ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 468 เกมถามตอบ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 468 เกมถามตอบ
ตอนที่ 468 เกมถามตอบ
……….
สุสานเก่าของวิหารนักบุญโรแบร์เคยเป็นจุดผนึกของทรีอาร์ยุคที่สี่? แถมยังเคยมีปัญหารั่วไหล ศพโบราณจำนวนมากคลานออกมา…อ็องกูแลมไตร่ตรองเนื้อหาคำตอบ เริ่มตระหนักว่าใต้ดินของคาบาเร่ต์ลมเอื่อยในปัจจุบันอาจมีอันตรายซุกซ่อนอยู่
เขาย้อนกลับมายังห้องทำงาน ตามองไปที่กระดาษแผ่นหนึ่งบนผนัง
บนนั้นไม่เพียงแต่เขียนไว้ชัดเจนว่า ดาบซ่อนแขนเคยถามถึงความลับของสุสานเก่า แต่ยังระบุด้วยว่าเธอถามภายใต้สถานการณ์ใด
ตอนถามถึงความคืบหน้าในการสืบสวนขยายผลนิกายโรคนั่น!
เธอถามเพื่อต้องการยืนยันว่า พวกนิกายเทพมารในกรุงทรีอาร์ทำตัวสงบเสงี่ยมผิดวิสัยไปจริงๆ ไม่รู้ว่ากำลังวางแผนชั่วร้ายใดอยู่
ตอนนั้นดาบซ่อนแขนสงสัยว่าความลับของสุสานเก่า เกี่ยวข้องกับแผนชั่วของพวกนิกายเทพมาร? พวกมันหวังใช้จุดที่เคยรั่วไหลเพื่อลัดผ่านผนึก เปิดประตูสู่ทรีอาร์ยุคที่สี่โดยตรง? อ็องกูแลมนับว่ามีประสบการณ์อุดมสมบูรณ์ สามารถเชื่อมโยงเบาะแสได้ทันที
เขาย้อนกลับห้องโทรเลขอีกครั้ง แจ้งการคาดเดาของตนให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วเสนอข้อแนะนำไป
“รีบส่งหนึ่งหรือสองทีมย่อยไปตรวจสอบจุดรั่วไหลเดิมใต้ดินโดยด่วน จะดีมากหากมีนักบุญนำทีม”
หลังจากส่งโทรเลข อ็องกูแลมถอนหายใจเงียบ
ถัดมา สิ่งที่เขาต้องทำคือ ส่งคนในทีมออกไป ประสานงานกับตำรวจ ทหาร และกองทัพให้เสร็จก่อนรุ่งสาง เพื่อขจัดการประท้วงที่อาจกลายเป็นการจลาจล
ระหว่างนี้อาจต้องปะทะกับคนของชุมนุมกางเขนเลือดเหล็กอย่างมิอาจเลี่ยง หรือแม้กระทั่งแกนนำของพรรคเผาถ่าน จะขาดผู้วิเศษไม่ได้เด็ดขาด
นอกจากนี้ ในฐานะ 007 อ็องกูแลมยังต้องหาโอกาสติดต่อ ‘ดาบซ่อนแขน’ เพื่อถ่ายทอดความลับของสุสานเก่าให้เธอฟัง
ยามนี้ไม่ใช่เวลา ‘แชต’ ของกลุ่มโทรเลข เขาต้องพึ่งพาวิธีติดต่อกันในโลกจริงซึ่งตกลงกันไว้ล่วงหน้า
…………
ถนนเสื้อนอกขาว บ้านเลขที่ 3 อพาร์ตเมนต์ 601
“ชาร์ลก็หายตัวไปเหมือนกัน?” ฟรังก้ากลับมาที่เขตตลาด หลังจากแจ้งข่าว ‘การ์ดเนอร์·มาร์ตินมีพิรุธ’ แก่มาดามจัดจ์เมนต์และนางมารดำ ก็พบว่าจินนาที่ควรนอนอยู่บนเตียงไม่รู้หายไปไหน แต่ยังไม่ทันจะได้ตรวจสอบภายในบ้าน อ็องโตนี·รีดที่ตัดผมสั้นก็มาเยือนในยามวิกาล บอกว่าลูเมี่ยนหายตัวไปอย่างลึกลับ โดยที่สถานที่เกิดเหตุไร้ร่องรอยการต่อสู้
“ใช่” ตอนนี้อ็องโตนี·รีดยิ่งมั่นใจว่า มีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น มิใช่ว่าลูเมี่ยนย้ายไปนอนที่บ้านลับ
“ที่นี่ก็ไม่มีร่องรอยการต่อสู้เหมือนกัน…” ฟรังก้าเดินมาถึงหน้าห้องนอนแขก มองไปยังผ้าห่มที่ถูกเลิกขึ้น
เธอบอกได้ว่า ก่อนจินนาจะออกจากบ้าน เธอไม่มีท่าทีร้อนรนแต่อย่างใด ไม่เพียงถอดชุดนอนออกเปลี่ยนเป็นชุดทหารรับจ้างหญิง แต่ยังพยายามไม่ทำให้ห้องนอนดูยุ่งเหยิงด้วย
ฟรังก้าขมวดคิ้ว ลองครุ่นคิดหาสาเหตุ
แม้เธอจะรู้ว่านี่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่ากังวล แต่ก็ยังติดรำพันเป็นนิสัย
ยังกับแฟนสาวของเรา หนีตามแฟนหนุ่มของเราไป…
ระหว่างที่ความคิดยุ่งเหยิง เธอนึกขึ้นได้ว่าจินนาได้ถุงผ้าสีเทาขาวจากพระกึ่งจักรกลมา แต่ยังไม่ทันได้ส่งมอบให้เด็กชายประหลาดที่ชื่อวิล
ฟรังก้ารีบมองไปโต๊ะกาแฟ เพราะจำได้ว่าถุงผ้าเคยวางอยู่ตรงนั้น
พอเห็นว่าถุงผ้าสีเทาขาวไม่อยู่แล้ว ‘นางมารสุขสม’ ผู้นี้ก็ถอนหายใจเบาๆ กึ่งโล่งอก
จินนาคงได้รับ ‘การแจ้ง’ จากเด็กชายประหลาดวิลแล้ว จึงไปที่ใดสักแห่งเพื่อส่งมอบสิ่งของตามภารกิจ พร้อมกับรับค่าตอบแทน
แล้วชาร์ลเล่า ทำไมถึงหายตัวไป?
หรือว่าความต้องการของเด็กชายวิล คือให้ชาร์ลไปด้วยกัน?
อา…ก็อาจเป็นได้ ครั้งก่อนเขาก็มาตามคำเชิญของมาดามเมจิกเชี่ยน อาร์คาน่าใหญ่ของชาร์ล…
“ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องแย่สินะ?” อ็องโตนี·รีดสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของฟรังก้า
“จนถึงตอนนี้ก็ใช่” ฟรังก้าหยิบกระจกบานเท่าฝ่ามือออกมา “ฉันจะลองทำนายด้วยกระจกวิเศษเพื่อยืนยัน”
เธอหยิบชุดนอนของจินนามา ใช้อีกมือหนึ่งลูบผิวกระจก
พร้อมกันนั้น หญิงสาวท่องคำภาษาเฮอร์มิสซ้ำๆ
“ตำแหน่งปัจจุบันของเชเลีย·เบลโล ตำแหน่งปัจจุบันของเชเลีย·เบลโล…”
แม้การทำนายด้วยชื่อ ‘จินนา’ ก็ได้ผลเหมือนกัน เพราะจินนาใช้ ‘ชื่อในวงการ’ นี้มานาน คนรอบข้างส่วนใหญ่เรียกเธอแบบนั้น มีความเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับแน่นแฟ้น แต่ฟรังก้ารู้สึกว่าในยามนี้ การใช้ชื่อจริงจะแม่นยำกว่า
ในห้องนั่งเล่นของอพาร์ตเมนต์ที่มีแสงจากโคมแก๊ส แสงไฟริบหรี่ลง บรรยากาศกลายเป็นอึดอัดอย่างยิ่ง
ผิวกระจกส่องแสงระยิบระยับราวกับจมอยู่ใต้ก้นแม่น้ำ
ทว่า ฟรังก้ามองไม่เห็นอะไรเลย ในกระจกมีเพียงเกล็ดหิมะโปรยปรายไม่หยุด ยังกับเป็นสัญญาณรบกวน
“ทำนายไม่ออก…” ฟรังก้าขมวดคิ้วอีกครั้ง
หรือจะเป็นเพราะเด็กชายวิลอยู่ที่นั่นด้วย?
แต่หลังจากส่งมอบสิ่งของตามภารกิจ พร้อมกับได้รับเหรียญทองนำโชคมาครอบครอง จินนาควรแยกกับเด็กชายวิลทันที ไม่น่าจะอยู่ด้วยกันเกินกว่าห้านาที…ตามทฤษฎีแล้ว มันไม่น่าจะบังเอิญขนาดนั้น…
“เดี๋ยวจะลองใหม่ในอีกห้านาที” ฟรังก้ารอบคอบไว้ก่อน
อ็องโตนี·รีดพยักหน้ารับ แล้วหันไปถาม
“ผมต้องไปเอาเสื้อผ้าของชาร์ลที่โรงแรมระกาทองด้วยไหม?”
“ไม่ต้อง” ฟรังก้าส่ายหน้าโดยไม่ลังเล
หมอนั่นมีผนึกของมิสเตอร์ฟูลอยู่กับตัว ซ้ำยังมีออร่าของจักรพรรดิโลหิต ถ้าทำนายเจอต่างหากที่แปลก!
นาทีแล้วนาทีเล่าผ่านไปอย่างเชื่องช้า ในที่สุดก็ครบห้านาที ฟรังก้าใช้ ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ รูปแบบง่ายอีกครั้งเพื่อถามตำแหน่งของจินนา
ยังคงไม่มีคำตอบ ยังคงไม่ปรากฏภาพให้เห็น
มีบางอย่างไม่ถูกต้อง…ฟรังก้าเปลี่ยนมาใช้รูปแบบสมบูรณ์ของ ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ ที่ต้องสวดวิงวอนถึงบางตัวตน
ในผิวกระจกสลัว เสียงแหบเฒ่าพร้อมกับเสียงน้ำดังสะท้อน
“เชเลีย·เบลโลอยู่ในสถานที่ที่มิอาจหยั่งถึง”
มิอาจหยั่งถึง…ฟรังก้าเริ่มตระหนักว่าปัญหาอาจซับซ้อนยุ่งยากกว่าที่เธอเข้าใจ จึงถามต่อไปว่า
“ตอนนี้ลูเมี่ยน·ลีอยู่ที่ไหน?”
เสียงแหบเฒ่าตอบกลับตามท่ามกลางเสียงน้ำ
“ข้ามองไม่เห็น ข้ามองไม่เห็น…”
เสียงดังกล่าวค่อยๆ เลือนราง เจือความสับสน ฟรังก้าจึงรีบยุติการทำนายด้วยกระจกวิเศษ
เธอเดินกลับไปกลับมาสองสามเที่ยว รู้สึกว่าควรรายงานเรื่องนี้ให้มาดามจัดจ์เมนต์ทราบ
แต่ก่อนหน้านั้น…ฟรังก้าขบฟันแน่น บอกกับอ็องโตนี·รีดว่า
“ฉันจะใช้ทำนายด้วยกระจกวิเศษเพื่อวิงวอนต่อตัวตนซ่อนเร้นท่านหนึ่ง ผลการทำนายของพระองค์แม่นยำกว่าใคร บางทีอาจช่วยให้เราพบคำตอบ แต่คุณต้องสาบานต่อเทพจักรกลไอน้ำว่าจะไม่เปิดเผยทุกคำที่ได้ยินต่อจากนี้”
“ไม่มีปัญหา” อ็องโตนีในชุดสีเขียวทหารวาดตราศักดิ์สิทธิ์สามเหลี่ยมบนหน้าอก
หลังจากอ็องโตนีกล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าเทพที่นับถือ ฟรังก้าไม่ลังเลอีกต่อไป รีบจุดเทียนสามเล่มด้วยความสำรวม แล้วดับโคมแก๊สในห้อง
ท่ามกลางแสงสลัวสีอำพัน เธอใช้มือขวาลูบผิวกระจกแผ่วเบาสามครั้ง ปากสวดพระนามอันทรงเกียรติด้วยภาษาเฮอร์มิส
“ดวงเนตรที่จับจ้องทุกสรรพชีวิต รอยประทับศักดิ์สิทธิ์จากผืนแผ่นดินต้นกำเนิด ผู้รอบรู้ผู้รับใช้เดอะฟูล อาโรเดสผู้ยิ่งใหญ่…”
กระจกเงาเปลี่ยนเป็นสีดำทันที บางครั้งก็กระเพื่อม บางครั้งก็พร่ามัว จนกระทั่งเกิดแสงระยิบระยับราวกับผิวน้ำ
อ็องโตนี·รีดผู้เป็น ‘นักจิตบำบัด’ รู้สึกอึดอัดอย่างท่วมท้นในทันที เหมือนมีดวงตาคู่หนึ่งสำรวจเขาจากบนลงล่าง จากด้านในสู่ด้านนอกสองสามรอบ
เมื่อเสร็จพิธีอัญเชิญ ฟรังก้าเอ่ยถาม
“เพื่อนของฉัน เชเลีย·เบลโล ตอนนี้อยู่ที่ใด?”
ภาพปรากฏวูบหนึ่งท่ามกลางแสงระยิบระยับในกระจก
เป็นภาพโพรงเหมืองอันเลือนรางจนแทบมองไม่เห็นรายละเอียด
พริบตาเดียว ภาพพลิกกลับ เผยให้เห็นฉากบางส่วนของถนนใหญ่ตลาด
ฟรังก้าจำได้ทันทีว่านั่นคือรอบๆ คาบาเร่ต์ลมเอื่อย แต่ตัวคาบาเร่ต์ลมเอื่อยกลับไม่ปรากฏ ถูกแทนที่ด้วยความมืดและบาเรียคล้ายคริสตัล จินนาในชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อนยืนอยู่ข้างบาเรีย สีหน้าเคร่งขรึม ตามองไปยังทิศทางที่ไม่ปรากฏในภาพ ด้านข้างเธอมีร่างคล้ายลูเมี่ยน
อย่างที่คิด อยู่ด้วยกันจริงๆ …แล้วนั่นมันที่ไหน? ฟรังก้าเพิ่งผุดความคิดได้เพียงสองสามประเด็น ก็เห็นอักษรฟุซัคโบราณสีเลือดถูกเขียนบนกระจกสองสามบรรทัด
“ตามหลักความเท่าเทียม ถึงตาข้าถามบ้างแล้ว”
“หากเจ้าตอบผิด หรือโกหก เจ้าจะถูกลงโทษ”
ฟรังก้าหลับตาแน่น รอคำถามที่จะมา
อักษรสีเลือดเหล่านั้นจัดเรียงใหม่เป็นประโยคอื่น
“สิ่งที่ชาวทรีอาร์ชอบทำกัน เจ้าเคยจินตนาการมันกับจินนาบ้างไหม?”
โล่งอก…ฟรังก้าถอนหายใจเงียบ
ระดับความน่าอับอายของคำถามนี้ ขึ้นอยู่กับว่าจินนาอยู่ ‘เป็นสักขีพยาน’ ด้วยหรือไม่ ถ้ามี ฟรังก้าคงอยากเอาหัวโขกกำแพง แต่ปัจจุบันมีเพียง ‘นักจิตบำบัด’ มองอยู่หนึ่งคน
แค่อธิบายกับ ‘นักจิตบำบัด’ ว่าฉันมีปัญหาทางจิต ชอบผู้หญิง ชอบเพื่อนสนิทตัวเอง อยากทำเรื่องแบบนั้นกับเธอ เท่านี้ก็สิ้นเรื่อง
ฟรังก้ายังคงหน้าแดงอย่างมิอาจหักห้าม แต่ก็ตอบได้ค่อนข้างฉะฉานคล่องแคล่ว
“เคยจินตนาการ”
อ็องโตนี·รีดที่ดูอยู่ไม่แปลกใจสักเท่าใด ในฐานะ ‘ผู้ชม’ หากเขาไม่สังเกตเห็นว่าฟรังก้าคิดแบบนั้นกับจินนา ก็แสดงว่าเขาไม่เหมาะสมกับโอสถ
สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ ฟรังก้าค่อนข้างเปิดเผย ดูไม่ค่อยอายเท่าไร
ฟรังก้าถามกระจกวิเศษต่อ
“ถนนใหญ่ตลาดที่จินนาอยู่ตอนนี้ ตั้งอยู่ที่ใด?”
คราวนี้ไม่มีฉากปรากฏบนผิวกระจกวิเศษ มีเพียงคำนามประสมสีแดงฉานโดดเด่นขึ้นมา
“โลกในภาพวาด”
โลกในภาพวาด…จิตรกร…ภูต…ฟรังก้าเริ่มเชื่อมโยงพร้อมกับตั้งข้อสันนิษฐานทันที
บนผิวกระจก คำศัพท์เปื้อนเลือดบิดเบี้ยวคืบคลาน จนกระทั่งเรียงร้อยเป็นถ้อยคำใหม่
“สิ่งที่ชาวทรีอาร์ชอบทำกัน เจ้าเคยจินตนาการมันกับลูเมี่ยน·ลีบ้างไหม?”
“…” ใบหน้าของฟรังก้าร้อนผ่าวทันที แม้แต่เธอยังสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงอุณหภูมิ
ฉ…ฉันไม่ได้…โดยจิตใต้สำนึก เธออยากจะตอบไปแบบนั้น แต่แล้วก็ระลึกถึงความเจ็บปวดในยามถูกฟ้าผ่า
หญิงสาวจ้องมองกระจกวิเศษ พยายามสะกดจิตตัวเองให้ลืม ‘นักจิตบำบัด’ ด้านข้าง แล้วตอบด้วยริมฝีปากสั่นเครือ
“ค…เคยจินตนาการ”
“แค่….แค่ครั้งคราวเท่านั้น! ตอนฝันจะไปควบคุมตัวเองได้ยังไง!”
อ็องโตนี·รีดไม่หันไปมองหน้าฟรังก้า รวมถึงไม่แสดงอาการใดๆ บนสีหน้าตัวเอง ราวกับว่าสิ่งที่เห็นและได้ยินคือเรื่องปกติ
นี่คือคุณสมบัติพื้นฐานของ ‘นักจิตบำบัด’
ฟรังก้ารีบยุติ ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ แล้วเดินเข้าห้องนอนใหญ่ เรียบเรียงการหายตัวไปของลูเมี่ยนและจินนา รวมถึงคำตอบจากกระจกวิเศษให้เป็นเอกสาร ส่งรายงานไปยังมาดามจัดจ์เมนต์
เมื่อเธอจัดการเสร็จ กลับมายังห้องนั่งเล่น เตรียมหารือสถานการณ์กับอ็องโตนี·รีด ก็พลันได้ยินเสียงดังอึกทึกกึกก้องมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงทรีอาร์
เสียงนั้นราวกับปืนใหญ่หลายกระบอกกำลังคำราม
……………………………………………………..