ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1149 สวมบทบาท
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1149 สวมบทบาท
ตอนที่ 1149 สวมบทบาท
เห็นพระจันทร์แดงลอยขึ้นทีละนิด หนังศีรษะฟรังก้าชาวาบในพริบตา ผมยาวสีเชือกป่านที่ทวีความดำขลับของตน ก็งอกยาวตามไปด้วย
“พวกเราจะทำยังไงกันดี?” เธอทนไม่ไหว ถึงกับหันศีรษะไปมองลูเมี่ยน
หลังกลายเป็น ‘นางมารหายนะ’ เธอเริ่มเข้าใจอย่างเลือนราง ถึงสิ่งที่ลูเมี่ยนจะทำต่อไป หรือเรียกอีกอย่างคือ แผนการที่วางไว้ล่วงหน้า
อาศัยความช่วยเหลือจากเหล่าผู้คนบนทวีปตะวันตก ชิงลงมือก่อนที่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จะรองรับ ‘รังมารดา’ สำเร็จ สถาปนาตนกลายเป็น ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ และ ‘หายนะล้างโลก’ จากนั้นก็ใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง ‘พระแม่ธรณี’ ลิลิธกับโอมีเบล่า อาศัยการสังหารเทพแท้จริงองค์นี้ เพื่อปลิดชีพโอมีเบล่าที่เกิดใหม่ไปพร้อมกัน กระตุ้นเจตจำนงต่อต้านของ ‘รังมารดา’ ที่มีต่อ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ สุดท้ายก็คว้าโอกาสที่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ กับ ‘รังมารดา’ ต่อสู้กันอย่างดุเดือด สร้างความเสียหายหนักแก่ฝ่ายแรก สร้างความเสียหายหนักแก่เสาหลักองค์นั้น ขับไล่พระองค์ออกไปนอกบาเรียโลกดารา
เมื่อแผนการนี้เริ่มต้น เวลาทุกวินาทีมีค่ายิ่งยวด เพราะหลังจาก ‘พระแม่ธรณี’ ลิลิธยอมถูกสังหาร บาเรียโลกดาราจะแตกสลายในไม่ช้า ลูเมี่ยนต้องสร้างความเสียหายหนักและขับไล่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ภายในช่วงเวลาแสนสั้น แล้วย้อนกลับไปยังบาเรียโลกดาราให้ทันเวลา เข้าแทนตำแหน่งของ ‘พระแม่ธรณี’ หากไม่แล้ว สถานการณ์จะพังทลายโดยสิ้นเชิง วันสิ้นโลกจะมาถึงก่อนกำหนด
ถ้าสุดท้ายแล้ว แผนการนี้สำเร็จลุล่วง อาศัย ‘เหนือลำดับ’ อย่างลูเมี่ยนคอยรักษาบาเรีย อย่างน้อยจะแย่งชิงเวลาได้อีกสองสามปี ถึงตอนนั้น มิสเตอร์ฟูลจะตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ ปลดผนึกที่ล้อมรอบทวีปตะวันตก อำนวยความสะดวกให้ ‘วันวาน’ มากมายถือกำเนิด
สำหรับแผนการนี้ ฟรังก้าเคยกังวลหลักๆ อยู่สองจุด
หนึ่งคือ ตั้งแต่วินาทีที่ ‘พระแม่ธรณี’ ลิลิธร่วงหล่น จนถึงบาเรียโลกดาราแตกสลาย อาจมีเวลาเพียงเสี้ยวอึดใจ ลูเมี่ยนจะสามารถสร้างความเสียหายหนักแก่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ที่เป็นเสาหลักได้จริงหรือ?
สองคือ ต่อให้ลูเมี่ยนมีวิธีการพิเศษ สามารถกระทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อนี้สำเร็จได้จริง เขาที่แต่เดิมก็มีสติ ‘เป็นบางคราว’ เท่านั้น เป็นเทพแท้จริงที่ดุลยภาพในตัวแสนจะเปราะบาง หากฝืนรองรับ ‘นครภัยพิบัติ’ เข้าไป เขาจะยังรักษาเสถียรภาพเพื่อคงบาเรียได้นานแค่ไหน?
แต่ยามนี้ ฟรังก้าพบว่าตนไม่จำเป็นต้องกังวลแล้ว
เพราะแผนการของพวกเขายังไม่ทันเริ่ม ก็กำลังจะได้ต้อนรับความล้มเหลว!
เพราะ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ กำลังจะรองรับ ‘รังมารดา’ เสร็จสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งใดหน่วงเหนี่ยวพระองค์ได้อีก!
ช่วงเวลานี้ แท้จริงแล้วยังสามารถเร่งมือสังหาร ‘พระแม่ธรณี’ ลิลิธ เพื่ออาศัยประโยชน์จากการเชื่อมโยงเชิงสัญลักษณ์ กระตุ้นเจตจำนงต่อต้านของ ‘รังมารดา’ ขึ้นใหม่ ถ่วงความคืบหน้าของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ให้ลูเมี่ยนมีเวลารองรับ ‘นครภัยพิบัติ’
แต่ถ้าทำแบบนั้น ใครจะช่วยเสริมแกร่งให้บาเรียโลกดารา ใครจะมาขัดขวางการรุกรานของ ‘เทพภายนอก’ ที่เหลือ?
ซ้ายก็ตาย ขวาก็ตาย!
ลูเมี่ยนยกมุมปากขึ้น เผยรอยยิ้ม พลางกล่าวกับฟรังก้า
“ยังมีโอกาส ยังมีวิธี”
ขณะพูด ทิวทัศน์รอบตัวทั้งสองพลันแปรเปลี่ยน จากป่าและวัชพืชที่เติบโตอย่างบ้าคลั่ง กลายเป็นคฤหาสน์ที่ตั้งอยู่ในเขตคุ้มครอง
ยังมีวิธีหรือ? ฟรังก้าติดเชื้อท่าทีสงบนิ่งของลูเมี่ยน จึงลดความตื่นตระหนกลง
ลูเมี่ยนพยักหน้าให้เธอ
“เจ้ารีบพาอ็องโตนีกับลุดวิกไปหามาดามเมจิกเชี่ยนทันที ทำตามคำสั่งของท่าน ข้าจะไปเหนือหมอกสีเทาพบมิสเตอร์ฟูล”
“ได้” ฟรังก้าไม่พูดพล่าม ไม่ใช้อารมณ์
ถัดมา เธอก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว กอดร่างของลูเมี่ยนที่ซ้ายขวาต่างกัน ไม่พูดไม่จาอยู่สองวินาที
เธอกลับไปยืนตรงอีกครั้ง ยื่นมือขวาออกมา แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มสดใส
“ขอให้พวกเราปลอดภัย และขอให้คุณโชคดี”
ลูเมี่ยนยิ้มกว้าง พลางยกมือขวา แปะมือกับฟรังก้า
ท่ามกลางเสียงตบ เขาจ้องมองฟรังก้าอย่างลึกซึ้งสองสามวินาที แล้วหันตัวกลับ เดินขึ้นบันไดไป หมอกสีเทาขาวเริ่มอบอวลรอบกาย
จนกระทั่งร่างของลูเมี่ยนหายลับไปจากสายตา ฟรังก้าจึงปาดตา หันร่างกลับด้วยสีหน้าปกติ เดินไปหาอ็องโตนีกับลุดวิกที่ได้รับแจ้งจาก ‘ช่องทางจิต’
“พวกเราต้องย้ายตำแหน่ง” ฟรังก้ากล่าวด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายปนรอยยิ้ม
ขณะเดียวกัน ผู้มีลำดับสูงหลายคนในเขตคุ้มครอง ต่างก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดี
‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดตรีบหยิบ ‘ตะเกียงวิเศษประทานพร’ ออกมา
ไม่จำเป็นต้องให้เธอลูบผิวตะเกียง แสงสีทองอ่อนก็พุ่งออกมาจากปากตะเกียง ควบแน่นเป็นร่างเงาอ่อนแรง ซึ่งภายในเป็นสีเขียวขาว
เสียงทรงอำนาจของ ‘จินนี่’ ดังก้องขึ้นทันที
“ข้าบอกพระองค์ทั้งหลายแล้วว่า พี่สาวของข้ารองรับ ‘รังมารดา’ ได้เร็วกว่าที่พวกพระองค์คิด เหตุใดจึงไม่รีบเร่ง?”
“โชคชะตาเป็นเพียงเส้นพื้นฐาน การเชื่อวิวรณ์แห่งโชคชะตาอย่างมืดบอดจะถูกสวนกลับ!”
ในฐานะอดีต ‘ผู้หยั่งรู้’ ราชินีเงื่อนงำแบร์นาแดตเข้าใจสิ่งที่ ‘จินนี่’ ต้องการสื่อได้อย่างง่ายดาย
วิวรณ์ของโชคชะตาย่อมไม่ผิดแน่นอน แต่มันเพียงแสดงเส้นพื้นฐาน ตัวอย่างเช่น ในปัญหาปัจจุบัน วิวรณ์ที่โชคชะตามอบให้อาจเป็น ‘ภายในหนึ่งเดือนจะไม่เกิดปัญหาใหญ่’ แต่มันจะไม่บอกแก่ผู้แสวงหาวิวรณ์ว่า พอเกินหนึ่งเดือนไปนิดเดียว ก็จะต้องต้อนรับวันสิ้นโลกทันที
ในทำนองเดียวกัน โชคชะตาจะบอกผู้แสวงหาวิวรณ์เพียงว่า รออีกหนึ่งเดือนยังมีโอกาส มีความหวัง จะไม่เตือนอีกฝ่ายว่า ควรลงมือล่วงหน้า โอกาสจะมากขึ้น ความหวังจะใหญ่ขึ้น
หลังจากนิ่งเงียบไปสองสามวินาที ‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดตเอ่ยกับ ‘จินนี่’ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“บางที คงเพราะโชคชะตาน่าอัศจรรย์เช่นนี้ พวกเราจึงมีโอกาสและความหวัง และยังคงจะมีต่อไป”
ได้ยินประโยคดังกล่าว ‘จินนี่’ ก็ไม่พูดอะไรอีกเลย
…………
เหนือสายหมอกสีเทา ภายในพระราชวังโอ่อ่า
ร่างของลูเมี่ยนเพิ่งปรากฏ ก็หันไปพูดกับมิสเตอร์ฟูลที่ประทับอยู่บนหัวโต๊ะสำริดยาว
“อย่างช้าสุดครึ่งชั่วโมง เทวมารดาเสื่อมทรามจะรองรับ ‘รังมารดา’ เสร็จสมบูรณ์แล้ว พวกเราไม่เคยพบสัญญาณใดๆ มาก่อนเลย”
มิสเตอร์ฟูลที่ปกคลุมด้วยหมอกสีเทาขาว พยักหน้ารับอย่างอ่อนโยน
“ไม่ต้องร้อนรนไป”
“นี่ก็อยู่ในแผนสำรองของพวกเราเช่นกัน หากรอโอกาสดีที่สุดไม่ได้ โอกาสระดับกลาง หรือแม้แต่แย่กว่านั้นหน่อย ก็ยังคงเป็นโอกาสอยู่ดี”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น” ลูเมี่ยนคลี่ยิ้ม สีหน้าดูผ่อนคลายยิ่ง
ในที่สุดก็มาถึงแล้ว
สำหรับเขา นี่เหมือนกับว่า การเดินทางอันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความทุกข์ ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว ความรู้สึก ‘ได้ปล่อยวาง’ จึงเหนือกว่าสิ่งอื่นใด
วินาทีถัดมา เขาลุกขึ้นยืน ยกมือประทับอก คำนับมิสเตอร์ฟูลอย่างสำรวมยิ่ง เป็นทางการถึงที่สุด
“มิสเตอร์ฟูลผู้ทรงเกียรติ พวกเราเริ่มกันเถิด”
“ขอให้ทุกอย่างราบรื่น ขอให้วันหน้าได้พบกันอีก” มิสเตอร์ฟูลก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน ถอดหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูงบนศีรษะ นำมาวางไว้บนหน้าอก โค้งตอบลูเมี่ยน
ผ่านไปไม่กี่วินาที ร่างหนึ่งทะลุผ่านม่านหมอกสีเทา เข้ามาในพระราชวังแห่งนี้
ไม่ใช่ใครนอกจากพระแม่ธรณีลิลิธ กำลังอุ้มทารกล่องหน อวบอิ่มงดงาม เปี่ยมไปด้วยรัศมีแห่งมารดา พระองค์เสด็จผ่านแดนฝันมายังอาณาจักรเทพที่ขึ้นตรงต่อปราสาทต้นกำเนิด
“ถึงเวลาแล้วหรือ?” บรรพชนผีดูดเลือดพระองค์นี้ เอ่ยถามมิสเตอร์ฟูลด้วยรอยยิ้มผ่อนคลาย
สภาพของพระองค์คล้ายคลึงกับลูเมี่ยนมาก รอยยิ้มก็เช่นกัน
โดยไม่รอให้มิสเตอร์ฟูลตอบ ลิลิธมองไปยังลูเมี่ยนที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะสำริดยาว เอ่ยด้วยความเข้าใจฉับพลัน
“ที่แท้ให้เขาเป็นผู้สังหารข้า…”
“นั่นสินะ เป็นเขาถูกต้องแล้ว”
พระแม่ธรณีลิลิธผ่อนลมหายใจออกมา แววตาบนใบหน้างดงามอ่อนโยน เจือความเมตตาไว้หลายส่วน
พระองค์ถึงกับกล่าวขอบคุณลูเมี่ยน
“ลำบากท่านแล้ว”
จากนั้น พระองค์ก็เร่งเร้า
“เริ่มเถิด เร่งมือกันหน่อย”
ลูเมี่ยนหันไปมองมิสเตอร์ฟูล หลังได้รับการพยักหน้าตอบ ก็เดินไปยังปลายสุดของโต๊ะสำริดยาว หมุนเก้าอี้ตัวแทนไพ่ ‘เดอะเวิร์ล’ ไปครึ่งรอบ หันหน้าไปทางพระแม่ธรณีลิลิธ
บนเก้าอี้ตัวนี้วางไพ่ใบหนึ่ง หน้าไพ่เป็นจักรพรรดินีโรซายล์สวมชุดคลุมท้อง ท้องป่อง เปี่ยมไปด้วยรัศมีแห่งมารดา
ไพ่เย้ยเทพ
ไพ่ ‘มารดา’!
ลูเมี่ยนหยิบไพ่ ‘มารดา’ ขึ้นมา นั่งลงตรงตำแหน่งของ ‘เดอะเวิร์ล’
ทั้งสองฝั่งของเขา จีดาสผู้งามไร้ตำหนิ กับองคาพยพของ ‘โอมีเบล่า’ ที่มีลักษณะเหมือนลำต้นไม้เหี่ยวแห้ง ปรากฏขึ้นมาด้วยความช่วยเหลือของมิสเตอร์ฟูล
วินาทีถัดมา จีดาสถูกลูเมี่ยนบงการ อ้าปากร้องเรียกเขาเสียงแผ่ว
“ท่านแม่”
ได้ยินคำเรียกนี้ ลูเมี่ยนยิ้มออกมา
ใช่แล้ว สิ่งที่เขาจะ ‘สวมบทบาท’ ต่อไปคือ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’!
นี่ไม่ใช่สัญลักษณ์ที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างเลื่อนลอย แต่เป็นสิ่งที่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ เห็นชอบและอนุญาตเอง
หรือกล่าวได้ว่า เสาหลักพระองค์นี้หล่อหลอมขึ้นด้วยมือของพระองค์เอง!
หลังจากรองรับเศษดวงวิญญาณของจีดาสที่หมู่บ้านกอร์ตู หลอมรวมสายเลือดของโอมีเบล่าที่กรุงทรีอาร์ ลูเมี่ยนก็กลายเป็นมารดาที่หล่อเลี้ยงบุตรแห่งเทพทั้งสองนี้ เช่นเดียวกับคุณนายปัวริส
หนึ่งอยู่ที่มืด หนึ่งอยู่ที่สว่าง
หลังจากนั้น ผ่านการจัดแจงหลายครั้ง สัญลักษณ์ด้านนี้ของเขาก็ถูกเสริมแกร่งให้ยิ่งเหนียวแน่น
ดังนั้น ในยามจั่วไพ่อาร์คาน่าใหญ่ เขาจึงจั่วได้ไพ่ ‘เดอะเวิร์ล’ เป็นใบแรก
ดังนั้น เมื่อเขาเข้าสู่โลกในกระจกพิเศษ การพบกับ ‘นางมารต้นกำเนิด’ หรือ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ ซึ่งเป็นตัวแทนของภัยพิบัติ จึงทำให้โอมีเบล่าถือกำเนิดอย่างแท้จริง เสด็จเยือนโลกความจริง!
ในเรื่องราวเหล่านี้ สิ่งที่เขาสวมบทบาทคือ ‘มารดา’
หรือระบุให้ชัดก็คือ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’
นี่เป็นการสวมบทบาทที่ได้รับอนุญาต เป็นความเชื่อมโยงเชิงสัญลักษณ์ที่เจ้าของเดิมยอมรับแล้ว!
เมื่อพระจันทร์แดงเสด็จเยือน ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ได้ถูก ‘ปั่นหัว’ และ ‘หลอกลวง’ จนไม่ได้ลงมือสังหารลูเมี่ยนในทันที ไม่ได้ยุติความเชื่อมโยงเชิงสัญลักษณ์ด้านนี้ ส่งผลให้สามารถใช้ประโยชน์จากจุดนี้ในทางย้อนกลับได้!
เพื่อการนี้ ลูเมี่ยนจึงจงใจรวมจีดาสตัวจริงเข้าในกองพลสีเลือด นำซากของโอมีเบล่ามาเปลี่ยน ให้พวกมัน ‘ยอมรับ’ ว่าตนเป็นมารดา เสริมอำนาจแก่สัญลักษณ์ด้านนี้
ไพ่ ‘มารดา’ ก็มิสเตอร์ฟูลเป็นผู้มอบให้ หน้าที่ของมันคือการเสริมอำนาจแก่สัญลักษณ์นี้เช่นกัน
มองดู ‘พรแห่งธรณี’ ที่แนบชิดเคียงข้างตนอย่างสนิทใจ ลูเมี่ยนหลับตาลงชั่วครู่ พลันนึกถึงคำกระซิบไม่กี่ประโยคของนางมารต้นกำเนิดชีค ซึ่งเคยกล่าวไว้กับตน
“เจ้าเป็นใครไม่สำคัญ…”
“เจ้าอยากทำอะไรก็ไม่สำคัญ…”
“สิ่งสำคัญคือ เจ้าสวมบทบาทอะไร…”
ลูเมี่ยนคลี่ยิ้ม ส่งสัญญาณให้ซากของโอมีเบล่า ย้ายมายืนหน้าพระแม่ธรณีลิลิธ จนร่างทั้งสองซ้อนทับกัน
ลูเมี่ยนบนเก้าอี้แทน ‘เดอะเวิร์ล’ ยิ้มสดใสยิ่งขึ้น มือซ้ายของเขาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงไร้รูปไร้สี มือขวากำเพลิงทมิฬอันชั่วร้ายแต่เงียบงัน ราวกับสามารถแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง
“ใช่แล้ว ข้าเป็นใครไม่สำคัญ”
“สิ่งสำคัญคือ ข้าสวมบทบาทอะไร”
“แต่สิ่งที่ข้าอยากทำก็สำคัญเช่นกัน!”
คิดถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนลุกขึ้นยืนทันที ฟาดเปลวเพลิงสองชนิดที่แตกต่างกันออกไป พวกมันประสานเข้าด้วยกัน พุ่งตรงไปยังพระแม่ธรณีลิลิธและซากของโอมีเบล่า
บัดนี้ ข้าจะสวมบทบาทเป็น ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’!
สิ่งที่ข้าอยากทำคือ สังหารโอมีเบล่าลูกสาวของข้า!
……………………………………………………..