ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1171 ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1171 ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อ
ตอนที่ 1171 ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อ
………………..
ภายในแดนดาราจักรดั้งเดิม
‘เทวีโชคชะตา’ ที่ถูกไคลน์ถ่วงเวลา อาศัยการจ้องมองผ่านสายธารสีปรอท จนได้ทราบการเปลี่ยนแปลงของสนามรบอีกแห่งทันเวลา แล้ว ‘พยากรณ์’ ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิด
กายเนื้อตรงกลางที่ไม่มีแขนของพระองค์ คายวัตถุชิ้นหนึ่งที่เคยอมไว้ในปากออกมา
มันคือลูกปัดขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ พื้นผิวเป็นแก้วหลากสีสัน เปล่งกลิ่นอายที่ทำให้กายใจสงบ
แต่เดิมสิ่งนี้เป็นของ ‘ผู้เป็นหนึ่งเดียวกับเต๋า’ ลำดับ ‘กุญแจแห่งแสง’ พระองค์หนึ่ง เป็นมรดกที่หลงเหลือจากซากศพในยามพระองค์ถูกเผา
ในเหตุการณ์วังวน สิ่งนี้ถูกแฮร์ริสันแห่งเผิงไหลแลกเปลี่ยนกับ ‘ข้ารับใช้โชคชะตา’ เฮโลส หลังจากเฮโลสฟื้นฟู ก็บูชายัญให้กับองค์เทพที่ตนศรัทธาทันที
มรดกตกทอดเม็ดนี้ พอถูกคายออก ก็บินตรงไปหา ‘เทวีโชคชะตา’ ไปยังร่างกายฝั่งซ้ายที่มีดวงตาโหวงเหวง แล้วถูกพระองค์หยิบจับ ปั่นเข้าไปในสัญลักษณ์สีปรอทที่หัวท้ายต่อกัน ทอเข้าไปในสายน้ำแห่งโชคชะตาที่สอดคล้องกัน
สายธารโชคชะตาไหลเชี่ยวอย่างเงียบเชียบ พระพุทธรูปยักษ์สีทองที่เพิ่งหลุดพ้นจากอิทธิพลความอยากมีชีวิตรอด กำลังตั้งใจจะร่วมมือกับปรมาจารย์สวรรค์และเงาของ ‘จักรพรรดิฟ้า’ เพื่อรับมือกับ ‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’ แต่ผิวกายของพระองค์กลับแตกร้าวรวดเร็ว พร้อมกับมีฝ่ามือคู่หนึ่ง ดุจหล่อขึ้นจากทองคำ ยื่นออกมาจากภายในกาย หมายจะฉีกกระชากร่างนี้ให้แหลกสลาย
ผู้เป็นหนึ่งเดียวกับเต๋าซึ่งเป็นเจ้าของเดิม ได้รับโชคชะตาใหม่อีกครั้ง ได้รับความเป็นไปได้ใหม่!
ดังนั้น พระองค์จึงใช้ ‘จุด’ ทำลาย ‘พื้นที่’ วงกว้าง ส่งผลให้พระพุทธสามองค์ไม่สามารถผนึกกำลัง พร้อมกับทำให้พระพุทธรูปยักษ์สีทอง เริ่มพังทลายท่ามกลางเสียงสนั่นหวั่นไหว
นี่คือเทพธิดาที่ทอถักโชคชะตา
ในวันแรก ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิด’ ได้ลืมตาตื่นพร้อมกับสร้างโลกใบนี้ แต่ ‘ความเป็นจริง’ ‘โลกวิญญาณ’ ‘โลกดารา’ และ ‘โชคชะตา’ ยังปะปนกันอยู่
วันที่สอง ต้นกำเนิดได้ให้กำเนิด ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ช่วยให้ ‘ความเป็นจริง’ มีจุดยึดเหนี่ยว โลกวิญญาณและโลกดาราแยกออกไป สายธารแห่งชะตาเริ่มไหล
หลังจากนั้นอีก ‘บุตรแห่งปฐมกาล’ ได้ถือกำเนิด สร้างระเบียบ ซึ่งระเบียบมาพร้อมกับเงามืด
วันที่สาม ต้นกำเนิดร่วมสังวาสกับเทวมารดา จนพระแม่แห่งสรรพสิ่งองค์นี้ให้กำเนิดธิดาองค์โต เมื่อนั้น โชคชะตาของสรรพสิ่งเริ่มประสานกัน ไม่สับสนวุ่นวายโดยสิ้นเชิงอีกต่อไป มีกฎเกณฑ์สัมพัทธ์และอนาคตที่สามารถคาดการณ์ได้
ในฐานะธิดาองค์โตของ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิด’ และ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ สัญลักษณ์ของ ‘เทวีโชคชะตา’ ก็พิเศษไม่แพ้กัน ต่อให้เป็นโชคชะตาของ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ พระองค์ก็สามารถทอถัก นำทาง และตัดขาดได้ ตราบใดที่โชคชะตาของสรรพสิ่งยังประสานกันรวมเป็นสายน้ำ พระองค์ก็จะได้รับชีวิตนิรันดร์ แม้ว่าจะถูกทำลายกายเนื้อ แต่จิตสำนึกและวิญญาณก็สามารถกลับมาจากภายในสายธารแห่งชะตา ได้รับร่างกายใหม่ทุกเมื่อ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาวิธีคืนชีพที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเหมือน ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ ส่วนใหญ่ หรืออาศัยความไม่ดับสูญของวิญญาณ เพื่อตื่นขึ้นภายในแก่นแท้ต้นกำเนิด เอกลักษณ์ ตะกอนพลัง หลังจากช่วงเวลาอันยาวนาน
แต่แน่นอน แก่นแท้ของโชคชะตาคือความสับสนวุ่นวายไม่สิ้นสุด ต่อให้เป็น ‘เทวีโชคชะตา’ ก็ไม่สามารถควบคุมโชคชะตาได้อย่างสมบูรณ์ ไม่อาจทำให้สายธารแห่งชะตาไหลตามเนื้อหาที่ตนทอขึ้นตลอดเวลา
ขณะนี้ จุดประสงค์ของ ‘เทวีโชคชะตา’ คือ อาศัยการส่งอิทธิพลไปยังแก่นแท้ต้นกำเนิด คอยก่อกวนการต่อสู้จน ‘ราชันเร้นลับ’ ไขว้เขว ไม่สามารถรับมือพระองค์ด้วยกำลังเต็มที่
ขอเพียงถ่วงเวลาไว้อีกสักครู่ พระองค์ก็สามารถรอให้มารดาฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ แล้วหวนกลับมาอีกครั้ง
และในฐานะธิดาองค์โต พระองค์ย่อมได้รับความช่วยเหลือแน่นอน นี่คืออภิสิทธิ์ที่ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ‘เจ้าดารา’ และ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ อื่นๆ ไม่มี
ดังนั้น พระองค์จึงนำ ‘ซากมรดก’ ซึ่งแต่เดิมกำหนดไว้ว่าจะใช้จับกุม ‘กุญแจแห่งแสง’ ออกมา เพื่อสร้างประโยชน์ในตอนนี้เลย!
เมื่อพระพุทธรูปยักษ์สีทองกำลังจะถูกฉีกขาดจากภายใน ความมืดอันลึกล้ำก็ทะลักเข้ามา กลืนกินพระองค์ จนพระองค์ตกอยู่ในภวังค์หลับใหล ชนิดที่ไม่อาจตื่นในเวลาสั้นๆ
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ปัญหาภายในของพระองค์จึงจะถูกกดข่ม ยื้อเวลาให้พระองค์มีโอกาสควบคุมสถานการณ์
‘ปรมาจารย์สวรรค์’ กับเงาเลือนรางของ ‘จักรพรรดิฟ้า’ จำต้องรับมือ ‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’ ต่อไปด้วยกำลังสองต่อหนึ่ง สถานการณ์จึงกำลังวิกฤติถึงขีดสุด
‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ที่เพิ่งกลับมาจากอดีต เมื่อเห็นฉากตรงหน้าก็เริ่มใจเต้นแรง
ภาวะนี้เกิดจากสัญชาตญาณการรวมตัวอันแรงกล้า รวมถึงความโลภที่ฝังรากลึกอยู่ในเทวบารมี
พระองค์ในตอนนี้ มีโอกาสกลืนกิน ‘กุญแจแห่งแสง’ แล้ว!
เมื่อเทียบกันแล้ว การช่วยเหลือ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ ต่อสู้ ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ‘อันธการนิรันดร์’ ก็กลายเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญไปโดยปริยาย
…………
‘เจ้าดารา’ ได้รับข้อมูลไม่มากนักจากภายในสายธารแห่งชะตา อีกทั้งยังถูกโลกวิญญาณปิดกั้น ตลอดมาจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในสนามรบอื่น เป็นธรรมดาที่จะกระวนกระวายเมื่อเวลาผ่านไป
ในท้ายที่สุด ภายในโลกดารา แนวคิดเกี่ยวกับดาวฤกษ์ล้วนได้รับการเสริมพลังทันที
ลูกบอลแสงขนาดมหึมา ซึ่งลุกโชนอย่างน่าสะพรึงกลัว ทยอยปรากฏตัวในแดนดาราจักรแห่งนี้ พร้อมกับเปล่งแสงและความร้อนอันยากจะจินตนาการออกมา
พวกมันคือเหล่าดาวฤกษ์ที่กำลังจะดำเนินไปถึงจุดสิ้นสุดของชีวิต ซึ่งถูก ‘เจ้าดารา’ เรียกตัวมา
‘เจ้าดารา’ คือผู้ครอบครองเหล่าหมู่ดาว เป็นสัญลักษณ์แห่งความหนักหน่วงหนาแน่น ผู้ควบคุมพลังพื้นฐาน ผู้เป็นกฎเกณฑ์แห่งนภาดาวอันไร้ขอบเขต!
แต่เดิมพระองค์สามารถอาศัยโลกวิญญาณ เรียกดาวฤกษ์ที่พระองค์เป็นผู้ปลดปล่อยให้มาอยู่ข้างกายได้ในพริบตา ก่อเกิดเป็นมหานวดาราหรือไม่ก็หลุมดำอันน่าพรั่นพรึง การทำเช่นนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและโครงสร้างของกายเนื้อพระองค์เอง แต่ ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์อาศัยประโยชน์จากสัญลักษณ์เสาหลัก ปิดกั้นโลกวิญญาณล่วงหน้า ‘เจ้าดารา’ จึงต้องเสียเวลาเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนดาวฤกษ์เหล่านั้นให้เป็นแนวคิด ส่งเข้าโลกดารา ขนส่งผ่านมา แล้วค่อยนำกลับมายังโลกความจริง
ดาวฤกษ์ดวงแล้วดวงเล่า เมื่อพวกมันมาถึงแดนดาราจักรนี้ก็เริ่มดึงดูดและชนกันเอง
แสงและความร้อนอันกว้างใหญ่ไพศาลระเบิดออก ท่วม ‘ประตู’ ที่ซ้อนกันหลายชั้นโดยรอบจนมิด ท่วมร่างไคลน์จำนวนนับไม่ถ้วนจนมิด
จากนั้นทันที การชนกันของสสารทำให้เกิดการยุบตัวครั้งใหญ่ แผ่แรงดูดอันเหนือจินตนาการออกไปโดยรอบ ดึงดูดแสงและความร้อนที่กระจายออกไปให้กลับมา ส่งผลให้แดนดาราจักรนี้หดตัวเข้าสู่ศูนย์กลาง จนกระแสเวลาเชื่องช้าลงยิ่งกว่าเดิม
ระหว่าง ‘เจ้าดารา’ กับโลกดารา ไม่มีสิ่งใดคอยกีดขวางได้อีก
ทันใดนั้น พระองค์สัมผัสได้ว่าตรงบริเวณขอบของแสงและความร้อนที่กำลังถูกดูดกลับเข้ามา มีประตูแสงสีดำอมเขียวบานหนึ่ง ดูเหมือนประกอบจากแมลงนับไม่ถ้วน
ใต้แสงสว่างมีร่างหนึ่งยืนอยู่ ไม่ใช่ใครนอกจากไคลน์ สวมหมวกทรงกึ่งสูง ถุงมือสีดำเข้ม เสื้อคลุมยาวสีดำ ถือไม้ตะพดประดับดวงดาว
ไคลน์แสดง ‘ปราสาทต้นกำเนิด’ ออกมา พร้อมกับกดฝ่ามือซ้ายไปข้างหน้า
เวลาที่แต่เดิมก็ช้ามากแล้วเพราะหลุมดำขนาดใหญ่ ยิ่งช้าลงไปอีก ราวกับมีเสียงระฆังดังจากภายในประตูแสงสีดำอมเขียว
ทุกอย่างติดขัดตามไปด้วย เกือบจะหยุดนิ่ง
ราชันกาลอวกาศ!
‘เจ้าดารา’ ก็ตกอยู่ในกระแสเวลาที่เกือบหยุดนิ่ง การเคลื่อนไหวช้าลงอย่างไม่น่าเชื่อ
พระองค์ตระหนักถึงความไม่ชอบมาพากลได้ทันที
ข้าสร้างหลุมดำทำไม สร้างหลุมดำที่ทำให้อวกาศหดตัวและกระแสเวลาเชื่องช้าลง?
นี่ไม่ใช่การช่วย ‘ราชันกาลอวกาศ’ ให้หยุดเวลาได้ดียิ่งขึ้นหรือ?
หรือว่าในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ข้าได้รับอิทธิพลจากสัญลักษณ์แห่ง ‘โง่เขลา’ โดยไม่รู้ตัวแล้ว?
‘เจ้าดารา’ ไม่ลังเล เตรียมจะเปลี่ยนการยุบตัวของหลุมดำ ให้เป็นแรงระเบิดสุดอลังการทันที
สิ่งนี้สามารถทำลายพันธนาการของอวกาศ ทำลายภาวะเวลาหยุดนิ่ง หรือแม้กระทั่งอาจสร้างความเสียหายแก่ปราสาทต้นกำเนิดที่ปรากฏตัวออกมาแล้ว!
แน่นอน การเปลี่ยนแปลงระดับนี้ต้องการเวลาอย่างน้อยหนึ่งวินาที และหนึ่งวินาทีในบริเวณที่กระแสเวลาช้าลง ย่อมไม่เท่ากับหนึ่งวินาทีภายนอก มันยาวนานกว่ามาก
‘เทวีโชคชะตา’ ก็เกือบถูกดูดกลืนโดยหลุมดำขนาดมหึมาที่ ‘เจ้าดารา’ สร้างขึ้น แต่พระองค์อาศัยการถักทอโชคชะตาของตน ช่วยให้หลบลี้ไปยังชายขอบสำเร็จ ไม่ได้รับผลกระทบ เพียงแต่พระองค์จะมองไม่เห็นโชคชะตาของมิติอันมืดมิดนั่นแล้ว
ขณะนี้ พระองค์พบว่าในจุดที่สายธารยาวๆ อันลวงตายังทอดมาไม่ถึง ราชันเร้นลับไคลน์ที่สวมเสื้อคลุมสีดำ หมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูง ถือไม้ตะพดประดับดวงดาว ได้ปรากฏตัวภายในประตูแสงบานใหญ่ที่ย้อมประกายสีดำอมเขียว
สายธารแห่งชะตาสีปรอทเปลี่ยนทิศทางทันที ไหลหลั่งไปทางไคลน์ ทุกกิ่งก้านลำธารล้วนรวมตัวกันที่ประตูแสง ราวกับตรงนั้นคือตัวแทนของความถูกต้อง คือตัวแทนของอนาคตอันแท้จริง แม้แต่ ‘เทวีโชคชะตา’ เองก็ยังถูกดึงดูดให้เข้าไปใกล้
เครื่องหมายแห่งชะตา!
‘เทวีโชคชะตา’ อาศัยสิ่งนี้มองเห็นโชคชะตาของ ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ ร่างกายไร้เศียรฝั่งขวาของพระองค์ ตามกระแสการไหลเชี่ยวของสายธารปรอท ฟันมีดเล็กมายาสีดำอมเงินโดยเล็งไปทางประตูแสงบานใหญ่ที่ย้อมสีดำอมเขียว
นี่จะตัดขาดกิ่งก้านลำธารแห่งโชคชะตาทั้งหมดในคราวเดียว
คำพิพากษาสุดท้าย!
ไคลน์ที่นำ ‘ปราสาทต้นกำเนิด’ ออกมาแสดง เมื่อเห็นฉากดังกล่าวก็กางแขนทั้งสองด้วยสีหน้าสงบ ยกเสื้อคลุมสีดำขึ้น ให้ประตูแสงที่ย้อมประกายสีดำอมเขียวเปล่งประกายเจิดจ้า
ฉากที่ถูกซ่อนไว้ด้านหลังเขา เริ่มปรากฏให้เห็นเป็นครั้งแรก
มันคือหลุมดำไร้ก้นอันมืดมิด ที่แม้แต่แสงและความร้อนก็ถูกกักขังจนไม่สามารถหนีออกมา
มันคือหลุมดำที่ ‘เจ้าดารา’ สร้างขึ้น!
แทบจะในเวลาเดียวกัน ไคลน์ยกเลิกภาวะหยุดนิ่งของ ‘การเปลี่ยนแปลง’ แล้วผลักดันให้ ‘การเปลี่ยนแปลง’ เร่งความเร็วแบบย้อนกลับ
ทันใดนั้น การเปลี่ยนแปลงที่ ‘เจ้าดารา’ พยายามกระทำ เกิดสัมฤทธิ์ผลในพริบตา หลุมดำกลายเป็น ‘หลุมขาว’ พ่นทะเลแสงอันกว้างใหญ่และน่าสะพรึงกลัวที่กำลังลุกไหม้ พร้อมกับพ่นระเบิดสุดขั้วออกมารอบทิศทาง
สิ่งนี้พุ่งเข้าหาไคลน์ พุ่งไปยัง ‘ปราสาทต้นกำเนิด’ แล้วก็พุ่งไปยัง ‘เทวีโชคชะตา’ ที่อยู่อีกด้านของประตูแสงด้วย!
ไคลน์ไม่ได้หนีออกจากจุดเกิดเหตุ เพียงยกมือขึ้นมาทาบอก ทำความเคารพต่อ ‘เทวีโชคชะตา’ ที่กระจกตาของเศียรตรงกลางกำลังสะท้อนภาพทะเลแห่งแสงที่ลุกไหม้
ขณะเดียวกัน เขาก็ถือโอกาสถ่ายโอนการโจมตีของ ‘เทวีโชคชะตา’ ไปยัง ‘เจ้าดารา’ ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของ ‘ปราสาทต้นกำเนิด’
นี่คือการ ‘ปลูกถ่าย’ รูปแบบหนึ่ง เป็นการสำแดงเดชของสัญลักษณ์ ‘พิสดาร’!
สำหรับ ‘เจ้าดารา’ และ ‘เทวีโชคชะตา’ หากพบปัญหาล่วงหน้า ย่อมยุติการโจมตีของตัวเองได้ไม่ยาก เพื่อยับยั้งมิให้ ‘การปลูกถ่าย’ บรรลุจุดประสงค์
แต่ครั้งนี้ ไคลน์ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ อาศัย ‘ปราสาทต้นกำเนิด’ กั้นสองด้าน ในสถานการณ์ที่ตัวเองก็ตกอยู่ในวิกฤตพร้อมกัน จนทั้งสองพระองค์ตามการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน!
แน่นอน สัญลักษณ์ ‘ความโง่เขลา’ ที่ส่งอิทธิพลต่อรอบข้าง ยิ่งผ่านไปนานก็ยิ่งทรงอิทธิพล จนมันกลายเป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในศึกนี้
เพียงชั่วพริบตา ทะเลแสงอันกว้างใหญ่และน่าพรั่นพรึง กลืนกินร่างแท้ของไคลน์จนหมดสิ้น พร้อมกับสั่นคลอนประตูแสงบานใหญ่ที่ย้อมประกายสีดำอมเขียว
จากนั้น ทะเลแสงยังคงไม่หยุดยั้ง เดินหน้าถาโถมกายเนื้อทั้งสามของ ‘เทวีโชคชะตา’ อย่างสมบูรณ์ ฉีกทึ้งพร้อมกับละลาย
การโจมตีอันเป็นสัญลักษณ์ ‘คำพิพากษาสุดท้าย’ ของ ‘เทวีโชคชะตา’ ก็ปะทะกับ ‘สายธารโชคชะตา’ ของ ‘เจ้าดารา’ ตามเป้าหมายเช่นกัน
‘เจ้าดารา’ พลันรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นโดดเดี่ยว ดำรงอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ไม่อาจสัมผัสถึงความจริง ไม่อาจสัมผัสถึงโลกวิญญาณและโลกดารา ราวกับไม่มีโชคชะตาในอนาคตอีกต่อไป
ภายในแดนดาราจักรแห่งนี้ ซึ่งไม่หลงเหลือดาวฤกษ์ใดอีกแล้ว ร่างของไคลน์ที่สวมเสื้อคลุมสีดำ ถุงมือสีเข้ม ถูกวาดใหม่จนเสร็จสมบูรณ์ในพริบตา
เขาเพิ่งตายไปเมื่อครู่
แต่เขาควบคุมปาฏิหาริย์ การคืนชีพก็ถือเป็นปาฏิหาริย์ชนิดหนึ่ง
ในทำนองเดียวกัน ‘ปราสาทต้นกำเนิด’ ก็ได้รับแรงสะเทือนอย่างหนักจากแผนการเสี่ยงๆ ในคราวนี้ ไม่อาจฟื้นฟูกลับเป็นปกติได้ในเวลาอันสั้น
นี่คือราคาที่ต้องจ่ายหากต้องการจบการต่อสู้อย่างรวดเร็ว
ไคลน์ยังไม่ย่ามใจ เพราะการต่อสู้ทางนี้ยังไม่ได้จบสิ้นอย่างแท้จริง เขาเพียงแค่ได้รับความได้เปรียบชั่วคราว
ในเมื่อสร้างโอกาสได้แล้ว ก็ต้องคว้าไว้แล้วทำให้สำเร็จ!
……………………………………………………..