ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1144 กิน
ตอนที่ 1144 กิน
กล่องเครื่องประดับสามชั้นสีเงินดำ ประดับอัญมณีหลากชนิด เพิ่งถูกหยิบออกมาวางบนโต๊ะน้ำชา ฟรังก้าก็รู้สึกขนลุกซู่ทันที รู้สึกว่าสภาพแวดล้อมรอบข้างเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างประหลาด
หลังจากกลายเป็น ‘นางมารหายนะ’ สัมผัสพลังวิญญาณของเธอกล้าแกร่งยิ่งขึ้นมาก
เศียรบนไหล่ซ้ายของลูเมี่ยนเริ่มหมุน ใบหน้าของอลิสต้า·ทูดอร์หันมาด้านหน้า มองตรงไปยัง ‘กล่องวันวาน’
กล่องเครื่องประดับอันประณีตนั้น ทันใดก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังลั่น ราวกับวัสดุที่ประกอบเป็นมัน กำลังทนแรงกดดันล่องหนไม่ไหว ใกล้จะแตกสลายเต็มที
ทุกความผิดปกติฟรังก้ารู้สึกได้ อันตรธานหายไปกับสิ่งนี้
“กล่องวันวาน?” เธอถามลูเมี่ยนด้วยความอยากรู้
แม้ว่าเธอจะไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมของไพ่อาร์คาน่าใหญ่ รวมถึงการแบ่งสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ แต่ก่อนหน้านี้เธอได้รับคำเตือนแล้วว่า หากเกิดการต่อสู้วุ่นวาย ต้องอยู่ห่างจากอะไรบ้าง ‘กล่องวันวาน’ ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ ยื่นมือขวาออกมา กดลงบน ‘กล่องวันวาน’ ตรงด้านบนสุด ดีดแผ่วเบาพลางเอ่ยปาก
“ฉันสัมผัสได้ว่า มันกับลุดวิกมีวาสนาต่อกัน เลยตั้งใจยืมมาสักระยะหนึ่ง”
‘มีวาสนาต่อกัน’ เป็นคำที่เขาเรียนจากในเมืองแดนฝัน แต่ถึงอย่างนั้น คำนี้ก็ไม่ถือว่าหายากนักในทวีปเหนือใต้ก่อนจะกลายเป็นซากปรักหักพัง แง่หนึ่ง สมาชิกของ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ จะเผยแพร่คำศัพท์ใหม่โดยไม่รู้ตัวเสมอ อีกแง่หนึ่ง ลูเมี่ยนเชื่อว่า ‘แขก’ จากเผิงไหลไม่ได้มีแค่แฮร์ริสันคนเดียวแน่ พวกเขาต่างรับผิดชอบงานคนละอย่าง เพียงแต่สุดท้ายไม่เกิดผลอะไรขึ้นมา
มีวาสนากับลุดวิก? ฟรังก้าเอียงศีรษะโดยไม่รู้ตัว มองไปยังลุดวิกในชุดสูทเด็ก
ลุดวิกยังคงคาบชิ้นสเต๊ก จ้องมองไปยัง ‘กล่องวันวาน’ อย่างเหม่อลอย ราวกับตกอยู่ในภวังค์ลึกลับ
มือขวาของลูเมี่ยนเลื่อนลงมาถึงชั้นที่สามของกล่องเครื่องประดับสีเงินดำ แล้วถามลุดวิกพร้อมรอยยิ้ม
“เจ้าสัมผัสได้ไหมว่า ข้างในนี้ซ่อนอะไรอยู่?”
ลุดวิกยื่นฝ่ามือออกมาราวกับละเมอ กดลงบนอีกด้านหนึ่งของชั้นที่สามของ ‘กล่องวันวาน’
เกือบจะในเวลาเดียวกัน ข้างหูของฟรังก้าส่งเสียงเคี้ยว เสียงกลืน และเสียงย่อยอันแปลกประหลาดดังแว่ว เหมือนมีบางสิ่งกำลังแทะเล็มเนื้อหนังและกระดูกของเธอจากภายในร่างกาย
เสียงนี้ดังมาจากส่วนลึกของชั้นที่สามของ ‘กล่องวันวาน’ ขณะเดียวกันก็ก้องกังวานขึ้นมาจากก้นบึ้งจิตใจของเธอ
“ม…มันคือ” ชิ้นสเต๊กในปากของลุดวิกหล่นลงพื้นเสียงดังตุ้บ
ใบหน้าของเด็กชายคนนี้เหมือนผ้าปูที่นอนที่คลุมอยู่บนร่าง ถูก ‘มือเท้า’ ดันขึ้นมาเป็น ‘เต็นท์’ หนึ่งอัน
เขาพูดด้วยความปรารถนา บูชา แต่ก็หวาดกลัว สั่นเทา
“ป…เป็นพลังของ ‘ต้นกำเนิดความหิวโหย’!”
‘ต้นกำเนิดความหิวโหย’… หนึ่งใน ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’… ฟรังก้าพลันรู้สึกว่า สภาพแวดล้อมรอบข้างกลายเป็นมืดมิดและซ้อนทับกันหลายชั้น ปิดกั้นสายตาที่เต็มไปด้วยเจตนาร้าย
เธอมองไปรอบตัว แล้วก็เข้าใจได้ทันที
ตนกับพรรคพวกถูกย้ายเข้ามาอยู่ในอาณาจักรเทพของลูเมี่ยนแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ ‘ต้นกำเนิดความหิวโหย’ อาศัยประโยชน์จากความเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับอันเกิดจากการพูดคุยเมื่อครู่ ส่งอิทธิพลต่อความมั่นคงของเขตคุ้มครอง
ศีรษะตรงกลางของลูเมี่ยนยังคงรอยยิ้มเดิมไว้ เอ่ยถามลุดวิกต่อไป
“ถ้าข้าเปิดชั้นนี้ จะเกิดอะไรขึ้น?”
ลุดวิกดึงมือกลับราวกับถูกไฟดูด ตอบอย่างตัวสั่นงันงกว่า
“มันอาจจะ…อาจจะกลืนทุกอย่างรอบข้างเข้าไปทันที กินไปเลย! หรืออาจจะเริ่มจาก…เริ่มจากจิตใต้สำนึกและก้นบึ้งของเกาะแห่งจิตของเราก่อน กินอารมณ์ กินความทรงจำ กินจิตวิญญาณและสติสัมปชัญญะ กินเลือดเนื้อ กินกลางคืน กลางวัน กินความดี ความเลว กินความกุศล ความอกุศล กินระเบียบ หายนะ จนกระทั่งกินกฎบางส่วนของโลกนี้ ทำให้มันไม่สามารถรักษาเสถียรภาพได้อีก ทำให้บาเรียสูญเสียรากฐาน…”
“อย่างที่คิด เส้นทางของพวกเจ้าน่ะ พอถึงช่วงหลังแล้ว จะเริ่มกินกฎ แนวคิด อำนาจ หรือแม้แต่สัญลักษณ์ได้ด้วย” ลูเมี่ยนผงกศีรษะตรงกลางอย่างพอใจ
เขามองลุดวิกด้วยรอยยิ้มคลุมเครือ ถามเสียงกระซิบราวกับนางมาร
“เจ้ากินอันตรายที่ซ่อนอยู่ในกล่องนี้ได้ไหม?”
ใบหน้าของชีคหันมาด้านหน้า รอคอยคำตอบจากลุดวิกด้วยความสนใจ
ลุดวิกตกใจอย่างเห็นได้ชัด จนเผลอโพล่งออกมา
“ใครจะไปทำ?”
ความหมายของเขาดูเหมือนไม่ใช่ทำไม่ได้ แต่เป็นห้ามทำ
นั่นคือการกบฏ นั่นคือการดูหมิ่น!
ลูเมี่ยนไม่ตอบ มองลุดวิกด้วยรอยยิ้มไม่แปรเปลี่ยน
ลุดวิกตกอยู่ในความเงียบ บ้างก็แสดงสีหน้าขลาดกลัว บ้างก็แสดงการต่อต้านอย่างชัดเจน บ้างก็ปิดบังความหวั่นไหวไม่อยู่ บ้างก็ลังเล
สีหน้าของเขาไม่เคยหลากหลายเท่าตอนนี้มาก่อน
ฟรังก้าเข้าสู่โหมดดูละคร รอคอยว่าลูเมี่ยนจะกระตุ้นอะไร ลุดวิกจะแสดงออกอย่างไร
ผ่านไปไม่กี่วินาที ลูเมี่ยนพูดด้วยจังหวะไม่เร็วไม่ช้าพร้อมรอยยิ้ม
“แก่นแท้ของเส้นทางพวกเจ้าคือ ‘กิน’ และ ‘ย่อย’ การกินสิ่งภายนอกไม่ใช่จุดจบ การกินกฎ แนวคิด อำนาจ และสัญลักษณ์ก็ไม่ใช่ การกินตัวเอง กินบิดา กินเทพที่ศรัทธา ต่างหากที่เป็นชะตากรรมสุดท้ายของพวกเจ้า เป็นความหิวโหยอันสุดขั้ว”
“นี่อาจเป็นความหมายที่พระองค์ให้พวกเจ้าถือกำเนิดขึ้นมา”
“น…นี่มันสุดโต่งเกินไปไหม?” ลุดวิกแสดงสีหน้าใสซื่อของคนที่ได้รับการศึกษา
หนุ่มน้อยเอ๋ย มีความเป็นมนุษย์ขึ้นมาบ้างแล้วสินะ…ฟรังก้าพยักหน้าด้วยความรู้สึกปลื้มใจ
เธอรู้สึกว่าถ้าตัวเองเลือกเส้นทาง ‘ผู้ชม’ ก็น่าจะสวมบทบาทได้ดีเช่นกัน
ลูเมี่ยนเอียงศีรษะมองใบหน้าจินนาบนเศียรที่ไหล่ขวาแวบหนึ่ง แล้วหันไปยิ้มให้ลุดวิก
“มันสุดโต่งเกินไปจริงๆ นั่นแหละ ข้าเองก็ไม่อยากให้เจ้าถูกเทวบารมีของตัวเอง หรือสัญชาตญาณของตัวเองควบคุม ไปทำเรื่องสุดโต่งแบบนั้น”
“ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงแค่ถามว่า เจ้ากินอันตรายที่ซ่อนอยู่ในกล่องได้ไหม ไม่ใช่กิน ‘ต้นกำเนิดความหิวโหย’ ได้ไหม”
“ในสถานการณ์ปัจจุบัน การพยายามยกระดับตัวเองให้มากที่สุด ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”
ลุดวิกอ้าปากแล้วหุบกลับ
เขาเปลี่ยนสีหน้าไปชั่วครู่ ในลำคอก็ส่งเสียงกลืนน้ำลายออกมาทันใด
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ช่างหอมหวนเหลือเกิน? ฟรังก้าช่วยพากย์เสียงให้ลุดวิกในใจ
ผ่านไปอีกครู่ สุดท้ายลุดวิกก็เอ่ยปากออกมา
“ตอนนี้ ย…ยังไม่ได้ ต้องรอให้ผมฟื้นฟูกลับสู่ลำดับเดิม และยังต้องมีผู้ยิ่งใหญ่อีกองค์หนึ่งช่วยเหลือด้วย”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“แค่กิน เก็บไว้ชั่วคราว พกติดตัวไว้ ไม่ย่อยและดูดซึม ก็ยังต้องการความช่วยเหลือจาก ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ ด้วยหรือ?”
“ต้อง” ลุดวิกพยักหน้าหนักแน่น
ลูเมี่ยนครุ่นคิดไม่กี่วินาที แล้วยิ้มอีกครั้ง
“งั้นก็รออีกหน่อย”
จากนั้นเขายื่นแขนข้างหนึ่ง ซึ่งกำเอกลักษณ์นักบวชสีชาด กับฝ่ามืองามข้างหนึ่ง ซึ่งงอกใหม่ทางขวา มาไว้ตรงหน้าลุดวิกในสถานการณ์ปัจจุบัน แม้เอกลักษณ์ ‘นักบวชสีชาด’ จะยังคงรูปร่างเป็นธงไหม้เกรียม แต่ก็ไม่ทำให้ผู้พบเห็นคลุ้มคลั่งเสียสติอีกต่อไป เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของลูเมี่ยน อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว ลูเมี่ยนจะให้มันแสดงอิทธิพลของเทวบารมีเมื่อไรก็ได้ หากไม่ต้องการก็จะไม่มี
“เจ้าอยากกินมือไหน?” ลูเมี่ยนยิ้มถามความเห็นลุดวิก
ลุดวิกงุนงงไปชั่วครู่
“กินได้จริงหรือ?”
ฟรังก้ากะพริบตา เริ่มเข้าใจว่าลูเมี่ยนคิดจะทำอะไร
เขาให้ลุดวิกกินร่างกายส่วนหนึ่งของตน เพื่อให้ลุดวิกได้รับตะกอนพลังลำดับ 2 ที่เขาแยกออกมา ฟื้นฟูกลับสู่ลำดับเดิม หลุดพ้นจากตราผนึกของ ‘เทพแห่งปัญญาความรู้’
ตอนนี้ลูเมี่ยนมีตะกอนพลังลำดับ 2 เพิ่มเติมสามก้อน หนึ่งก้อนเป็น ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ สองก้อนเป็น ‘นางมารหายนะ’
“แน่นอน ข้าเป็นพ่อทูนหัวของเจ้านี่นะ” ลูเมี่ยนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
ลุดวิกกลืนน้ำลายอีกครั้ง มองซ้ายขวา ลังเลไม่กี่วินาทีแล้วกล่าว
“ผมเลือกอันนี้”
เขาหมายถึงแขนข้างซ้ายของลูเมี่ยน ซึ่งมีตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ หนึ่งก้อนจากตะกอนพลัง ‘ผู้พิชิต’ ของทูดอร์
“ดี” ลูเมี่ยนยกแขนข้างดังกล่าวขึ้นสูง
ลุดวิกเข้ามาใกล้ กัดมือนั้นจนเกิดเสียงกรอบแกรบ
ท่ามกลางเลือดแดงฉานที่ลุกเป็นไฟไหลหลั่ง เสียงแทะเล็มอันชวนให้ขนหัวลุกและหัวใจเต้นแรง ดังขึ้นไม่หยุดหย่อน
ฟรังก้าดูแล้วสูดลมหายใจเย็นเข้าไป รู้สึกว่าลูเมี่ยนสุดโต่งไปหน่อย แยกตะกอนพลังออกมาก่อนแล้วค่อยป้อนลุดวิกไม่ดีกว่าหรือ?
ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้สักหน่อย
เธอหันไปมองใบหน้าทูดอร์บนเศียรไหล่ซ้ายของลูเมี่ยน พบว่าพระองค์เผยความเจ็บปวดอยู่บ้าง ซึ่งเกิดจากสัญชาตญาณ
ตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ก้อนนั้นเป็นของอลิสต้า·ทูดอร์ การให้ลุดวิกแทะกินโดยตรง คือการแก้แค้นอย่างหนึ่ง? แต่ว่า ตัวนายเองก็เจ็บปวดไม่ใช่หรือไง…ฟรังก้าคาดเดาได้ทันที พลางถอนหายใจเงียบงัน
ไม่นานนัก ลุดวิกก็แทะมือของลูเมี่ยนจนหมด เหลือแต่กระดูกข้อมือสีเหล็กอันเปลือยเปล่า รวมถึงเลือดที่ลุกไหม้ ย้อมมันกลายเป็นสีแดง
ลุดวิกถอยหลังกลับ ใช้ลิ้นเลียเลือดที่ติดข้างปาก ท่าทางเหมือนยังอยากกินอีก
หนังหน้าของเขา ผิวหนังบนตัวเขา กำลังจะถูกฉีกขาด ข้างในกำลังจะมีสิ่งมหึมาพองตัวออกมา
ตราผนึกของ ‘เทพแห่งปัญญาความรู้’ ไม่สามารถขัดขวางได้อีกต่อไป
ในตอนนั้นเอง ลุดวิกควบคุมตัวเองได้ทัน ไม่ไปทำลายชั้นผนึกนั้น คงรูปร่างเด็กชายตัวเล็กเอาไว้
ลูเมี่ยนอมยิ้ม แล้วหันไปพูดกับฟรังก้าแทน
“หลังจากนี้ ข้าจะแยกตะกอนพลัง ‘นางมารหายนะ’ ที่เหลืออีกสองก้อนออกมาด้วย เพื่อให้ร่างกายสมดุลมากขึ้น”
“อา…นิกายโรคก็ต้องการสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ เหมือนกัน”
“จริงสิ…ชื่อนิกายโรคนี่ หลังจากนี้ก็ต้องค่อยๆ เปลี่ยนด้วย”
“ดีๆๆ!” ฟรังก้าตอบรวดเร็วมาก ราวกับกลัวลูเมี่ยน ‘เปลี่ยนใจ’
แม้เธอจะทราบดีว่า ลูเมี่ยนทำแบบนี้เพื่อวางแผนอนาคตของตัวเองมากกว่า แต่การที่เขายอมคิดถึงอนาคตบ้างก็นับเป็นเรื่องดี
ลูเมี่ยนพินิจลุดวิกไม่กี่วินาที ก็ถามพร้อมรอยยิ้ม
“หลังจากนี้ เจ้ามีแผนอะไร?”
ลุดวิกเงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงค่อยกล่าว
“ถ้าผมไม่ถูกกินตอนวันสิ้นโลก ผมอยากเป็นเด็กก่อน เติบโตอย่างปกติ แก่ตัวตามครรลอง สัมผัสชีวิตมนุษย์อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ แล้วค่อยเปรียบเทียบ”
ลูเมี่ยน ‘อืม’ เสียงหนึ่ง แล้วถามเหมือนคุยเรื่อยเปื่อย
“ตอนนี้เจ้ากลับสู่ระดับเทวทูตแล้วสินะ ชื่อลำดับเรียกว่าอะไร?”
ณ ข้อมือที่ขาดของเขา เลือดและเปลวไฟพันเกี่ยวกัน รวมตัวเป็นมือข้างใหม่
ลุดวิกคิดไม่กี่วินาทีแล้วก็ตอบ
“ถ้าใช้ภาษาของพวกท่าน คงเรียกว่า ‘เทวทูตกลืนกิน’”
……………………………………………………..