ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 435 กฎการสวมบทบาทล่วงหน้า
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 435 กฎการสวมบทบาทล่วงหน้า
ตอนที่ 435 กฎการสวมบทบาทล่วงหน้า
……….
จากฝันร้าย กวีอีแลตเองก็หนีจากความบ้าคลั่งไม่พ้น ไม่รอดไปจากอิทธิพลของเกมเค้กพระราชาเช่นกัน แต่อาจยังไม่แสดงออก เฉกเช่นจิตรกรมาเลนหรือนักเขียนนิยายอาร์โนลี
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความผิดปกติหรือปัญหาไม่ได้เกิดจากตัวเขา ไม่เหมือนกับเอโลอีสและอัลบัส
เขามีคนคอยหนุนหลัง ในระดับที่มั่นใจว่าตัวเองจะปลอดภัย จึงกล้านำข้อมูลสำคัญมาแพร่งพราย? ถ้าอย่างนั้น ใครคือผู้หนุนหลัง? ใครสักคนในอารามพระหฤทัย? หลังจากค้นพบคลื่นใต้น้ำอันตรายในอาราม ก็พยายามแอบปล่อยข้อมูลแบบหว่านแห? ความคิดลูเมี่ยนประมวลผลว่องไวกว่าทุกที ไม่นานก็ตกผลึกจนได้ข้อสรุป
เด็กหนุ่มดึงความสนใจกลับ หันมาจดจ่อกับการเปลี่ยนแปลงหลังจากดื่มโอสถ
นอกเหนือจากสายตาที่ดีขึ้นชัดเจน ความคิดก็คล่องแคล่วคมกริบขึ้นมาก นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในหลายรูปแบบ เช่น เชาวน์ปัญญาดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น ความสามารถในการปั้นน้ำเป็นตัวเพื่อต้มตุ๋นชาวบ้านก็ดีขึ้นเช่นกัน รวมถึงพลังวิเศษในการชักจูง สร้างความสับสน และหลอกลวง
พลังวิเศษเหล่านี้คือแกนหลักของ ‘นักวางแผน’ แต่นักวางแผนมือฉมังจะเลือกใช้มันเฉพาะช่วงเวลาสำคัญเท่านั้น ซ้ำยังลงมืออย่างแนบเนียน ภายใต้สถานการณ์ปกติ จะต้องพึ่งพาสมองให้มากเข้าไว้ เพื่อมิให้เป้าหมายที่ไม่ธรรมดาไหวตัวทัน จนมองเห็นความพยายามในการชักใย
อีกหนึ่งพลังที่คล้ายกับการ ‘ชักจูง’ คือการ ‘ยุยง’ หรือ ‘ปลุกระดม’ ซึ่งใกล้เคียงกับการ ‘กระตุ้น’ ของนางมารมาก ระหว่างที่ลูเมี่ยนสวมบทบาทเป็น ‘นักวางเพลิง’ ก็คอย ‘ปลุกระดม’ ผู้อื่นอยู่เนืองๆ คอยจุดไฟในใจพวกเขา
นี่ทำให้ลูเมี่ยนอดพึมพำไม่ได้
“การสวมบทบาทของเราล้ำหน้าเกินไป หรือเส้นทางนักล่าจะต้องดำดิ่งลงไปในหลักการอย่างลึกซึ้ง? การสวมบทบาทของลำดับก่อนหน้า ถึงได้กลายมาเป็นพลังในลำดับถัดมา?”
“อา…การเปลี่ยนแปลงที่โอสถนักวางแผนนำมาให้ ล้วนวนเวียนอยู่กับ ‘การวางแผน’ คุณภาพในเชิงการต่อสู้ไม่ได้เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ…”
หลังจากลูเมี่ยนยืนยันจนมั่นใจ ก็พบว่าสมรรถภาพร่างกายถูกยกระดับขึ้นพอประมาณ สามารถควบคุมไฟได้ดีขึ้น ไม่ถูกจำกัดเฉพาะอีกาเพลิง ลูกไฟ หอกไฟ งูไฟ และกำแพงไฟอีกต่อไป บัดนี้เปลวไฟสามารถก่อตัวเป็นรูปร่างได้ตามใจนึก เช่นแส้หรือดาบโค้ง
ในทำนองเดียวกัน การบีบอัดเปลวไฟสีแดงให้เป็นสีขาวโชติช่วงก็มีความซับซ้อนน้อยลง ช่วยลดเวลาลงได้มาก ขึ้นอยู่กับรูปร่างของเปลวไฟและความเข้มข้นของพลังวิญญาณ เร็วสุดหนึ่งวินาที นานสุดสามวินาที
นอกจากนี้ ลูเมี่ยนยังผสานร่างกายให้เป็นหนึ่งเดียวกับเปลวไฟได้ชั่วขณะ สามารถเปลี่ยนตำแหน่งโดยอาศัยลูกไฟหรือพลังไฟชนิดอื่น หรือหนีออกจากระยะโจมตีของศัตรู หรือย่นระยะห่างเข้าหาอีกฝ่าย สิ่งนี้ช่วยมอบทางเลือกใหม่ๆ ในการต่อสู้ให้เด็กหนุ่ม ไม่จำเป็นต้องคิดถึงแต่ ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ อยู่ร่ำไป
‘นักวางแผน’ ยังมาพร้อมการยกระดับทางพลังวิญญาณ ลูเมี่ยนยังไม่ได้ทดสอบให้แน่ชัด แต่สัมผัสได้ว่าในกรณีสุดโต่ง ขีดจำกัดการใช้ ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ เพิ่มจากสี่เป็นหกครั้ง
ลูเมี่ยนลองสูดลมหายใจเข้า แล้วก็ไม่แปลกใจที่รับกลิ่นได้ไกลกว่าเดิม สามารถจำแนกแยกแยะได้ดีกว่าเดิม
นี่เป็นเพราะ ‘นักวางแผน’ ได้ถูกยกระดับความสามารถด้านการรวบรวมข้อมูล ย่อมเป็นธรรมดาที่ประสาทสัมผัสทั้งห้าจะเฉียบคมขึ้น รวมไปถึงสัมผัสวิญญาณ
ก็คงประมาณนี้…ลูเมี่ยนลุกขึ้นยืน ร่างกายพลันท่วมท้นไปด้วยกระแสเปลวไฟสีแดงไหลเวียน
เด็กหนุ่มกลายร่างเป็นลูกไฟ พุ่งหวีดออกไป
ไม่ถึงสิบเมตร เขาตกลงบนพื้น เปลวไฟกระจายไปทุกทิศ
“ตอนนี้ขีดจำกัดการบินคือสิบเมตร ถ้าโอสถย่อยเพิ่ม ระยะทางก็จะเพิ่มตาม…” ลูเมี่ยนพยักหน้าจนแทบมองไม่เห็น เดินกลับไปยังจุดที่วางกระเป๋าสะพายและกระติกสนาม
เด็กหนุ่มตระหนักว่าตนกลายเป็นลำดับ 6 นักวางแผนเต็มตัวแล้ว
“เท่ชะมัด…รู้สึกยังไงบ้าง?” ฟรังก้าที่ถือต่างหูหนีบ ‘คำลวง’ กับน้ำหอมอำพันเทา ถามกึ่งสงสัยกึ่งกังวล
ลูเมี่ยนไตร่ตรองเงียบงันสักพักก่อนจะตอบ
“ความสามารถไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก และไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิด”
“ปกติน่า” ฟรังก้าปลอบใจอย่างเข้าใจ “ในแทบทุกเส้นทาง การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพจะเกิดขึ้นแค่สองครั้งก่อนถึงลำดับสูง สำหรับเส้นทางนักล่าคือลำดับ 7 นักวางเพลิง กับลำดับ 5 ยมทูต แต่ถึงอย่างนั้น โอสถทุกชนิดก็มาพร้อมพลังใหม่หรือการยกระดับพลังเดิมเสมอ หากนำไปใช้อย่างถูกต้อง แม้แต่ลำดับ 6 ก็สังหารลำดับ 5 ได้”
ลูเมี่ยนพยักหน้าเชื่องช้า พูดเหมือนกำลังไตร่ตรองกับตัวเอง
“ผมยังค้นพบกฎการสวมบทบาทเป็นนักวางแผน ซึ่งตัวเองทำมาตลอด…”
สมัยยังเร่ร่อน เพื่ออาหารและที่นอนที่ปราศจากลมหนาว เขาอาศัยความก้าวร้าวและกลยุทธ์จนเอาชนะคนที่โตกว่าได้ สมัยอยู่หมู่บ้านกอร์ตู ทุกการเล่นพิเรนทร์สามารถถูกมองว่าเป็น ‘แผนการ’ ที่ปราศจากเจตนาร้ายลึกได้เช่นกัน หลังออกจากหมู่บ้านกอร์ตู ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขาต้องพัวพันกับแผนการอยู่ตลอด ไม่ว่าจะล่อลวงให้ศัตรูเข้ามาติดกับ หรือหลงเข้าไปในแผนการของใครสักคน
แม้สิ่งเหล่านี้จะไม่ช่วยให้ลูเมี่ยนย่อยโอสถ ‘นักวางแผน’ เสร็จสมบูรณ์ในทันที แต่ก็มีสภาพดีกว่าสมัยเพิ่งเลื่อนลำดับเป็นนักวางเพลิงหมาดๆ สามารถควบคุมพลังจากโอสถได้พอประมาณ
เด็กหนุ่มไม่รู้สึกว่าตนคือนักวางแผนที่เพิ่งเลื่อนลำดับ แต่ใกล้เคียงกับลำดับ 6 ที่ปรับตัวมาแล้วสักระยะหนึ่ง
ขณะเดียวกัน เขายังสามารถสรุปกฎการสวมบทบาทสองข้อได้จากประสบการณ์สมัยอดีต
หนึ่ง แก่นสารของนักวางแผนคือสมอง มิใช่พลังวิเศษ!
สอง กุญแจสำคัญของนักวางแผนคือการซ่อนเป้าหมายที่แท้จริง!
เมื่อในอดีต กฎการสวมบทบาทเกิดจากการทำความเข้าใจ และสรุปผลในสิ่งที่ตนประสบพบเจอมากับตัว ส่งผลให้โอสถถูกย่อยไปค่อนข้างมากในคราวเดียว แต่กฎใหม่สองข้อนี้เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์เก่าแม้จะไม่ช่วยในการย่อยโอสถโดยตรง แต่มันคอยเกื้อหนุนให้ลูเมี่ยนสวมบทบาทได้ดีขึ้น ลดระยะเวลาในการย่อยโอสถ ถ้าจะให้ยกตัวอย่าง เด็กหนุ่มอาจต้องใช้พลังงานแค่ครึ่งเดียว ในการสร้างผลลัพธ์ให้ได้สองเท่า
เดิมทีลูเมี่ยนคิดว่าอาจต้องใช้เวลาอย่างต่ำครึ่งปีเพื่อย่อยโอสถนักวางแผน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า แค่สามเดือนก็อาจเสร็จสมบูรณ์แล้ว แน่นอนว่าต้องมีโอกาสได้สวมบทบาทอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสรุปกฎการสวมบทบาทใหม่ๆ
ความรู้สึกเช่นนี้ ฟรังก้าเองก็เคยประสบมากับตัว
“อา…ฉันเองก็สวมบทบาทเป็นนักลอบสังหารได้ง่ายๆ เหมือนกัน เพราะเมื่อก่อนมีประสบการณ์ถมเถ”
เมื่อเธอเอ่ยคำว่า ‘ประสบการณ์’ น้ำเสียงเหมือนจะเบาลงเล็กน้อย คล้ายกับเจือความรู้สึกผิด
ลูเมี่ยนมิได้ใส่ใจรายละเอียดนี้ หลังจากยัดข้าวของบนพื้นกลับใส่กระเป๋าสะพายสีดำ ก็นำต่างหูหนีบ ‘คำลวง’ กลับมาจากฟรังก้า รวมถึงน้ำหอมอำพันเทากับเทียนไขสีขาวที่จุดแล้ว
เห็นพวกพ้องปราศจากปัญหา ฟรังก้าก็ถอนหายใจโล่งอก
“เป็นเรื่องดีที่คุณเลื่อนลำดับได้ก่อนจะเกิดภัยพิบัติ…พูดแล้วก็ของขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะนังบราวส์·เซารอนจิตใจคับแคบ คอยกีดกันฉัน ไม่ยอมอนุญาตให้ฉันเข้าร่วมงานเลี้ยงสตรี ป่านนี้โอสถ ‘สุขสม’ คงย่อยไปได้มากโขแล้ว…ฮึ่ม…หลังจากนี้ เห็นทีฉันต้องหาทางทำให้นังมือใหม่นี่ ได้สัมผัสกับความสุขสมที่แท้จริงเสียบ้าง!”
เธอด่าบราวส์·เซารอนเป็นครั้งที่ 103
ฟรังก้าหันมาถาม
“ต่อไปก็…ถึงเวลาลงมือกับพวกนั้นแล้วสินะ?”
พวกนั้นหมายถึงคนขององค์กร ‘คนบาป’
ตลอดเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา มีหลายต่อหลายครั้งที่ลูเมี่ยนอยากจับตัว ‘ผู้ประสานงาน’ ขององค์กรคนบาปที่คอยติดต่อกับปอลีนา ภรรยาหม้ายของกิโยม·เบเนต์ แง่หนึ่งก็เพื่อตามสืบตระกูลซ็องซง แก้แค้นให้พี่สาว พร้อมกับสืบหาแหล่งกบดานของ ‘โลกิ’ — พวกเขามีสายสัมพันธ์กับโลกิอย่างลึกซึ้ง บางทีอาจรู้จักปราสาทที่โลกิคืนชีพ ส่วนอีกแง่หนึ่ง องค์กรคนบาปก็ศรัทธาในเทพมาร อาจทราบเหตุผลที่องค์กรเทพมารในกรุงทรีอาร์กำลังซุ่มเงียบจนผิดวิสัย มันอาจช่วยให้พวกลูเมี่ยนค้นพบต้นตอและแก่นแท้ของภัยพิบัติ
เนื่องจากในตอนนั้น รูปแบบการปรากฏตัวของผู้ประสานงานจากองค์กรคนบาปยังไม่แน่ชัด ลูเมี่ยนจึงเลื่อนแผนออกไปก่อน แต่ในภายหลัง เขาอยากเลื่อนเป็นลำดับ 6 ให้เรียบร้อย ยังไม่กล้าลงมือจนกว่าจะได้ครอบครองพลังที่แข็งแกร่งขึ้น ต้องไม่ลืมว่า สมาชิกคนอื่นขององค์กรคนบาปไม่เหมือนกับกิโยม·เบเนต์ หลวงพ่ออธิการโบสถ์ ซึ่งลูเมี่ยนทราบดีว่าอีกฝ่ายทำพันธสัญญาแบบใดบ้าง มีขีดจำกัดเป็นอย่างไร มีผลข้างเคียงเชิงลบเป็นอย่างไร จนสามารถเตรียมตัว ‘แก้ทาง’ ล่วงหน้าได้ หากพลังจากพันธสัญญาของสาวกเทพมารคนอื่นๆ กลมกล่อมลงตัว ระดับความยากของภารกิจก็จะเพิ่มขึ้น
แน่นอน ลูเมี่ยนไม่เคยคิดถึงการทำลายองค์กรคนบาปให้ราบคาบด้วยน้ำมือทีมเล็กๆ ของตน อีกฝ่ายเป็นถึงองค์กรเทพมารที่มีนักบุญ เป้าหมายของเด็กหนุ่มจึงมีเพียง จับตัวผู้ประสานงานให้ได้ หลังจากเค้นจนได้ข้อมูลสำคัญ ก็ค่อยเรียกกำลังเสริมจากชุมนุมทาโรต์
“ใช่” ลูเมี่ยนตอบฟรังก้าพลางยิ้ม “ในอีกสองสามวัน ผู้ประสานงานขององค์กรคนบาปควรจะแวะมาหาคุณนายปอลีนา”
“อา…หวังว่าหมอนั่นจะรู้อะไรบ้างนะ” แม้ฟรังก้าจะประมาณตน ทราบดีว่าตัวเองคงไม่มีพลังในการยับยั้งภัยพิบัติ แต่ก็ยังอยากทำอะไรสักอย่าง
หญิงสาวครุ่นคิดสักพักก่อนจะเสริม
“พรุ่งนี้คุณพาจินนาไปท่าเรือลาวีนให้หน่อย แนะนำมิสเตอร์ฟูลให้เธอ”
“ตกลง” ลูเมี่ยนเองก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่
…………
เช้าวันต่อมา ลูเมี่ยนเคาะประตูอพาร์ตเมนต์ 601
เด็กหนุ่มมองจินนาที่เปลี่ยนมาสวมชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อน พลางกล่าวยิ้มๆ
“ผมมีเรื่องอยากรบกวนคุณ”
“ฉัน?” จินนาชี้ตัวเอง เหลียวหลังไปมองฟรังก้า “ฉันจะช่วยอะไรได้?”
“อย่าถามเลย ไปถึงก็รู้เอง” ลูเมี่ยนขี้เกียจกุข้ออ้าง
จินนากลอกตา ครุ่นคิดด้วยความกังขา
“บัดซบ! พูดให้ชัดๆ มันจะตายหรือไง!” เธอด่าไปพลาง มองหน้าฟรังก้าไปพลาง ส่งภาษากายเป็นนัยว่าตนไม่มีทางเลือก
จากนั้น หญิงสาวเดินตามหลังลูเมี่ยน ออกจากประตูอพาร์ตเมนต์ไป
ฟรังก้ามองฉากดังกล่าว ในหัวกำลังครุ่นคิดบางสิ่ง
…………
บนรถม้าเช่าสี่ล้อสี่เบาะ ลูเมี่ยนไม่เคยบอกจุดประสงค์การเดินทาง เอาแต่ชวนจินนาคุยเรื่องขี้เมาในคาบาเร่ต์ลมเอื่อย รวมถึงนักแสดงที่โรงละครกรงพิราบเก่า บรรยากาศเป็นไปอย่างผ่อนคลายและสนุกสนาน ยังกับการไปทัศนศึกษาของโรงเรียน
จินนาก็ไม่ได้ถาม เผยให้เห็นความอดทนอันน่าชื่นชม
ในที่สุด รถม้าเช่าก็แล่นมาถึงท่าเรือลาวีน ลูเมี่ยนจ่าย 1.75 เฟลคินแล้วเปิดประตู กระโดดลงอย่างชำนาญ
จินนาขยับมาตรงประตูห้องโดยสาร ยังไม่ทันจะกระโดดลงมา ดวงตาก็พลันเบิกกว้าง พร้อมกับอุทานด้วยคำติดปากของฟรังก้า
“ว้าว!”
ลูเมี่ยนมองตามไป เห็นเรือใบสามเสาจอดอยู่ที่ท่าเรือลาวีน รูปทรงเก่าแก่โบราณ ล้าสมัยไปตามกาลเวลา
เรือประเภทนี้หาได้ยากแล้วในท่าเรือลาวีน ทว่า บรรดาคนที่เติบโตมากับการดูหรือฟังเรื่องชุดเกี่ยวกับ ‘นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่’ ย่อมต้องคุ้นเคยกับกลิ่นอายนี้เป็นอย่างดี
ดูเหมือนพวกโจรสลัดตัวเป้งทั้งหลายจะชอบเรือแบบนี้กัน
……………………………………………………..