ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1160 สยบหูเป็นพุทธ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1160 สยบหูเป็นพุทธ
ตอนที่ 1160 สยบหูเป็นพุทธ
………………..
ภายในพุทธภูมิอันประเสริฐ ประดับด้วยแก้วผลึกกับอำพัน
พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ อรหันต์ และวิทยราช ต่างประทับนั่ง ณ ยอดเขาพระสุเมรุ สดับพระธรรมเทศนาจากองค์มหาพุทธ ผู้มีกายทองคำเกือบเต็มระหว่างฟ้าดิน
ครานั้น เมฆหลากสีส่องประกายจากเบื้องบน ดอกไม้โปรยปรายดุจสายฝน ผืนแผ่นดินผุดดอกบัวทองขึ้นมาดาษดื่น
ทันใดนั้น แสงสีปรอทสองสายพุ่งเข้ามาจากภายนอก ตกลงทั้งสองข้างองค์มหาพุทธ แปรเป็นร่างบุคคลต่างกัน
ทางซ้ายกายทองคำคือ เด็กชายอายุแปดเก้าขวบ สวมชุดเด็กติดเนกไทโบ หน้าอิ่มเอิบ ผมสีปรอทยาวพอดี
ทางขวากายทองคำคือ ชายหนุ่มห่มเสื้อคลุมเมล็ดฝ้าย ใบหน้างามสง่า ผมสีเงินยาวสลวย
ทั้งสองพระองค์คือ ‘เทวทูตปรอท’ วิล·อัสติน แห่งศาสนจักร ‘เดอะฟูล’ กับ ‘เทวทูตโชคชะตา’ โอโรเลอุส แห่ง ‘ชุมนุมแสงเหนือ’
องค์หนึ่งรองรับเอกลักษณ์เส้นทาง ‘โชคชะตา’ ครอบครองตะกอนพลังลำดับ 1 ‘อสรพิษปรอท’ หนึ่งก้อน องค์หนึ่งมีตะกอนพลังลำดับ 1 ‘อสรพิษปรอท’ สองก้อน
พอวิล·อัสตินกับโอโรเลอุสปรากฏร่าง ทั้งพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ อรหันต์ และวิทยราชที่กำลังตั้งใจฟังธรรม ต่างหันมามองทั้งสองพร้อมกัน สีหน้าเผยความโลภกระหาย ราวกับอยากเข้าไปดมสักสองฟอด กัดสักหนึ่งคำ
ข้างใบหน้ากายทองคำ ปากสองปากแยกออกมาอย่างฉับพลัน เผยเขี้ยวขาวโพลน
ก๊อง!
เสียงระฆังดังก้องจากเบื้องสูงสุด กาลเวลากลายเป็นหยุดนิ่งในหนึ่งอึดใจ
องค์มหาพุทธกลับสู่สีพระพักตร์เมตตาสงบ ปากอันน่าสะพรึงที่งอกใหม่หายวับไปทันใด
ถือโอกาสนี้ ‘อริยสงฆ์’ จากหอล่ามมังกรได้ย้อนกลับสู่พุทธภูมิ
พระองค์ทอดพระเนตรรอบด้าน ประนมหัตถ์ เปล่งวาจาแผ่วเบา
“ต้องพึ่งพุทธเมตตาแล้ว”
เมื่อเสียงก้องกังวาน ‘อริยสงฆ์’ แปรสภาพจากกายเนื้อเป็นกายนามธรรม ก้าวหนึ่งก้าว กลับเข้าสู่กายทองคำ หลอมรวมเป็นหนึ่ง
“ขอบใจทั้งสองมาก”
วิล·อัสตินเห็นดังนั้นจึงถอนใจโล่งอก เลียนแบบองค์มหาพุทธ นั่งขัดสมาธิลง ประทับข้างซ้ายพระหัตถ์ เคียงข้างพระองค์
โอโรเลอุส สีหน้าเรียบเฉย นั่งขัดสมาธิฝั่งขวาองค์มหาพุทธเช่นกัน
ทันใดนั้น พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ อรหันต์ และวิทยราชเบื้องล่าง แปรเป็นแสงหลากสี พุ่งกลับเข้าสู่กายทองคำ หลอมรวมกลับเป็นหนึ่ง
หมื่นพุทธคืนสู่บ่อเกิด
มนุษย์ทุกคนมีพุทธภาวะ แต่ในโลกมีพุทธเพียงองค์เดียว
…………
‘เจ้าสำนักมืด’ ก็ออกจากหอล่ามมังกร กลับสู่ ‘โลกเงามืด’ ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นพิภพ มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
ณ ที่นั่นมีร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่แล้ว คือนาโปริดิสลีเจ้าของดวงตาสีฟ้าน้ำแข็ง สวมหมวกทรงกึ่งสูง
“เจ้าก็ไม่ยอมเหมือนกันสินะ?” เจ้าสำนักมืดมองหน้าพลางถามยิ้มๆ
“ถ้าเป็นเจ้า จะยอมหรือไง?” นาโปริดิสลีถามกลับ
‘เจ้าสำนักมืด’ ส่ายหน้า
“อยากกินพวกเรา ก็ต้องจ่ายอะไรบ้างสิ”
“สหายแห่งเต๋าเอ๋ย เจ้ากับข้ารู้จักกันมานาน คราวนี้ร่วมมือกันสักหนดีไหม?”
“ข้ามาที่นี่ก็เพื่อร่วมมือ!” เสียงนาโปริดิสลีดังขึ้นทันที เสมือนย้อนกลับไปเป็นฟาโบธีอีกครั้ง
“ฮ่าๆ!” เจ้าสำนักมืดหัวเราะเสียงกึกก้อง พร้อมกับฟาโบธี ไม่แยกก่อนหลัง เดินเข้าสู่โลกมืดมิดที่มีเงาทับซ้อน
…………
โลกความจริง
ลูเมี่ยนที่แปรเป็นอุกกาบาตแดงฉาน ยิ่งเข้าใกล้ร่างแท้ของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ การเคลื่อนที่ก็ยิ่งยากลำบาก
ในที่สุด เขาก็เห็นรูปลักษณ์ของร่างมหึมานั้นชัดเจน
ประหนึ่งอวัยวะสืบพันธุ์นานาชนิดซ้อนทับกันอย่างไร้ระเบียบ ฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายกับแสงจันทร์สีชาด ประสานกันเป็นเมฆภายนอก ทำหน้าที่เป็นอาภรณ์ เสมือนจานดูดสสารรอบหลุมดำ
กระนั้น ร่างมหึมานี้กลับมีศีรษะคล้ายสตรีมนุษย์ขนาดมโหฬาร ไม่ว่าเค้าหน้า รูปโฉม ผมสีน้ำตาลยาว หรือดวงตาสีแดงฉาน ล้วนงามงดไร้จุดตำหนิ เปรียบดังร่างอวตารของ ‘ความงาม’ หรือสัญลักษณ์ของความงามแห่งจักรวาล ทั้งยังเปล่งประกายรัศมีแห่งมารดาอย่างเต็มเปี่ยม
ชั่วขณะนี้ ลูเมี่ยนถึงกับไม่อยากลงมือ
ใบหน้าชีค โอลัวร์ จินนา ล้วนถูกความงามดึงดูด กอปรกับการขับเคลื่อนโดยลูเมี่ยน พวกเธอรุมใช้ ‘เสน่ห์’ กับ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ราวกับอยากใกล้ชิดพระองค์มากขึ้น
เมื่อได้รับอิทธิพลนี้ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จึงยังไม่โจมตีลูเมี่ยนสามกายสามเศียรหกกรในทันที
แต่สัญลักษณ์ของพระองค์กำลังส่งผลต่อบริเวณรอบข้างตามธรรมชาติ ลูเมี่ยนที่เข้าใกล้พระองค์มากขึ้นทุกขณะ จึงเริ่มสัมผัสถึง ‘การเกิดใหม่’ ได้บ้างแล้ว
จิตสำนึกอ่อนแอในตัวเขา ต่างได้รับ ‘การเกิดใหม่’
จิตสำนึกของชีคเกิดใหม่ จิตสำนึกของทูดอร์เกิดใหม่ จิตวิญญาณของ ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ เกิดใหม่ จิตสำนึกที่แยกเป็นสองซีกของ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ ก็เกิดใหม่ จิตสำนึกของ ‘มังกรหายนะ’ ก็เกิดใหม่เช่นกัน!
พอจิตสำนึก ‘มังกรหายนะ’ ฟื้นคืนด้วยความเร่ง การกดทับของเจตจำนงลูเมี่ยน โอลัวร์ และจินนาก็เริ่มคลายออก
ดุลยภาพที่ยังรักษาได้อีกสองสามนาที เมื่อเผชิญ ‘การเกิดใหม่’ ก็ดูจะแตกสลายในไม่ช้า จะระเบิดออกมาเป็นสิ่งใดไม่มีใครทราบได้
เผชิญการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ลูเมี่ยนไม่หวาดกลัว ไม่ตื่นตระหนก กลับถือโอกาสหลุดพ้นจากแรงดึงดูดของความงาม ฉีกยิ้มออกมา เงยหน้ามองไปยังโลกดารา
‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ ผู้ปกป้องโลกดาราเพียงลำพัง ไม่รักษาบาเรียเทียมต่อ เริ่มดึงตัวออกมา หันหน้ากลับสู่โลกความจริง เสมือน ‘นักมายากล’ ใกล้จะเริ่มการแสดง ยกสองมือขึ้น
เขายังไม่ย้ายมนุษย์ในเขตคุ้มครองตอนนี้ เพราะการกระทำดังกล่าวย่อมไม่เงียบเชียบ
หากแค่คุ้มครองคนสักสิบยี่สิบ หรือสองสามร้อย ให้ออกจากดาวปัจจุบัน ไปสู่ขอบจักรวาล ไคลน์พอจะหลอกล่อ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ ได้อยู่ แต่ตอนนี้มนุษย์ที่ยังมีชีวิต นับได้ไม่ต่ำกว่าร้อยล้าน ไม่อาจถือว่า ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ เป็นคนโง่ทั้งหมด
แน่นอน หากมี ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ แค่หนึ่งหรือสององค์อยู่นอกบาเรีย ไคลน์ก็ใช่ว่าไม่มีวิธีทำให้เหล่าพระองค์กลายเป็นคนโง่พร้อมกันชั่วครู่ แต่ที่รออยู่ด้านนอกตอนนี้มีถึงแปดองค์
ในชุมนุมทาโรต์คราวก่อน ‘เมจิกเชี่ยน’ ฟอร์สเคยได้ข้อสรุปว่า เสาหลักอาจต้านทาน ‘วันวาน’ ได้สององค์ เกอร์มัน·สแปร์โรว์มิได้เห็นด้วยหรือคัดค้าน เพราะครานั้นเขายังเป็นเพียงผู้รักษาการ แม้แต่ตนเองก็ยังคลุมเครืออยู่
แต่บัดนี้ เมื่อกลายเป็น ‘ราชันเร้นลับ’ แล้ว คำตอบของไคลน์ก็คือ
ข้อสรุปนี้ จะถูกก็ว่าถูก จะผิดก็ว่าผิด
‘ถูก’ ก็คือหากเผชิญ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ ที่มีสัญลักษณ์ตรงตามเงื่อนไข สามารถข่มฤทธิ์ ‘หุ่นเชิด’ ‘ปรสิต’ ‘แฟลช’ และพลังอื่นๆ ได้ ไคลน์ย่อมต้องพึ่งพาสัญลักษณ์พิเศษของเสาหลัก จึงจะรับมือได้พร้อมกันสององค์
‘ผิด’ ก็เพราะหากไม่พบเสาหลักอื่น ไม่เจอ ‘วันวาน’ ที่มีสัญลักษณ์ข่มทับ สำหรับ ‘ราชันเร้นลับ’ แล้ว การสู้กับ ‘วันวาน’ สององค์กับแปดองค์ไม่ถือว่าต่างกันในแก่นแท้
ขณะนี้ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ นอกบาเรียมีหลายองค์ครอบครองสัญลักษณ์ข่มพลังเหล่านี้ ไคลน์จึงไม่อาจประมาท ตัดสินใจจนจนกระทั่งบาเรียลวงตารองรับไม่ไหว เมื่อเหล่า ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ แย่งกันบุกเข้ามา ยามสถานการณ์วุ่นวายถึงขีดสุด จึงค่อยลงมือย้ายสิ่งมีชีวิตในเขตคุ้มครองออกไป
ครานั้น ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ ย่อมมีแต่แก่นแท้ต้นกำเนิดกับเอกลักษณ์ในดวงตา สิ่งอื่นไม่สำคัญ แม้พบว่า ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์แอบทำการนี้ เหล่าพระองค์ก็คงไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย
แน่นอนว่า มิใช่จะไร้ข้อผิดพลาดเลย ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ บางองค์ที่มีสัญลักษณ์ตรงตามเงื่อนไข อาจพบการย้ายเขตคุ้มครอง แล้วแอบบอกผู้ติดตามและสาวกของตน ให้ไปทำลายและแย่งชิง
‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ อาจดูแคลนตะกอนพลังต่ำกว่าลำดับ 1 แต่คงไม่ใช่กับเหล่าผู้ติดตามและสาวกของพระองค์แน่!
ฟังเสียงแตกร้าวจากบาเรียเทียมด้านหลัง ไคลน์หันสายตาไปยัง ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ หันไปยัง ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนเผยร่างสามกายสามเศียรหกกร จ้องมอง ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ที่เพิ่งหลุดพ้นจาก ‘เสน่ห์’ พลางหัวเราะกึ่งชื่นชมกึ่งเยาะเย้ย
ข้ารอให้เจ้าแผ่อิทธิพล ‘เกิดใหม่’ มานานแล้ว!
การหว่าน ‘เสน่ห์’ ก็เพื่อให้เจ้าไม่ระแวงในเวลาอันสั้น ไม่เกิดลางสังหรณ์ ยังคงประทานการเกิดใหม่ตามธรรมชาติ!
ตราบใดที่ข้ายังไม่ตาย ก็ยังถือว่าข้าคนนี้คือสัญลักษณ์แทน ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ !
ในช่วงก่อนหน้า ศักดิ์ของข้าต่ำเกินไป ขาดความสอดคล้องที่สำคัญ จึงทำได้แค่ใช้สัญลักษณ์นี้ปลอมตัวเป็นเจ้า สังหารโอมีเบล่า ผนวกกับการ ‘ปั่นหัว’ ของมิสเตอร์ฟูล กระตุ้นเจตจำนงต่อต้านของ ‘รังมารดา’ ไม่อาจลงมือทำร้ายเจ้าได้มากไปกว่านั้น
แต่บัดนี้ ข้าเองก็เป็นผู้ยิ่งใหญ่เหนือลำดับ ด้อยกว่าเจ้าแค่สัญลักษณ์พิเศษของเสาหลัก
และการ ‘เกิดใหม่’ ที่เจ้าสร้างตามธรรมชาติเมื่อครู่ ทำให้ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ ทั้งด้านหยินและหยางในตัวข้าฟื้นคืนมาบ้าง กลายเป็นตื่นตัว
นี่มิใช่เท่ากับว่า ข้าเองก็กำลังตั้งครรภ์ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิด’ ด้วยหรอกหรือ?
มันช่างคล้ายคลึงเหลือเกิน กับที่เจ้าตั้งครรภ์ ‘ตัวอ่อนปฐมกาล’ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิด’ ของจักรวาลภพหน้า
ความสอดคล้องสำคัญที่สุดจึงกลายเป็นสมบูรณ์แบบ!
ก่อนหน้านี้ ‘จินนี่’ เคยบอกใบ้ว่า ให้ฉวยโอกาสจากความพิเศษของตัวข้า กับสัญลักษณ์ของมิสเตอร์ฟูล
เมื่อรวมกับที่มันเตือนให้ระวังว่า เจ้าอาจรองรับ ‘รังมารดา’ ได้เร็วกว่ากำหนด ทุกสิ่งกำลังบ่งชี้ว่า บนตัวเจ้ามีสัญลักษณ์พิเศษชี้ไปยัง ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิด’
ซึ่งตัวข้าที่มีสัญลักษณ์สอดคล้องกัน สามารถนำจุดนี้มาใช้ประโยชน์ได้!
มิสเตอร์ฟูลตื่นสนิทแล้ว ไม่รีบกลายเป็น ‘ราชันเร้นลับ’ ก็เพื่อหลอกล่อพวกเจ้า เดินทางไปทั่วทวีปเหนือใต้ เก็บข้อมูลจากสาวกของพวกเจ้า สืบเรื่องเหล่านี้ให้กระจ่างเสียก่อน
ข้าจึงตรงดิ่งมาหาเจ้า เฝ้ารอให้เจ้ากระตุ้นจิตสำนึกของ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ ในตัวข้า ให้เกิดใหม่ตามสัญชาตญาณโดยไม่เลือกหน้า!
เมื่อรวมกับเรื่องที่ ‘รังมารดา’ ถูกเจ้าหลอมรวม เรื่องที่ลูกาโนซึ่งเคยเป็นของเจ้าแต่บัดนี้ภักดีต่อข้า เรื่องที่ไข่ฟีนิกซ์ในส่วนลึกของโลกแห่งความตายกำลังจะถูกข้ากลืนกิน
เราทั้งคู่จะคล้ายคลึงอย่างไม่เคยมีมาก่อน!
เจ้าเป็น ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ที่ตั้งครรภ์ต้นกำเนิด โอมีเบล่า จีดาส ข้าก็เป็น ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ที่ตั้งครรภ์ต้นกำเนิด โอมีเบล่า และจีดาส!
ท่ามกลางกระแสความคิด ไข่นกอมตะได้ถูก ‘ปลูกถ่าย’ มาปรากฏบนมือของลูเมี่ยนในร่างคนยักษ์
เขากลืนมันลงไปในคำเดียว
จากนั้น หกกรประสานกัน รวมเป็นดาบยักษ์เพลิงทมิฬที่ผูกมัดการทำลายล้างและปฐมกาลไว้ แทงเข้าสู่ร่างตนเอง
ขณะเดียวกัน เขาจ้องมอง ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ พลางฉีกยิ้มกว้าง
บัดนี้ข้าคือเจ้า ปลิดชีพข้าก็เท่ากับปลิดชีพเจ้า!
……………………………………………………..