของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ย่อมถูกค้นพบแน่นอน
ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้ย่อยโอสถผ่านการช่วยเหลือของเขา… ‘เมจิกเชี่ยน’ ฟอร์สหัวเราะในลำคอพลางกล่าว
“ตกลง นามอันทรงเกียรติของท่านตอนนี้คือ?”
ลูเมี่ยนไตร่ตรองไม่กี่วินาทีกล่าวว่า
“สัญลักษณ์แห่งสงครามและวันสิ้นโลก นางมารผู้ครองปฐมกาล พหุพักตร์บวงสรวงภัยพิบัติ เจ้าแห่งโลกในกระจก”
เป็นเทพแท้จริงสองเส้นทางจริงๆ แล้วสินะ…มาดามเมจิกเชี่ยนอดรู้สึกประทับใจไม่ได้
ลูเมี่ยนหันไปกล่าวกับมาดามเฮอร์มิท
“ข้าจะช่วย ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ย่อยโอสถ ‘ผู้ทรงปัญญา’ ให้เสร็จโดยเร็ว รวมถึงช่วยท่านย่อยโอสถให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
มาดามเฮอร์มิท ‘อืม’ แผ่วเบาแทนคำขอบคุณ
‘ผู้ทรงปัญญา’ มักตรงข้ามกับหายนะและภัยพิบัติเสมอ และฝั่งตรงข้ามเยื้องกันก็คือแนวคิดทั้งสองนี้เอง การให้เขาช่วยย่อยโอสถ ‘ผู้ทรงปัญญา’ นับว่าเหมาะสมยิ่งนัก
จากนั้น ลูเมี่ยนกล่าวกับมิสเตอร์สตาร์
“บอกกับท่านพาลีสว่า ข้าติดหนี้ความช่วยเหลือเขาหนึ่งครั้ง”
ตามด้วย เขากล่าวกับมาดามจัดจ์เมนต์ต่อ
“ข้าก็ติดหนี้ความช่วยเหลือท่านหนึ่งครั้ง หรือจะเอา ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’?”
“ตกลง” มิสเตอร์สตาร์ไม่ได้ปฏิเสธแทนท่านผู้เฒ่า
ในสถานการณ์แบบนี้ ‘จัดจ์เมนต์’ ซิลที่มักเข้ากับคนง่าย และเป็นคนเคารพกฎระเบียบ ย่อมไม่ปฏิเสธเฉกเช่นคนอื่น เธอจึงเลือกความช่วยเหลือ
หลังจ่ายค่าตอบแทนครบถ้วน ลูเมี่ยนคิดอยู่ครู่หนึ่ง มองไปยังมาดามเมจิกเชี่ยนแล้วเอ่ยปาก
“ข้าอยากยืม ‘กล่องวันวาน’ สักระยะหนึ่ง บางที ข้าอาจช่วยตระกูลอับราฮัมแก้ปัญหาอันตรายที่ซ่อนอยู่ชั้นที่สามได้ แล้วเติมความพิเศษในระดับเทียบเท่าแต่ควบคุมได้เข้าไป”
“หากไม่สำเร็จ ข้าจะคืนให้เหมือนเดิม”
มาดามเมจิกเชี่ยนทำหน้าครุ่นคิดทันที ก่อนจะผงกศีรษะกล่าว
“ไม่มีปัญหา”
‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ไม่พูดอะไรอีก
‘จัดจ์เมนต์’ ซิลมองไปยังมิสเตอร์สตาร์ เลียวนาร์ดทันที
“ฉันขอใช้ ‘หน้ากากโซโลมอน’ แลกกับสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ เส้นทาง ‘ผู้พิพากษา’ ของคุณได้ไหม?”
……………………………………………………..