ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1161 สัญลักษณ์เสาหลัก
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1161 สัญลักษณ์เสาหลัก
ตอนที่ 1161 สัญลักษณ์เสาหลัก
………………..
‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ที่หลุดพ้นจาก ‘เสน่ห์’ เริ่มกลายร่างที่ลูเมี่ยนครอบครองไข่ฟีนิกซ์
พระวรกายขนาดมหึมานั้น หดตัวเข้าสู่ท้องในทันที ราวกับจะรวมตัวเป็นรังนกหรือครรภ์มารดา เพื่อให้ตัวเองกลับสู่สภาพตัวอ่อน แล้วทำการประสูติใหม่อีกครั้ง
เมื่อทำแบบนี้แล้ว นอกจากสัญลักษณ์ที่พระองค์ทรงมีอยู่แต่เดิม สัญลักษณ์อื่นใดที่โลกภายนอกผูกโยงกับพระองค์ ล้วนจะถูกตั้งค่าใหม่ สูญสลายไปทั้งหมด!
ลูเมี่ยนจึงไม่อาจอาศัยหลักความคล้ายคลึงทางศาสตร์เร้นลับ อุปโลกน์ว่าตนเทียบเท่ากับพระองค์ แล้วปลิดชีพพระองค์ด้วยการปลิดชีพตัวเองได้อีก
เหตุที่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ไม่อาศัยวิธีนี้กำจัดอิทธิพลของสัญลักษณ์แต่แรก หนึ่งคือ ทันทีที่พระองค์อาศัยสัญลักษณ์บุกรุกเข้ามาในบาเรีย ก็ถูก ‘เดอะฟูล’ ไคลน์อาศัย ‘สัญชาตญาณการรวมตัว’ ซึ่งเป็นหนึ่งในแก่นเทวบารมี ผสานด้วย ‘ปั่นหัว’ กับ ‘ฉ้อฉล’ ชักนำให้เทวมารดาเสื่อมทรามเข้าไปในหมอกสีเทาขาวที่ผนึกทวีปตะวันตก เพื่อทุ่มเททุกสิ่งไปกับการเอา ‘รังมารดา’ คืน ไม่ประสงค์จะเกิดใหม่เพื่อลบล้างสัญลักษณ์ที่มีประโยชน์
สองคือ ระหว่างรองรับ ‘รังมารดา’ พระองค์ไม่อาจตั้งค่าใหม่เพื่อประสูติใหม่ได้ นั่นจะทำให้ความคืบหน้าในการรองรับต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ด้วย
ขณะที่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ หดตัวเพื่อเกิดใหม่ ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ในโลกดาราได้เลิกธำรงบาเรียเทียม ฟังเสียงมันดังลั่นเปรี้ยะๆ ใกล้จะแตกสลาย พลางยกมือทั้งสอง ดลบันดาลให้ส่วนลึกอันมืดมิดภายในเสื้อคลุมดำปรากฏประตูแสงมหึมาที่ย้อมด้วยสีดำอมเขียว
‘ปราสาทต้นกำเนิด’!
ไคลน์กำลังอาศัยสัญลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของ ‘ราชันเร้นลับ’ อย่างสุดกำลัง
พร้อมกับเสียง ‘ติ๊ง’ ดังขึ้น การหดตัวและเกิดใหม่ของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ชะลอตัวลงทันที สิ่งที่ควรสำเร็จในพริบตากลับต้องใช้เวลาสองสามวินาทีจึงจะสัมฤทธิ์ผล
‘การเปลี่ยนแปลง’!
นี่คือหนึ่งในสัญลักษณ์หลักของ ‘ราชันเร้นลับ’ ควบคุมการเปลี่ยนแปลง ให้มันช้าลง เร็วขึ้น หยุดนิ่ง หรือเกิดข้อผิดพลาด
การที่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ กลับคืนสู่สภาพตัวอ่อนเพื่อตั้งค่าสัญลักษณ์ของตนใหม่ ก็นับเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่ง!
ก่อนหน้านี้ ไคลน์ไม่ใช้สัญลักษณ์ ‘การเปลี่ยนแปลง’ ไปก่อกวนความคืบหน้าการรองรับ ‘รังมารดา’ ของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ก็เพราะการทำเช่นนี้ต้องทุ่มสุดตัว ต้องระดมพลัง ‘ปราสาทต้นกำเนิด’ จนถึงขีดสุด ซึ่งในขณะนั้น เขายังต้องธำรงบาเรีย ต่อกรกับ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ อีกแปดองค์
อีกทั้ง ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ในปัจจุบันยังผ่านการใช้สัญลักษณ์พิเศษของ ‘ตัวอ่อนปฐมกาล’ ส่งผลให้ตกอยู่ในภาวะอ่อนแรงยาวนาน ไม่อาจฟื้นฟูได้ด้วย ‘การเกิดใหม่’ เป็นเหตุให้อิทธิพลที่กระทำต่อ ‘การเปลี่ยนแปลง’ ของพระองค์เกิดผลเด่นชัดยิ่งขึ้น
เมื่อความพยายามกลับคืนสู่สภาพตัวอ่อนของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ชะลอตัวลง ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ลูเมี่ยนฉีกยิ้มกว้างอย่างสดใส แต่แน่วแน่ยิ่ง แทงดาบยักษ์เพลิงทมิฬที่ผูกมัดการทำลายล้างและความบ้าคลั่งเข้าสู่ร่างตนเอง
นี่คือสัญลักษณ์ ‘ภัยพิบัติ’
ทันใดนั้น ‘ไฟประลัยกัลป์’ พลุ่งพล่านออกจากร่างกายเขา เผาไหม้กายของเขา เผาไหม้จิตสำนึกของชีค จิตสำนึกของอลิสต้า·ทูดอร์ จิตสำนึกของ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ ที่แบ่งเป็นสองซีก จิตวิญญาณตกค้างของ ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ และจิตสำนึกของ ‘มังกรหายนะ’
ทั้งยังเผาไหม้จิตสำนึกของตัวเขาเอง โอลัวร์ และจินนา
ร่างกายของลูเมี่ยนพังทลายสุดขีด เข้าใกล้การดับสูญ หวนคืนสู่ปฐมกาล
ผู้ที่นำพาภัยพิบัติมาสู่ตนเอง ให้ตนเองถูกทำลายล้าง นี่แหละคือ ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ‘หายนะล้างโลก’ ที่แท้จริง
ท่ามกลางเพลิงทมิฬโชติช่วงที่ลุกโหมเงียบงัน ลูเมี่ยนหันศีรษะ แลกยิ้มกับโอลัวร์และจินนาที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์
เขาหันกลับไปมอง ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ อีกครั้ง ใบหน้าบิดเบี้ยวแต่ยิ้มอย่างสาแก่ใจ
เขาเห็นเพลิงดำที่อัดแน่นด้วยการทำลายล้างและปฐมกาล พลุ่งพล่านออกจากพระวรกายของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ที่เปล่งแสงจันทร์สีแดงเลือด เห็นร่างมหึมาที่หดตัวไปครึ่งหนึ่ง เริ่มพังทลายทีละชั้น พ่นอวัยวะสืบพันธุ์สารพัดชนิดออกมา อวัยวะเหล่านั้น พวกมันกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตาท่ามกลาง ‘ไฟประลัยกัลป์’ ที่พันรอบ
หลังกลายเป็น ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ลูเมี่ยนไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากมิสเตอร์ฟูล ก็สามารถอาศัยประโยชน์จากสัญลักษณ์ได้เต็มพิกัด โดยเฉพาะสัญลักษณ์ที่นำพาภัยพิบัติมาให้!
เศียรของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ที่งามจนไร้ข้อบกพร่อง งามจนเท่ากับนิยามของความงามเสียเอง เงยขึ้นเล็กน้อย ส่งเสียงโหยหวนอันเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน เสมือนมาจากผีร้ายแบนชี
ไคลน์จำนวนมากที่ล้อมรอบบริเวณนี้ เหี่ยวเฉาในพริบตา ตกสู่ความตาย กลายเป็นดิน หวนคืนสู่พระมารดาแห่งแผ่นดิน
ทั้งดาวเคราะห์สูญเสียชีวิตชีวาตามไปด้วย ดวงดาวที่ส่องประกายบนฟากฟ้าก็มืดหม่น ทุกหนแห่งในจักรวาลอันไร้ขอบเขตเกิดการสั่นสะเทือนในระดับต่างๆ กัน
ความจริงกำลังสั่นคลอน
การเผาไหม้จิตสำนึกหลายส่วน และการพังทลายของร่างกายลูเมี่ยน ได้รับพรจากความตายและความแห้งแล้ง เร่งความเร็วขึ้น แต่สิ่งนี้กลับส่งผลกระทบต่อ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ด้วย ทำให้พระวรกายขนาดมหึมา ยิ่งพังทลายอย่างหนักหน่วง จนอวัยวะนับไม่ถ้วนที่ยังไม่ถูกพ่นออกมาล้วนตายสนิท
เมื่อ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ถูกทำลายจนเหลือเพียงพระครรภ์บางเฉียบ ดุจรังนกที่ห่อหุ้มสิ่งมหึมา เพลิงดำที่นำพาปฐมกาลมาอย่างต่อเนื่องกลับดับลงอย่างพิศวง หรือไม่ก็ไม่อาจแทรกซึมลึกลงไปได้อีก
‘ผู้ไม่ดับสูญ’!
นี่คือสัญลักษณ์ ‘ความอมตะ’ ของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’
‘ความอมตะ’ นี้ไม่เพียงหมายถึง จิตวิญญาณของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จะเหมือนกับ ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ และ ‘ราชันสวรรค์ฟ้าดินประทานโชค’ ที่ไม่มีวันดับสูญ และจะค่อยๆ ฟื้นคืนเมื่อเวลาผ่านไป แต่ยังหมายถึง ดวงวิญญาณและพระวรกายของพระองค์จะไม่ถูกทำลายจนสิ้นซาก
‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ไม่มีวันสูญสลาย!
เว้นแต่พระองค์จะได้พบกับ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิด’ ซึ่งสามารถดลบันดาลให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้กลายเป็นจริงอย่างง่ายดาย หรือ ‘เสาหลักที่สี่’ ซึ่งแทนการสิ้นสุดทุกสรรพสิ่งจะถือกำเนิด หรือพระองค์ฝืนใช้สัญลักษณ์พิเศษของ ‘ตัวอ่อนปฐมกาล’ มากเกินไป
แน่นอน ไคลน์และลูเมี่ยนซึ่งทราบมาแต่ต้นว่า ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ มีสมญานาม ‘ผู้ไม่ดับสูญ’ แถมยังถือครองสัญลักษณ์ ‘อมตะ’ ย่อมไม่หวังว่าพวกตนจะสังหารมหาเทวีมารดาพระองค์นี้ได้อย่างแท้จริง แผนการของพวกเขาแต่เดิมจึงมีเพียง สร้างบาดแผลสาหัสสากรรจ์แก่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ขับไล่พระองค์ออกจากบาเรียโลกดาราเท่านั้น
ณ ขณะนี้ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ทั้งตกอยู่ในช่วงอ่อนแรงยาวนาน เป็นผลจากการใช้สัญลักษณ์พิเศษของ ‘ตัวอ่อนปฐมกาล’
แม้แต่การฟื้นฟูที่ ‘การเกิดใหม่’ นำมาก็ช้าลงด้วย ทั้งยังถูกลูเมี่ยนอาศัยความเชื่อมโยงทางสัญลักษณ์ โจมตีตัวเองด้วยสัญลักษณ์ ‘ภัยพิบัติ’ จนบาดเจ็บสาหัส บรรลุเป้าหมายขั้นแรกในแผนการแสดงของ ‘นักมายากล’ อย่างสมบูรณ์แล้ว
ทว่าปัญหาคือ เป้าหมายขั้นที่สองไม่มีทางบรรลุได้อีกต่อไป เพราะบาเรียโลกดาราไม่มีอยู่แล้ว
‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ยังคงหน้านิ่ง ไร้ซึ่งความท้อแท้แม้แต่น้อย ยกไม้ตะพดประดับดวงดาว ดลบันดาลให้เงาประตูแสงสีดำอมเขียวปรากฏอยู่บนนั้น
ดวงตาของเขาสะท้อนร่างของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ที่เหลือเพียงอวัยวะปฏิสนธิสุดท้ายและตัวอ่อนสุดท้าย
‘ขับไล่’ และ ‘ผนึก’!
ก่อนที่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จะบาดเจ็บสาหัส การทำแบบนี้คงยากจะดึง ‘เสาหลักแห่งความจริง’ ออกจากดาวเคราะห์ปัจจุบันได้
แต่บัดนี้ โอกาสมาถึงแล้ว!
เมื่อแสงดาวโปรยปราย ร่างไร้รูปทรงของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ก็แปรเปลี่ยนในพริบตา
พระองค์กลายเป็นต้นโอ๊คมหึมาจางๆ เชื่อมต่อกับผืนดิน ค้ำจุนท้องฟ้า ซ้อนทับตนเองกับโลกความจริงทั้งจักรวาล
สัญลักษณ์แห่งเสาหลัก!
‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ อาศัยสัญลักษณ์แห่งเสาหลัก ‘พระองค์คือผู้ครองความจริง’ !
ต้นโอ๊คประหลาดซึ่งใหญ่เกินจินตนาการ เริ่มสั่นสะเทือนหนักหน่วง แต่ยังคงหยั่งรากในความจริง ค้ำจุนความจริง ไม่ถูกขับไล่ ไม่อาจผนึกได้
ทุ่งร้างแผ่ไพศาล กิ่งไม้พันมิสเซิลโทสีเขียวอ่อนบินลิ่วปลิวว่อนออกจากยอดต้นโอ๊คประหลาด
กิ่งไม้เหล่านั้น ปรากฏเหนือลูเมี่ยนผู้ยังคงถูกเพลิงทมิฬเผาผลาญทำลายร่างกาย โปรยปรายลงมาดั่งน้ำทิพย์
‘ไฟประลัยกัลป์’ บนตัวลูเมี่ยนดับวูบทันที ร่างกายที่กำลังพังทลายก็ถูกอำนาจ ‘การเกิดใหม่’ ยับยั้งไว้ ส่วนจิตสำนึกในตัวเขา มีเพียงจิตสำนึกของตัวเขาเอง จิตสำนึกของโอลัวร์ และจิตสำนึกของจินนาเท่านั้นที่ได้รับการหล่อเลี้ยงจาก ‘ฝนโปรยปราย’ จนฟื้นฟูกลับมาหลายส่วน ช่วยทวงคืน ‘สมดุล’ ที่ควรจะคงอยู่ได้อีกสองสามนาทีกลับมา
ครานี้ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ เลือกที่จะช่วยเขา!
แน่นอน ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ก็กำลังช่วยตัวเองด้วย
พระองค์ทั้งไม่ปรารถนาให้ลูเมี่ยนตายก่อนยกเลิกสัญลักษณ์ จนสภาพของพระองค์ย่ำแย่ อ่อนแอยิ่งขึ้น ทั้งไม่หวังให้ลูเมี่ยนเสียสมดุลอย่างกะทันหัน ระเบิดสิ่งที่อาจน่าสะพรึงกลัวออกมา เมื่อสะท้อนกลับผ่านทางความเชื่อมโยงสัญลักษณ์ถึงพระองค์แล้ว นั่นอาจเทียบเท่ากับ ‘ตัวอ่อนปฐมกาล’ ถือกำเนิดบนโลกความจริงอย่างแท้จริง
ท่ามกลางฝนดุจน้ำทิพย์โปรยปราย ต้นโอ๊คมหึมาค้ำจุนโลกทั้งใบอาศัยพลัง ‘ขับไล่’ ของไคลน์ หายวับไปจากตำแหน่งเดิม
เสาหลักแห่งความจริง ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ หลบลี้ออกจากดาวเคราะห์ปัจจุบัน ปรากฏนอกระบบสุริยะ
พระองค์แปรเป็นของเหลวสีเลือดนก ห่อหุ้มดาวยักษ์ดวงหนึ่ง เริ่มการหวนคืนสู่ตัวอ่อน การเกิดใหม่ การตั้งต้นสภาพใหม่
คราวนี้ แม้ไม่มี ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์คอยกระทำผ่านสัญลักษณ์ แต่เนื่องจากบาดเจ็บสาหัส กอปรกับอยู่ในสภาวะอ่อนแรงที่ไม่อาจขจัดในเวลาอันสั้น การดูดกลืนชีวิต รวมถึงการหดตัวของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จึงยังคงเชื่องช้า ราวกับสัญลักษณ์ ‘ทำลาย’ ได้ขัดขวาง ‘การเกิดใหม่’ เพราะไม่อยากไปกระตุ้น ‘ตัวอ่อนปฐมกาล’ ที่หลับใหลอีกครั้ง
ข้ามระยะทางอันไกลโพ้น ดาวเคราะห์สีเลือดนกดวงนี้ยังคงจับจ้องสถานที่ซึ่งยังมีส่วนหนึ่งของกายเนื้อตน ขณะขจัดความเชื่อมโยงทางสัญลักษณ์ ฟื้นฟูบาดแผลของตัวเอง ขณะอดทนรอคอยโอกาส รอให้สถานการณ์ยุ่งเหยิงยิ่งขึ้น รอให้ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ ที่เหลือเกิดการแย่งชิงอย่างดุเดือด รอให้ ‘ราชันเร้นลับ’ อ่อนแอหรือถูกปราบลง พระองค์จะหวนกลับไปอีกครั้ง ทวงคืนทุกสิ่ง และแสวงหาผลประโยชน์เพิ่มเติม
‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ไม่ได้ตามรอย ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ไปโจมตีซ้ำ
‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ลูเมี่ยนก็มิได้อาศัยความเชื่อมโยงทางสัญลักษณ์ ‘ทำร้ายตัวเอง’ ต่อ เพราะต่างรู้แจ้งชัดว่า ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ เป็นอมตะ การทำให้พระองค์บาดเจ็บสาหัสและขับไล่ไป จนไม่อาจกลับมาได้ในเวลาอันสั้น ก็ถือว่าบรรลุจุดมุ่งหมายแล้ว ถึงทำมากกว่านี้ก็ไม่เกิดผลดีกว่าปัจจุบันมากนัก เผลอๆ อาจกระตุ้นปัญหาอย่าง ‘ตัวอ่อนปฐมกาล’ ขึ้นมาเพิ่ม
พร้อมกันนั้น สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือ ด้านหลังไคลน์มีเสียงแตกร้าวจางๆ แต่ชัดเจนดังระงม
บาเรียสุดท้ายที่เขาลากมาจากหมอกประวัติศาสตร์ พังทลายลงราบคาบแล้ว
สิ่งแรกที่ประจักษ์แก่นัยน์ตาลูเมี่ยนคือ กลุ่มดาวน่าสะพรึงอันประกอบด้วยดวงอาทิตย์ระเบิดนับไม่ถ้วน
ดาวเคราะห์ไร้ชีวิตใต้เท้าเขา ถูกพลังมหาศาลฉีกกระชากเป็นเสี่ยงๆ จนแหลกสลาย
……………………………………………………..