ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1148 อำลา
ตอนที่ 1148 อำลา
จีดาสก้าวออกมาจากดวงตาบนใบหน้าของชีค ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังลูเมี่ยนอย่างเงียบงัน สีหน้าไร้อารมณ์ แววตาเลื่อนลอย
หลังจากลูเมี่ยนเลื่อนลำดับเป็น ‘นักบวชสีชาด’ พระองค์พร้อมด้วยหุ่นเหล็กและทหารศพที่เดิมเป็นของ ‘0-01’ ต่างถูกเรียกตัวกลับมาอีกครั้ง กลายเป็นสมาชิกในกองพลสีเลือดของ ‘นักบวชสีชาด’ องค์ใหม่ ปัจจุบันประจำการอยู่ในโลกในกระจกพิเศษ ซึ่งได้กลายเป็นอาณาจักรเทพของลูเมี่ยนแล้ว
เมื่อเห็น ‘หายนะแดงฉาน’ ที่ลูเมี่ยนถืออยู่ในมือ มิสเตอร์ซัน เดอร์ริค ไม่ลังเลใจอีกต่อไป พยักหน้ารับพร้อมกับกล่าว
“ครับ”
“ข้านึกว่าเจ้าจะอาลัยอาวรณ์บ้างเสียอีก” ลูเมี่ยนพูดอย่างเป็นกันเอง
เดอร์ริคส่ายหน้า ตอบอย่างจริงใจ
“ตอนที่ท่านเสนอขอครั้งแรก ผมอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง แต่หลังจากกลับไปเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่แล้ว ยิ่งนานไปก็ยิ่งรู้สึกว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว”
“เมื่อวันสิ้นโลกมาถึง มิสเตอร์ฟูลย่อมไม่อาจดูแลเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ได้อีก ‘พรแห่งธรณี’ ก็เป็นองคาพยพของโอมีเบล่า มาจากธิดาที่ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ให้ความสำคัญเหนือใคร อาจเกิดความผิดปกติได้ทุกเมื่อ นำมาซึ่งเหตุไม่คาดฝัน ทำให้เขตคุ้มครองถูกทำลายจากภายในได้”
“อีกทั้ง หัวหน้าเฌอมงต์ย่อยโอสถ ‘อัศวินเงิน’ เสร็จนานแล้ว แต่ไม่เคยเลื่อนลำดับเป็นเทวทูต กลายเป็น ‘ผู้ทรงเกียรติ’”
“นั่นก็เพราะว่า ‘หลักฐานความรุ่งโรจน์’ จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการผนึก ‘พรแห่งธรณี’ หากเปลี่ยนมันเป็นตะกอนพลัง คนที่อาศัยมันเลื่อนลำดับก็ต้องอยู่ใต้ดินเป็นเวลานาน ยามเผชิญวิกฤตจึงจะออกมาได้ช่วงสั้นๆ”
“เมื่อเปลี่ยน ‘พรแห่งธรณี’ เป็น ‘หายนะแดงฉาน’ แล้ว ก็น่าจะปลดปล่อย ‘หลักฐานความรุ่งโรจน์’ ออกมาได้”
เดอร์ริคเพิ่งกลายเป็นเทวทูต ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเหนือลำดับ
ลูเมี่ยนหยิบกระจกออกมาบานหนึ่ง ยัด ‘หายนะแดงฉาน’ รูปทรงมงกุฎคริสตัลเข้าไป
จากนั้น เขายื่นมือลูบพื้นผิวกระจก
จัดการเสร็จ เขาส่งกระจกให้ ‘เดอะซัน’ เดอร์ริค
“ข้าได้ปิดผนึกมิติหลังกระจกของกระจกบานนี้แล้ว ตรึงทางเข้าออกโลกในกระจกไว้บนผิว คนธรรมดาก็สามารถสอดฝ่ามือเข้าไปหยิบ ‘หายนะแดงฉาน’ ออกมาได้”
เหมือนกับครั้งที่ฟรังก้าสวดวิงวอนต่อ ‘นางมารต้นกำเนิด’ เพื่อขอตรึงทางเข้าออกโลกในกระจกไว้ในโพรงเหมืองหินลับในทรีอาร์ใต้ดิน
‘เดอะซัน’ เดอร์ริครับกระจกบานนั้นมา เห็นมันสะท้อนภาพอันน่าสะพรึงกลัวของภูเขาไฟกำลังระเบิดอย่างดุเดือด
“ไม่ว่ากระจกจะส่องภาพหายนะใดออกมา อย่าไปสนใจ หากตัวกระจกเกิดรอยร้าว ให้รีบสวดวิงวอนต่อข้าหรือมิสเตอร์ฟูล เราจะเปลี่ยนกระจกผนึกให้” ลูเมี่ยนเตือนมิสเตอร์ซันสองสามประโยค สุดท้ายกล่าวว่า “เวลาใช้งานมีสามข้อห้าม ห้ามบุรุษถือ ห้ามผู้ไร้เทวบารมีใช้ ห้ามใช้เกินสามนาที หากอยู่ใต้แสงจันทร์ ห้ามเกินสามสิบวินาที”
“หากผู้ถือระหว่างใช้งาน ถูกมันมอบ ‘สุขสม’ หรือถูกร่าย ‘เสน่ห์’ ใส่ ครั้งต่อไปต้องเปลี่ยนคนใช้ หากไม่แล้ว ยิ่งนานเข้าผู้ถือจะยิ่งหลงใหลมัน และจะทำทุกวิถีทางเพื่อปล่อยมันให้เป็นอิสระ”
‘เดอะซัน’ เดอร์ริคพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ผมเข้าใจแล้ว”
เขาตั้งคำถามต่อทันที
“ผมก็เป็นบุรุษ สัมผัส ‘หายนะแดงฉาน’ แบบนี้ไม่เป็นไรหรือ?”
“ตอนนี้ไม่เป็นไร เพราะมันยังอยู่ในสภาพถูกข้า ‘พิชิต’ อยู่ จะไม่ ‘สนใจ’ คนอื่น หลังจากเจ้าเอากระจกไปเก็บใต้ดินที่แสงจันทร์ส่องไม่ถึงแล้ว อย่าได้สัมผัสมันอีก” ลูเมี่ยนอธิบายรวบรัด
‘เดอะซัน’ เดอร์ริคถอนหายใจโล่งอกอย่างแผ่วเบา
“รับทราบ ตอนนี้ผมจะไปหอคอยคู่ ปลดการกดทับ ‘หลักฐานความรุ่งโรจน์’ ท่านหยิบ ‘พรแห่งธรณี’ ไปเองได้เลย”
หลังได้รับความเห็นชอบจากลูเมี่ยน ‘ผู้แสวงประทีป’ ที่เพิ่งเลื่อนลำดับใหม่รายนี้ กลายร่างเป็นแสงสุริยัน บินออกจากมหาวิหารใหญ่ของศาสนจักรเดอะฟูล
ลูเมี่ยนยังคงยืนอยู่ที่เดิม ชื่นชมภาพจิตรกรรมฝาผนังรอบข้าง
ใบหน้าของอลิสต้า·ทูดอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนจะไม่ชอบภาพแฝงนัยทางศาสนาเหล่านี้เอาเสียเลย
หรือต้องพูดว่า พระองค์ยอมรับเฉพาะภาพจิตรกรรมทางศาสนาที่ตนเป็นตัวเอกเท่านั้น
มองอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าชีคบนเศียรไหล่ซ้ายของลูเมี่ยนพลันหมุนมาด้านหน้า เผยรอยยิ้มงดงามหยดย้อย แฝงรัศมีแห่งมารดา แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าสะพรึงกลัว
วินาทีถัดมา ลำต้นเหี่ยวแห้งสีน้ำตาลเทาขนาดมหึมา เคลื่อนย้ายมาปรากฏตรงหน้าลูเมี่ยนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
มันถูกหว่าน ‘เสน่ห์’
ถูกใบหน้าชีคที่มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับตนหว่าน ‘เสน่ห์’
ดอกไม้ยักษ์สีแดงฉานสองดอก ซึ่งตั้งอยู่กลางลำต้น ทำหน้าที่เป็นดวงตาของมัน บานเปิดออกอย่างสมบูรณ์ สดใสผิดปกติ
ลูเมี่ยนยิ้มพูดกับ ‘พรแห่งธรณี’ ว่า
“เจ้าอยากมาอยู่ในอาณาจักรเทพของข้าไหม?”
‘พรแห่งธรณี’ ทำเพียงขยับใกล้เขาโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
จีดาสอ้อมมา โอบกอดมันไว้ แล้วลากกลับไปยังอาณาจักรเทพของลูเมี่ยน โลกในกระจกพิเศษที่ถูกทำลายและสร้างใหม่
ระหว่างนี้ จีดาสหยาบกระด้างยิ่ง แต่ ‘พรแห่งธรณี’ ไม่ขัดขืนแต่อย่างใด
“พี่น้องที่เกลียดชังกัน สุดท้ายก็ได้กลับมาพบกัน…” ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ แล้วหายตัวไปจากสำนักงานใหญ่ศาสนจักรเดอะฟูล
…………
โลกซากปรักหักพัง
ต้นโอ๊กมหึมาต้นแล้วต้นเล่า ถูกพายุหิมะปกคลุมจนขาวโพลน แข็งตายสิ้นชีวิต
ตรงกันข้าม ป่าโอ๊กอีกแห่งกำลังลุกไหม้อย่างหนัก ท่ามกลางเปลวเพลิงไร้รูปไร้สี เหล่าทารกเท้านก สัตว์นานาชนิด สารพัดสัตว์บริวารแปลกประหลาด ล้วนกลายเป็นเถ้าถ่านไปด้วยกัน แม้แต่ผืนแผ่นดินเองก็กำลังหลอมละลาย
ณ รอยต่อระหว่างพายุหิมะกับเปลวเพลิงไร้รูปไร้สี ความร้อนเย็นปะทะกันอย่างดุเดือด ก่อกำเนิดพายุเฮอริเคนคำรามทะลุฟ้า พร้อมฝนตกหนักจนน้ำท่วมถล่มโลก
ใจกลางพายุ ลูเมี่ยนสามเศียรหกกรเดินวนไปมา ดวงตาวูบวาบด้วยความบ้าคลั่ง ปราศจากสติปัญญาใดๆ
ริมขอบอาณาเขตที่ถูกหมอกหนาทึบปกคลุม ฟรังก้านั่งห้อยขาบนเสาหินสีเทาขาวสูงเกือบร้อยเมตร แกว่งเท้าไปมาแผ่วเบา
หลังกลายเป็น ‘นางมารหายนะ’ ในที่สุดเธอก็ได้เห็นภาพลูเมี่ยนคลุ้มคลั่งด้วยตาตัวเอง
นี่เป็นครั้งที่ยี่สิบเก้าแล้ว แต่ยังคงทำให้เธอหดหู่และอึดอัดใจ
“โอสถของเราย่อยไปอีกนิดแล้ว…” ฟรังก้าพยายามคิดบวกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ บรรเทาอารมณ์ “เราไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆ ลูเมี่ยนเป็นคนสร้างหายนะที่นี่ด้วยตัวคนเดียว…”
“…แค่เพราะเราเป็นคนพาเขามา?”
“นางมารหายนะคือนางมารที่นำหายนะมา ขอแค่นำหายนะมาได้ จะเป็นตัวเองสร้างหรือไม่ก็ไม่สำคัญ?”
“อา…‘นางมารหายนะ’ น่าจะเป็นนางมารที่รับใช้หายนะด้วย และลูเมี่ยนก็คือต้นกำเนิดและร่างอวตารแห่งหายนะ รับใช้เขาก็เท่ากับรับใช้หายนะ…”
“มิน่าล่ะโอสถ ‘หายนะ’ ของเราถึงย่อยเร็วนัก ตามความเร็วนี้ อีกหนึ่งสองปีก็คงย่อยหมดแล้ว…”
“น่าเสียดาย ไม่มีเวลาขนาดนั้น กำหนดหนึ่งเดือนก็ใกล้จะครบแล้ว…”
ความคิดของฟรังก้าลอยฟุ้งไปสักพัก จนกระทั่งพายุหิมะสงบ เปลวเพลิงไร้รูปไร้สีดับมอด พายุเฮอริเคนสลายกระจายไปรอบทิศ พัดต้นโอ๊กที่อยู่ไกลจนทิ้งตัวต่ำ
ลูเมี่ยนที่กลับมาขนาดมนุษย์ปกติ เดินมายังหน้าเสาหินสีเทาขาว สีหน้าอ่อนล้าแต่ยังคงยิ้มได้
“กลับเขตคุ้มครองกันเถอะ”
ฟรังก้าตอบด้วยรอยยิ้ม กระโดดลงจากเสาหินสูงเกือบร้อยเมตร ร่อนลงพื้นเบาดุจขนนก
ในขณะนั้นเอง ลูเมี่ยนหันศีรษะกลางไปทางด้านข้าง มองไปยังป่าโอ๊กแห่งอื่น ซึ่งยังไม่ถูกหายนะปกคลุม
ฟรังก้าตระหนักได้ทันทีว่า แสงจันทร์สีแดงฉานในบริเวณนี้ ทั้งเข้มและสว่างขึ้นเล็กน้อย
จากส่วนลึกของป่าโอ๊ก สตรีร่างหนึ่งเดินออกมา สวมชุดเดรสสีดำงดงามรัดเอว บ่าคลุมผ้าคลุมไหล่สีเดียวกัน สองมือสวมถุงมือยาวทำจากผ้าโปร่งบาง ศีรษะสวมหมวกกลมใบเล็กเอียงข้าง ดูซุกซนไม่เบา
อกเธอประดับสร้อยเพชรฝังทอง คิ้วไม่เข้มไม่จาง พอดีพอเหมาะ ดวงตาสีแดงเข้มสว่างผิดปกติ งดงามราวกับย่อส่วนพระจันทร์แดงใส่ไว้ในดวงตาตนเอง
ฟรังก้าไม่เคยเห็นสตรีงามเพียงนี้มาก่อน แม้แต่ใบหน้าของชีคเมื่อเทียบกับเธอแล้ว ยังด้อยกว่าครึ่งส่วน
ความงามนี้เป็นความงามบริสุทธิ์ ความงามสุดขีด ทำให้อยากชื่นชม อยากปกป้อง ไม่กล้าเข้าใกล้ ไม่อยากลบหลู่ ส่วนความงามของชีคเต็มไปด้วยเสน่ห์สตรี เสน่ห์เพศหญิง ในด้านการเย้ายวนนั้นเหนือกว่าครึ่งส่วน
ขณะที่ฟรังก้ามองจนลืมหายใจ ลูเมี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้ม
“คุณนายปัวริส มาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อันใด?”
คุณนายปัวริสในตอนนี้ นอกจากโฉมหน้าแล้ว ก็เหมือนตอนที่เขาพบครั้งแรกที่หมู่บ้านกอร์ตูทุกประการ
คุณนายปัวริส…สตรีที่ให้กำเนิดโอมีเบล่า? ฟรังก้าสะดุ้งโหยง หลุดพ้นจากความงามสุดขีดอันชวนหลงใหล
เธอก้มสายตาลง ไม่กล้ามองอีก เตรียมพร้อมที่จะใช้พลังพิเศษสนับสนุนลูเมี่ยน
คุณนายปัวริสยิ้มบางพลางเอ่ยตอบ
“มาดูพวกเจ้า และมาอำลา”
“ข้าเคยคิดว่า ครั้งที่แล้วจะเป็นครั้งสุดท้าย ไม่นึกว่า ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ยังต้องการเวลา”
“อำลา?” ลูเมี่ยนเลิกคิ้ว
คุณนายปัวริสหัวเราะ
“ถูกต้อง ข้ากำลังจะกลับสู่อ้อมกอดของมารดาแล้ว”
“กลับสู่อ้อมกอดของมารดา?” ลูเมี่ยนขมวดคิ้ว “เจ้าทำมากมายขนาดนั้น ก็เพื่อลงเอยแบบนี้?”
ในบริบทที่เกี่ยวกับ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ การกลับสู่อ้อมกอดของมารดาก็คือความตาย
คุณนายปัวริสกล่าวด้วยสีหน้าอ่อนโยน
“นี่คือสิ่งที่ข้าปรารถนา อ้อมกอดของมารดาคือรากเหง้าของพวกเรา และเป็นจุดหมายที่พวกเราถูกกำหนดไว้”
“ณ ที่นั่น พวกเราจะได้รับความสงบ ความอบอุ่น การหลับใหล และได้รับการเกิดใหม่”
“ชีวิตคือการเดินทาง ข้ามาแล้ว เห็นแล้ว ประสบแล้ว ย่อมต้องกลับสู่อ้อมกอดของมารดา รอคอยการเดินทางครั้งต่อไป”
ฟังดูชั่วร้ายจัง…ฟรังก้ารำพันในใจ
ลูเมี่ยนถามขึ้นทันใด
“ถูกต้อง นี่คือพรจาก ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ พระองค์ฝากไว้กับข้าชั่วคราว” คุณนายปัวริสกล่าวกับลูเมี่ยนและโอลัวร์อย่างอาลัยอาวรณ์ “การเดินทางช่วงชีวิตนี้ของข้า เสียดายที่สุดคือการคลาดกับพวกเจ้าที่หมู่บ้านกอร์ตู”
“ลาก่อน คงได้พบกันอีก เพราะทุกชีวิตจะกลับสู่อ้อมกอดของมารดา”
คุณนายปัวริสยังพูดไม่ทันขาดเสียง เศียรฝั่งซ้ายของลูเมี่ยน ซึ่งมีใบหน้าชีค ก็หันขวับมาข้างหน้าทันที พร้อมกับยิ้มหวานหยดย้อย
เสน่ห์!
เสน่ห์จากนางมารเทพแท้จริง!
น่าเสียดาย ลูเมี่ยนยังช้าไปนิด ร่างของคุณนายปัวริสกลายเป็นสีแดงเข้ม หลอมรวมเข้ากับแสงจันทร์ที่แผ่ปกคลุมทั่วโลก เหลือเพียงเงาเลือนรางที่กำลังโบกมือลา
“เกิดอะไรขึ้น?” ฟรังก้าถามอย่างระแวดระวัง
ลูเมี่ยนถามกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“การที่ลำดับ 1 เทพแห่งความงาม กลับสู่อ้อมกอดของมารดาอย่างกะทันหัน มีความหมายว่าอย่างไร?”
ฟรังก้าตกใจจนตัวสั่น
“หมายความว่า ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ หลอมรวมกับ ‘รังมารดา’ ใกล้จะเสร็จแล้ว จึงต้องการตะกอนพลังลำดับ 1 ไปค้ำจุน!”
เสียงเธอเพิ่งจบ ในบริเวณที่ลูเมี่ยนทำลายไปก่อนหน้านี้ พื้นดินดำเกรียมงอกพืชพรรณนานาชนิด ทั้งหมดยืดยาวสู่ท้องฟ้า
ณ ขอบฟ้าทิศตะวันตก พระจันทร์สีแดงฉานดั่งโลหิต เริ่มลอยขึ้นอย่างเชื่องช้าและยากลำบาก เผยให้เห็นขอบด้านหนึ่ง
……………………………………………………..