ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1176 ‘ถอย’ ชั่วคราว ....................
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1176 ‘ถอย’ ชั่วคราว ....................
ตอนที่ 1176 ‘ถอย’ ชั่วคราว
………………..
ลูเมี่ยนมิได้ไล่ตาม ‘ต้นกำเนิดความหิวโหย’ เฉกเช่นที่เขาไม่ได้ขอยืมพลังอีกสามชนิดจาก ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสเพื่อสังหาร ‘ต้นกำเนิดความหิวโหย’ ในศึกเดียว เพราะการกระทำเช่นนั้นจะกระตุ้นสัญชาตญาณเอาตัวรอดของอีกฝ่าย ทำให้พระองค์เอาชนะความหวาดกลัวต่อ ‘บิดา’ และต่อสู้อย่างดุเดือด จนสามารถมองทะลุ ‘กลลวง’ นี้ได้
ถึงขั้นนี้ก็พอแล้ว เมื่อผู้ปกครองแห่งวันวานอย่าง ‘ต้นกำเนิดความหิวโหย’ ซึ่งอาศัยสัญชาตญาณเป็นหลัก ล่วงรู้ความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้น ได้ตระหนักถึงความเท็จของ ‘บิดา’ และย้อนกลับมาที่นี่พร้อมบาดแผลสาหัส ย่อมต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายชั่วโมง หรืออาจนานเป็นวัน
ลูเมี่ยนเลือกที่จะรวมกำลังกับ ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสทันที ใช้กำลังสองต่อหนึ่ง หวังจะปลิดชีพ ‘เสียงเพรียกนิรันดร์’ ที่บาดเจ็บหนักอยู่แล้วภายในสิบวินาที หรืออย่างน้อยก็ทำให้พระองค์บาดเจ็บจนไม่กล้ากลับมาอีก
ขณะนั้น ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ได้ปล่อยสัญลักษณ์ ‘โง่เขลา’ ใส่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ที่เพิ่งปรากฏกายขึ้นมาใหม่
ทว่าทุกส่วนประกอบของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ล้วน ‘เกิดใหม่’ อยู่ตลอดเวลา ไม่หยุดหย่อน ทั้งดวงวิญญาณ สติสัมปชัญญะ จิตวิญญาณ และความสามารถในการคิด
ทำให้พระองค์ที่เพิ่งตกอยู่ในภาวะ ‘โง่เขลา’ ก็ ‘เกิดใหม่’ ฟื้นสติปัญญากลับคืนมาทันที มิได้รับผลกระทบจากสัญลักษณ์หลักประการหนึ่งของ ‘ราชันเร้นลับ’
ลูเมี่ยนยังไม่คิดจะเข้าไปวุ่นวายกับศึกระหว่างเสาหลัก เขามาถึงสมรภูมิของ ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสกับ ‘เสียงเพรียกนิรันดร์’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
‘เสียงเพรียกนิรันดร์’ อันไร้รูปกายหายวับไปในพริบตา มิได้ก้องกังวานในห้วงจิตใจของพวกเขา หรือรบกวนสติสัมปชัญญะและจิตวิญญาณอีกต่อไป
พระองค์ถอนตัวจากการรบอีกครั้ง ไปสังเกตการณ์ยังแดนดาราจักรอื่น คอยจังหวะที่จะกลับมาใหม่ พระองค์ผู้บาดเจ็บสาหัส เลือกที่จะเชื่อฟังสัญชาตญาณเอาชีวิตรอด ไม่ยอมอยู่ในสนามรบเผชิญหน้ากับผู้ปกครองแห่งวันวานสององค์ที่สามารถรวมกันเป็นพลังเสาหลักที่สี่ได้ตามลำพัง
เมื่อปราศจากการดูเชิงของ ‘เสียงเพรียกนิรันดร์’ แล้ว ‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’ ก็ไม่กล้าอ้อยอิ่ง รีบขึ้นไปยังมิติสูงสุด ฉวยโอกาสที่เงาของ ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ และ ‘จักรพรรดิฟ้า’ ยังมีอิทธิพลต่อที่นี่เพียงน้อยนิด รีบหนีออกจากสมรภูมิ แล้วซ่อนตัวเสีย
พระองค์แอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ คอยดูว่ายังมีโอกาสอีกหรือไม่
‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ลูเมี่ยนกับ ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสพลันไร้คู่ต่อสู้
ทั้งคู่ต่างหันไปมองยัง ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ที่ใช้เมฆหมอกควันฟุ้งกับแสงจันทร์สีชาด ถักสานกันเป็นอาภรณ์
พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะเข้าร่วมศึกระหว่างเสาหลัก
แต่ทั้งสองก็ตระหนักดีว่า หากเพียงพวกตนปะทะกับ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ อย่างดุเดือด ‘เสียงเพรียกนิรันดร์’ กับ ‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’ ย่อมหวนกลับมายังแดนดาราจักรนี้แน่นอน อีกทั้ง ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จะรักษา ‘เสียงเพรียกนิรันดร์’ ให้หายดีในพริบตา จนสามารถใช้สัญลักษณ์ปราบกลุ่มก้อนแห่งสติสัมปชัญญะและจิตวิญญาณได้เต็มกำลัง พยายามประวิงเวลาจนกระทั่ง ‘เทวีโชคชะตา’ ออกจากเขาวงกตด้วยตนเอง พ้นจากโลกวิญญาณ และหลุดพ้นจาก ‘ความเขลา’
เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ สถานการณ์รบดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็มิได้ปราศจากวิกฤต ยิ่งไปกว่านั้น ลูเมี่ยนกับ ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสยังต้องแบ่งสติคอยดูแลกรีชา·อาดัมที่หลับใหลอยู่ หากมีอะไรผิดปกติที่นั่น ต้องรีบร่วมมือกันสังหาร ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ ที่ยังไม่ฟื้นคืนชีพอย่างแท้จริงโดยทันที
ครานั้นเอง พวกเขาเห็น ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ถอยหลังออกไประยะหนึ่งด้วยความสมัครใจ ปล่อยให้จิตนึกคิดของตนก้องกังวานผ่านโลกวิญญาณไปทั่วแดนดาราจักรนี้
“ข้อผูกมัดระหว่างเจ้ากับ ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ มีกำหนดเวลาที่ต้องทำให้สำเร็จหรือไม่?”
‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ลูเมี่ยนกับ ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสสบตากันแวบหนึ่ง เลือกที่จะเชื่อมั่นในวิจารณญาณของมิสเตอร์ฟูล ไม่ได้ทะลวงไปยังสมรภูมินั้นอีก แต่ยังคงระแวดระวังโดยไม่ประมาท
ในสภาวะที่ได้เปรียบอย่างหวุดหวิดแล้ว มิสเตอร์ฟูลกลับเลือกที่จะเจรจากับ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ อย่างกะทันหัน ต้องมีอะไรเกิดขึ้นในเงามืดแน่นอน!
‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จ้องมองไคลน์อยู่หนึ่งอึดใจ แล้วให้แนวคิด อำนาจ รวมถึงสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นข้อผูกมัดนั้น ปรากฏขึ้นในโลกดารา
‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์กวาดตามองแวบหนึ่ง พบว่าข้อผูกมัดที่ ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ กำหนดไว้นั้นรัดกุมยิ่ง ไม่มีช่องโหว่ให้มุดได้
เขายิ้มพลางยกไม้ตะพดประดับดวงดาวขึ้น แล้ว ‘จำลอง’ พลัง ‘บิดเบือน’ ของเส้นทางจักรพรรดิมืดขึ้นมา
ข้อหนึ่งในพันธสัญญาดังกล่าวถูกบิดเบือนทันที แต่ยังไม่ถึงขั้นเกิดช่องโหว่ที่ใช้ประโยชน์ได้
แทบจะพร้อมกัน ไคลน์ยื่นมือซ้ายที่สวมถุงมือสีดำออกมา
สัญลักษณ์ ‘หลอกลวง’!
“ขีดจำกัดเวลาคือ ก่อนเหตุการณ์ครั้งนี้จะสิ้นสุดลง”
ไคลน์ยิ้มพลางกล่าวกับ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’
“เอาแบบนี้ไหม เจ้ารอให้ช่วงอ่อนแอผ่านพ้นไปก่อน รอจนกว่าจะใช้สัญลักษณ์พิเศษของ ‘ตัวอ่อนปฐมกาล’ ได้อีกครั้ง แล้วค่อยกลับมาทำตามคำมั่น?”
“อย่างไรเสีย เจ้าก็ยังไม่ได้เอกลักษณ์เส้นทาง ‘มารดา’ กับเส้นทาง ‘จันทรา’ คืน ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ทั้งหมด นั่นหมายความว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ยังไม่จบสิ้น เพียงแต่เข้าสู่ช่วงพักครึ่งเท่านั้น”
“ไม่มีใครบัญญัติว่า เหตุการณ์หนึ่งครั้งจะยืดเยื้อไปสองสามพันปีไม่ได้”
ถ้อยคำเหล่านี้ล้วนสื่อสารผ่านกระแสจิต รวดเร็วยิ่ง
‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ผู้งามจนหาที่สุดมิได้เหลียวมองไปยัง ‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’ กับ ‘เทวีโชคชะตา’ ที่ต้องใช้เวลาอีกสิบกว่าวินาทีกว่าจะพ้นจากโลกวิญญาณ พลางช่วยรักษา ‘เสียงเพรียกนิรันดร์’ ไปด้วย
นี่คือผู้ปกครองแห่งวันวานที่พร้อมเข้าร่วมศึกภายในสองนาที
ต่อจากนั้น ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ หันไปมองยัง ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ลูเมี่ยน ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิส ร่างเงาของ ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ และ ‘จักรพรรดิฟ้า’ รวมถึงพระพุทธรูปสีทองขนาดมหึมาที่เพิ่งตื่นขึ้นมา
ท้ายที่สุด ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ หยุดสายตาที่ใบหน้าของ ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ พินิจดูอย่างละเอียดอยู่หนึ่งวินาที
“อีกสามวินาทีจะลงมือสู้ต่อ” กระแสจิตของ ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ส่งผ่านไป
ชั่งน้ำหนักสถานการณ์แล้วเห็นว่า โอกาสชนะน้อยนิดนัก ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จึงตัดสินใจ พระองค์ผงกศีรษะแผ่วเบาพร้อมกับตอบ ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์
“ได้”
เสาหลักผู้กำลังอ่อนแอองค์นี้ไม่ลังเลอีก แปลงกายเป็นพระจันทร์แดงฉานอีกครั้ง เสด็จเข้าสู่โลกดาราแล้วหายลับไป
เมื่อเห็นมารดาจากไป ‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’ กับ ‘เสียงเพรียกนิรันดร์’ จำต้องยอมแพ้ รีบถอยห่างจากแดนดาราจักรนี้อย่างรวดเร็ว
บนดวงดาวสุดขอบจักรวาล ฟรังก้าและพวกต่างตะลึงเมื่อพบว่า บรรดาข้ารับใช้ของเทพภายนอกที่บุกมา เริ่มถอยทัพราวกับคลื่นกระเซ็น เร่งรีบยิ่งนัก ทิ้งศพไว้มากมาย
“จบแล้วหรือ?” พวกเขาที่สูญเสียความกดดันอย่างไร้เหตุผล ต่างพากันงุนงง
‘เทวทูตสีชาด’ เมดีซีสัมผัสข่าวสารที่ส่งมาจากโลกวิญญาณ แล้วหันกายมายิ้มพลางช่วยยืนยัน
“จบแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น ‘เดอะสตาร์’ เลียวนาร์ดและพรรคพวกต่างผ่อนคลายราวกับมีแสงตะวันอาบกาย มีสายลมอันอบอวลด้วยกลิ่นหญ้าอ่อนลูบไล้ใบหน้า
ภายในสนามรบแห่งวันวาน
เมื่อเห็น ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์กลับมา ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสรู้ใจทันที รีบทำให้แดนดาราจักรนี้มืดมิดยิ่งขึ้น ปกปิดข้อมูลทั้งหมดไม่ให้รั่วไหลออกไป
ไคลน์มองไปยังร่าง ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ ที่เริ่มหดเล็ก มอง ‘จักรพรรดิฟ้า’ ที่มีเงาจางปรากฏเพิ่มขึ้นเบื้องหลัง และมององค์พระประธานทองคำที่ค่อยๆ กลับคืนสู่พุทธภูมิแห่งแสง แล้วถอนหายใจพลางกล่าว
“พวกท่านล้วนแสดงฤทธานุภาพใกล้เคียง ‘วันวาน’ ได้เพียงชั่วคราว ข้าพยายามยืดเวลาชั่วคราวนั้นให้ยาวนานที่สุดแล้ว แต่ก็ใกล้จะคงไว้ไม่อยู่”
“ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ หากเข้าสู่การต่อสู้ดุเดือด ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จะรู้ทันทีว่าข้าก็อ่อนแรงเช่นเดียวกับพระองค์”
นี่คือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ ‘เจ้าดารา’ และ ‘เทวีโชคชะตา’ ถอนตัวจากสมรภูมิในเวลาอันสั้นที่สุด
ลูเมี่ยนเข้าใจทันทีว่า เหตุใดมิสเตอร์ฟูลจึงเจรจากับ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ทั้งที่ได้เปรียบอยู่ หาทางช่วยให้พระองค์หลีกเลี่ยงพันธนาการแห่งสัญญา
ดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน หากการต่อสู้ดำเนินต่อไป มิสเตอร์ฟูลจะสามารถขวางกั้น ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ได้เพียงอย่างเดียว ไม่เหลือกำลังสำหรับทำอย่างอื่น ส่วนเงาจางของ ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ ‘จักรพรรดิฟ้า’ และ ‘กุญแจแห่งแสง’ จะต้องถอนตัวจากสมรภูมิในไม่ช้า ตนกับ ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสจำต้องเผชิญหน้ากับ ‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’ และ ‘เสียงเพรียกนิรันดร์’ ที่หายดีแล้วพร้อมกัน แม้จะรวมพลังเป็นทีม ก็ไม่อาจทำให้พระองค์ใดพระองค์หนึ่งถอนตัวจากสนามรบได้ภายในสิบกว่าวินาที เมื่อนั้น ‘เทวีโชคชะตา’ ก็จะกลับมา
“ท่านจึง ‘หลอกลวง’ เทวมารดาเสื่อมทราม ให้พระองค์มองข้ามสภาพของท่านและปรมาจารย์สวรรค์สินะ?” ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสเข้าใจการตัดสินใจของไคลน์ แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใด ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จึงยินยอม
‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ส่ายศีรษะ
“พระองค์มองข้ามเพียงสภาพของข้า แต่รู้ดีถึงสถานการณ์ของปรมาจารย์สวรรค์และพวกพระองค์”
“ที่พระองค์ยินยอม สาเหตุหลักเพราะกำลังอยู่ในช่วงอ่อนแรง เกรงว่าจะเผชิญหน้ากับข้าแล้วเสียเปรียบอีก อีกทั้งปัญหาของปรมาจารย์สวรรค์ก็ไม่อาจกลายเป็นชัยชนะสุดท้ายของพระองค์ได้ พระองค์รู้จากมุมมองของตนว่าพวกเรายังมีวิธีรับมือ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสและ ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ลูเมี่ยนพร้อมใจกันมองไปยังเงาจางของ ‘จักรพรรดิฟ้า’ ที่ไม่มั่นคงอีกต่อไป
ใช่แล้ว ยังมีวิธีอยู่
นั่นคือการสละทิ้ง ‘แคว้นแห่งความยุ่งเหยิง’ ปล่อยให้ ‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’ ช่วงชิงมันไป เริ่มรองรับมัน จากนั้นก็ปลดผนึก ‘ตะเกียงวิเศษประทานพร’ ปล่อย ‘จินนี่’ ออกมา ให้พระองค์กลับเข้าไปใน ‘แคว้นแห่งความยุ่งเหยิง’ เพื่อต่อสู้ทางจิตสำนึกกับ ‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’
เมื่อเป็นเช่นนี้ ‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’ ซึ่งมิใช่พันธมิตรแท้จริงกับ ‘วันวาน’ ที่เหลืออยู่ ย่อมไม่ร่วมศึกอีก จะหาจุดซ่อนตัวลึกลับที่สุดเพื่อต่อกรกับ ‘จินนี่’ อย่างสงบ ลูเมี่ยนกับอมานีซิสเพียงต้องเผชิญ ‘เทวีโชคชะตา’ และ ‘เสียงเพรียกนิรันดร์’ เท่านั้น มีโอกาสสูงที่จะผนึกกำลังกันทำให้องค์ใดองค์หนึ่งถอนตัวจากสมรภูมิได้ภายในสองนาที
เมื่อถึงตอนนั้น แม้ ‘เจ้าดารา’ จะหลุดพ้นจากผนึก ก็ทำได้เพียงให้สถานการณ์กลับคืนสู่ดุลยภาพเท่านั้น
ปัญหาของการทำเช่นนี้คือ จะต้องสูญเสีย ‘แคว้นแห่งความยุ่งเหยิง’ ไป หลังจากนั้นยังต้องหาทางติดต่อ ‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’ หรือ ‘จินนี่’ ที่ชนะ เพื่อเจรจาไม่ให้พระองค์ขัดขวางการฟื้นคืนชีพของโรซายล์
สำหรับไคลน์และลูเมี่ยน นี่เป็นวิธีสุดท้ายที่จะใช้เมื่อจนตรอกเท่านั้น แต่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ผู้เป็น ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ โดยกำเนิดย่อมมองว่านี่คือไพ่ใบที่ต้องเปิดอยู่แล้ว
เมื่อไม่เห็นความหวังแห่งชัยชนะ ทั้งยังมีหนหลีกเลี่ยงผลกระทบจากพันธสัญญา พระองค์ที่อยู่ในช่วงอ่อนแรงจึงยินยอมหยุดศึก ‘ชั่วคราว’ โดยปริยาย
อมานีซิสหันเหลียวมองไปยังกรีชา·อาดัมที่ยังคงหลับใหล
“บัดนี้ ยังมีปัญหาหนึ่ง”
“แม้จะหลับใหล แต่ก็ไม่อาจขัดขวางจิตสำนึกของ ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ ไม่ให้ได้เปรียบแล้ว”
ในสถานการณ์เช่นนี้จะจัดการอย่างไร ไคลน์กับกรีชา·อาดัมต่างรู้ใจกัน เขาทำสีหน้าเคร่งขรึมส่งสัญญาณให้ ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสปลดภาวะหลับใหลของผู้นั้น
“ข้าทำเอง” ลูเมี่ยนอาสาขึ้น
ไคลน์เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง พยักหน้ากล่าว
“รออีกครู่”
จากนั้น เขาก็ย้ายผู้ร่วมศึกทั้งหมดกลับไปยังแดนดาราจักรเดิม
จากนั้น เขาจ้องมองความมืดมิดอันว่างเปล่าไร้ขอบเขต ในห้วงความคิดผุดภาพเมื่อครั้งที่ใช้นามเมอร์ลินท่องไปทั่วแผ่นดิน ฟื้นฟูบ้านเรือนและเมืองต่างๆ นับไม่ถ้วนให้กลับคืนดังเดิม
เขาปลดหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูงจากศีรษะ ประคองไว้บนอก โค้งกายน้อยๆ พลางกล่าว
“ข้าปรารถนาให้”
“แดนดาราจักรแห่งนี้กลับคืนสู่สภาพยามใกล้อวสานแห่งยุคเก่า”
พร้อมวาจานี้ สสารที่ ‘เจ้าดารา’ ทิ้งไว้ผสานกับภาพในม่านหมอกแห่งกาล รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
ครืน!
สสารหนาแน่นถูกจุดประกาย กลายเป็นดาวฤกษ์แสงจ้า กลายเป็นดวงอาทิตย์
ดาวเคราะห์นานาก่อร่างตามมา ดวงที่อยู่ใต้ลูเมี่ยนกับอมานีซิสเป็นสีน้ำเงินอมเขียว งามเลิศเพริศพริ้ง
ต่อมาไคลน์อธิษฐานอีกครั้ง
“ข้าปรารถนาให้”
“โลกกลับคืนสู่สภาพก่อน ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ เสด็จเยือน”
บ้านเรือนนับไม่ถ้วนผุดขึ้นบนดาวสีครามอันงดงาม นครเบ็คลันด์ กรุงทรีอาร์ มหานครเวทมนตร์ และเมืองอื่นๆ ฟื้นคืนดังเดิมอย่างรวดเร็ว ท้องนาถูกไถพรวนใหม่ มหาสมุทรมีชีวาอีกครั้ง
เสร็จสิ้นภารกิจนี้ ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ย้ายเขตคุ้มครองและเหล่าเทวทูตจากดาวเคราะห์ชายขอบจักรวาลกลับมา พร้อมปลดการคุ้มครอง ปล่อยให้สรรพชีวิตกลับคืนครรลองเดิม
บนผืนแผ่นดิน เสียงผู้คนอึงคะนึงขึ้นทันใด
……………………………………………………..