ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1174 สัญชาตญาณแห่งการไถ่ถอน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1174 สัญชาตญาณแห่งการไถ่ถอน
ตอนที่ 1174 สัญชาตญาณแห่งการไถ่ถอน
………………..
ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ก็อาศัยสายธารโชคชะตาที่ตรึงตัวแน่วแน่ สลัดพันธนาการของสัญลักษณ์ ‘ความมืด’ ได้สำเร็จ
แต่ไม่ว่าจะเป็นพระองค์ หรือ ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิส ต่างก็มิได้สู้รบตบมือต่อ หากแต่พร้อมใจเหลียวมองไปยังขอบแดนดาราจักรแห่งนี้
ณ ที่แห่งนั้น กระจกลวงตากำลังแตกกระจาย ลูเมี่ยนผู้มีสามเศียรสามกายหกกรปรากฏร่าง ในสภาพถูกห่อหุ้มด้วยก้อนเนื้อเน่าเปื่อยสีเขียวอมเหลือง ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงดำสนิทลึกล้ำ
ร่างมหึมานั้น พร้อมด้วยก้อนเนื้อเน่าเปื่อย ค่อยๆ ยุบตัวเข้าหาจุดใดจุดหนึ่งภายใน เริ่มจากอกตรงกลาง ตามด้วยแขนขวา แล้วจึงเป็นท้องด้านซ้าย
ภายในนั้นปรากฏจุดดำลึกล้ำราวกับซุกซ่อนจักรวาลทั้งใบไว้
ทุกครั้งที่ยุบตัว ลางสังหรณ์อันตรายของ ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสจะทวีความรุนแรงขึ้นหลายเท่า พระองค์ตระหนักฉับพลันว่า เหตุการณ์ที่กำลังคลี่คลายอาจไม่เป็นดังที่คาดการณ์ไว้แต่แรก
หลังไคลน์ฟื้นคืนสติสมบูรณ์และรองรับ ‘ปราสาทต้นกำเนิด’ ได้สำเร็จ เขาเริ่มหารือกับยอดฝีมืออีกแค่สองคน เพื่อวางแผนรับมือสถานการณ์ต่างๆ ที่จะตามมา หนึ่งในนั้นคือลูเมี่ยนผู้มีใบหน้าเป็นวังวนปฐมกาล พร้อมทั้งด้านหยินหยางของ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’
อีกองค์คือ ‘เทพธิดารัตติกาล’ อมานีซิสผู้ครองอำนาจ ‘ปกปิด’ ทั้งนี้เพื่อมิให้เรื่องการลืมตาตื่นและแผนการต่างๆ รั่วไหลออกไป
‘อสรพิษปรอท’ วิล·อัสตินเพียงแค่รับรู้ใน ‘อาณาจักรราตรี’ ว่าไคลน์ตื่นแล้ว และได้ช่วยเขารองรับเอกลักษณ์ แต่มิได้ล่วงรู้รายละเอียดเชิงลึก
ดังนั้น ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสจึงทราบมาตั้งแต่ต้นว่า ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ลูเมี่ยนจะรับมือกับ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ อย่างไรบ้าง และจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง บัดนี้ดูเหมือนว่าสิ่งที่ควรทำได้ทำไปหมดแล้ว เพียงแต่ผลลัพธ์ดูจะผิดเพี้ยนไปบ้าง
ผลที่คาดหวังไว้คือ ลูเมี่ยนจะสร้างอำนาจของเสาหลักที่สี่ขึ้นมา ทำให้ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ ถูกสังหารพร้อมกับตัวเขาเอง และลบล้างจิตสำนึกด้านหยินหยางของ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ รวมถึงจิตสำนึกของชีค จิตสำนึกของอลิสต้า·ทูดอร์ และจิตสำนึกของ ‘มังกรหายนะ’ ให้สาบสูญโดยสิ้นเชิง
หากลูเมี่ยนอาศัยข้อเท็จจริงที่ว่า ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ และ ‘หายนะล้างโลก’ เป็นส่วนหนึ่งของเสาหลักที่สี่ จนสามารถยืนหยัดต่อการโจมตีทำลายล้างนั้นได้นานขึ้น ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสก็จะดึงพลังที่แบ่งปันให้แก่อีกฝ่ายกลับคืนมา ทำให้ความน่าสะพรึงกลัวของเสาหลักที่สี่ไม่อาจดำรงอยู่ต่อไป ส่วน ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์จะใช้วิธีสร้าง ‘การเกิดใหม่’ มอบ ‘ปลูกถ่าย’ รวมถึงวิธีการอื่นๆ เพื่อให้ลูเมี่ยนมีโอกาสรอดชีวิต ทว่าเช่นนี้แล้ว จิตสำนึกอันยุ่งเหยิงในร่างลูเมี่ยนก็จะคงอยู่ต่อไปด้วย
ส่วนคำถามที่ว่า เขาจะยังคงรักษาดุลยภาพอันเปราะบางไว้ได้หรือไม่ ยังเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดา
บัดนี้ ผลลัพธ์ดังกล่าวกำลังเป็นจริง แต่ดูเหมือนว่ามีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังก่อตัวขึ้น
ชั่วพริบตา ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสพบว่า รอบกายลูเมี่ยนที่กำลังยุบสลายอย่างรวดเร็วนั้น เกิดภาพประหลาดขึ้น
มันคือภาพจักรวาลอันกว้างใหญ่ ซึ่งปราศจากชีวิตชีวาโดยสิ้นเชิง ราวกับถูกแช่แข็ง มีเพียงความมืดมิดที่กลืนกินสรรพสิ่งเข้าไป พยายามบีบอัดให้เหลือเพียงจุดสุดท้าย…
สัญลักษณ์ ‘จุดสิ้นสุด’
สัญลักษณ์ ‘จุดสิ้นสุด’ ที่ตรงข้ามกับสัญลักษณ์ ‘ปฐมกำเนิด’…สิ่งนี้ไม่ควรปรากฏ จักรวาลยังไม่ถึงจุดจบ เสาหลักที่สี่ไม่มีทางถือกำเนิดได้…แววตาของ ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสพลันหยุดนิ่ง
พระองค์นึกถึงความเป็นไปได้หนึ่งทันที
ในร่างลูเมี่ยนมิได้มีเพียงพลังที่ประกอบขึ้นเป็นเสาหลักที่สี่เท่านั้น หากยังมีสัญลักษณ์ของ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ รวมทั้งด้านหยินหยางของ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’
เมื่ออำนาจที่เป็นตัวแทนของ ‘จุดสิ้นสุด’ กับสัญลักษณ์ที่เป็นของ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ มาพบกับด้านหยินหยางของ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ ซึ่งในที่สุดก็มีโอกาสได้ปะทะกันในการทำลายล้างครั้งนี้ บางที อาจมีโอกาสที่อำนาจ ‘จุดสิ้นสุด’ จะหลอมรวมขึ้นเป็นสัญลักษณ์ ‘จุดสิ้นสุด’!
ต้องไม่ลืมว่า ‘สิ่งใดที่อาจเสื่อมได้ ย่อมต้องเสื่อม’ ก็รวมอยู่ในสัญลักษณ์เหล่านั้นด้วย
หากสัญลักษณ์ ‘จุดสิ้นสุด’ ปรากฏขึ้น แม้เพียงชั่วขณะเดียว ก็นับเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก สถานเบาก็ ชีวิตทั้งมวลในกาแล็กซีนี้รวมถึง ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ จะดับสูญโดยสิ้นเชิง ไม่อาจฟื้นคืนได้อีก สถานหนักก็ จักรวาลทั้งใบจะต้องเริ่มต้นใหม่!
‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสรีบดึงอำนาจ ‘ความตาย’ ‘ความเงียบนิรันดร์’ และ ‘สนธยา’ ที่แบ่งปันให้ลูเมี่ยนกลับคืนทันที แต่ร่างกาย จิตสำนึก และจิตวิญญาณของ ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ลูเมี่ยนยังคงยุบสลายต่อไป ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
การมาถึงของสัญลักษณ์ ‘จุดสิ้นสุด’ ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่พ้นแล้ว
ขณะนั้นเอง ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ได้ละทิ้งองค์พระพุทธรูปทองคำขนาดมหึมา ซึ่งเป็นตัวแทนของ ‘กุญแจแห่งแสง’ แล้วเคลื่อนกายผ่านโลกดารากลับมายังข้างๆ ลูเมี่ยน
‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสเห็นดังนั้น พลางนึกถึงคำใบ้ของ ‘จินนี่’ จึงมิได้ลงมือขัดขวาง เพียงติดตาม ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ กลับสู่สนามรบเดิม คอยสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด
‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’ ชะลอการโจมตีปรมาจารย์สวรรค์และเงาของ ‘จักรพรรดิฟ้า’ พระองค์เตรียมพร้อมที่จะยกระดับมิติ หนีออกจากกาแล็กซีนี้ในพริบตา แต่นั่นก็มิอาจรับประกันว่าพระองค์จะปลอดภัย
‘ต้นกำเนิดความหิวโหย’ ที่กำลังกัดกินกรีชา·อาดัมก็ถึงคราวหยุดชะงัก พระองค์ที่อาศัยสัญชาตญาณเป็นหลัก เริ่มมีแนวโน้มจะหลบหนี
ร่างสีเงินปรอทหน้าตาขมขื่นตรงกลางของ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ชี้นิ้วไปยังโลกดารา ส่งผลให้ ‘เทวทูตไถ่ถอน’ ที่กำลังรบอยู่ตรงขอบจักรวาล ย้ายกลับมายังข้างกายพระองค์ในพริบตา แปรสภาพเป็นแสงสีเงินอมดำ หลอมรวมเข้าสู่อ้อมกอดของพระองค์ บรรดา ‘คนบาป’ ที่เหลือต่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อขาดเทวทูตใหญ่ลำดับ 1 คอยคุ้มครอง จึงพากันถอนตัวออกจากสนามรบ กลับสู่อาณาจักรเทพ
จากนั้นทันที ร่างสีดำสนิททางซ้าย กับร่างที่ประกอบด้วยแสงไถ่ถอนทางขวาของ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ พร้อมใจกันทำให้สายธารโชคชะตาอันเลือนรางปรากฏ
ลำน้ำหลักคืออดีตที่เกิดขึ้นแล้ว ลำน้ำสาขาคืออนาคตที่จะกลายเป็นความจริง
อนาคตได้ถูกกำหนดแล้ว ทุกสาขาล้วนนำไปสู่จุดสิ้นสุดแบบเดียวกัน
ร่างทั้งสองของ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ต่างประสานมุทราขึ้นพร้อมกัน ‘ร่างไถ่ถอนแห่งอนาคต’ บันดาลให้สายธารสีปรอทที่ไร้ซึ่งความเป็นไปได้ใดๆ เกิดแตกแขนงขึ้นใหม่จากความว่างเปล่า กลายเป็นสายธารที่สามารถยับยั้งการปรากฏของสัญลักษณ์ ‘การสิ้นสุด’ ได้
ส่วน ‘ร่างคนบาปแห่งอดีต’ ทำให้เงาของ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ ในสายธารแห่งชะตาที่เป็นอดีตกาล กลับกลายเป็น ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ทีละเงา ขณะที่เงาดั้งเดิมของ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ กลับกลายเป็น ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ แทนที่กันไป
สัญลักษณ์ ‘การแทนที่’!
นี่คือขั้นสูงสุดของ ‘ศาสตร์สลับตัว’
เมื่อสัมผัสได้ว่า อดีตของตนกำลังถูก ‘แทนที่’ อย่างรวดเร็ว ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ มิได้ขัดขืน หากแต่กลับคาดหวังให้ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ประสบความสำเร็จเสียด้วยซ้ำ
พระองค์มองเห็นแสงสว่างแห่งการไถ่ถอน
ขณะที่ร่างของลูเมี่ยนพังทลายไปกว่าครึ่ง ‘ร่างทนทุกข์แห่งปัจจุบัน’ ของ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ได้แยกร่างภาคลำดับ 1 ซึ่งประกอบขึ้นจากแสงแห่งการไถ่ถอนออกมา แล้วประสานมุทราเข้าหาลูเมี่ยน
เพียงพริบตา ร่างเน่าเปื่อยของ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ ในตัวลูเมี่ยน กับร่างลำดับ 1 ของ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ต่างสลับที่กันอย่างอัศจรรย์ หนึ่งกลับสู่ภายนอก หนึ่งเข้าไปภายใน สำเร็จการ ‘แทนที่’
บัดนี้ สิ่งที่ลูเมี่ยนกำลังรองรับมิใช่ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ อีกต่อไป หากแต่เป็นร่างแบ่งภาคลำดับ 1 ของ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’
ทันทีที่ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ หลุดออกจากร่างลูเมี่ยน ก็ถูกแผ่นเกราะทองคำห่อหุ้มเป็นชั้นๆ
แต่ทันใดนั้น บนผิวกายของพระองค์ปรากฏรอยแตกหลายแนว ทะลุทั้งทองคำและเนื้อเน่าเปื่อย ภายในยังมีเปลวไฟสีดำสนิทลึกล้ำลุกโชนอยู่
‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ ไม่มัวรีรอ รีบเข้าสู่โลกดารา แล้วหลบลี้หนีไปไกล
บาดแผลบนกายเนื้อแม้จะมี ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ช่วยรักษา ก็ต้องใช้เวลาหกสิบปีกว่าจะหาย ยิ่งหากไม่ได้รับความช่วยเหลือ ก็ต้องใช้เวลาหลายร้อยหลายพันปี พระองค์ย่อมไม่กล้าอยู่ในแดนดาราจักรนี้อีก ไม่กล้ากลับมาอีก
‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสมิได้ไล่ตาม คอยเฝ้าระวัง ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ไปพลางช่วยเหลือ ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ และเงาของ ‘จักรพรรดิฟ้า’ ไปพลาง
หลังจากสูญเสียสัญลักษณ์ของ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ ไป การพังทลายของกายเนื้อลูเมี่ยน รวมถึงการปรากฏของสัญลักษณ์ ‘การสิ้นสุด’ ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงดำเนินต่อไป
……….
ขณะที่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ช่วย ‘เทวีโชคชะตา’ ‘ตรึง’ จิตสำนึกและวิญญาณจากระยะไกล ไม่ให้ถูก ‘ราชันเร้นลับ’ ขโมยไป ไคลน์กลับไม่โกรธเคืองแต่อย่างใด หากแต่ดีใจเสียด้วยซ้ำ
เหนือหมอกสีเทาในตำแหน่งสูงอนันต์ หุ่นเชิดที่ไคลน์ซ่อนไว้ล่วงหน้าตนหนึ่ง ย้อนกลับมายังแดนดาราจักรนี้ ปรากฏใกล้ ‘เจ้าดารา’ ที่ถูกปอกลอกชะตาออกไป
ตั้งแต่แรกเริ่ม เป้าหมายแท้จริงของไคลน์คือ ‘เจ้าดารา’ ที่อยู่ในสภาพอ่อนแอเพราะ ‘คำพิพากษาสุดท้าย’ จนไม่อาจใช้สัญลักษณ์ส่วนใหญ่ของตน
ที่เขาลงมือกับ ‘เทวีโชคชะตา’ ก่อนก็เพื่อให้ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ซึ่งยังฟื้นฟูไม่สมบูรณ์ ต้องทุ่มสุดกำลังช่วยเหลือธิดาองค์โต เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ก็ยากจะแบ่งสมาธิมาขัดขวางการเล่นงาน ‘เจ้าดารา’ ในภายหลัง
พระองค์ก็มิใช่ ‘ราชันเร้นลับ’ ต่างฝ่ายต่างมีความถนัดของตน
ในสภาวะปกติ หุ่นเชิดตนเดียวของไคลน์ย่อมไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ แต่ ‘เจ้าดารา’ ในขณะนี้ประสบ ‘คำพิพากษาสุดท้าย’ ยังฟื้นคืนและกลับมาไม่ได้
ไคลน์ในหมวกทรงกึ่งสูง เสื้อคลุมสีดำ หยิบตะกอนพลัง ‘เทพหายนะ’ ที่ปกคลุมด้วยของเหลวหนืดสีดำออกมา ยกไม้ตะพดประดับดวงดาวในมือขวา ย้ายกลุ่มดาวมหึมาที่ยังเชื่อมโยงกับความเป็นจริงไม่ได้ และยังใช้สัญลักษณ์ความหนักหน่วงและความหนาแน่นไม่ได้ ออกจากสภาพแวดล้อมที่ถูกผลักไส แล้วนำไปยังวัตถุรูปร่างประหลาดคล้ายมนุษย์ต้นไม้
ตะกอนพลัง ‘เทพหายนะ’ ดูเหมือนจะถูกขยายจนแตกอยู่รอมร่อ ประตูแสงลวงตาสีดำอมเขียวบานหนึ่งพุ่งออกจากร่างไคลน์
เงาของประตูแสงตกลงบนตะกอนพลัง ‘เทพหายนะ’ ส่งผลให้มันสงบนิ่งในทันที เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นผลึกดวงดาวสีใสชวนฝัน
จากนั้น ไคลน์ขว้างผลึกดวงดาวดังกล่าวเข้าไปในโลกวิญญาณ แล้วปิดผนึกโลกวิญญาณต่อไป
นี่เป็นการป้องกันไม่ให้ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ช่วยให้ ‘เจ้าดารา’ หลุดพ้นออกมาได้
แน่นอนว่า ‘เจ้าดารา’ ซึ่งเป็น ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ ที่มีทั้งจิตสำนึก วิญญาณ แก่นแท้ต้นกำเนิด เอกลักษณ์ และตะกอนพลังครบถ้วน ทั้งมิใช่สภาพรอคืนชีพ แถมยังเอนเอียงไปทางโลกความจริงอย่างมาก ย่อมไม่มีทางถูกผนึกอย่างสมบูรณ์
อีกแค่สองสามนาที พระองค์ก็จะทลายผนึกได้เองตามธรรมชาติ หลุดออกมาจากตะกอนพลัง ‘เทพหายนะ’ แม้ ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์จะเสริมผนึกในภายหลัง ก็ไม่อาจถ่วงเวลาได้นานนัก
แต่การกีดกันออกไปสองสามนาทีสำหรับสถานการณ์ศึกปัจจุบัน ก็นับว่าเพียงพอแล้ว
หากในภายหลังได้รับชัยชนะ ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ย่อมมีเวลามากพอจะเก็บคืนตะกอนพลัง ‘เทพหายนะ’
ขณะใช้สัญลักษณ์อย่างเต็มกำลังผนึก ‘เจ้าดารา’ ไคลน์ละทิ้งการ ‘ขโมย’ จิตสำนึกและวิญญาณของ ‘เทวีโชคชะตา’ ปล่อยให้พระองค์ได้ร่างกายคืนมา
นี่ก็เป็นโอกาสอย่างหนึ่ง
เสื้อคลุมของไคลน์สะบัดพลิ้ว ถือโอกาสนี้ใช้สัญลักษณ์ ‘ความโง่เขลา’ กับ ‘เทวีโชคชะตา’
แต่เดิมเขาคาดว่า ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จะมาขัดขวาง แต่เขากับอีกฝ่ายต่างรับรู้ถึงเหตุการณ์ในสนามรบอีกแห่งพร้อมกัน
ไคลน์ไม่ลังเลอีกต่อไป เปิด ‘ประตู’ มุ่งสู่แดนดาราจักรที่ลูเมี่ยนและพวกอยู่ ทิ้งเงาแฟลชถี่ยิบไว้เพื่อ ‘หลอกลวง’ เทวีโชคชะตา ‘ซึ่งเพิ่งโดนสัญลักษณ์ ‘ความโง่เขลา’ หลอกล่อให้เข้าไปในโลกวิญญาณที่ผนึกคลายออกชั่วครู่ โดยหวังจะผ่านทางเพื่อไปหา ‘กุญแจแห่งแสง’
รอบกายของ ‘เทวีโชคชะตา’ ปรากฏเขาวงกตมหึมาในทันที โลกวิญญาณกลับไปถูกปิดผนึกอีกครั้ง
สำหรับ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ ในขอบเขต ‘โชคชะตา’ แม้อาศัยโชคล้วนๆ ก็สามารถหาทางออกจากเขาวงกตกาลอวกาศได้ อาศัยสายธารแห่งชะตาหลุดพ้นจากโลกวิญญาณได้
แต่นั่นจะเป็นเรื่องในอีกหลายสิบวินาทีข้างหน้า
……………………………………………………..