ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1172 ให้โอกาสเจ้า
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1172 ให้โอกาสเจ้า
ตอนที่ 1172 ให้โอกาสเจ้า
‘เจ้าดารา’ ที่ถูกตัดขาดจากแขนงโชคชะตา เท่ากับไร้อนาคต ถูกกีดกันออกไป ค้นหาโลกความจริงไม่พบ สัมผัสถึงโลกวิญญาณและโลกดาราไม่ได้
หากยังไม่ได้เป็นเหนือลำดับ ตอนนี้คงได้แต่มองดูตัวเองตายไป ไร้ทางพลิกโชคชะตา
ในกรณีของ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ ส่วนใหญ่ พวกพระองค์จะสูญพลังอำนาจ สัญลักษณ์ส่วนใหญ่ใช้การไม่ได้ ยามนี้หากศัตรูฉวยโอกาสตามซ้ำจนถึงตาย พระองค์ก็แทบไม่มีโอกาสต้านทาน
คำตัดสินครั้งสุดท้ายแห่งโชคชะตา ไม่อาจสังหาร ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ ตรงๆ ได้ แต่สามารถปอกลอกสัญลักษณ์ส่วนใหญ่ออกชั่วคราว ทำให้อ่อนแอยิ่ง กลายเป็นบุคคลน่าสงสารไร้อนาคต ไร้ความฝัน ถูกโชคชะตาทอดทิ้งโดยสมบูรณ์
‘เจ้าดารา’ ในตอนนี้ไม่ได้กลัว ‘เทวีโชคชะตา’ ซ้ำเติม แต่กลัว ‘ราชันเร้นลับ’ ฉวยโอกาสทำให้ทรมานยิ่งกว่าตาย
ในฐานะ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ แม้พระองค์จะเน้นความจริงมากกว่าศาสตร์เร้นลับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไร้ทางหลุดพ้นวิกฤตนี้
พระองค์รีบขับดวงอาทิตย์ระเบิด ซึ่งประกอบกันเป็นกายเนื้อออกไป พ่นอนุภาคนับไม่ถ้วน
จากนั้นก็อาศัยสัญลักษณ์ ‘เจ้าแห่งพลังพื้นฐาน’ ที่ลอกไม่ออกและไม่มีวันลอกได้ ดลบันดาลให้อนุภาคพุ่งชนกัน หลอมรวมกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลายเป็นธาตุนานา สร้างสสารอันแท้จริง
สสารใหม่เหล่านี้มีโชคชะตาเป็นของตน ทุกโชคชะตาผสานเข้าด้วยกัน กำลังจะทะลุผ่านกำแพงกั้น ไหลรวมสู่สายธารมายาสีเงินอันยิ่งใหญ่
มันจะช่วย ‘เจ้าดารา’ ค้นหาโลกความจริง เพื่อกลับคืนสู่สายธารโชคชะตา
ในสายธารลวงตาที่ประกอบจากสัญลักษณ์สีเงินซับซ้อนต่อหัวท้าย ท่ามกลางการผสานและแปรเปลี่ยนของสารพัดโชคชะตา จิตวิญญาณของ ‘เทวีโชคชะตา’ รวมตัวขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่มีสิ่งใดขัดขวางหน่วงเหนี่ยวได้
…………
แดนดาราจักรอีกแห่ง
‘ต้นกำเนิดความหิวโหย’ เขมือบปฐมกาลไปได้บางส่วน กลืนกินพลัง ‘แฮงแมน’ ไปหลายชนิด
ทางด้านกรีชา·อาดัมก็คอยปลอบโยน ชี้นำ และจัดแจงด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ไม่แสดงท่าทีท้อแท้ถอดใจ
พระพุทธรูปทองคำยักษ์นั่งขัดสมาธิในอวกาศไร้ขอบเขต หลับตาแน่นิ่ง ฝ่ามือทองคำที่ยื่นจากรอยแตกบนผิวกาย ห้อยลงอย่างอ่อนแรง
ตอนนี้พระองค์ไร้กำลังต้านทาน เหลือเพียงความโชคดีคอยคุ้มครองเท่านั้น
นี่ส่งผลให้สัญชาตญาณการรวมตัวและความโลภอันมาจากเทวบารมีของ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ กำลังพุ่งพล่าน ราวคนตระหนี่เห็นสมบัติที่หมายมั่นมานานไร้คนคุ้มกัน การไปช่วงชิงมาเป็นของตัวเองจะไม่ถือว่าผิดกฎหมาย
‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสเห็น ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ จับตาพระพุทธรูปทองคำมากขึ้น จึงจงใจเบนความสนใจไปยัง ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ พลางถอยห่าง ‘กุญแจแห่งแสง’ และแก่นแท้ต้นกำเนิดองค์อื่นๆ
ผ่านไปอีกไม่กี่อึดใจ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ห้ามสัญชาตญาณรวมตัวของเทวบารมีไม่อยู่ กายเนื้อทั้งสามร่วมแรง วางจุดกระตุ้น ‘วัฏจักร’ ไว้หลายแห่ง แล้วหันไปหา ‘กุญแจแห่งแสง’
พระองค์อาศัยกฎการรวมตัวของตะกอนพลัง พุ่งตัวเข้าหาพระพุทธรูปทองคำ พร้อมกับให้พระพุทธรูปทองคำพุ่งมาหาพระองค์ด้วย
ทันใดนั้น สายธารมืดมิดลวงตาที่เป็นเส้นตรง ไหลออกมาท่ามกลางนภาดาว นำพาความสงบนิ่งของโชคชะตาและประกาศถึงความตาย
นี่คือสายน้ำที่ไม่วนซ้ำ โดยจะไหลไปข้างหน้าตลอดกาล
แม้แต่ความตายเองก็ต้องดับสูญในสายน้ำนี้
แม่น้ำอันธการนิรันดร์!
อมานีซิสแม้จะข้ามลำดับอย่างแท้จริงแล้ว แต่ก็ยังหลงเหลือจิตวิญญาณตกค้างของ ‘ผู้เป็นหนึ่งเดียวกับเต๋า’ สายเฮาหลี่อยู่มาก สภาพไม่ค่อยดีนัก ต้องใช้เวลาปรับตัวและขจัดผลร้าย
ดังนั้น นอกจากเมื่อครั้งเพิ่งเลื่อนเป็นวันวาน ที่ต้องขัดขวางพวก ‘เทพภายนอก’ พระองค์ก็ไม่เคยใช้ ‘แม่น้ำอันธการนิรันดร์’ พร้อมกับทุกสัญลักษณ์อีกเลย
ตอนนี้พระองค์รู้ว่าเวลามีจำกัด จึงไม่สนปัญหาอื่น หวังใช้แม่น้ำสายนี้ทำลาย ‘วัฏจักร’ ที่ศัตรูวางทิ้งไว้ ขวางกั้นไม่ให้รองรับ ‘กุญแจแห่งแสง’ ได้โดยเร็ว ตรึงพระองค์เอาไว้ก่อน สร้างโอกาสให้ลูเมี่ยนได้ดวลตัวต่อตัวกับ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’
สายน้ำลวงตาไร้สีท่วมทับจุด ‘วัฏจักร’ ทั้งหมด ส่งผลให้สูญสลายในทันที ใช้การไม่ได้อีกต่อไป
‘แม่น้ำอันธการนิรันดร์’ สายนี้คอยขวางระหว่าง ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ กับพระพุทธรูปทองคำ กลายเป็นความมืดหนาทึบ คลุมมิติแห่งนี้เอาไว้ ส่งผลให้กายเนื้อทั้งสามของ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ต้องฝืนหลับตาลง
สัญลักษณ์ ‘ความมืด’ บังคับจิตให้นิ่งสงบ ให้จมหลับไป!
กายเนื้อที่ส่องแสงไถ่ถอนฝั่งขวามือของ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ แม้หลับตาจมภวังค์นิทราไป แต่เบื้องหน้ากลับผุดแขนงโชคชะตานับไม่ถ้วน แขนงเหล่านี้แทนความเป็นไปได้เดียวกัน คือ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ จะฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่ง
สัญลักษณ์ ‘อนาคต’ กับ ‘ชะตาที่ถูกลิขิต’!
ทุกสิ่งที่ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ กำลังพบเจอในตอนนี้ ล้วนถูกคาดเดาล่วงหน้าได้ พระองค์จึงเตรียมพร้อมล่วงหน้า กำหนดอนาคตรอไว้
ไม่ใช่แค่เพราะพระองค์ได้วิวรณ์จากสายธารโชคชะตา แต่ยังรู้ชัดเจนว่า ‘กุญแจแห่งแสง’ คือร่างอวตารของโชคชะตา ช่วงสำคัญระหว่างที่กำลังถูกรองรับ ย่อมต้องมี ‘โชคดีสุดขั้ว’ คอยช่วยเหลือ ซึ่งจะนำพาอุปสรรคมาขัดขวางความพยายามของพระองค์
นี่คือเหตุที่พระองค์ไม่ตรึงโชคชะตาของตนไว้กับสายธารซึ่ง ‘รองรับกุญแจแห่งแสงสำเร็จ’ เพราะมันไม่มีทางตรึงได้แต่แรก!
อมานีซิสผู้ยังคงรักษาความมืดหนาทึบ แยกมือสองข้างออก ก่อนที่โชคชะตาอนาคตจะกลายเป็นจริง พระองค์แทงดาบสนธยาสีส้มแสดเข้าสู่ขอบความมืด เข้าสู่ความว่างเปล่านี้
ความมืดหนาทึบหดตัวทันที การไหลของกระแสเวลาเริ่มช้าลง ราวกับรวมเข้าสู่จุดเดียว
โชคชะตาที่ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ จะฟื้นคืนสภาพยังไม่แปรเปลี่ยน แต่การมาถึงจะถูกชะลอออกไป ต้องรออีกหลายวินาที!
สัญลักษณ์ ‘ผู้รวมกาลอวกาศเป็นหนึ่ง’!
แม้ไม่สมบูรณ์ แต่ก็ใช้การได้
อมานีซิสที่ช่วยยื้อ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ สำเร็จแล้ว หันมามองพระพุทธรูปทองคำยักษ์
แม้แต่พระองค์ก็ยังต้องรู้สึกทึ่งกับโชคชะตาของผู้ยิ่งใหญ่องค์นี้
ถูกลอบทำร้าย เกิดปัญหาร้ายแรง ต้องจำศีล แต่กลับดึงดูด ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ เข้ามาได้ ช่วยให้ ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ลูเมี่ยนได้โอกาสเผชิญหน้ากับ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ ตัวต่อตัว
แม้อาจมีเพียงไม่กี่วินาที แต่ก็ยังถือเป็นโอกาส
ลูเมี่ยนผู้เป็นต้นกำเนิดสงคราม ย่อมไม่พลาดโอกาสทองนี้ เขาคลี่โลกในกระจกจาก ‘นครภัยพิบัติ’ แล้วดึง ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ เข้ามา
ที่นี่คือนภาดาวไร้ขอบเขต
ทันใดนั้น ดาวฤกษ์ยักษ์จากทุกทิศรอบตัว ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ พลันเกิดระเบิด พ่นสสารปริมาณมหาศาล ก่อกำเนิดทะเลแสงเผาผลาญทุกสิ่ง แรงระเบิดขยายตัวออกไปเป็นวงกว้าง
เหนือศีรษะและใต้ฝ่าเท้าพระองค์ หลุมดำแสดงตัวผ่านจานเพิ่มมวล ฉีกร่างพระองค์ไปสองทาง ส่งผลให้บาเรียโลกในกระจกซึ่งอยู่ไกลออกไป ทยอยแตกร้าวทีละนิ้ว แล้วพยายามพุ่งเข้ามา
หายนะล้างโลก!
กระแสเวลารอบ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ ยิ่งช้าลงจากเดิม ทะเลแสงอันร้อนแรงยังไม่ทันได้สัมผัสกับร่างกาย ก็มืดมิดลงอย่างรวดเร็ว เสื่อมถอยฉับพลัน ไม่น่ากลัวอีกต่อไป หลุมดำทั้งสองระเหยด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ จนมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ
ทันใดนั้น ท่ามกลางกระแสเวลาอันเชื่องช้า ประตูแสงดาวเจิดจ้าปรากฏด้านหลัง ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’
ลูเมี่ยนสามเศียรสามกายหกกรเป็นผู้เปิดมันออก แล้วเดินออกมาพร้อมกับดาบใหญ่เพลิงทมิฬที่อัดแน่นด้วยอำนาจทำลายล้างและปฐมกาล
เขาใช้พลังพันธสัญญาเส้นทาง ‘ประตู’ เป็นครั้งสุดท้าย
บัดนี้เขาสัมผัสได้ว่า ร่างกายของตนกำลังเสื่อมถอย สมดุลในร่างกายสูญเสียเร็วขึ้น
แต่ทางด้าน ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ นั้นไม่เกิดความผันผวนทางอารมณ์ใดๆ ราวกับสิ่งเหล่านั้นได้เน่าตายไปนานแล้ว
ในฐานะ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ พระองค์อาจดูเหมือนว่าอยู่ในรูปลักษณ์มัมมี่ทองคำตลอดเวลา แต่ความจริงแล้วไม่ถูกจำกัดด้วยโครงสร้างของมนุษย์
พระองค์ยินดีด้วยซ้ำที่ ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ เป็นฝ่ายเข้ามาในมิติเวลาอันเชื่องช้า ซึ่งมีสัญลักษณ์เสื่อมถอยรุนแรงที่สุด
พระองค์ยื่นฝ่ามือซ้ายอันเน่าเปื่อย มีน้ำหนองไหลเยิ้มไปทางลูเมี่ยน ศีรษะหมุนครบร้อยแปดสิบองศาเมื่อไรไม่ทราบได้ จดจ้องเป้าหมายที่กำลังขยับเขยื้อนอย่างเชื่องช้า
ไม่พลาดเป้า สั่งตาย!
ลูเมี่ยนอาศัยสัญลักษณ์ ‘หายนะล้างโลก’ รบกวน ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ ก่อน แล้วเปิด ‘ประตู’ เข้ามา ไม่ใช่เพื่อหลอกศัตรู แต่เพื่อถ่วงเวลาทำสิ่งหนึ่ง
บัดนี้เขาส่งเจตจำนงไปยังศาสนิกทั้งหมดของตนแล้ว
“จงเอ่ยนามข้า!”
บนดาวขอบจักรวาล ลูกาโน ลีออน และศาสนิกนิกายโรคทุกคน ล้วนได้ยินเสียงอันยิ่งใหญ่ดังก้องข้างหูพร้อมกัน พวกเขาก้มศีรษะลงอย่างศรัทธา ร้องเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เทพแห่งโรคผู้ยิ่งใหญ่!”
“เทพแห่งโรคผู้ยิ่งใหญ่!”
……
ท่ามกลางเสียงสวดวิงวอน ใบหน้าวังวนปฐมกาลของบนเศียรซ้ายของลูเมี่ยนเริ่มหันไปทาง ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’
พระองค์ดูจะไม่ได้รับผลจากกระแสเวลาเชื่องช้า เพียงฉีกดึงกาลอวกาศเข้าสู่ตัวเองอย่างง่ายดาย
บัดนี้ ‘เทพแห่งโรค’ สองยุคได้พบกันแล้ว
ลูเมี่ยนไม่ได้หวังว่า สัญลักษณ์เพียงเท่านี้จะทำให้ ‘เทพแห่งโรคเก่า’ เท่ากับ ‘เทพแห่งโรคใหม่’ ได้
ไม่ได้หวังว่าการทำให้ ‘ตนบาดเจ็บ’ เท่ากับ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอยบาดเจ็บ’
การเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับระหว่างทั้งคู่ยังอ่อนแอเกินไป สัญลักษณ์ที่ต้องการยังขาดอีกมาก
‘หมอกไม่จีรัง’ กับ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ถูกใช้ความคล้ายคลึงทำร้ายจนบาดเจ็บหนักได้ เพราะ ‘จินนี่’ ‘โลกเงามืด’ กับพวกพระองค์เคยเป็นหนึ่งเดียวกันมาก่อน ทั้งยังมีโรซายล์มหาราชกับเอกลักษณ์ ‘ผู้ถูกล่าม’ เป็นสื่อกลางอันยอดเยี่ยมคอยเชื่อมทั้งคู่
ส่วนลูเมี่ยนเท่ากับ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ได้เพราะ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ยินยอมเอง พระองค์เป็นฝ่ายสร้างการเชื่อมโยงนั้นเอง และในตอนท้ายลูเมี่ยนยังบรรลุเงื่อนไขสำคัญได้
แต่บัดนี้ เงื่อนไขข้างตนไม่มีเลยสักข้อ
ลูเมี่ยนเสริมสัญลักษณ์ ‘เทพแห่งโรค’ ไม่ใช่เพื่ออาศัยกฎความคล้ายคลึงทางศาสตร์เร้นลับทำร้าย ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ จนบาดเจ็บสาหัสในระยะเวลาอันสั้น
แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้าม
สำหรับผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ใครก็ตามที่ใช้นามเก่าของพระองค์ แย่งชิงศาสนิกเดิมของพวกพระองค์ ล้วนจะสร้างการเชื่อมโยงศาสตร์เร้นลับกับพวกพระองค์เสมอ
ซึ่งพวกพระองค์จะใช้มันเพื่อมอบเคราะห์ร้าย สาปแช่งหรือสังหารอีกฝ่าย หรือแม้แต่ยึดร่างนั้นได้
ก่อนหน้านี้หากไม่มีบาเรียโลกดาราคอยขวางกั้น หากไม่มีมิสเตอร์ฟูลคอยคุ้มครอง ลูเมี่ยนคงตายหรือกลายเป็น ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ ไปนานแล้ว
แต่บัดนี้ ลูเมี่ยนจงใจเสริมสัญลักษณ์ ‘เทพแห่งโรค’ ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ ได้เข้ามายึดครองร่างตน!
……………………………………………………..