ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1175 ผู้ครองนิรันดร์
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1175 ผู้ครองนิรันดร์
ตอนที่ 1175 ผู้ครองนิรันดร์
………………..
ภายในห้วงจิตสำนึกที่ยังคงถล่มทลายสู่จุดมืดมิดลึกล้ำ และยังคงเผาไหม้ต่อเนื่อง ลูเมี่ยนที่กลับคืนร่างสามเศียรสามกายหกกรแล้ว วางแขนคู่กลางพาดลงบนที่พักแขนของบัลลังก์เปื้อนเลือด เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองดูทุกสิ่งในที่แห่งนี้มุ่งสู่การทำลายล้างอย่างสงบนิ่ง
เขารับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงอันน่าสะพรึงที่เกิดขึ้นหลังการปะทะของสัญลักษณ์หลายประการ ทว่าในยามนี้ เขาไม่อาจยับยั้งหรือยุติเหตุการณ์ใดๆ ได้อีกต่อไป
ทันใดนั้น เขาพบว่าจอมราชันแห่งความเสื่อมถอยที่ถูกอำนาจแห่งจุดสิ้นสุดห้อมล้อม กลับกลายเป็นร่างอวตารของวัฏจักรแห่งชะตา ซึ่งประกอบด้วยแสงแห่งการไถ่ถอน
ลูเมี่ยนชะงักไป ก่อนจะอดหัวเราะไม่ได้ หัวเราะจนร่างกายโน้มไปข้างหน้า
ที่แท้นี่คือความหมายอันแท้จริงของการอาศัย ‘เทวทูตไถ่ถอน’ ผู้ทรงพลังที่สุดและแท้จริงที่สุดในจักรวาล
เมื่อใดก็ตามที่เกิดภัยคุกคามต่อจักรวาลทั้งใบ สัญชาตญาณแห่งเทวบารมีของวัฏจักรแห่งชะตา จะผลักดันให้พระองค์ลงมือกอบกู้!
นี่คงเป็นแก่นแท้เชิงสัญลักษณ์ของพระองค์ ในฐานะโอรสแห่งพระผู้สร้างต้นกำเนิดและเทวมารดาเสื่อมทราม
เทวีโชคชะตาคือสัญลักษณ์แห่งโชคชะตาโกลาหล ซึ่งถูกถักทอให้มีระเบียบแบบแผน เป็นต้นกำเนิดของสายธารโชคชะตา
ส่วนวัฏจักรแห่งชะตา พระองค์คือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า หายนะล้างโลกอันเกิดจากความโกลาหลแห่งชะตา ยังพอมีหนทางกอบกู้อยู่ ช่วยให้จักรวาลดำรงอยู่ได้อย่างค่อนข้างมั่นคง จวบจนจุดจบสุดท้าย
เมื่อร่างแบ่งภาคลำดับ 1 ของวัฏจักรแห่งชะตา ‘แทนที่’ จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย เข้าสู่ร่างพังทลายของลูเมี่ยน กระบวนการสร้าง ‘สัญลักษณ์แห่งจุดสิ้นสุด’ ก็ชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังไม่ถึงกับหยุดนิ่ง ยังคงหลอมรวม และค่อยๆ เร่งความเร็วขึ้นทีละน้อย
ร่างทั้งสามของวัฏจักรแห่งชะตาเห็นดังนั้น ในพริบตาก็ประสานมุทราเดียวกัน
ร่างแท้ของพระองค์เริ่มจางหายและหดตัว เหลือเพียงแสงแห่งการไถ่ถอน ขณะที่ร่างแบ่งภาคเทวทูตไถ่ถอนในร่างลูเมี่ยน เริ่มพองขยายอย่างรวดเร็ว งอกเป็นร่างคนบาปในอดีตสีดำสนิท และร่างทุกข์ระทมในปัจจุบันสีปรอท
วัฏจักรแห่งชะตาใช้ร่างแท้ ‘แทนที่’ ร่างแบ่งภาคอีกครั้ง ลงมือเข้าสู่ร่างของลูเมี่ยนด้วยพระองค์เอง ประทับอยู่ท่ามกลางการห้อมล้อมของอำนาจแห่งจุดสิ้นสุด!
เทวทูตไถ่ถอนผู้ทรงพลังสูงสุด และแท้จริงที่สุดในจักรวาลทั้งใบ!
ขณะนี้ วัฏจักรแห่งชะตายื่นแขนทั้งหกออกมาพร้อมกัน ประคองจุดดำอันน่าสะพรึงกลัวไว้ดุจอุ้มดอกบัว
ร่างทั้งสามของพระองค์ แบกรับการทำลายล้างจากอำนาจแห่งจุดสิ้นสุดอย่างเท่าเทียม
จากนั้น ร่างทั้งสามกายคลี่ออกด้วยวิธีประหลาดผิดวิสัยโครงร่างมนุษย์ โอบล้อมจุดมืดมิดลึกล้ำที่ฝ่ามือทั้งหกประคองไว้ แล้วเริ่มหมุนวน
การหมุนวนยิ่งทวีความเร็ว สีดำสนิทเริ่มกลายเป็นสีปรอท สีปรอทใสกลายเป็นแสงแห่งการไถ่ถอน แสงแห่งการไถ่ถอนย้อมเป็นสีดำสนิท สลับไปมาไม่ขาดสาย
ไม่นานนัก ร่างคนบาปในอดีตสีดำสนิท แปรเปลี่ยนเป็นฉากที่ ‘อำนาจแห่งจุดสิ้นสุดเพิ่งเริ่มต้นหลอมรวม’ ส่วนร่างทุกข์ระทมในปัจจุบันสีปรอท คอยรักษาสภาพการถูกทำลายล้างในขณะนี้ไว้ ร่างไถ่ถอนในอนาคตที่ประกอบด้วยแสงสว่างศักดิ์สิทธิ์ หยุดนิ่ง ณ วินาทีที่สัญลักษณ์แห่งจุดสิ้นสุดกำลังจะปรากฏแต่ยังไม่ปรากฏ
ทันใดนั้น ท่ามกลางการหมุนวนอันรวดเร็ว ร่างไถ่ถอนในอนาคตย้อมเป็นสีดำสนิทเช่นเดียวกับครั้งก่อน กลายเป็นภาพที่สอดคล้องกับร่างคนบาปในอดีต
ร่างพังทลายของลูเมี่ยนฟื้นคืนสภาพเดิมในพริบตา กลับสู่สภาวะเมื่ออำนาจแห่งจุดสิ้นสุดเพิ่งเริ่มต้นหลอมรวม ยังไม่ทันแปรสภาพไปสู่สัญลักษณ์
แขนขา อก และท้องของร่างอันพิการทั้งหมดกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
สัญลักษณ์ ‘ชั่วนิรันดร์’ !
วัฏจักรแห่งชะตาอาศัยสัญลักษณ์ ‘ชั่วนิรันดร์’ ของตน ลงมือไถ่ถอนจนสำเร็จ
พระองค์ให้ร่างแบ่งภาคลำดับ 1 ที่อยู่ภายนอก ‘แทนที่’ ร่างแท้อีกครา ผนึกเข้าสู่ร่างลูเมี่ยน ส่วนพระองค์เองกลับคืนสู่โลกแห่งความจริง งอกร่างคนบาปในอดีตและร่างทุกข์ระทมในปัจจุบัน
นับแต่นี้ ร่างแบ่งภาคเทวทูตไถ่ถอนจะรับหน้าที่ชะลอความเร็วการแปรสภาพของ ‘อำนาจแห่งจุดสิ้นสุด’ ในตัวลูเมี่ยน ให้ไปสู่ ‘สัญลักษณ์แห่งจุดสิ้นสุด’ ได้ช้าลง พร้อมนำจิตสำนึกและวิญญาณส่วนหนึ่งของพระองค์ ช่วยถ่วงดุลจิตสำนึกและวิญญาณของมังกรหายนะที่กำลังฟื้นคืน เมื่อใดก็ตามที่กระบวนการแปรสภาพซึ่งถูกชะลอ เริ่มพัฒนาไปถึงจุดวิกฤติ พระองค์จะ ‘แทนที่’ ร่างแบ่งภาค ให้ร่างแท้เข้าไป อาศัยสัญลักษณ์ ‘ชั่วนิรันดร์’ ทำให้ภัยพิบัติย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้นอีกครา
หรือก็คือ ร่างแท้ของพระองค์ต้องแบกรับการทำลายล้างจากอำนาจแห่งจุดสิ้นสุดร่วมกับลูเมี่ยนวันละครั้ง
วันนี้ก็ใช่ ทุกวันก็ใช่ ตราบชั่วนิรันดร์!
เมื่อเห็นว่าภัยพิบัติได้รับการไถ่ถอนแล้ว วัฏจักรแห่งชะตามิได้อยู่ต่อ รีบเสด็จเข้าสู่โลกดาราทันที
ราชันเร้นลับไคลน์ที่เพิ่งเปิดประตูออกมา รวมถึงพระจันทร์แดงขนาดมหึมาที่ปรากฏบนท้องฟ้า ต่างก็มิได้ขัดขวาง
หลังออกจากโลกดารามายังอีกมุมหนึ่งของจักรวาลไร้ขอบเขต วัฏจักรแห่งชะตาดลบันดาลให้สายธารโชคชะตาปรากฏขึ้นใหม่
ในสายน้ำมายาสีปรอท เงาสะท้อนของพระองค์แต่เดิมล้วนเป็นของจอมราชันแห่งความเสื่อมถอย ถูกอิทธิพลของสัญลักษณ์การแทนที่เปลี่ยนกลับให้เป็นพระองค์เอง
พระองค์กับจอมราชันแห่งความเสื่อมถอยจึงมีสายสัมพันธ์ทางศาสตร์เร้นลับอันแนบแน่นยิ่ง
พระองค์ค้นพบดาวเคราะห์ที่ผุกร่อนเสื่อมโทรมดวงแล้วดวงเล่า แล้วไล่ตามไปยังทิศทางที่มันชี้นำ
…………
เมื่อวัฏจักรแห่งชะตาจากไป ลูเมี่ยนได้ความสมดุลคืนมาแล้ว กลับเป็นรากเหง้าแห่งภัยพิบัติและหายนะล้างโลกที่แท้จริงอีกครา พร้อมด้วยด้านหยินหยางของพระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจกที่คึกคักและเข้มข้นยิ่งขึ้น พวกมันใกล้จะหลอมรวมเป็นหนึ่ง ก่อตัวเป็นสัญลักษณ์
ลูเมี่ยนเข้าใจสภาพของตนในทันที
จนถึงหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า สภาพร่างกายจะสมบูรณ์ดี สามารถใช้พลังผู้ปกครองแห่งวันวานได้อย่างแท้จริง พอพ้นช่วงเวลานั้น ร่างกายจะพังทลาย สัญลักษณ์แห่งภัยพิบัติเริ่มควบคุมไม่อยู่ นำหายนะมาสู่แดนดาราจักรโดยรอบ ได้แต่จำศีลหลับใหลเท่านั้น จึงจะหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงได้มากที่สุด พร้อมกับชะลอความเร็วการหลอมรวม ‘อำนาจแห่งจุดสิ้นสุด’
ช่วงนี้จะยาวนานยี่สิบสองชั่วโมง หลังจากนั้น ร่างแท้ของวัฏจักรแห่งชะตาจะ ‘แทนที่’ ร่างแบ่งภาคลำดับ 1 ที่ใช้การไม่ได้อีกต่อไป เข้าสู่ห้วงฝันของลูเมี่ยน แล้วใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงเพื่อแบกรับการทำลายล้าง ใช้สัญลักษณ์ชั่วนิรันดร์ รีเซตสภาพร่างกายกลับสู่จุดเริ่มต้น
เมื่อเข้าใจทั้งหมดแล้ว ลูเมี่ยนชะงักงันไปครู่หนึ่ง รู้สึกทั้งขบขันและเศร้าสลด
โดยสรุปก็คือ ในร่างเรามีเทวทูตเส้นทางชะตากรรมลำดับ 1 ผนึกอยู่ ทุกยี่สิบสี่ชั่วโมงจะรีเซตสภาพร่างกายหนึ่งครั้ง…
วนเวียนอ้อมไปอ้อมมา สุดท้ายก็กลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง…
แต่แก่นแท้ของโชคชะตาย่อมอลวน เรื่องราวทั้งหมดมิได้ตรงกันสนิท ในชั่วโมงสุดท้าย สิ่งที่ถูกผนึกจะไม่ใช่เทวทูตเส้นทางชะตากรรมลำดับ 1 อีก หากแต่เป็นตัวชะตากรรมเอง อีกทั้งยังไม่ใช่การรีเซตสภาพตอนหกโมงเช้าทุกวัน แต่เป็นเที่ยงครึ่ง
หลังจากนิ่งงันไปครู่ ลูเมี่ยนเงยหน้าขึ้น
เทวมารดาเสื่อมทรามเสด็จเยือนอีกครั้ง!
เมื่อเผชิญการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ร่างของราชันเร้นลับไคลน์ สวมหมวกทรงกึ่งสูงกับเสื้อคลุมยาว ขยายใหญ่ขึ้นอย่างผิดปกติ ก่อนจะพุ่งเข้าไปหา
รากเหง้าแห่งภัยพิบัติลูเมี่ยน พุ่งตรงไปยังต้นกำเนิดความหิวโหยโดยไม่ลังเล เตรียมเข้าแทนที่กรีชา·อาดัมเพื่อรับมือกับผู้ปกครองแห่งวันวานองค์นี้
อันธการนิรันดร์อมานีซิส ปล่อยให้ความมืดอันเงียบงันหนาทึบ ห่อหุ้มกรีชา·อาดัมที่เริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ อาศัยความร่วมมือของฝ่ายหลัง อมานีซิสช่วยให้เขาเข้าสู่ภวังค์นิทราในพริบตา เพื่อชะลอการฟื้นคืนของพระเจ้าดั้งเดิม จากนั้นจึงเข้าร่วมการต่อสู้กับผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ ร่วมกับปรมาจารย์สวรรค์และเงาเลือนรางของจักรพรรดิฟ้า
วินาทีถัดมา พระองค์รู้สึกว่า เสียงเพรียกนิรันดร์ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ดูเหมือนจะหวนกลับมาอีกครั้ง!
อมานีซิสวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันด้วยสัญชาตญาณ เพื่อหาวิธีรับมือที่เหมาะสมที่สุด
บัดนี้ มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย และวัฏจักรแห่งชะตา ล้วนไม่อาจกลับมาร่วมศึกใหญ่ได้อีก สามารถตัดออกไปพร้อมกับหมอกไม่จีรัง ในบรรดาที่เหลือ เจ้าดาราจะถูกผนึกอีกสองสามนาที คงไม่ทันการสู้รบที่จะเกิดขึ้น ไม่ต้องคำนึงถึง
ส่วนเทวีโชคชะตายังต้องใช้เวลาอีกสิบกว่ายี่สิบกว่าวินาที จึงจะออกจากเขาวงกตในโลกวิญญาณได้
ในเวลาอันสั้น ศัตรูที่ต้องเผชิญมีเพียงเทวมารดาเสื่อมทราม ต้นกำเนิดความหิวโหย ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ และเสียงเพรียกนิรันดร์ที่บาดเจ็บสาหัสแต่ยังไม่ฟื้นตัว
หากไม่อาจเปิดศึกได้ทันการณ์ ปล่อยให้ยืดเยื้อจนเทวีโชคชะตากลับมา จนกระทั่งแม้การหลับใหลก็ไม่อาจยับยั้งการฟื้นคืนของพระเจ้าดั้งเดิมได้อีกต่อไป ผลลัพธ์ก็จะมีเพียงความสิ้นหวัง เฝ้ารอเพียงความพ่ายแพ้
เมื่อเข้าใจสถานการณ์อย่างแม่นยำ อันธการนิรันดร์อมานีซิสจึงตัดสินใจ
ราชันเร้นลับขวางกั้นเทวมารดาเสื่อมทราม รากเหง้าแห่งภัยพิบัติปะทะกับต้นกำเนิดความหิวโหย ทุ่งร้างแห่งความรู้ แคว้นแห่งความยุ่งเหยิง พร้อมกุญแจแห่งแสงที่กำลังฟื้นตัว ยังคงรั้งผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติไว้ ส่วนตนจะใช้การปะทะกันของสัญลักษณ์ต่างๆ พยายามให้เสียงเพรียกนิรันดร์ที่บาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว ถอนตัวออกจากศึก หรือแม้กระทั่งดับสูญในเวลาอันรวดเร็ว!
ภารกิจนี้ต้องสำเร็จก่อนเทวีโชคชะตากลับมา การฟื้นคืนของพระเจ้าดั้งเดิมน่าจะช้ากว่านั้นเล็กน้อย
อมานีซิสพลันปล่อยให้ความมืดหนาทึบเงียบงัน แผ่ขยายไปรอบทิศ เพื่อตามหาผู้ปกครองแห่งวันวานที่ไร้รูปร่างองค์นี้ พลางเตรียมจารึกนามเสียงเพรียกนิรันดร์ลงบนคัมภีร์มายาที่งูมีปีกขดเป็นวง
ขณะเดียวกัน ลูเมี่ยนได้ปรากฏกายเหนือศีรษะต้นกำเนิดความหิวโหย
ร่างตรงกลางของเขา ควบแน่นดาบประลัยกัลป์ที่ลุกโชนอีกครั้ง พลางส่งกระแสจิตไปยังลุดวิกที่ขอบสุดจักรวาล
“เรียกข้าว่าพ่อ!”
ลุดวิกที่กลืนน้ำย่อยปฐมกาล พลางแสดงบทบาทสำคัญในกองพลเทวทูตสีชาด เกิดชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะร้องออกมาด้วยสัญชาตญาณ
“พ่อ!”
ณ ขณะนั้น ต้นกำเนิดความหิวโหยที่มีรูปร่างดุจวังวนมืดมิด เสมือนได้ยินอีกหนึ่งตัวตนของตัวเองร้องเรียกศัตรูเบื้องบนว่า ‘พ่อ’
ในพริบตาต่อมา พระองค์สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยจากอีกฝ่าย กลิ่นอายของผู้สร้างโลกนี้ และผู้ที่จะทำลายมันในวันหน้า จนกระทั่ง ‘เห็น’ การถือกำเนิดของสรรพสิ่งและการแข็งตายของจักรวาล
นี่มัน…
สัญชาตญาณของต้นกำเนิดความหิวโหยผุดคำหนึ่งขึ้นมา
“พ่อ!”
พระองค์ดูเหมือนได้พบกับบิดาที่แท้จริงของตน!
พระองค์สั่นสะท้านทันที แข็งทื่ออยู่กลางความว่างเปล่า
ลูเมี่ยนเห็นดังนั้นก็หัวเราะอีกครั้ง
การที่เขาดึงพลังของต้นกำเนิดความหิวโหยออกจากกล่องวันวาน แล้วนำไปให้ลุดวิกกิน ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างเทวทูตใหญ่ลำดับ 1 ไปร่วมศึกปกป้องเขตคุ้มครองเท่านั้น แต่ยังต้องการสถาปนาสายสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์อีกด้วย!
ลุดวิกในยามนี้ มีพลังที่ได้รับโดยตรงจากต้นกำเนิดความหิวโหย ขณะเดียวกันก็ยอมรับลูเมี่ยนเป็นพ่อทูนหัว เป็นบิดาของตนมานานแล้ว
นี่คือสัญลักษณ์หนึ่ง
การจะให้สัญลักษณ์นี้ส่งผลถึงต้นกำเนิดความหิวโหย แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ลูเมี่ยนครอบครองทั้งด้านหยินและหยางของพระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก และพระผู้สร้างต้นกำเนิดคือบิดาแท้ๆ ของต้นกำเนิดความหิวโหย!
แน่นอนว่า สายสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์ระหว่างลุดวิกกับต้นกำเนิดความหิวโหย ยังถือว่าอ่อนแอเกินไป ไม่อาจทำให้ลูเมี่ยนกลายเป็นบิดาของต้นกำเนิดความหิวโหยได้อย่างแท้จริง เพียงแต่ก่อให้เกิดภาพลวงตาและอิทธิพลได้บ้างเท่านั้น วิธีนี้คงไร้ผลต่อผู้ปกครองแห่งวันวานองค์อื่น แต่สำหรับต้นกำเนิดความหิวโหยผู้อาศัยสัญชาตญาณเป็นหลัก บางทีอาจได้ผลดีทีเดียว
เมื่อผนึกกำลังกับการ ‘หลอกลวง’ ของมิสเตอร์ฟูล คำว่า ‘บางที’ จะกลายเป็นคำว่า ‘แน่นอน’ นี่คือเหตุผลที่ลูเมี่ยนเลือกจัดการกับจอมราชันแห่งความเสื่อมถอยก่อน ทางฝั่งมิสเตอร์ฟูลนั้นงานล้นมือเกินไป อีกทั้งรอยประทับพันธสัญญาจะใช้กับแต่ละคนได้เพียงครั้งเดียว ยืมความสามารถได้อย่างเดียว เมื่อใช้การปั่นหัวแล้ว ก็จะใช้การหลอกลวงไม่ได้ นอกจากนี้ หากเล็งเป้าไปยังต้นกำเนิดความหิวโหยตั้งแต่แรก วัฏจักรแห่งชะตาอาจเข้ามาแทรกแซงได้เช่นกัน
ยามนี้ ลูเมี่ยนไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากมิสเตอร์ฟูล เพราะหลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ด้านหยินและหยางของพระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจกบนตัวเขามีชีวิตชีวาและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
เท่านี้ก็เพียงพอที่จะหลอกต้นกำเนิดความหิวโหยได้แล้ว!
ขณะที่ต้นกำเนิดความหิวโหยแข็งทื่อชั่วครู่ ทั่วร่างลูเมี่ยนลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแดงฉาน ชูดาบประลัยกัลป์โฉบลงมาจากฟากฟ้า แล้วแทงเข้าไป!
ดาบนี้ปักเข้ากลางวังวนมืดมิดของต้นกำเนิดความหิวโหยพอดี
ต้นกำเนิดความหิวโหยส่งเสียงโหยหวนอันทุกข์ทรมาน ฟังแล้วขนหัวลุก วังวนมืดมิดพ่นสิ่งที่เพิ่งกลืนกินแต่ยังไม่ทันย่อยออกมา
พระองค์หนีเข้าสู่โลกดาราด้วยความหวาดกลัวอย่างยิ่ง พร้อมร่างที่ลุกโชนด้วยไฟประลัยกัลป์แตกร้าวนับไม่ถ้วน เผ่นหนีไปจากสนามรบ
ใช้เวลาเพียงสองวินาที ลูเมี่ยนก็ทำให้ต้นกำเนิดความหิวโหยบาดเจ็บสาหัส ขับไล่พระองค์ออกไปได้สำเร็จ
ในนามแห่งบิดา!
……………………………………………………..