ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1143 การเลือกครั้งสุดท้าย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1143 การเลือกครั้งสุดท้าย
ตอนที่ 1143 การเลือกครั้งสุดท้าย
………………..
‘เดอะสตาร์’ เลียวนาร์ดหันกลับมองมาดาม ‘จัดจ์เมนต์’ พลางถามด้วยความประหลาดใจอยู่บ้าง
“คุณไม่ข้ามไปเส้นทาง ‘จักรพรรดิมืด’ แล้วหรือ?”
การข้ามเส้นทางจะได้รับพลังวิเศษที่ผสมผสาน ได้จุดเด่นพิเศษพิสดาร หากไม่นับพิธีกรรมที่อาจมีข้อกำหนดแอบแฝง มีความเสี่ยงและอันตรายซ่อนเร้น ตามหลักการแล้ว การข้ามเส้นทางจะรับมือได้ยากกว่าผู้วิเศษลำดับเดียวกันที่เดินเส้นทางเดียวจนสุด
‘จัดจ์เมนต์’ ซิลกล่าวด้วยน้ำเสียงสม่ำเสมอ
“หากไม่มีทางเลือกอื่น ฉันจะข้ามไปเส้นทาง ‘จักรพรรดิมืด’ แต่เมื่อยังมีความเป็นไปได้ ยังเห็นหนทางเดินต่อในเส้นทาง ‘ผู้พิพากษา’ ฉันก็อยากจะพยายามดู”
เธอหยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ
“ส่วนตัวฉันปรารถนาจะสร้างระเบียบให้สอดคล้องกับศีลธรรมแห่งยุคสมัย และทุ่มเททุกอย่างของตนเพื่อปกป้องมัน พร้อมทั้งปรับแก้อย่างต่อเนื่องตามผลตอบรับจากความเป็นจริง”
“หากเมื่อใดระเบียบตายตัว มันก็จะตกสู่เงามืด”
‘สตาร์’ เลียวนาร์ดผงกศีรษะด้วยความเห็นพ้องอย่างลึกซึ้ง
“ผมแลกกับคุณได้”
อย่างไรเสีย สำหรับเขาแล้ว ‘หน้ากากโซโลมอน’ กับ ‘เสาหินโหดเหี้ยม’ ถือว่าไม่ต่างกัน ล้วนใช้มอบให้เพื่อแลกกับตะกอนพลังลำดับ 2 ‘บริวารอำพราง’ เส้นทาง ‘รัตติกาล’
หากตำแหน่ง ‘บริวารอำพราง’ ไม่มีที่ว่างจริงๆ เขาคิดไว้แล้วว่ายินดีจะเปลี่ยนไปลำดับ 2 ของสองเส้นทางใกล้เคียง คือ ‘กงสุลมรณะ’ เส้นทาง ‘เทพมรณา’ หรือ ‘ผู้ทรงเกียรติ’ เส้นทาง ‘คนยักษ์’
หลัง ‘เดอะสตาร์’ เลียวนาร์ดและ ‘จัดจ์เมนต์’ ซิลแลกเปลี่ยนสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ สองชิ้นเสร็จสิ้น มิสเตอร์ฟูลที่นั่งในตำแหน่งหัวโต๊ะสำริดมองไปยัง ‘แฮงแมน’ อัลเจอร์ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เนื่องจากพระจันทร์แดงมาถึงก่อนกำหนด ปัจจุบันจึงยังทำภารกิจ ‘หนังสือภัยพิบัติ’ ไม่สำเร็จ ต้องรอจนถึงวินาทีที่วันสิ้นโลกมาเยือน”
“หากเจ้าไม่อยากรอ อยากเป็นเทวทูตโดยด่วน ข้าสามารถช่วยเจ้านำสมบัติปิดผนึก ‘ระกาอัสดง’ ไปแลกกับตะกอนพลังลำดับ 2 ของหนึ่งในสามเส้นทาง ‘สุริยัน’ ‘หอคอยขาว’ ‘ทรราช’ พร้อมวัตถุดิบเสริมที่สอดคล้องกันได้”
‘หอคอยขาว’ คือลำดับ 0 ของเส้นทาง ‘นักอ่าน’ สอดคล้องกับ ‘เทพแห่งปัญญาความรู้’
ตะกอนพลังลำดับ 2 ของเส้นทางนี้และเส้นทาง ‘ทรราช’ ในแต่ละศาสนจักรอาจไม่มีแล้ว แต่ยังมีอยู่ในรูปแบบสมบัติปิดผนึกของนิกายอื่น
ตะกอนพลังลำดับ 2 ของเส้นทาง ‘สุริยัน’ มีมากกว่าค่อนข้างมาก ทั้งนี้มีสาเหตุจากการร่วงหล่นของ ‘สุริยันเจิดจรัส’ และยังมาจากการที่ ‘ผู้ชี้นำคุณธรรม’ ลำดับ 3 ของศาสนจักร ‘สุริยันเจิดจรัส’ นั้นสวมบทบาทได้ยาก ไม่ใช่ทุกคนจะผ่านเงื่อนไขเลื่อนลำดับ
นักบุญวีฟและ ‘ผู้แสวงประทีป’ อาวุโสอีกคนหนึ่งนามว่านักบุญลูติก หลังจากมิสเตอร์ฟูลส่งคืนตะกอนพลัง ‘เทวทูตขาว’ ลำดับ 1 สองก้อน ทั้งคู่ต่างก็เลื่อนลำดับสำเร็จในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา
มิสเตอร์ฟูลกล่าวต่อ
“เจ้ายังสามารถพิจารณาเปลี่ยนไปเส้นทาง ‘ผู้วิงวอนความลับ’ ได้เช่นกัน ‘ระกาอัสดง’ มาจากการล่มสลายของเทพสุริยันบรรพกาล เป็นตะกอนพลัง ‘นักเทศน์กัดกร่อน’ ลำดับ 2 ที่ถูกมลทินของพลัง ‘สุริยัน’ ปนเปื้อน ข้าสามารถช่วยเจ้าขจัดมลทินของมันได้”
“ไม่ต้องรีบตัดสินใจ พิจารณาให้รอบคอบ”
‘แฮงแมน’ อัลเจอร์ตกอยู่ในความเงียบ ภายในจิตใจดูเหมือนกำลังลังเลและดิ้นรน
ผ่านไปสิบกว่าวินาที เขาพลันหัวเราะในลำคอ
“มิสเตอร์ฟูลที่เคารพ ผมอยากเป็น ‘นักเทศน์กัดกร่อน’”
‘สุริยัน’ เดอร์ริคมองมิสเตอร์แฮงแมนด้วยความตกตะลึง รู้สึกไม่เข้าใจการเลือกของอีกฝ่ายอย่างยิ่ง
เขาคิดว่า ‘เทวทูตปัญญา’ ลำดับ 2 เส้นทาง ‘หอคอยขาว’ รวมถึง ‘ภัยพิบัติ’ ลำดับ 2 เส้นทาง ‘ทรราช’ เหมาะกับอีกฝ่ายมากกว่า โดยเฉพาะอย่างแรก
อัลเจอร์อมยิ้ม พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้ม
“เส้นทางนี้มีศักยภาพในการปรับตัวระหว่างศึกจริงสูงกว่า รับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีกว่า”
เขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจิกกัดตัวเอง
“เมื่อเลือกมันแล้ว ไพ่ ‘แฮงแมน’ ของฉันก็ดูเหมาะสมขึ้นมาทันที นี่อาจเป็นโชคชะตา ตอนแรกเลือกไพ่ใบไหน สุดท้ายก็ต้องกลับมาที่ไพ่ใบนั้น”
ได้ฟังถึงตรงนี้ มาดามเมจิกเชี่ยนผู้มีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับไพ่ทาโรต์ ในสมองพลันแวบขึ้นประโยคหนึ่ง
‘แฮงแมน’ คือความเสื่อมทราม คือความเห็นแก่ตัว และยังคือการแบกรับ การเสียสละ และการอุทิศตน
เห็น ‘แฮงแมน’ อัลเจอร์ตัดสินใจแล้ว มิสเตอร์ฟูลไม่ได้เกลี้ยกล่อม
“หลังจบชุมนุม ข้าจะมอบพิธีกรรมแก่เจ้า เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว จึงวิงวอนให้ข้าบดขยี้ตะกอนพลัง ขจัดมลทิน และมอบวัตถุดิบเสริม”
“ครับ มิสเตอร์ฟูล” ‘แฮงแมน’ อัลเจอร์ค่อนข้างยินดี แต่ก็รู้สึกว่าบ่าของตนหนักอึ้ง
ในฐานะ ‘เจ้าสมุทร’ และยังเป็นนักผจญภัยในตำนานที่ล่องทะเลมานานปี โอสถ ‘เจ้าสมุทร’ ของเขาย่อยเสร็จนานแล้ว
‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนนั่งตัวตรงขึ้นอีกครั้ง
“มิสเตอร์ฟูล สำหรับวัตถุดิบเสริม ข้ายินดีช่วยเขาจัดหา เพียงมอบความรู้ดังกล่าวมาให้ข้า ทางนี้สามารถจินตนาการออกมาได้”
เขาไม่แน่ใจว่ามิสเตอร์ฟูลเคยสัมผัสวัตถุดิบเสริมของ ‘นักเทศน์กัดกร่อน’ หรือไม่ สามารถดึงพวกมันออกมาจากหมอกแห่งประวัติศาสตร์เพื่อใช้ชั่วคราวได้หรือไม่ จึงเสนอตัวทำแทนเอง
“ตกลง” มิสเตอร์ฟูลที่ปกคลุมด้วยหมอกสีเทา ผงกศีรษะรับแผ่วเบา
หลังปรึกษาเรื่องนี้เสร็จ ‘เดอะมูน’ เอ็มลินกวาดตามองรอบหนึ่ง กล่าวอย่างชั่งใจ
“โอสถของพวกคุณ หากไม่ย่อยเสร็จนานแล้ว ก็ได้ย่อยในปฏิบัติการครั้งล่าสุด หรือไม่ก็มีวิธีย่อยในเวลาอันสั้น แต่ ‘จอมอาคมอัญเชิญ’ ของข้ายังขาดอยู่พอสมควร ถ้าอยากเลื่อนลำดับเร็วๆ ก็ต้องเสี่ยง พวกท่านพอจะมีคำแนะนำดีๆ บ้างไหม?”
ไม่ทันให้ไพ่อาร์คาน่าใหญ่อื่นเอ่ยปาก ‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนยิ้มกล่าว
“เรื่องนี้ง่ายมาก”
“หลังชุมนุมจบ ท่านจัดพิธีกรรมอัญเชิญข้าได้เลย ทางนี้จะตอบรับการอัญเชิญเอง”
นี่มัน…มิสเตอร์มูน เอ็มลินนิ่งงันทันที
ใช่แล้ว ท่านผู้นี้เป็นเทพแท้จริงสองเส้นทาง แถมยังมีความพิเศษ…
หาก ‘จอมอาคมอัญเชิญ’ สามารถอัญเชิญตัวตนระดับนี้สำเร็จ โอสถที่เหลือย่อมย่อยหมดจดอย่างแน่นอน
“ขอบคุณ” ‘เดอะมูน’ เอ็มลินไม่ใช่คนเก่งเรื่องสื่อสาร ได้แต่แสดงความขอบคุณด้วยวิธีเรียบง่ายที่สุด
ทุกคนสนทนากันอีกพักหนึ่ง จนกระทั่งมิสเตอร์ฟูลเคาะขอบโต๊ะสำริดแผ่วเบา
รอให้ไพ่อาร์คาน่าใหญ่ทุกใบมองมาทางตน เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงความซาบซึ้ง
“ปฏิบัติการครั้งนี้ประสบความสำเร็จ แม้นางมารระดับสูงหลายคนจะยังไม่ถูกสังหารในสนามรบ แต่ด้วยความพินาศและการเกิดใหม่ของโลกในกระจก พวกนางก็เหลือไม่มากแล้ว มรดกตกทอดถูกพวก ‘นางมารคราม’ กับพรรคพวกนำไป จะไม่ส่งผลกระทบต่อเรื่องราวในอนาคตแล้ว”
“ทุกท่าน วินาทีสุดท้ายใกล้จะมาถึง เหลือเวลาอีกราวหนึ่งเดือนสำหรับการเตรียมการต่างๆ พวกเจ้าพยายามเร่งมือเข้า”
“หวังว่าหลังวันสิ้นโลก จะไม่มีใครหายไปจาก ‘ชุมนุมทาโรต์’ ครั้งถัดไป”
‘จัสติส’ ออเดรย์ได้ยินดังนั้น อารมณ์พลันซับซ้อนอย่างยิ่ง
เธอลุกขึ้นยืน พร้อมกับไพ่อาร์คาน่าใหญ่ทุกคน แล้วทำการคำนับ
“ครับ/ค่ะ มิสเตอร์ฟูล”
…………
กลับมาสู่โลกความจริงแล้ว ลูเมี่ยนเดินลงบันได เข้าไปในห้องรับแขกเล็ก
เขามองฟรังก้าแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยถามลอยๆ
“อ็องโตนีล่ะ?”
“ไปช่วยลุดวิกในครัว” ฟรังก้ามองไปยังทางเข้าห้องรับแขกเล็ก กดเสียงต่ำแล้วพูด “ความรู้เกี่ยวกับผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย บอกฉันได้แล้วใช่ไหม?”
ลูเมี่ยนเล่าอย่างเรียบง่ายเกี่ยวกับ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ เหนือลำดับอย่าง ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ และจุดประสงค์ของพวกพระองค์ รวมถึงแนะนำสถานการณ์ของแก่นแท้ต้นกำเนิดแต่ละชนิด และสิ่งที่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ กำลังทำอยู่
ฟรังก้าฟังจนตาค้าง พึมพำกับตัวเอง
“พวกผู้ยิ่งใหญ่มีจำนวนมากไปไหม…”
เธอหันไปมองใบหน้าชีค รวมถึงใบหน้าทูดอร์บนไหล่ซ้ายของลูเมี่ยนทันที
“พวกพระองค์นี่บ้าจริงๆ…”
เธอเข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ถึงเรื่องใหญ่ที่ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคคิดจะทำก่อนหน้านี้
แผนการของเธอ หากฝั่งนี้ล้มเหลว ก็จะลากทั้งดาวเคราะห์ หรือแม้แต่ทั้งจักรวาลไปสู่จุดจบพร้อมกัน!
ใบหน้าชีคพูดไม่ได้ แต่ยกคางขึ้น สีหน้าเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ ส่วนใบหน้าทูดอร์ไม่สนใจจะตอบ
ลูเมี่ยนยิ้มเย้ยหยัน พลางหันไปพูดถึงความรู้ด้านอื่นเกี่ยวกับเหนือลำดับ
ฟรังก้าตั้งใจฟังจนจบ พลันรู้สึกซาบซึ้ง
“เดิมทีพวกเราถูกดึงวิญญาณออกมา แขวนไว้บน ‘ปราสาทต้นกำเนิด’ จึงหลีกเลี่ยงหายนะครั้งแรกได้ รอดพ้นจากการพังพินาศของโลก ไม่ได้รับผลกระทบจากศึกระหว่างพระเจ้ากับราชันสวรรค์ในภายหลัง…”
ระหว่างพึมพำ ความคิดของเธอเริ่มกระจาย
“คนของสมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิกส่วนใหญ่ยังไม่รู้ความจริง และไม่รู้ว่าทวีปเหนือใต้ถูกทำลายแล้ว”
“แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน พาความสุขไปเผชิญวันสิ้นโลกกันเถอะ…”
คนของ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ ไม่ได้เสียชีวิตมากนักในหายนะเมื่อครั้งพระจันทร์แดงมาเยือน เพราะองค์ที่ ‘ชุมนุมแสงเหนือ’ ศรัทธาได้ขวางกั้นแรงกระแทกได้ทันเวลา
ส่งผลให้ฟรังก้าเกิดความรู้สึกซับซ้อนยิ่งต่อท่านผู้นั้น เธอทราบดีว่าการตายของจินนาและสิ่งที่ลูเมี่ยนประสบ ท่านผู้นั้นมีส่วนไม่น้อย แต่อีกฝ่ายก็ปกป้องผู้คนอย่างแท้จริง รวมถึงตัวเธอและผองเพื่อน
ดังนั้น เธอจึงไม่เคยพูดถึงการแก้แค้นท่านผู้นั้น ไม่ใช่ไม่เกลียด แต่พูดไม่ออก
หลังได้ยินว่าลูเมี่ยนต่อยท่านผู้นั้นไปสองหมัด เธอจึงทั้งตกตะลึงทั้งขำ
ผ่านไปสองสามวินาที ฟรังก้าเริ่มถอนหายใจพลางกล่าว
“หากผ่านพ้นวันสิ้นโลกได้ หากพวกเรายังมีชีวิตอยู่ ฉันอยากไปเที่ยวทวีปตะวันตกสักหน่อย อาศัยอยู่สักระยะหนึ่ง”
พูดถึงตรงนี้ เธอยิ้มอีกครั้ง เชิญชวนลูเมี่ยน โอลัวร์ และจินนาอย่างจริงใจ
“ไปด้วยกันไหม? ฉันจะช่วยอธิบาย แนะนำให้ เป็นไกด์ให้พวกคุณ”
สีหน้าลูเมี่ยนแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน เขาเอียงศีรษะมองเศียรฝั่งขวาแวบหนึ่ง แล้วยิ้มกล่าว
“โอลัวร์ก็เป็นไกด์ได้เหมือนกัน”
“ถือว่าตกลงแล้วนะ!” ฟรังก้ายื่นมือขวาออกมาด้วยรอยยิ้มสดใส ตบมือกับลูเมี่ยนหนึ่งที
เธอรู้สึกว่าการเกี่ยวก้อยมันเด็กเกินไป การตบมือจึงเหมาะกับตัวเองมากกว่า
ขณะนี้ ลุดวิกแทะเนื้อสเต๊กก้อนหนึ่ง เดินเข้ามาในห้องรับแขกเล็ก
“นายมาทำไม?” ฟรังก้ารู้สึกแปลกใจไม่เบา
ยังกินไม่หมดเลยนี่…
“ข้าให้เขามาเอง” ลูเมี่ยนอธิบายพร้อมรอยยิ้ม
มีธุระอะไรกับลุดวิก? ถึงเวลาอาหารแล้วหรือ? ฟรังก้าสงสัยอยู่ชั่วขณะ
เกือบหนึ่งปีมานี้ ทุกวันลูเมี่ยนต้องอาศัยความพิเศษของตน พาลุดวิกออกจากเขตคุ้มครองไปยังมหาสมุทรบนโลกซากปรักหักพัง เลี้ยงมื้อใหญ่จนอิ่มหนำสำราญ เช่นเดียวกับที่ฟรังก้าต้องไปเป็นเพื่อนลูเมี่ยนบนโลกซากปรักหักพังทุกวัน ในยามที่เขาเสียสติช่วงเวลาหนึ่ง
เห็นลุดวิกก็ส่งสายตาสงสัยมาเช่นกัน ลูเมี่ยนหยิบของชิ้นหนึ่งออกจากอาณาจักรเทพของตน
มันคือกล่องเครื่องประดับสามชั้นสีเงินดำ ประดับประดาด้วยอัญมณีหลายเม็ด
‘กล่องวันวาน’!
……………………………………………………..