ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1177 พระเจ้ารักมวลมนุษย์
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1177 พระเจ้ารักมวลมนุษย์
ตอนที่ 1177 พระเจ้ารักมวลมนุษย์
………………..
หลังจากจ้องมองดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งอยู่สองอึดใจ ไคลน์หันไปทางอมานีซิสแล้วเอ่ย
“ลงมือได้”
‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสหันไปยังสถานที่หลับใหลของกรีชา·อาดัม แล้วปลดปล่อยอิทธิพลของสัญลักษณ์ ‘ความมืด’
ตำแหน่งดังกล่าวเกิดการเปลี่ยนแปลงทันที มหาสมุทรปฐมกาลที่กระจายตัวตามธรรมชาติ เริ่มหดตัวเข้าด้านในจนหมดสิ้น เหลือเพียงไม้กางเขนขนาดมหึมาและกรีชา·อาดัมที่ถูกตรึงอยู่บนนั้น
กรีชา·อาดัมสวมเสื้อคลุมสีขาวเรียบง่าย ตะปูที่เต็มไปด้วยสนิมโผล่ออกมาจากมือเท้าทั้งสี่ของพระองค์ พร้อมรอยเลือดดำคล้ำ
ในเวลานี้ ดวงอาทิตย์อันศักดิ์สิทธิ์ พายุที่โหมกระหน่ำ หอคอยสีขาวที่ประกอบจากหนังสือ และเงาที่มีห้าเศียรต่างหายไปหมดสิ้น ราวกับหดเข้าไปในร่างของกรีชา·อาดัม
บนใบหน้าที่ปกคลุมด้วยหนวดเคราสีทองอ่อนของกรีชา·อาดัม ดวงตาค่อยๆ ลืมขึ้น เป็นสีทองอร่าม ใสบริสุทธิ์ดุจทารกน้อย
พระองค์มองเห็นลูเมี่ยนที่มีสามเศียรสามกายหกกร และยังเห็นดาบประลัยกัลป์ที่ร่างตรงกลางกำอยู่
ลูเมี่ยนจ้องมองกรีชา·อาดัมและไม้กางเขนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงต่ำทุ้ม
“ไว้โอกาสหน้าเถิด”
กล่าวจบ เขาก็ชูดาบยักษ์เพลิงทมิฬที่อัดแน่นด้วยความบ้าคลั่งและปฐมกาลขึ้นมา
กรีชา·อาดัมก้มสายตามองลงเบื้องล่าง
พระองค์เห็นดาวเคราะห์สีน้ำเงินอมเขียวอีกครั้ง เห็นทวีปตะวันออก ทวีปเหนือ ทวีปใต้ ทวีปตะวันตก เห็นมหาสมุทรทั้งห้า เห็นเมืองที่คึกคัก ชนบทที่สงบเงียบ เห็นผู้คนที่ยังคงร้องไห้ หัวเราะ และวุ่นวายอยู่
พระองค์ดึงสายตากลับ หันมามองลูเมี่ยนอีกครั้ง รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นบนใบหน้า
ลูเมี่ยนไม่กล่าวอะไรอีก ฟาดดาบที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการทำลายล้าง พกพาปฐมกาล และลุกโชนด้วยเพลิงทมิฬลงมา
ในชั่วขณะนั้น ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์และ ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสต่างถวายการคำนับแก่กรีชา·อาดัมด้วยวิธีของตน
ครืนนนน!
พระองค์มิได้ป้องกันหรือขัดขืนใดๆ และมิได้ให้โอกาสแก่ ‘พระเจ้าดั้งเดิม’
ร่างกายที่พังทลายของพระองค์ สลายไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นแสงสว่างสายแล้วสายเล่า พุ่งไปยังดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงดังกล่าว ในนั้นรวมถึงพระอาทิตย์ดวงย่อม พายุที่ห้อมล้อมด้วยสายฟ้า เงาทึบหนา หอคอยสีขาวที่ประกอบจากหนังสือมายา และสิ่งสีเทาขาวที่ดูเหมือนสมองผสานกับจิตวิญญาณ
สิ่งเหล่านั้นสร้างฝนดาวตกอันวิจิตรพิสดารเหนือดาวเคราะห์ ส่องประกายสีสันหลากหลาย
ดึงดูดให้มนุษย์มากมายหยุดยืนชื่นชม บ้างตื่นเต้น บ้างตะลึงพรึงเพริดกับความงาม บ้างรีบอธิษฐานขอพร ภาวนาให้สมปรารถนา
พระเจ้ารักมวลมนุษย์
…………
ภายในนภาดาวไร้ขอบเขต ไคลน์พาลูเมี่ยนและอมานีซิสเข้าสู่โลกวิญญาณ ตามหาผลึกดวงดาวที่ผนึก ‘เจ้าดารา’ ไว้
รอบข้างไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตแห่งโลกวิญญาณ พวกมันหลบหนีโดยสัญชาตญาณจากสิ่งที่จะกำลังระเบิดในไม่ช้า
ท่ามกลางชั้นสีหนาทึบที่ซ้อนทับกัน ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามต่างรับรู้โดยพร้อมเพรียงว่า ‘เทวีโชคชะตา’ ได้ออกจากโลกวิญญาณ กลับสู่อาณาจักรเทพของพระองค์แล้ว
ลูเมี่ยนมองผลึกดวงดาวนั้นแวบหนึ่ง แล้วเสนอความเห็น
“ปลดผนึกเถิด ข้าจะควบคุม ส่วนท่านโจมตี รีบกำจัดมันให้โดยเร็วเป็นไง?”
อำนาจในการสังหารผู้ปกครองแห่งวันวานได้ในพริบตา เป็นความมั่นใจที่มีเฉพาะผู้ยิ่งใหญ่ตัวแทนแห่งการสิ้นสุดอย่าง ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ‘อันธการนิรันดร์’ และ ‘จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ เท่านั้น
‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ส่ายหน้า
“ไม่ได้ ‘เจ้าดารา’ เอนเอียงไปทางความเป็นจริง แม้แต่พวกท่านก็ไม่อาจสังหารพระองค์ที่ขัดขืนได้ในพริบตา การต่อต้านของพระองค์จะเปิดม่านกั้นโลกวิญญาณจากภายในสู่ภายนอก เปิดโอกาสให้ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ เข้ามาแทรกแซง ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จะไม่ยอมให้พวกเราลดจำนวนศัตรูตั้งแต่ตอนนี้แน่ เพราะจะเป็นผลร้ายต่อการเคลื่อนไหวของพระองค์หลังพ้นช่วงอ่อนแอ”
โลกวิญญาณที่ถูกปิดผนึกย่อมขัดขวาง ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ไม่ให้เข้ามาได้จริง แต่หากมีผู้ปกครองแห่งวันวานร่วมมือจากข้างใน ก็จะปิดผนึกไม่อยู่
นี่คือเหตุผลที่ ‘เทวีโชคชะตา’ สามารถอาศัยสายธารแห่งชะตา เดินทางออกจากโลกวิญญาณได้เองหลังพ้นจากเขาวงกต แต่กลับไม่อาจใช้วิธีเดิมเข้ามาในโลกวิญญาณ
และหาก ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ เสด็จมาอีกครั้ง ‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’ ‘เทวีโชคชะตา’ และ ‘เสียงเพรียกนิรันดร์’ ที่หายดีแล้ว ย่อมตามมาสมทบด้วยแน่นอน เมื่อรวมกับ ‘เจ้าดารา’ ที่ยังไม่ถูกสังหารอย่างสิ้นซาก ปัญหาจะร้ายแรงยิ่งขึ้น
ไคลน์กล่าวต่อ
“ข้อตกลงสงบศึกระหว่างข้ากับ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ไร้สภาพบังคับใดๆ พระองค์คงกำลังรอให้ ‘เจ้าดารา’ หลุดจากผนึกอยู่เช่นกัน”
“แต่การที่เราผนึก ‘เจ้าดารา’ อย่างมิดชิดไม่ได้ สังหารให้ตายไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าจะทำอย่างอื่นกับพระองค์ไม่ได้”
‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสได้ยินดังนั้น รีบทำให้บริเวณนี้เข้าสู่สภาวะปกปิด
‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์พยักหน้าให้พระองค์ แล้วกล่าวยิ้มๆ
“อย่าให้ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ รู้ว่าในสองวินาทีหลังปลดผนึก พวกเราทำอะไรลงไปบ้าง”
จากนั้นเขาหันไปบอกลูเมี่ยน
“ขณะปลดผนึก ข้าจะใช้สัญลักษณ์ ‘ความโง่เขลา’ กับ ‘เจ้าดารา’ และรักษาไว้อย่างสุดกำลัง ท่านฉวยจังหวะที่พระองค์กำลัง ‘โง่เขลา’ ลงมือสะกดจิตพระองค์เพื่อฝัง ‘บุคลิกเสมือน’ ลงไป ให้พระองค์กลายเป็นมิตรของพวกเรา มิตรที่จะช่วยเหลือในยามคับขัน”
“บุคลิกเสมือนนี้ต้องแสดงออกเป็นปกติในยามธรรมดา แต่ต้องยึดตรรกะว่า ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ และผู้ปกครองแห่งวันวานองค์อื่นคิดจะปองร้ายเจ้าดารา จำเป็นต้องหลบเลี่ยง ไม่ติดต่อสัมพันธ์ใดๆ กับพวกพระองค์ ด้วยวิธีนี้ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จะรู้เพียงว่า ข้าได้กระทำบางสิ่งกับ ‘เจ้าดารา’ แต่จะหยั่งรู้ไม่ได้ว่า สิ่งที่ทำลงไปคืออะไร”
“วิธีการชุดนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตของ ‘เจ้าดารา’ ไม่ทำให้พระองค์ดับสูญ และไม่ทำให้พระองค์ขัดขืนโดยสัญชาตญาณในยามที่ ‘โง่เขลา’ อย่างหนัก”
“หลังจากนี้ พวกเราจะแวะเยี่ยมพระองค์อย่างลับๆ เป็นระยะ ไม่ให้สภาวะ ‘โง่เขลา’ หายไป คอยประคองให้ ‘บุคลิกเสมือน’ ทำงานได้ตลอด”
ลูเมี่ยนครุ่นคิดครู่หนึ่ง รู้สึกว่าแผนนี้เป็นไปได้มาก และยังรับมือกับความเป็นไปได้ที่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จะกลับมาเปิดศึกในอนาคตอันใกล้
จอมราชันแห่งความเสื่อมถอย’ และ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ จะไม่เข้าร่วมเรื่องที่ยังไม่จบสิ้นอย่างแท้จริงนี้อีก ตัดออกไปได้เลย
‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ต้องใช้เวลาไม่น้อยในการรองรับ ‘โลกเงามืด’ กลับไปดังเดิม เพราะภายใต้การหลอมรวมและอิทธิพลของเหล่า ‘ผู้เป็นหนึ่งเดียวกับเต๋า’ โลกเงามืดได้ก่อกำเนิดจิตสำนึกและวิญญาณใหม่ แม้ว่าเหล่าผู้เป็นหนึ่งเดียวกับเต๋าที่หลอมรวมเข้ามา จะถูกทำลายด้วยคำสาปตนเองไปแล้ว แต่วิญญาณของพวกพระองค์ยังไม่ดับสูญ ทั้งยังโกลาหลและสุดโต่ง ขณะที่ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ยังอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส หากไม่มีเวลาสิบกว่าปีหรือหลายสิบปี ย่อมยากที่จะรองรับ ‘โลกเงามืด’ ได้อย่างสมบูรณ์และฟื้นฟูจนหายขาด ช่วงนี้จึงไม่ต้องคำนึงถึงพระองค์
‘หมอกไม่จีรัง’ ที่ประสบมหันตภัยร้ายแรงพอกัน ย่อมต้องใช้กาลเวลานับสิบปีกว่าจะฟื้นคืนพลัง ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น พระองค์ทรงเลือกหลบลี้ไปให้ไกล เพื่อมิให้ ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ องค์อื่นตามล่าจนกลายเป็นเหยื่อ แม้แต่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ก็มิอาจค้นพบ จึงไร้หนทางประทานการรักษาให้พระองค์กลับมาร่วมศึกในเร็ววัน ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ก็เช่นเดียวกัน ทรงซ่อนกายฟื้นฟูและรองรับพลังอย่างลับๆ มิให้ผู้ใดรบกวนหรือไล่ล่า ย่อมตัดขาดโอกาสได้รับการเยียวยา
‘ต้นกำเนิดความหิวโหย’ ก็เป็นเช่นนั้น แต่พระองค์อาจถูกสัญชาตญาณขับเคลื่อน พากายเนื้ออันบอบช้ำมาร่วมศึก แล้วจึงได้รับการรักษา
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หาก ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ กลับมาเปิดศึกในเร็ววัน ผู้ที่สามารถร่วมศึกได้คือ ‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’ ‘เทวีโชคชะตา’ และ ‘เสียงเพรียกนิรันดร์’ ส่วน ‘ต้นกำเนิดความหิวโหย’ นั้นยังไม่แน่ชัด
หาก ‘เจ้าดารา’ ยืนข้างฝ่าย ‘ราชันเร้นลับ’ ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ และ ‘อันธการนิรันดร์’ แม้ฝ่ายโลกจะไม่อาจคว้าชัยชนะ แต่ก็มิพ่ายแพ้
ทว่าหากมี ‘ต้นกำเนิดความหิวโหย’ ร่วมด้วย เมื่อนั้น ‘แคว้นแห่งความยุ่งเหยิง’ ‘ทุ่งร้างแห่งความรู้’ และ ‘กุญแจแห่งแสง’ ที่พักฟื้นมาระยะหนึ่งแล้ว ย่อมสำแดงฤทธิ์เดชใกล้เคียง ‘วันวาน’ ได้อีกครา
ลูเมี่ยนหันมองผลึกดวงดาว พลางรู้สึกขบขันในใจ ราวกับได้เห็นจินนี่อีกองค์ แม้มิได้ถูกผนึก แต่ก็ ‘ไม่เป็นอิสระ’ เช่นเดียวกัน
“ตกลง” เขาตอบรับ ‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์
เมื่อไคลน์ยืนยันว่า ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสเตรียมพร้อมสมบูรณ์แล้ว จึงบันดาลให้ประตูแสงย้อมสีดำอมเขียวปรากฏบนร่างตน
ถัดมา เขาดึงเงาประตูแสงคืนจากผลึกดวงดาว
ตะกอนพลัง ‘เทพหายนะ’ เพิ่งแตกกระจาย เสื้อคลุมของไคลน์ก็สะบัดพลิ้ว ประตูแสงสีดำอมเขียวฉายรัศมีเจิดจ้าจับตา
สัญลักษณ์ ‘ความโง่เขลา’!
‘เจ้าดารา’ ที่กำลังจะทำให้ดาวฤกษ์ทั้งหลาย ระเบิดทำลายล้างทุกสิ่งรอบข้าง พลันหยุดชะงัก แล้วมองสำรวจรอบกายด้วยความตกตะลึง
คราวนี้ ไคลน์มิได้หยุดหลังจากเล่นงานด้วยสัญลักษณ์ ‘ความโง่เขลา’ เสร็จ หากแต่คงสภาพมันเอาไว้ตลอดเวลา เพิ่มความเข้มข้น
นอกโลกวิญญาณ แสงจันทร์สีแดงเข้มส่องสว่างขึ้นอีกครา แต่ไร้การสนองจากภายใน พระองค์จึงไม่อาจทะลุผ่านการปิดล้อมได้ในทันที
ลูเมี่ยนคว้าโอกาสนี้ บังคับใบหน้าวังวนปฐมกาลหันเข้าหา ‘เจ้าดารา’
บนพื้นผิวใบหน้าดังกล่าว ปรากฏช่องว่างรูปดวงตา เป็นการยืมพลัง ‘เนตรรอบรู้’ เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมปกติของ ‘เจ้าดารา’ อย่างรวดเร็ว แล้วจึงถักทอ ‘บุคลิกเสมือน’ ที่เหมาะสมขึ้นมา
หลังจาก ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ ถูกสังหาร ก็ไม่พยายามฟื้นคืนในร่างลูเมี่ยน เพราะหากเพิ่มสิ่งใดเข้าไปในร่างลูเมี่ยนอีก แม้แต่ ‘เทวทูตไถ่ถอน’ ที่ทรงพลังสูงสุดและแท้จริงที่สุดในจักรวาลก็มิอาจกอบกู้ได้
เพียงสองสามวินาที รัศมีอันรางเลือน สว่างวาบพร้อมกันบนดาวฤกษ์ทั้งหลายของ ‘เจ้าดารา’ แล้วสลายหายไปในพริบตา
ไคลน์เห็นดังนั้น จึงให้ ‘ปราสาทต้นกำเนิด’ คืนสู่ร่างตน พร้อมกับเก็บตะกอนพลัง ‘เทพหายนะ’ ที่รวมตัวขึ้นใหม่
‘เจ้าดารา’ ทอดสายตามายังพวกเขา แล้วทรงส่งเสียงหึ่งๆ
“ลำบากพวกท่านแล้ว”
ลูเมี่ยนหัวเราะ กางแขนทั้งหกออก
“ขอสรรเสริญพระองค์ ผู้ทรงปกครองแห่งหมู่ดาว!”
‘เจ้าดารา’ แสดงอารมณ์พึงพอใจและปีติยินดี แล้วหลบสายตาของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ด้วยการออกจากโลกวิญญาณ
จ้องมองกายเนื้อกลุ่มดาวของพระองค์ ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสเอ่ยขึ้นทันใด
“ภายในสิบกว่าปีนี้จะไร้วิกฤติ แล้วหลังจากนั้นเล่า?”
ยามนั้น ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ‘หมอกไม่จีรัง’ และ ‘ต้นกำเนิดความหิวโหย’ ต่างฟื้นคืนพลังสมบูรณ์แล้ว
‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์ไตร่ตรองครู่หนึ่งแล้วกล่าว
“นับจากนี้ไปหลายสิบปี จิตสำนึกต่างๆ ใน ‘แคว้นแห่งความยุ่งเหยิง’ น่าจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวสำเร็จ จนถือกำเนิด ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ องค์ใหม่ หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็ต้องหาหนทางให้โรซายล์ฟื้นคืนชีพก่อนกำหนด แต่นี่ยากยิ่ง เวลาที่เร่งได้ก็มีขอบเขต”
“ทางด้าน ‘ทุ่งร้างแห่งความรู้’ การที่สเตียโน่จะได้มาซึ่งสายเลือด ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ มิใช่เรื่องง่าย หากเพียงหลอมรวมเล็กน้อยดุจสายเลือดโอมีเบล่าของลูเมี่ยน ย่อมพอมีทางทำได้ แต่นั่นลวงได้เพียงสิ่งมีชีวิตสติปัญญาต่ำซึ่งอาศัยสัญชาตญาณเป็นหลัก รวมถึงต้องใช้ในยามเสริมสัญลักษณ์เท่านั้น”
“ทว่า ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ รุ่นแล้วรุ่นเล่าใน ‘ทุ่งร้างแห่งความรู้’ ล้วนยังมีจิตสำนึกและวิญญาณหลงเหลือ วิธีที่ดีที่สุดในยามนี้คือ ให้ ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ รุ่นปัจจุบันรับโอสถ เริ่มจาก ‘ผู้ส่องความลับ’ เลื่อนลำดับขึ้นไปจนถึง ‘นักสิทธิ์’ ซึ่งจะรวดเร็วยิ่ง”
“อา…ดำเนินการทั้งสองทาง ผู้ใดเร็วกว่า อีกฝ่ายย่อมหลีกทาง เราจะรับประกันว่าพระองค์ยังคงมีชีวิต แม้ว่าทั้งสองอาจต้องการหลีกทางให้กันเอง”
“กุญแจแห่งแสงนั้นยากจะคาดเดา เมื่อใดจะปรากฏ ‘วันวาน’ ผู้ใดจะเป็น ‘วันวาน’ ต้องอาศัยวาสนาและจังหวะโอกาส”
“ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ‘ทะเลแห่งความโกลาหล’ หลังจาก ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ ผ่านการกึ่งคืนชีพครั้งนี้ จิตสำนึกดูจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากไร้กาลเวลานับร้อยพันปีคอยกัดกร่อน เส้นทางทั้งห้าล้วนไม่เหมาะให้มีลำดับ 0 ถือกำเนิด เสมือนกับในช่วงยุคที่สี่ ซึ่งราชาเทวทูตของเส้นทาง ‘เดอะฟูล’ ‘ประตู’ และ ‘ข้อผิดพลาด’ ต่างไม่อาจขึ้นเป็นเทพ”
กล่าวถึงตรงนี้ ไคลน์หันมองลูเมี่ยน
“ในแดนฝัน เจ้า โอลัวร์ และจินนาต่างมีเวลาและโอกาสเสริมสร้างตนเอง หวังว่าพวกเจ้าจะค้นพบหนทางสู่ดุลยภาพที่ดีและมั่นคงยิ่งขึ้น ขอให้พยายามเพิ่มเวลาที่เป็นอิสระในแต่ละวัน ข้าจะรักษาคำมั่น ให้เจ้ามีรูปกายที่สองสำหรับสับเปลี่ยน”
“ในยามคับขัน ข้ายังอาจเร่งให้การเริ่มต้นใหม่ของสภาวะร่างกายเจ้า มาถึงก่อนกำหนดได้”
ลูเมี่ยน โอลัวร์ และจินนาต่างยิ้มด้วยสีหน้ากึ่งซับซ้อน พลางผงกศีรษะรับ
ไคลน์หันไปมอง ‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิส
“หากไร้เหตุพลิกผัน อีกหลายสิบปีข้างหน้า เราจะมี ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ ห้าองค์ รวมกับ ‘เจ้าดารา’ เป็นหกองค์ ขณะที่ฝ่าย ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ มีมากสุดเจ็ดองค์”
นี่หมายถึง ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ‘ผู้ตรวจการเหนือห้วงมิติ’ ‘เสียงเพรียกนิรันดร์’ ‘ต้นกำเนิดความหิวโหย’ ‘เทวีโชคชะตา’ และ ‘หมอกไม่จีรัง’
พูดไปพลาง ไคลน์ก็ยิ้มออกมา
“หากไร้ซึ่ง ‘หมอกไม่จีรัง’ พวกพระองค์ก็เปรียบเสมือนทรายร่วน ต่างองค์ต่างรบ เราย่อมขับไล่พวกพระองค์กลับไปได้อย่างเข็ดหลาบ หรือแม้กระทั่งซ้ำเติมจนบอบช้ำ”
“อา…ข้าจะรักษาคำมั่น ปล่อย ‘ตะเกียงวิเศษประทานพร’ คืนสู่จักรวาล ใช้เป็นเหยื่อล่อ ‘หมอกไม่จีรัง’ ที่ซ่อนตัวอยู่ให้ออกมา แล้วแอบใช้อิทธิพลเล็กน้อย”
‘อันธการนิรันดร์’ อมานีซิสผงกศีรษะรับ
“ฟังดูเหมือนวันสิ้นโลกผ่านพ้นไปแล้ว จะไม่มีสถานการณ์สิ้นหวังเช่นก่อนหน้านี้อีกแล้ว”
‘ราชันเร้นลับ’ ไคลน์จ้องมองกลุ่มก้อนสีสันทับซ้อน รวมถึงนภาดาวไร้ขอบเขตนอกโลกวิญญาณ พลางเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลสงบนิ่ง
“แต่ต้องมีเงื่อนไขว่า พวกเราทุกคนยังคงรักษาสภาวะที่ดีไว้ได้”
ลูเมี่ยนมองตาม ขณะจ้องออกไปยังนอกโลกวิญญาณ ในห้วงสมองมีถ้อยคำของมิสเตอร์ฟูลดังก้อง
ต้องมีเงื่อนไขว่า พวกเราทุกคนยังคงรักษาสภาวะที่ดีไว้ได้…
ประโยคนี้ก้องกังวานในโลกวิญญาณอันลึกล้ำไร้ทิศทางบนล่างหน้าหลังซ้ายขวา
……………………………………………………..