ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 436 ความเชื่อที่เปิดกว้างและเข้าใจ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 436 ความเชื่อที่เปิดกว้างและเข้าใจ
ตอนที่ 436 ความเชื่อที่เปิดกว้างและเข้าใจ
ลูเมี่ยนเคยเห็นเรือใบสามเสากระโดงแบบนี้ในภาพประกอบของชุดนิยายนักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ ลำเรือดูโดดเด่นท่ามกลางเรือกลไฟแม่น้ำที่จอดเต็มท่าเรือลาวีน คอยดึงดูดสายตาของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา
แทบจะในเวลาเดียวกัน ลูเมี่ยนรู้สึกอุ่นวาบจากมือขวา ก่อนจะกลับเป็นปกติในทันที
เกิดอะไรขึ้น? ออร่าตกค้างของจักรพรรดิโลหิตถูกกระตุ้น? นี่มัน…ดูเหมือนจะสั่นพ้องกันในระดับหนึ่ง…ลูเมี่ยนพลันประหลาดใจ ในหัวเต็มไปด้วยความสงสัย
เรือใบเก่าลำนี้มีความสัมพันธ์บางอย่างกับจักรพรรดิโลหิตอลิสต้า·ทูดอร์?
ขณะลูเมี่ยนเอาแต่จ้องเรือ จินนาลงจากรถม้า ยิ้มหยอกล้อเด็กหนุ่ม
“คุณพาฉันมาที่นี่ คงไม่ได้จะให้มาดูเรือโจรสลัดโบราณลำนี้กระมัง?”
สองภาคแรกของนิยายชุดนักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ เธอเคยอ่านเป็นตอนๆ ผ่านหนังสือพิมพ์ ในเวลานั้น แม้ว่าครอบครัวจะไม่ถือว่ายากจนข้นแค้น แต่หนังสือก็แพงเสมอ กับหนังสือพิมพ์เอง ถ้านำราคามารวมกันก็ไม่ถือว่าถูก ข้อดีคือการได้จ่ายทีละนิด จนกระทั่งพ่อของเธอเสียชีวิตจากงาน เงินค่าชดเชยก็ไม่มาสักที โอกาสได้อ่านก็ยิ่งน้อยลงไปอีก นานๆ ครั้งจึงจะได้อ่านจากหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่ถูกนำมาแปะฝาบ้าน หรือถูกนำมาทำกระดาษชำระ เมื่อนั้นเธอจะนั่งอ่านจนดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
เมื่อรวมกับกวีเร่ร่อนที่เจอบ้างริมถนน รวมถึงนิทานก่อนนอนที่แม่เล่าให้ฟัง สุนทรียภาพของเธอก็ไม่ถือว่าแห้งแล้งจนเกินไป
เมื่อเธอย้ายมาอยู่เขตตลาด กลายเป็นนักร้องใต้ดิน หลังจากหาเงินได้ไม่น้อย เธอจะเจียดเงินก้อนหนึ่งเอาไว้ เพื่อซื้อนิยายชุดนักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่จากร้านใต้ดิน จนในที่สุดก็มีโอกาสได้เห็นภาพประกอบอันงดงาม ด้วยเหตุนี้ จินนาเริ่มรู้สึกผิดต่อมาดามฟอร์ส·วอลล์ จึงตั้งปณิธานไว้ว่า หากล้างหนี้หมดเมื่อไรจะซื้อของจริงเก็บสะสมทันที
ใครจะไปรู้ หนี้ของเธอยิ่งพอกพูนขึ้นทุกที
ลูเมี่ยนถอนสายตากลับ ตอบโต้การล้อเลียนด้วยมุกตลก
“นี่เป็นของแถมสุดพิเศษน่ะ”
ทั้งสองยืนอยู่ริมท่าเรือ ในฐานะนักอ่านตัวยงของนิยายชุดนักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขาช่วยกันอภิปรายจุดแตกต่างระหว่างเรือโบราณตรงหน้ากับภาพประกอบในนิยาย
ผ่านไปสักพัก ลูเมี่ยนพาจินนามาถึงด้านนอกของวิหารเดอะฟูล
จินนาเงยหน้ามองหอระฆังกับยอดแหลมบนอาคารสี่ชั้น แล้วกวาดตาผ่านสัญลักษณ์ ‘เนตรไร้ม่านตา’ ที่ไม่สมบูรณ์ กับบางส่วนของ ‘เส้นเกลียว’ พลางถามด้วยความกังขา
“นี่คือวิหาร?”
เรียบง่ายไปหน่อยไหม?
วิหารเล็กของสุริยันเจิดจรัส ไม่ว่าจะในเขตตลาดหรือในเขตสวนพฤกษศาสตร์ ก็ล้วนหรูหราและดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่านี้
“ใช่” ลูเมี่ยนเดินเข้าวิหารไปก่อน
จินนาเดินตามมาไม่ห่าง ยิ่งประหลาดใจกับความเรียบง่ายของที่นี่
กระจกสีมีน้อยมาก ไม่มีการฝังแผ่นทองในจุดสำคัญ วิหารทั้งหลังไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์กลไกซับซ้อน สิ่งเดียวที่เกี่ยวข้องกับศาสนาคือจิตรกรรมฝาผนังแผ่นใหญ่ แต่สีก็ค่อนข้างหม่น ดูไม่เจิดจ้ามากพอ
เรื่องที่น่าชื่นชมคือการมีหน้าต่างเยอะ แม้จะเป็นชั้นล่างของอาคาร แต่ก็สว่างจนน่าชื่นชม
สายตาของจินนากวาดผ่านผืนภาพจิตรกรรม เข้าใจโดยสัญชาตญาณว่าพวกมันสื่อถึงการชี้นำและการไถ่ถอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตอนนี้เพิ่งจะสิบโมงเช้า มีคนเข้าวิหารมาสวดมนต์ไม่มาก บรรยากาศจึงถือว่าเงียบสงัด มอบความรู้สึกลุ่มลึกโดยธรรมชาติ
ลูเมี่ยนเดินนำจินนาไปที่ม้านั่งแถวสาม หันหน้าเข้าแท่นบูชา
เด็กหนุ่มมองไปรอบตัว ตรึงสายตาไว้กับตราศักดิ์สิทธิ์ของ ‘เดอะฟูล’ เบื้องหน้า แล้วกล่าวเสียงทุ้มต่ำ
“คุณคงสัมผัสได้ ผมกับฟรังก้ามีบางสิ่งที่ปกปิดจากคุณ เป็นความลับที่ไม่สามารถเล่าได้”
“อาฮะ” จินนาผงกหัวแผ่วเบา รอให้ลูเมี่ยนอธิบายต่อ
ลูเมี่ยนพูดต่อ
“คุณคงดูออกเช่นกัน ว่าผมกับฟรังก้าไม่ใช่ญาติกัน เธอกับโอลัวร์พี่สาวผมเป็นเพื่อนที่มีบางสิ่งร่วมกัน มีความสนใจเดียวกัน พวกโลกิกับ ‘ฉันมีเพื่อนอยู่คนนึง’ ก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย แต่พวกมันหักหลังคนอื่น จนเกิดหายนะขึ้นที่หมู่บ้านกอร์ตู พรากชีวิตของพี่สาวผมไป”
“อย่างนี้นี่เอง…” จินนาไม่เคยกล้าถามถึงมาก่อน จึงแค่พอเข้าใจคร่าวๆ
สายตาของลูเมี่ยนยังคงตรึงอยู่กับแท่นบูชาของมิสเตอร์ฟูล
“ผมกับฟรังก้ายังมีอีกหนึ่งความสัมพันธ์ นั่นคือ พวกเรามิได้นับถือสุริยันเจิดจรัส มิได้นับถือเทพจักรกลไอน้ำ…”
ฟังถึงตรงนี้ จินนาอดหัวเราะในคอไม่ได้
“เรื่องนี้ฉันก็พอเดาได้ พวกคุณสองคนไปวิหารกันครั้งสุดท้ายเมื่อไร? ฉันไม่เคยเห็นคุณสวดมนต์ตามเวลาเลย!”
“คุณยังถือว่าดี อย่างน้อยก็รู้ว่าวิหารนักบุญโรแบร์อยู่ตรงไหน ฟรังก้าคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประตูทางเข้าวิหารหวูดไอน้ำอยู่ตรงไหน”
สำหรับจินนา เธอไปสวดมนต์สัปดาห์ละครั้ง ฟังเทศนา เข้าร่วมมิสซา ที่ทำไปมิใช่เพื่อแสดงความศรัทธาต่อหน้า ‘ผู้ชำระ’ เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นความเชื่อที่กระทำติดต่อกันมาหลายปี
สิ่งเดียวที่เธอทำไม่ได้คือ เธอมักต้องร้องเพลงที่คาบาเร่ต์ลมเอื่อยจนถึงหลังเที่ยงคืน แล้วค่อยกลับไปนอนที่ถนนเสื้อนอกขาว จึงไม่อาจตื่นแต่เช้าเพื่อรับแสงอาทิตย์ย่ำรุ่ง ทำได้แค่สวดมนต์ตามเวลาในช่วงเที่ยงวัน
“ผิดแล้ว ที่ผมไม่ไปวิหารเพราะยังติดประกาศจับอยู่ ถ้าว่ากันตามหลักการ ผมถือว่ายังเป็นสาวกบางๆ ของเทพสุริยันเจิดจรัส” ลูเมี่ยนตอบยิ้มๆ ก่อนจะกล่าวเสียงขรึม “ฟรังก้ากับผมศรัทธาในเทพแท้จริงพระองค์นี้…มิสเตอร์ฟูลผู้ยิ่งใหญ่”
ลูเมี่ยนวางมือทาบอกทันที แล้วกระซิบกระซาบอย่างสำรวม
“มิสเตอร์ฟูลจงเจริญ!”
มิสเตอร์ฟูล…จินนาพบว่าพระนามของเทพองค์นี้ช่างแปลกเหลือเกิน
หญิงสาวครุ่นคิดหนึ่งวินาที ก่อนจะถาม
“เดอะฟูลในไพ่ทาโรต์?”
“ใช่…เดาถูกได้ยังไงเนี่ย เก่งจังเลย” ลูเมี่ยนตอบกึ่งจิกกัดกึ่งยืนยัน
จินนาเห็นบุคคลร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกันลมสีดำ สวมหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูง เดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา จึงรีบก้มหน้าลงตามสัญชาตญาณ แล้วกล่าวอย่างภูมิใจ
“ฉันเคยเห็นว่าฟรังก้ามีไพ่ทาโรต์เกือบสิบสำรับ แต่เธอไม่เคยใช้มันทำนายเลย”
เอาจริงดิ…หรือเธอคิดว่าการโยนไพ่ ‘สองถ้วย’ ลงบนศพเหยื่อคือเรื่องที่เท่? ก็เลยเตรียมไว้ล่วงหน้า? ยิ่งลูเมี่ยนครุ่นคิด ก็ยิ่งพบว่ามันตรงกับนิสัยของฟรังก้า
จินนาคิดต่ออีกสักพักก่อนจะเสริม
“บริษัทยาเดอะฟูลก็เป็นของศาสนจักรเดอะฟูลด้วยหรือ?”
“เอ่อ…” ลูเมี่ยนถึงกับชะงักไป
เขาไม่เคยนึกถึงประเด็นนี้มาก่อน เดิมที เด็กหนุ่มคิดว่าบริษัทยาคงตั้งชื่อตามไพ่ทาโรต์เฉยๆ
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า ไพ่ทาโรต์ ‘เดอะฟูล’ จะเป็นตัวแทนของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ในระดับหนึ่ง!
ลูเมี่ยนไตร่ตรองอยู่หลายวินาทีก่อนจะตอบ
“อาจจะ”
เด็กหนุ่มไม่แน่ใจว่าบริษัทยาของเดอะฟูลเป็นทรัพย์สินของศาสนจักรเดอะฟูลหรือไม่ หรือเป็นของสมาชิกคนใดในชุมนุมทาโรต์
จินนาถามต่อไปด้วยความคิดที่ชัดเจน
“คุณพาฉันมาที่นี่ ข้อแรก มันปลอดภัย คุณสามารถเล่าถึงความเชื่อได้อย่างปลอดภัย ข้อสอง คุณอยากให้ฉันเห็นว่าศาสนจักรเดอะฟูลก็ถูกมองว่าเป็นศาสนาจารีต ถึงขั้นที่ได้รับอนุญาตให้ตั้งวิหารในกรุงทรีอาร์?”
“ฉลาดนี่” ลูเมี่ยนเอียงหน้าแล้วพูดยิ้มๆ “ยังมีข้อที่สาม ขอถือโอกาสถามตรงนี้เลยว่า อยากเปลี่ยนมานับถือมิสเตอร์ฟูลไหม?”
“เปลี่ยนศาสนา…” ความคิดของจินนาพลันยุ่งเหยิงยิ่งกว่าข้าวโอ๊ตในหม้อ
ลูเมี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงสะกดใจ
“นี่ไม่ขัดต่อสัญญาที่ทำไว้กับผู้ชำระหรอก มิสเตอร์ฟูลคือเทพแท้จริงที่ถูกยอมรับโดยทุกศาสนา เพียงแค่ความเชื่อจะกระจุกตัวอยู่บนเกาะทางทะเล รวมถึงทวีปใต้ ชาวทวีปเหนือส่วนใหญ่จึงไม่รู้จัก”
“แต่ว่า…” ใบหน้าจินนาเผยความกระอักกระอ่วนปนดิ้นรน “ฉันไม่เคยคิดเรื่องเปลี่ยนศาสนามาก่อน…”
ศรัทธาที่เธอมีต่อสุริยันเจิดจรัสไม่ถือว่าเคร่งครัดหรือเดนตาย แต่ก็เป็นกิจวัตรที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก เธอเองก็น้อมรับคำสอนเกือบทุกข้อ ก่อนจะถึงวันนี้ จินนาไม่เคยคิดถึงการเปลี่ยนศาสนามาก่อน และไม่รู้สึกถึงความจำเป็นที่ต้องทำ เพราะมิได้เกลียดชังศาสนจักรแต่อย่างใด
มีเพียงช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ครอบครัวตกระกำลำบากถึงขีดสุด รวมถึงช่วงเวลาหลังจากมารดาเสียชีวิต ที่เธอมักตัดพ้อองค์สุริยันเจิดจรัส โดยรู้สึกว่าพระองค์ไม่ช่วยปกป้องสาวกตัวจริงเลย แต่กระนั้นก็ยังห่างไกลจากการเปลี่ยนศาสนา
ลูเมี่ยนมองหน้าจินนาครู่หนึ่ง ยิ้มแล้วพูด
“ไม่อยากเปลี่ยนศาสนาก็ไม่เป็นไร ผมแค่ลองเสนอ ประเด็นหลักที่ต้องการจะบอกในวันนี้คือ ในภัยพิบัติที่อาจมาถึง หากคุณพลัดหลงกับพวกเรา ก็ให้มาหลบภัยที่นี่ สบายใจได้ ถึงคุณจะศรัทธาในสุริยันเจิดจรัส แต่ศาสนาของมิสเตอร์ฟูลก็ยังคงต้อนรับเสมอ พร้อมกับมอบความคุ้มครองให้”
“ถ้างั้นฉันไปที่วิหารนักบุญโรแบร์ไม่ดีกว่าหรือ” จินนาถามอย่างกังขา
ลูเมี่ยนเรียบเรียงถ้อยคำก่อนจะตอบ
“ฟรังก้ากับผมมีศรัทธาเดียวกัน ต่างก็ทำงานให้กับองค์กรลับเดียวกัน เมื่อไม่กี่วันก่อน พวกเราได้รับข้อมูลจากองค์กรว่า”
“อารามพระหฤทัยของสุริยันเจิดจรัสมีปัญหา เหมือนกับที่อารามในหุบเขาลึกของเทพจักรกลไอน้ำมีปัญหา”
“ในสถานการณ์เช่นนี้ วิหารบางแห่งอาจไม่น่าเชื่อถือ ในเมื่อคุณบอกไม่ได้ว่าแห่งใดน่าเชื่อถือหรือไม่ ทำไมไม่เลือกวิหารที่ผ่านการรับรองแล้วล่ะ”
จินนาเคยเห็นปัญหาในอารามหุบเขาลึกมากับตา จึงเข้าใจโดยปริยายว่าปัญหาในอารามพระหฤทัยร้ายแรงเพียงใด
เธอพึมพำกับตัวเอง
“ภัยพิบัติจะเริ่มจากภายในวิหาร?”
“อาจจะ” ลูเมี่ยนยังให้คำตอบที่แน่นอนไม่ได้
ถึงตรงนี้ บุคคลที่สวมชุดกันลมพิเศษสีดำ สวมหมวกทรงกึ่งสูง เจ้าของความสูงราวสองเมตรห้าสองเมตรหก คนยักษ์ผู้มีเรือนผมกับนัยน์ตาสีบลอนด์ เดินเข้ามาใกล้ลูเมี่ยนกับจินนา
เขามองจินนา ยิ้มพลางถาม
“คุณพี่น้องหญิง เพิ่งเคยมาที่วิหารแห่งนี้หรือ”
“ค่ะ แค่ตามเพื่อนมาเฉยๆ” จินนาต่อต้านการเปลี่ยนศาสนาโดยสัญชาตญาณ พลางถามกลับไป “แล้วคุณคือ?”
“ผมเป็นบิชอปของที่นี่ ไทส์เลียน” ลูกครึ่งคนยักษ์แนะนำตัวโดยไม่เปลี่ยนรอยยิ้ม
จินนาสำรวจเสื้อนอกกับหมวกของอีกฝ่าย รู้สึกว่าไม่เหมือนนักบวชสักเท่าไร
ไทส์เลียนมองลูเมี่ยนครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อ
“พวกคุณอยากฟังผมแนะนำดวงประทีปและผู้ไถ่ถอนของเราไหม? มิสเตอร์ฟูลผู้ยิ่งใหญ่น่ะครับ”
“ไม่ต้องกังวล เทพของผมไม่บังคับให้ใครเปลี่ยนศาสนา และไม่ถือสาหากผู้ที่นับถือศาสนาอื่นอยู่แล้ว จะขอนับถือเขาไปเพิ่มด้วย ในทำนองเดียวกัน หากนับถือเขาอยู่แล้ว จะไปนับถือเทพองค์อื่นควบคู่กันก็ไม่ถือว่าผิดแต่อย่างใด”
“บ…แบบนี้ก็ได้หรือ?” จินนาถามตะกุกตะกัก
สิ่งนี้อยู่นอกเหนือสามัญสำนึกของเธอโดยสิ้นเชิง!
มีเทพองค์ใดบ้างไม่สนใจความบริสุทธิ์ของสาวก อนุญาตให้กราบไหว้เทพได้หลายองค์พร้อมกัน?
แล้วทำไมถึงใช้ ‘เขา’ แทนที่จะใช้ ‘พระองค์’ ล่ะ? สรรพนามที่ใช้เรียกเทพคืออย่างหลังต่างหาก! แล้วอีกอย่าง ทำไมถึงเรียกเทพว่า ‘มิสเตอร์’ ล่ะ?
ในใจจินนาเต็มไปด้วยคำถาม ความคิดมากมายผสมปนเปยิ่งกว่าโจ๊ก
“ถูกต้อง มิสเตอร์ฟูลเป็นผู้มีเมตตา มีพระกรุณา” บิชอปไทส์เลียนเห็นลูเมี่ยนกับจินนาไม่ขัดข้อง จึงเปิดพระคัมภีร์ลายเงินพื้นดำ แล้วเริ่มเทศนา
……………………………………………………..