ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 478 โชคชะตาเล่นตลก
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 478 โชคชะตาเล่นตลก
ตอนที่ 478 โชคชะตาเล่นตลก
…………….
ปัง!
ลูกไฟสีแดงฉานที่พุ่งออกจากปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางของลูเมี่ยน กระทบท้ายทอยของนายพลฟิลิปอย่างแม่นยำ ระเบิดดุจดังกระสุนปืนใหญ่
จากหัวถึงหาง ร่างของฟิลิปแตกละเอียดทันที ประหนึ่งกระจกเงาที่สะท้อนภาพใครบางคน ถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก
ท่ามกลางเสียงอึกทึกมากมายที่ถูกกลบด้วยเสียงระเบิด เศษกระจกปลิวกระจายไปตามทุ่งร้าง ส่องประกายระยิบระยับร่วมกับเศษที่มีอยู่เดิม
เห็นฉากนี้ รูม่านตาของลูเมี่ยนพลันเบิกกว้าง
เส้นทาง ‘ผู้ล่วงลับ’ ก็มี ‘กระจกตัวแทน’ ด้วยหรือไง?
หรือนายพลฟิลิปมีสมบัติวิเศษจากเส้นทาง ‘นางมาร’ ติดตัว?
เพียงชั่วความคิด ลูเมี่ยนก็เห็นร่างของฟิลิปในชุดคลุมสีดำเผยตัวอีกครั้งในตำแหน่งห่างออกไปสิบกว่าเมตร สายตากลับมาแจ่มชัดแล้ว ปราศจากอาการเสียสติ ไม่เหม่อลอยเหมือนเก่า
แต่ในเวลาเดียวกัน ด้านหลังของฟิลิป จินนาที่แต่งกายเป็นทหารรับจ้างหญิงโผล่ออกจากสภาวะล่องหน เล็งปืนลูกโม่ในมือขวาใส่ ‘ผู้ล่วงลับ’ ที่เพิ่งรอดพ้นจากการโจมตีถึงตาย รอดพ้นจากสถานะด้านลบ!
พูดตามตรง จินนาเองก็รู้สึกงุนงงเจือตกใจกับสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ไม่น้อย
สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจไม่ใช่เรื่องที่ฟิลิปมีกระจกตัวแทน จินนาเพิ่งจะเห็นข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อหน้าต่อตา ยังไม่ทันได้คิดตามสถานการณ์ สิ่งที่เธอไม่อยากจะเชื่อคือ ตำแหน่งที่ฟิลิป ‘เลือก’ เผยตัวอีกครั้งกลับเป็นตรงหน้าเธอพอดิบพอดี ประหนึ่งจงใจจัดท่าทางให้ตนแทงข้างหลัง
จินนาแค่คิดว่า ระหว่างที่ลูเมี่ยนลงมือกับฟิลิป เธอจะใช้สภาวะ ‘ล่องหน’ ออกจากต้นเสาที่ซ่อนตัว ลัดเลาะไปตามริมทุ่งร้าง เพื่อดูว่าตนควรไปสมทบกับฟรังก้าหรือไม่ หรือคอยสนับสนุนการสาปแช่งในกรณีที่ลูเมี่ยนไม่อาจโค่น ‘ผู้ล่วงลับ’ ในการโจมตีเดียว หรือสร้างพื้นน้ำแข็งเพื่อบั่นทอนการเคลื่อนไหวของศัตรู ใครจะรู้ว่าฟิลิปจะ ‘โผล่’ มาอยู่ตรงหน้าเธอเอาดื้อๆ
ได้เห็นโอกาสแบบนี้ ใครมันจะอดใจไหว!
จินนายังไม่เข้าใจต้นสายปลายเหตุ แต่ก็ยังยกมือขวาตามสัญชาตญาณ เล็งปืนลูกโม่ที่ถืออยู่ในมือสักพักแล้ว ใส่ท้ายทอยนายพลฟิลิป
อย่างคลุมเครือ เธอสงสัยว่าต้นตอของสถานการณ์ปัจจุบันคือเหรียญทองนำโชคที่ตนได้รับจากวิล ซึ่งยังพกติดตัวมาจนถึงตอนนี้
ปัง!
จินนากดไกปืน กระสุนสีทองหุ้มด้วยเพลิงทมิฬพุ่งออกจากปากกระบอก ทะยานไปยังกะโหลกศีรษะของฟิลิป
อีกด้านหนึ่ง หลังจากฟรังก้าถูกบังคับให้เผยตัวท่ามกลางแสงแรกยามเช้าอันเจิดจ้า เธอสังเกตเห็นว่าอ็องโตนี·รีดเอาชนะความกลัวได้แล้ว แถมยังเล่นงานนายพลฟิลิปกลับไป และเห็นลูเมี่ยนที่โผล่ออกมาได้อย่างไรก็ไม่ทราบ อยู่ในตำแหน่งด้านหลังฟิลิป
เธอไม่มีเวลาแปลกใจ ระหว่างกำลังย้ายตำแหน่งด้วยความเร็วสูง ก็ยกปืนลูกโม่โบราณสีทองเหลืองขึ้นมาเล็ง กดไกยิงกระสุนสีดำเหล็กใส่การ์ดเนอร์·มาร์ติน ซึ่งวิ่งปรี่เข้าหาเธอพร้อมกับดาบใหญ่ที่เปล่งประกาย
ทางเลือกของฟรังก้าคือ ระเบิดพลังทั้งหมดเพื่อรั้งการ์ดเนอร์·มาร์ตินเอาไว้กับตัวเอง ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายหันกลับไปช่วยฟิลิป!
จนถึงเมื่อครู่ ที่ฟรังก้าตัดสินใจใช้ ‘ล่องหน’ อำพรางกาย เธอไม่มีเจตนาจะใช้พลังของ ‘นักลอบสังหาร’ เพื่อหาทางแทงข้างหลังคนรักเก่า แต่ทำไปตามสัญชาตญาณ โดยอิงจากประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน
สภาวะล่องหนจะช่วยให้เธอรอดพ้นจากสายตาของการ์ดเนอร์·มาร์ตินและนายพลฟิลิปได้ชั่วคราว สร้างความปลอดภัยให้ตัวเองระยะหนึ่ง
โดยระหว่างนี้ ฟรังก้าไม่เพียงย้ายตำแหน่งไวว่อง แต่ยังถือโอกาสหยิบถุงเหรียญที่ใส่เหรียญไว้เต็มออกมา สวม ‘แหวนลงทัณฑ์’ สีดำเหล็กไว้กับนิ้วโป้งซ้าย และสวม ‘สร้อยคอของเบียทริซ’ ไว้ที่คอ
สุดท้าย เธอชัก ‘ปืนกระหน่ำยิง’ ออกจากซองปืนใต้วงแขน แล้วกำมันไว้ในฝ่ามือ
อาศัยข้อได้เปรียบของสถานะล่องหน ฟรังก้าสามารถแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศได้ก่อนจะถูกบังคับเผยตัว พร้อมรบในร่างที่แข็งแกร่งที่สุด
ปัง!
เมื่อกระสุนสีดำเหล็กพุ่งเข้าหาการ์ดเนอร์·มาร์ติน ผู้สวมชุดเกราะเต็มยศสีเงินวาว สร้อยเพชรที่ห้อยอยู่บนอกฟรังก้าก็ส่องประกายริบหรี่
ขณะเดียวกัน ดวงตาของฟรังก้าเริ่มเปียกชื้น ริมฝีปากสีแดงเผยอเล็กน้อย แผ่เสน่ห์ของ ‘นางมารสุขสม’ ออกมาอย่างล้นปรี่
การ์ดเนอร์·มาร์ตินร้อนวูบวาบไปทั้งตัวทันที ประหนึ่งเลือดลมหลั่งไหลไปยังเป้ากางเกงกะทันหัน
ห้วงความคิดของเขาเต็มไปด้วยฉากต่างๆ ที่เคยอีนุงตุงนังกับฟรังก้า หัวสมองถูกเสน่ห์แปลกๆ ของนางมารห้าวๆ ครอบงำอย่างสิ้นเชิง
ดวงตาของเขาแดงก่ำ ลมหายใจหนักหน่วง และการเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
จาก ‘สร้อยคอของเบียทริซ’ แห่งเส้นทาง ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ พลัง ‘ราคะ’ ผสานกับเสน่ห์ของ ‘นางมารสุขสม’ จนเกิดผลลัพธ์แบบ ‘หนึ่งบวกหนึ่งมากกว่าสอง’ หรือแม้แต่มากกว่าสาม
เหนือสิ่งอื่นใด การ์ดเนอร์·มาร์ตินไม่ใช่คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ เขาเห็นด้วยเสมอกับประโยคในหนังสือ ‘บันทึกลับของโรซายล์มหาราช’ ที่ว่า ‘รสชาติของนางมารช่างยอดเยี่ยม’ ในเวลาแบบนี้ สถานการณ์แบบนี้ เขาผู้ซึ่งเคยลิ้มรสนางมารแล้ว จะควบคุมตัวเองได้อย่างไร?
แคร้ง! กระสุนสีดำเหล็กพุ่งปะทะหน้าอกการ์ดเนอร์·มาร์ตินผู้ไม่มีกะจิตกะใจจะหลบ จนเกิดรอยแตกเล็กๆ บนชุดเกราะเต็มยศสีเงินวาว
ฟรังก้าไม่แปลกใจเลยที่กระสุนหนึ่งนัดแทบจะไม่เกิดผลลัพธ์ เพราะด้วยความรีบเร่ง เธอไม่มีเวลาเปิดใช้งานคุณสมบัติ ‘โจมตีหนัก’ ของ ‘ปืนกระหน่ำยิง’
ปืนลูกโม่ทองเหลืองกระบอกนี้ คือสมบัติวิเศษที่ฟรังก้าซื้อมาจาก ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ ไม่ได้มีพลังเลิศเลอหรือวิเศษวิโส มีเพียงสองคุณสมบัติเรียบง่ายคือ หนึ่ง ยิงปกติ มีพลังเทียบเท่าปืนไรเฟิล สอง ‘การโจมตีหนัก’ คล้ายกับกระสุนปืนใหญ่หรือปืนสไนเปอร์
เหตุผลที่ฟรังก้าพกติดตัวตลอดเวลา ก็เพราะมันสามารถชดเชยจุดอ่อนของ ‘นางมาร’ ที่ขาดอำนาจโจมตีเมื่อไม่สามารถใช้คำสาป และเหนือสิ่งอื่นใด ผลข้างเคียงของ ‘ปืนกระหน่ำยิง’ ก็ต่ำมาก — หากไม่ยิงกระสุนให้หมดทั้งหกนัดในแต่ละวัน หรือไม่ได้บำรุงรักษาอย่างประณีตสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ปืนกระบอกนี้จะนำพาเหตุการณ์ที่พบเจอได้ไม่บ่อย เช่น ระเบิดในลำกล้อง ลั่นไกโดยไม่ได้ตั้งใจ หรืออื่นๆ
มองการ์ดเนอร์·มาร์ตินที่จ้องมองตนด้วยสายตาหลงใหลจากหลังหน้ากาก ฟรังก้าลังเลใจครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ใช้นิ้วโป้งมือขวาง้างนก ‘ปืนกระหน่ำยิง’ ไปด้านหลัง
นี่คือสัญญาณการเปิดใช้งานคุณสมบัติ ‘โจมตีหนัก’
ปัง!
ฟรังก้าเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กับกดไกยิงใส่การ์ดเนอร์·มาร์ตินที่พุ่งเข้าหาเธอราวกับกำลังตามจีบ
กระสุนสีดำเหล็กพร้อมกับเปลวไฟโชติช่วง ปะทะเป้าหมายเข้าอย่างจัง
แทบจะในเวลาเดียวกัน ฟรังก้าสัมผัสถึงอีกหนึ่งความผิดปกติจากเทวรูป ‘นางมารต้นกำเนิด’ ที่เธอเคยยัดใส่กระเป๋าเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ
มันไม่เพียงเย็นเฉียบอีกครั้ง ดุจดังก้อนน้ำแข็ง แต่ยังสั่นเทาแผ่วเบา
บัดซบ! ทำไมเป็นแกอีกแล้ว? ไม่จบไม่สิ้นสักทีนะ! หลังจากลั่นไก ฟรังก้าทั้งหงุดหงิดทั้งระแวง จึงใช้มือซ้ายหยิบเทวรูปขนาดเท่าฝ่ามือที่แกะสลักจากกระดูกขาวออกมา แล้วขว้างทิ้งไปไกลๆ
พร้อมกับการกระทำของเธอ อีกด้านหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลง
กระสุนที่ยิงออกจากปืนลูกโม่ธรรมดาของจินนา พันรอบด้วยเพลิงทมิฬ ทะลุเข้าท้ายทอยของนายพลฟิลิป แต่ก็ไม่น่าแปลกใจนักเมื่อ ‘ผู้ล่วงลับ’ รายนี้แตกกระจายเหมือนกระจกถูกค้อนทุบอีกครั้ง
ร่างของเขาถูกวาดอีกครั้งแถวๆ ริมอาณาเขตรุ่งอรุณที่การ์ดเนอร์·มาร์ตินสร้างขึ้น
พอดีกับที่ฟรังก้าโยนเทวรูปกระดูกขาว ‘นางมารต้นกำเนิด’ ออกไป ร่างที่พึ่งวาดขึ้นใหม่ของนายพลฟิลิปก็กลายเป็นน้ำแข็งทันที
เพลิงทมิฬพวยพุ่งจากร่างของเขา แผดเผาวิญญาณอย่างเงียบงัน ระหว่างนั้น รอบกายพลันถูกห่อหุ้มด้วยน้ำแข็ง จองจำเขาไว้ภายใน
เลือดสดไหลซึมออกจากหางตา จมูก ปาก และรูหูของนายพลฟิลิป เสียงแตกร้าวดังตามร่างกายเป็นระลอก
ดูเหมือนกระจกที่เขาพกติดตัว จะแตกละเอียดไปหมดแล้ว
และตัวเขาก็ตกอยู่ในภวังค์งุนงง ประหนึ่งถูกคำสาปเล่นงาน
ลูเมี่ยนไม่มัวลังเล งัด ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ ออกมาใช้อีกครั้ง
เด็กหนุ่มย้ายตำแหน่งมายังด้านหลังของนายพลฟิลิป
บัดนี้ อ็องโตนี·รีดลุกขึ้นยืนแล้ว สีหน้าแววตาไม่หลงเหลือความหวาดกลัวอีกต่อไป มีเพียงความมุ่งมั่นและความเกลียดชัง
เพราะตอนนี้ ฟิลิปอยู่ไม่ไกลจากเขามาก ทั้งสองอยู่ริมอาณาเขตรุ่งอรุณอันเจิดจ้า อ็องโตนีจึงวิ่งไปหานายพลคนนี้ ไปหาศัตรูคนนี้
เมื่อภาพของฟิลิปสะท้อนอยู่ในดวงตา มุมปากของเขาก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้
รูม่านตาของอ็องโตนีเริ่มรีแหลมในแนวตั้ง แต่งแต้มด้วยสีทองอ่อน
ครั้งนี้ เขาไม่ได้ใช้ ‘ก่อโรคประสาท’ ด้วยเกรงว่ามันอาจทำให้นายพลฟิลิปเกิดคลุ้มคลั่งและกลายเป็นสัตว์ประหลาด เปิดโอกาสให้การ์ดเนอร์·มาร์ตินสังหารพวกพ้องของตน
เขาเลือก ‘ข่มขวัญ’ หรือที่เรียกว่า ‘มังกรข่มขวัญ’!
นายพลฟิลิปเริ่มสั่นสะท้านในทันที
ตามปกติแล้ว เขาไม่ควรถูก ‘ข่มขวัญ’ รุนแรงถึงเพียงนี้ อย่างมากก็แค่เกิดความกลัวชั่วขณะ แต่สภาพปัจจุบันของเขาย่ำแย่สุดขีด ระคนปนเปไปด้วยอิทธิพลที่ไม่รู้จัก ต้องเผชิญกับการ ‘ทรยศ’ ของวัตถุบางชิ้นบนร่างกายตัวเอง โดยผลที่ตามมาคือ คนทั้งคนตกอยู่ในสภาพว่างเปล่า
เห็นภาพดังกล่าว ลูเมี่ยนไม่ฝืนใช้ ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ เพียงทำมือขวาเลียนแบบปืนอีกครั้ง เล็งใส่ศีรษะของนายพลฟิลิป พร้อมกับลงมือยิงลูกไฟสีแดงเกือบขาวออกจากปลายนิ้ว
ฟิลิปถูกปลุกให้ตื่นโดยลางสังหรณ์อันตรายที่เข้มข้นราวกับจับต้องได้ เพียงเพื่อมาเห็นโชคชะตาของตนกำลังมุ่งหน้าสู่ความตาย
ความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจ พลุ่งพล่านเอ่อล้นภายในห้วงความคิด
เขาแข็งแกร่งกว่าคนเหล่านี้หลายขุม มีทั้งวิธีสังหารในพริบตา มีทั้งพลังลึกลับซับซ้อนสุดพิสดารอีกนับไม่ถ้วน แต่กลับถูกอัดอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอด ปราศจากโอกาสตอบโต้ จนกระทั่งได้เห็น ‘ความตาย’ มาเคาะประตูเรียก
ในการมองเห็นของเขา เส้นสายโชคชะตาถักสานกันเป็นตาข่าย ผันผวนแปรเปลี่ยนไม่หยุดนิ่ง ประหนึ่งกำลังเยาะเย้ยถากถาง
นี่ทำให้ฟิลิปรู้สึกเหมือนถูกทำเป็นตัวตลก
ปัง!
ศีรษะนายพลฟิลิประเบิดกระจายภายใต้อำนาจของลูกไฟสีแดงเกือบขาวที่ลูเมี่ยนยิงใส่ เศษกะโหลกนับไม่ถ้วน พร้อมด้วยรอยไหม้ เลือดสีแดงสด และสมองสีนวล ล้วนสาดกระเซ็นไปทุกทิศ
ศพของ ‘ผู้ล่วงลับ’ ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยเสียงตุบ โดยมีวัตถุบางชิ้นกลิ้งออกจากกระเป๋าลับของเสื้อคลุมสีดำ
สิ่งนั้นคือเทวรูปสีดำสนิท ขนาดเท่าฝ่ามือ รูปร่างเป็นหญิงงาม เส้นผมเหมือนกับงู สยายยาวจนถึงเท้า สุดปลายแต่ละเส้นมีดวงตาหลายรูปแบบ
นี่มัน…โดยสัญชาตญาณ ลูเมี่ยนหันไปมองเทวรูป ‘นางมารต้นกำเนิด’ ที่ฟรังก้าโยนทิ้งมา
แทบจะเหมือนกับเทวรูปที่นายพลฟิลิปพกติดตัวทุกกระเบียดนิ้ว ยกเว้นเพียงอันหนึ่งสีขาวบริสุทธิ์ อีกอันหนึ่งสีดำสนิท
ทันใดนั้น ลูเมี่ยนก็เข้าใจทันที ถึงเหตุผลที่นายพลฟิลิปมี ‘กระจกตัวแทน’ รวมถึงสาเหตุที่ไปโผล่ต่อหน้าจินนาผู้กำลัง ‘ล่องหน’
ด้วยเทวรูป ‘นางมารต้นกำเนิด’ พิเศษนี้ เขาย่อมอยู่ภายใต้กฎการรวมตัวกับเหล่า ‘นางมาร’ ทั้งหลาย!
หลังจากนั้น เทวรูป ‘นางมารต้นกำเนิด’ ของแท้ของฟรังก้าก็เกิดการสั่นพ้องกับเทวรูปสีดำสนิทนี้ ก่อให้เกิดความผิดปกติบางอย่าง จนทำให้นายพลฟิลิปต้องประสบ ‘คำสาป’ จากวัตถุในช่วงเวลาสำคัญ
เทวรูป ‘นางมารต้นกำเนิด’ สีดำสนิทนี้ คงเป็นวัตถุที่การ์ดเนอร์·มาร์ตินลักลอบนำเข้ามาในทรีอาร์ผ่านเส้นทางใต้ดิน โดยฝีมือขบวนลักลอบของ ‘มุสิก’ คริสโต!
……………………………………………………..