ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1154 หายนะล้างโลก
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1154 หายนะล้างโลก
ตอนที่ 1154 หายนะล้างโลก
พร้อมกับที่ลูเมี่ยนกำแขนข้างหนึ่งทางฝั่งขวาแน่น ความว่างเปล่าด้านหน้าเขาก็พังทลายเป็นองค์รวม มาถึงจุดอวสาน ก่อตัวเป็นวังวนปฐมกาล บรรจุทุกสีสันและทุกความเป็นไปได้
เช่นเดียวกับที่ ‘อวสาน’ เป็นขั้นกว่าของ ‘หายนะ’
‘ปฐมกาล’ ก็เป็นขั้นกว่าของ ‘อวสาน’
‘หายนะ’ จะก่อให้เกิดการล่มสลายองค์รวมของระบบหนึ่ง ส่วน ‘อวสาน’ ทำให้การล่มสลายอย่างหายนะนี้ ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เป็นการระเบิดรวมของความขัดแย้ง ทำให้สรรพสิ่งที่พัวพันรวมเป็นหนึ่งเดียว
‘ปฐมกาล’ ก็คือตัวแทนของ ‘หนึ่งเดียว’ ที่ถูกรวม เป็นตัวแทนของบทสรุปหลังการระเบิดครั้งใหญ่
ดังนั้น ‘ปฐมกาล’ ของ ‘นางมารปฐมกาล’ จึงไม่อาจนำมาใช้ตรงๆ กับเป้าหมายที่ค่อนข้างมั่นคงและสมดุล ก่อนอื่นต้องสร้างการล่มสลายแบบหายนะในบริเวณที่กำหนด จุดชนวนให้ความขัดแย้งระเบิดออก ก่อตัวเป็นวังวนปฐมกาลที่จับต้องได้ จากนั้นจึงจะสามารถแผ่ขยายออกไปภายนอก ส่งผลกระทบต่อเป้าหมาย
วังวนที่บรรจุทุกสีสันเพิ่งปรากฏ ก็แผ่ขยายไปยัง ‘มังกรหายนะ’ ตัวนั้นทันที
มันสัมผัสกับบาเรียล่องหน แต่ไม่อาจสัมผัสร่างกายอันใหญ่โตของ ‘มังกรหายนะ’ ได้ตรงๆ
นี่คือหนึ่งในอำนาจของตราผนึก
‘มังกรหายนะ’ ไม่อาจสร้าง ‘การโจมตี’ หรือ ‘หายนะ’ ในบริเวณที่พระองค์ขดตัวอยู่ รวมถึงบริเวณที่โซ่สีดำเหล็กทอดยาวไป หากไม่แล้ว พระองค์คงทำร้ายตัวเอง จนโซ่ล่ามมังกรพังทลายไป เพื่อกลับคืนสู่ ‘มหาสมุทร’ ขอเพียงพระองค์ยังมีเปลวไฟหลงเหลืออยู่แค่หนึ่งดวง ก็ยังสามารถสร้างร่างกายขึ้นใหม่ได้เสมอ
ตราผนึกนี้ ไม่เพียงจะตีกรอบ ‘มังกรหายนะ’ แต่ยังตีกรอบลูเมี่ยนไปด้วย
วังวนปฐมกาลเริ่มกวนคนบาเรียล่องหนนั้น ดึงรั้งพวกมันเข้ามา ฉีกเป็นชิ้นๆ แล้วกลืนกิน
แต่พลังของบาเรียดูราวกับจะไร้สิ้นสุด ไม่มีทีท่าว่าจะพังทลายในเวลาอันสั้น
รอบบ่อล่ามมังกร ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ ‘อริยสงฆ์’ และเหล่าคนใหญ่คนโตแห่งทวีปตะวันตก อาศัยพลังของตัวเองตามลำดับ คลายการเชื่อมต่อทีละชั้น ทำให้ตราผนึกโดยรวมเกิดช่องว่าง ณ จุดที่ลูเมี่ยนโจมตี
บนผิวโซ่ที่ล่ามร่างกายตรงส่วนนั้น เหล่า ‘ปีศาจ’ ที่แปลงมาจากภาพนูนต่ำเห็นว่าปฐมกาลกำลังจะกลืนกินตน ไม่เพียงไม่โกรธเคือง กลับมีสีหน้ายินดี พวกมันต่างเหยียดหลังตรง เชิดหน้าขึ้น บนใบหน้าสีเขียว เขี้ยวแหลม กระดูกขาวและหนองเหลืองเผยความภาคภูมิใจและความรู้สึกหลุดพ้น
วังวนที่บรรจุทุกความเป็นไปได้ ม้วนกลืนพวกมันเข้าไป ปีศาจแต่ละตนแตกกระจายในพริบตา สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย
โซ่ล่ามมังกรสิบกว่าเส้นในตำแหน่งดังกล่าว ทยอยขาดตามไปด้วย ตกลงไปในปฐมกาล
ร่างกายส่วนนั้นของ ‘มังกรหายนะ’ ก็ถูกฉีกขาดเช่นกัน เปลวไฟสีแดงฉาน โครงกระดูกสีดำเหล็ก หนามกระดูกสีขาว ขนสีดำ ล้วนดับสูญไปในปฐมกาลที่บรรจุทุกสีสัน
เศียรทั้งสามของพระองค์เงยขึ้นพร้อมกัน ส่งเสียงคำรามอันเป็นทุกข์
ร่างกายส่วนที่ถูกวังวนปฐมกาลกระทบ ก็เริ่มขาดออกจากกันตามไป
ในสภาพที่ขาดโซ่ล่ามมังกรยึดตรึง เปลวไฟสีดำอัดแน่นด้วยความบ้าคลั่ง อันแน่นด้วยการทำลายล้าง อัดแน่นด้วยปฐมกาล ถึงคราวลุกโชนก่อนเวลาอันควร
เปลวไฟสีดำผืนใหญ่นี้ พุ่งปะทะกับปฐมกาลที่แผ่ขยายมา ทั่วทั้งมหาสมุทรสีเลือดพลันสูญเสียแสงสว่าง สูญเสียสรรพเสียง และสูญเสียความเคลื่อนไหว
ทั้งสองดับสูญไปพร้อมกัน
ลูเมี่ยนเตรียมจะฉวยโอกาสขณะที่ยังโจมตีได้ผล หว่านหายนะ ต้อนรับอวสาน ก่อสงครามระลอกแล้วระลอกเล่า ทว่าจากส่วนลึกของจิตใจของเขา ความคิดอันบ้าคลั่งพลันเอ่อล้นออกมา
‘โอกาส’ บนตัวเขาสิ้นสุดลงก่อนเวลา
เขาคลุ้มคลั่งไปแล้ว บ้าคลั่งไปแล้ว!
นี่เป็นเพราะมังกรหายนะเป็น ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ที่ไม่สมบูรณ์ ตราบใดที่พระองค์ไม่ได้ตั้งใจกดข่มมัน สัญลักษณ์แห่ง ‘ภัยพิบัติ’ ย่อมส่งผลอิทธิพลต่อบริเวณโดยรอบตลอดเวลา
สำหรับลูเมี่ยนแล้ว ภัยพิบัติแฝงหลักๆ ในตัวเขามีสองประการ
หนึ่งคือ สมดุลในตัวเขาเปราะบางมาก
สองคือ ความจริงแล้วเขาคลุ้มคลั่งไปแล้ว เพียงแต่อาศัยปาฏิหาริย์ของ ‘เดอะฟูล’ ไคลน์คอยค้ำจุน จึงยังสามารถครองสติ ‘เป็นครั้งคราว’ ได้
ปัญหาแรกถูกจุดชนวนไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อครู่ ส่วนปัญหาหลัง บัดนี้ก็นำมาซึ่งภัยพิบัติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!
ขณะที่เศียรตรงกลางของลูเมี่ยนเริ่มสูญเสียสติสัมปชัญญะ ดวงตาเปี่ยมล้นด้วยความบ้าคลั่ง สีหน้าบิดเบี้ยวเหยเก ใบหน้าวังวนปฐมกาลตรงกลางเศียรบนไหล่ซ้ายก็พลันปรากฏรูเพิ่มสองรู เสมือนมีคนควักตรงตำแหน่งดวงตาออกไป จนเกิดเป็นอวัยวะใหม่
ใบหน้านี้ เริ่มยึดครองร่างกายทั้งหมดทันที
บุคลิกภาพเสมือน!
บุคลิกภาพเสมือนจาก ‘นักสร้างฝัน’!
ตลอดหนึ่งเดือนมานี้ ลูเมี่ยนนอกจากจะปรับสภาพ ทำให้จิตใจมั่นคง รวมถึงคอยมอบความช่วยเหลือแก่สมาชิกชุมนุมทาโรต์ คนที่ตนยังให้ความสำคัญ และเขตคุ้มครองแล้ว เวลาที่เหลือล้วนใช้ไปกับการครุ่นคิดว่า ระหว่างสู้รบกับ ‘มังกรหายนะ’ จะพบเจอปัญหาใดบ้าง
อาศัยประโยชน์จากการที่ ‘เดอะฟูล’ ไคลน์ตื่นอย่างสมบูรณ์แล้ว รองรับ ‘ปราสาทต้นกำเนิด’ สำเร็จแล้ว เข้าใจและเชี่ยวชาญสัญลักษณ์ของตนอย่างลึกซึ้งแล้ว เขาจึงได้ทราบว่า ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ‘หายนะล้างโลก’ มีสัญลักษณ์ใดบ้าง และจะส่งอิทธิพลกับตนอย่างไร
สำหรับเรื่องนี้ เขาอาศัยพลังของ ‘นักสร้างฝัน’ สะกดจิตตัวเองล่วงหน้า ฝังบุคลิกภาพเสมือนเข้าไป เมื่อจิตสำนึกหลักคลุ้มคลั่ง บุคลิกภาพเสมือนชั่วคราวจะปรากฏขึ้นทันที หลอมรวมกับใบหน้าวังวนปฐมกาลที่เป็นตัวแทนของ ‘นักสร้างฝัน’ เพื่อเข้าควบคุมร่างกาย
ที่เลือกใบหน้านี้ก็เพราะ มีเพียงสถานะและศักดิ์ของมันเท่านั้น ที่สามารถกดข่มใบหน้าอื่นๆ ได้ชะงักงัน รวมถึงกดข่มความคลุ้มคลั่งของจิตสำนึกหลักได้
บุคลิกภาพเสมือนที่โดยพื้นฐานแล้ว คัดลอกมาจากลูเมี่ยนตัวจริง มีความแตกต่างเพียงเล็กน้อย เพิ่งเข้ายึดครองสัญชาตญาณอันคลุ้มคลั่งสำเร็จ เบื้องหน้าเขาก็ปรากฏจักรวาลสีดำสนิทไร้ขอบเขตขึ้นมา ปรากฏดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง ซึ่งใหญ่กว่าและสว่างยิ่งกว่าดวงอาทิตย์
แก่นกลางของดาวฤกษ์ดวงดังกล่าว เริ่มยุบตัวเป็นวงกว้างทันที ตามด้วยการฉายแสงและความร้อนที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงได้
ทะเลแสงอันร้อนแรงเหนือพรรณนา เกินกว่าจินตนาการใดทั้งหมด เริ่มพุ่งเข้าหาลูเมี่ยนที่อยู่ห่างกันเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ
เศียรตรงกลางของลูเมี่ยนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ไอ้เวรนี่ก็ถือเป็นหายนะด้วยหรือไง?”
…………
บริเวณรอยต่อระหว่างทวีปตะวันตกกับทะเลหมอก เหนือหมอกสีเทาขาว
ยอดเขาสูงหมื่นเมตร เสมือนรังนกบนผิวจันทร์เพ็ญสีเลือด เกิดการสั่นสะเทือนฉับพลัน ยุบตัวลงทีละส่วน
การหลอมรวมที่หยุดนิ่ง กลับมาเริ่มขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่ไม่เร็วเหมือนตอนพระจันทร์เลือดเพิ่งลอยขึ้น
ไคลน์หลายหมื่นหลายแสนล้านร่าง ซึ่งกำลังล้อมกรอบโลกแสงจันทร์ บางส่วนกำลัง ‘ตีกันเอง’ บางส่วนกำลังส่งอิทธิพลข้ามระยะห่างไปถึง ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ แต่ทำได้เพียงก่อกวนเท่านั้น
…………
ที่ใดสักแห่งในซากปรักหักพังของทวีปใต้
ภายในมิติแห่งหนึ่ง ซึ่งปนเปื้อนมลทินของ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ซึ่งส่งผ่านมาโดยอาศัย ‘เทพผู้ถูกล่าม’ คอยปกป้องและซ่อนเร้นไว้
เหล่าสาวกของ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ที่บ้างมีหนองไหลเยิ้ม บ้างตาจมูกมีต้นไม้งอกเงย บ้างมีรูปร่างเป็นกระต่าย หมู แกะ บ้างทนทุกข์ทรมานจากคำสาป ทยอยส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดไม่หยุด บ้างยังพอสมบูรณ์อยู่ ขณะเดียวกันก็ได้รับข้อความทางจิตจากเซียอาและทิรีอาย
“ทุกคนจงมาที่แท่นบูชา!”
“ฮ่าๆ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ใกล้สำเร็จแล้ว พระองค์เคยตกลงกับเจ้านายเรา กับ ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ เอาไว้ว่า หลังรองรับ ‘รังมารดา’ สำเร็จแล้ว จะมอบความช่วยเหลือให้พวกเรา!”
“นี่คือสิ่งที่พวกเราแลกมาด้วยการสูญเสีย ‘พฤกษาเงา’ !”
ปึดๆๆ เหล่าสาวกของ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ เมื่อได้ยินชื่อ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ บ้างก็งอกอวัยวะสืบพันธุ์ออกมาหลายอัน บ้างก็ย้อมเป็นสีแดงเลือด บ้างท้องป่อง มีทารกกำลังจะฉีกเนื้อเถือหนังออกมา…
ผู้วิเศษเหล่านี้เดินโซเซไปยังแท่นบูชา
เซียอาและทิรีอายไม่สนใจว่า พวกเขาอยู่ในสภาพใด หรือพูดได้ว่า พวกพระองค์ที่เสียสติตลอดเวลา ไม่เคยคิดถึงปัญหานี้เลย
…………
เผชิญหน้ากับทะเลแสงที่ระเบิดออก ชะตากรรมแรกของลูเมี่ยนคือการลุกเป็นไฟ
เขากลายเป็นเปลวไฟไร้รูปไร้สี แล้วแปลงกายเป็นแสง
ในสภาพแสงอาทิตย์ที่มีเปลวไฟพันรอบ เขาต้อนรับมหาสมุทรแสงอันเชี่ยวกราก ร้อนแรง น่าสะพรึงกลัวนั้น
ลูเมี่ยนหลอมรวมเข้าไป เปลวไฟชั้นนอกดับแล้วติด ติดแล้วดับ จิตสำนึกแสงสว่างภายใน บ้างก็กระจัดกระจาย บ้างก็รวมตัวใหม่
อดทนไปได้เรื่อยๆ จนการระเบิดเช่นนี้ใกล้จะสิ้นสุด เขาก็กลายเป็นวังวนปฐมกาลก้อนหนึ่ง ดูดกลืนแสงและความร้อนรอบข้างเข้าไป ประกอบร่างกายตัวเองขึ้นใหม่
อาศัยสถานะ ศักดิ์ พลังของใบหน้าวังวนปฐมกาล และความเชื่อมโยงระหว่างพระองค์กับแสง ลูเมี่ยนจึงรอดชีวิตจาก ‘หายนะ’ เมื่อครู่นี้มาได้อย่างยากลำบาก
ใช่แล้ว ‘หายนะล้างโลก’ คือสัญลักษณ์ของจักรวาลองค์รวม มหานวดาราย่อมเป็นหายนะชนิดหนึ่ง!
ในทำนองเดียวกัน เนื่องจาก ‘หายนะล้างโลก’ ก็เป็นสัญลักษณ์ระดับจักรวาล ดังนั้นขอบเขตของ ‘นครภัยพิบัติ’ จึงเล็กได้อย่างไม่มีสิ้นสุด และใหญ่ได้อย่างไม่มีสิ้นสุดเช่นกัน
ถัดมา ลูเมี่ยนแปลงกายเป็นแสง ด้วยความเร็วแสง พุ่งไปยังตำแหน่งของ ‘มังกรหายนะ’ ที่ตนสัมผัสได้
ขณะนั้นเอง ความมืดลึกล้ำก้อนหนึ่ง ซึ่งไม่อาจบรรยายเป็นคำพูด ปรากฏขึ้นท่ามกลางนภาดาวด้านข้างตัวเขา
ความมืดดังกล่าวไม่อาจมองเห็นด้วยตาเนื้อ ไม่อาจรับรู้ได้จริง ทราบถึงการมีอยู่ของมันได้เพียงผ่านการบิดเบี้ยวของก๊าซรอบข้าง เสมือนโครงสร้างคล้ายจานที่หมุนอย่างเชื่องช้า
แสงที่ลูเมี่ยนกลายร่างเป็น เริ่มโค้งงอไปทางความมืดก้อนดังกล่าวอย่างไม่อาจควบคุม เข้าสู่โครงสร้างหมุนวนอันเกิดจากสสารกระจายตัว
นี่ก็เป็น ‘หายนะ’ ชนิดหนึ่งเช่นกัน!
‘หายนะล้างโลก’ ที่แท้จริง!
ลูเมี่ยนทราบดีว่า ตอนนี้ตนมีทางรอดเพียงหนึ่งเดียว นั่นก็คือ ต้องผ่านช่องว่างที่เปิดไว้ก่อนหน้านี้ให้เร็วที่สุด เข้าสู่มิติที่ ‘มังกรหายนะ’ ขดตัวอยู่ให้ได้
ในมิติดังกล่าว ‘มังกรหายนะ’ ไม่อาจโจมตี ไม่อาจสร้างหายนะ ไม่อย่างนั้นพระองค์คงหลุดพ้นไปแล้ว!
ขณะแสงโค้งงอ ลูเมี่ยนกลับคืนร่างคนยักษ์เปลวเพลิงในพริบตา
เปลวไฟไร้รูปบนตัวเขา บินไปยังศูนย์กลางของสิ่งคล้ายจานหมุน ก้อนกระดูกสีดำเหล็กก็ทยอยตามไปทีละชิ้น
ฉวยโอกาสช่วงเวลาสั้นๆ ตรงนี้ หว่างคิ้วเศียรกลางของเขาปรากฏรอยประทับธงทิว แดงสดราวกับจะหยดย้อย
เขากำลังใช้พลังบูชายัญของ ‘นักบวชสีชาด’ เพื่อบูชายัญต่อ ‘มังกรหายนะ’ วิงวอนขอความช่วยเหลือ!
หากเป็นสภาพปกติ ‘มังกรหายนะ’ ย่อมเพิกเฉยศัตรูรายนี้แน่ แต่ในปัจจุบัน ลูเมี่ยนได้แยกจิตสำนึก แยกจิตวิญญาณ และแยกแนวโน้มภายนอกต่างๆ ที่หลอมรวมเข้าไปในพระองค์ออกมาชั่วคราวแล้ว
‘มังกรหายนะ’ ในตอนนี้เป็นเพียงสัตว์ประหลาดที่เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณเทวบารมีเท่านั้น
นอกจากนั้น การบูชายัญต่อพระองค์เพื่อรับความช่วยเหลือ ถือเป็นพลังที่สลักอยู่ในตะกอนพลัง สลักอยู่ในอำนาจ แนวคิด สัญลักษณ์ของลำดับสูงเส้นทาง ‘นักล่า’
‘มังกรหายนะ’ จะตอบสนองต่อลูเมี่ยนโดยสัญชาตญาณ ด้วยความคลุ้มคลั่ง จนกระทั่งเป็นฝ่ายเสียหายหนัก
นี่คือเหตุผลที่ลูเมี่ยนใช้ ‘เนตรรอบรู้’ วิเคราะห์แล้ว ตั้งแต่เริ่มก็ทำให้ ‘มังกรหายนะ’ กลับคืนสู่เทวบารมี กลับคืนสู่สัญชาตญาณ!
ท่ามกลางการไหลของกระแสเวลาที่ช้าผิดปกติ ลูเมี่ยนซึ่งร่างกายสูญเสียไปมากกว่าครึ่ง ได้รับการตอบสนองจาก ‘มังกรหายนะ’
“ฮ่าๆ!” เศียรกลางของเขาเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง
ความมืดก้อนดังกล่าว รวมถึงความบิดเบี้ยวรอบข้าง ถึงคราวสลายหายไป
มาเพราะใคร ก็หายไปเพราะคนนั้น
ไม่เปิดโอกาสให้ ‘มังกรหายนะ’ ได้ตั้งตัว ลูเมี่ยนกระตุ้นรอยประทับพันธสัญญาอันหนึ่งบนตัว
……………………………………………………..