ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 504 ‘แตกหัก’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 504 ‘แตกหัก’
ตอนที่ 504 ‘แตกหัก’
“ด้วยเหตุนี้ ผมจึงต้องจากที่นั่นมา ไม่สามารถหยุดพักอยู่ที่ใดได้นาน และอาจทำให้ผองเพื่อนต้องเดือดร้อน จนพวกเขาต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติที่หามาด้วยความยากลำบาก”
ลูเมี่ยนจิบอัปแซ็งต์สีเขียวมรกตอีกครั้ง
เถ้าแก่ปาวาร์·นีซองต์วางแก้วในมือลง กล่าวด้วยอารมณ์สะเทือนใจ
“น่าเห็นใจจริงๆ”
ลูเมี่ยนคลี่ยิ้ม
“เอาล่ะ ผมเล่าเรื่องตัวเองจบแล้ว คุณควรเลี้ยงสักแก้วไม่ใช่หรือ?”
ปาวาร์ ผู้มัดผมหางม้าแบบศิลปิน ถึงกับอึ้งไปทันที
…………
เมื่อใกล้รุ่งสาง ชาร์ลีในเสื้อนอกสีดำ ออกจากบาร์ใต้ดินของโรงแรมระกาทอง เดินกลับไปยังอพาร์ตเมนต์ที่เช่าอยู่
คืนฤดูใบไม้ร่วง ลมพัดเบาสบาย ไม่ถึงกับทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน มีเพียงสายลมเย็นๆ ราวกับจะชำระล้างทั้งกายใจ ชาร์ลีอดใจไม่ไหวต้องสูดอากาศเข้าปอดฟอดใหญ่
“บัดซบ! ไอ้ขี้เมาเพี้ยนคนไหนฉี่เรี่ยราดอีกแล้ว?” กลิ่นเหม็นในอากาศทำลายความสุนทรีย์ของชาร์ลี
ทันใดนั้นเอง เขาเห็นร่างหนึ่งเดินออกจากความมืดตรงหน้า
ร่างดังกล่าวมีผมสีทองปนดำ นัยน์ตาสีน้ำเงินแหลมคมเปล่งประกาย ใบหน้าหล่อเหลาเข้มแข็ง ไม่ใช่ใครนอกจากชาร์ล·ดูบัวส์
ยังไม่ได้ออกจากทรีอาร์หรอกหรือ? ชาร์ลีพลันยินดีปรีดา เตรียมจะเอ่ยปากถาม
แทบจะในเวลาเดียวกัน เขาสังเกตเห็นว่า สีหน้าของชาร์ลดูหมองคล้ำเหลือเกิน ในดวงตาราวกับมีพายุกำลังก่อตัว
ชาร์ลีตกใจ ความคิดในสมองวูบไหวรวดเร็ว แล้วรีบพูดออกไปโดยสัญชาตญาณ
“ผ…ผม…มีเรื่องจะบอก…”
เขายังพูดไม่ทันจบ ลูเมี่ยนก็เดินมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ยกหมัดขวาขึ้น แล้วฟาดลงบนใบหน้าชาร์ลี
หมัดนี้มาพร้อมแรงปะทะ การมองเห็นของชาร์ลีท่วมท้นไปด้วยจุดแสงสีทองทันที ร่างกายเอียงไปด้านข้างราวกับมิอาจรักษาสมดุล ซวนเซถอยหลังไปหลายก้าว
ลูเมี่ยนพูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“เห็นแก่มิตรภาพในอดีต คราวนี้ฉันจะไม่ฆ่านาย”
พูดจบ เด็กหนุ่มในเสื้อแจ็กเกตสีเข้มก็หันหลังกลับ เดินเข้าตรอกข้างๆ ที่ไร้ไฟถนน
ชาร์ลีกุมใบหน้าบวมแดงของตน มองร่างของชาร์ลค่อยๆ เลือนหายไปในความมืด พูดด้วยความร้อนรนระคนโมโห
“ก็ผมหาคุณไม่เจอนี่นา! จะแจ้งให้ทราบได้ยังไงว่าถูกประกาศจับ?”
ลูเมี่ยนไม่ตอบ เพียงหายไปในตรอก
ชาร์ลี ผู้ไม่ขยับเขยื้อน พอเห็นดังนั้นก็สบถอย่างเหลืออด
เขาทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจที่ถูกเข้าใจผิด
คนคนนี้ ไฉนถึงได้ไร้เหตุผลขึ้นมากะทันหัน?
คุณถูกออกหมายจับก็ไม่ใช่ความผิดของผม ทางนี้ก็พยายามหาทางช่วยเหลือแล้วด้วยซ้ำ!
ผมก็แค่พนักงานต่ำต้อย จะให้ทำอะไรได้นักหนา!
…………
เช้าวันรุ่งขึ้น ชาร์ลีพร้อมด้วยพายเนื้อ เพิ่งจะนั่งลงตรงโต๊ะทำงานใต้วิหารนักบุญโรแบร์ ยังไม่ทันจะชงกาแฟ ก็เห็นสังฆานุกรอ็องกูแลมในเสื้อโค้ตกระดุมสองแถวสีน้ำตาล เดินมาหาตน
“อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านสังฆานุกร” ชาร์ลีลุกขึ้นยืนทันที ทักทายอย่างประจบ
อ็องกูแลมมองรอยช้ำบวมบนแก้มซ้ายของเขา
“เกิดอะไรขึ้น? ถูกใครทำร้ายมา?”
“ม…ไม่ใช่ครับ ช…ชนรูปปั้นมาน่ะครับ!” ชาร์ลีลนลานทันที โบกมือขวาพลางพูดว่า “ท่านอาจไม่เชื่อ พวกบ้านั่นเวลาเมาแล้วเสียสติขนาดไหน บางคนตะโกนล้มล้างรัฐบาล บางคนคิดว่าอ้วกตัวเองเป็นอาหารเลิศรส บางคนก็ยกรูปปั้นหนักๆ ไปวางไว้ตรงมุมตึก ผมไม่ทันระวังก็เลยชนเข้าน่ะครับ”
อ็องกูแลมจดจ้องเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการคนนี้ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“คุณโกหกได้แย่เกินไปแล้ว ยังจำได้ไหมว่าในสัญญาที่เคยลงนามไว้ ห้ามมิให้ปิดบังเรื่องสำคัญ?”
สีหน้าของชาร์ลีแข็งค้างทันที หลังจากเขาพะงาบปากอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตอบตะกุกตะกัก
“ป…เป็นชาร์ลครับ…ชาร์ล·ดูบัวส์ต่อยผม เขาคงแค้นใจที่ผมไม่ยอมเตือนว่าทางเราจะออกหมายจับ”
อ็องกูแลมเงียบฟังจนจบ เว้นวรรคสองวินาทีแล้วจึงพูด
“ดีมาก สมกับเจ้าหน้าที่ธุรการที่คู่ควรกับ ‘ผู้ชำระ’”
“คุณพบเขาแถวไหน?”
“นอกโรงแรมระกาทอง ตรอกแรกเมื่อเดินไปทางถนนใหญ่ตลาดครับ” ชาร์ลีตอบด้วยความตื่นเต้นเจือกังวล
หลังจากอ็องกูแลมถามรายละเอียดอีกสองสามข้อ ก็พูดกับชาร์ลีว่า
“สืบเนื่องมาจาก สถานการณ์ที่แท้จริงของชาร์ล·ดูบัวส์เกินความคาดหมายของเราไปมาก ทางเราจึงต้องตรวจสอบแฟ้มเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเขาใหม่ทั้งหมด จนพบว่าคุณมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเขา อีกทั้งยังพบด้วยว่า ในคดีเหนือธรรมชาติของซูซานน่า·มาติส มีร่องรอยการพัวพันของเขา และเมื่อลองใส่ชาร์ลเข้าไปในเหตุการณ์ ผมก็เริ่มพบว่า คุณปิดบังรายละเอียดกับทางเราไม่น้อยเลย”
ได้ยินคำพูดของสังฆานุกร ชาร์ลีแข็งเกร็งไปทั้งตัว เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
“ผม…ผม…” เขาไม่รู้จะตอบอย่างไร ราวกับเห็นจุดจบอันน่าเวทนาของตัวเองแล้ว
ในตอนนั้น อ็องกูแลมเป็นฝ่ายถาม
“ชาร์ลบังคับให้คุณปิดบังใช่ไหม?”
“ม…ไม่ใช่การบังคับ” ชาร์ลีตอบโดยไม่ทันคิด แล้วรีบเสริมอีกประโยคว่า “เขาขอร้อง”
“เขาขอไว้นี่เอง” อ็องกูแลมพยักหน้ารับ แล้วเปลี่ยนไปถามถึงรายละเอียดในเหตุการณ์ซูซานน่า·มาติส
เมื่อแนวป้องกันทางจิตใจพังทลายลงแล้ว ชาร์ลีก็เล่าทุกสิ่งในความทรงจำให้สังฆานุกรแห่ง ‘ผู้ชำระ’ ฟัง
รอจนเขาเล่าจบ อ็องกูแลมพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ด้วยตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ คุณเล่นปิดบังรายละเอียดของคดีแบบนี้ ตามปกติแล้ว ต่อให้ไม่ถูกส่งเข้าคุก ก็ต้องถูกไล่ออกทันที…”
สำหรับผลลัพธ์นี้ แม้ชาร์ลีจะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่พอได้ยินกับหูตัวเอง ก็ยังรู้สึกเหมือนถูกตีหัวด้วยไม้กระบอง ร่างกายโงนเงน แทบจะทรงตัวยืนไม่อยู่
ยังไม่ทันจะได้อ้อนวอนครั้งสุดท้าย อ็องกูแลมก็เปลี่ยนน้ำเสียง
“แต่ในช่วงหลายเดือนมานี้ คุณทำผลงานได้ดีมาก ทั้งขยันขันแข็ง มุมานะและใฝ่เรียน อีกทั้ง ดูเหมือนคุณจะไม่ได้เปิดเผยข้อมูลให้ชาร์ลเพิ่มเติมเลย จนเขาโกรธแค้นคุณ”
“ในฐานะสังฆานุกรแห่งศาลเขตตลาด ผมไม่อยากผลักไสคนที่พยายามไต่ออกจากนรกกลับลงไปอีก ทำลายความหวังสุดท้ายของมนุษย์คนหนึ่ง หลังจากคุณมาเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการของ ‘ผู้ชำระ’ ก็ไม่เคยกระทำความผิดร้ายแรง อีกทั้ง เหตุการณ์กับซูซานน่า·มาติสก็ล้วนเกิดขึ้นจริง ดังนั้น ผมจะให้โอกาสคุณอีกครั้ง คงไม่เหมาะนักถ้าจะผลักไสคุณไป จนถูกชาร์ลตามคิดบัญชี หรือปล่อยให้พวกผู้รับพรเทพมาร ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ย้อนกลับมาแก้แค้น”
“คุณถูกไล่ออก แต่ยังสามารถฝึกงานต่อได้ เงินเดือนจะปรับกลับเป็นระดับฝึกงาน นานหกเดือน โดยตลอดหกเดือนนี้ ถ้าคุณทำตัวดี ไม่กระทำความผิดใดอีก ก็จะกลับเข้าทำงานใหม่ได้ แต่หากไม่แล้ว ก็จะถูกไล่ออกในทันที”
“หรือก็คือ คุณได้รับโทษเป็นการคุมประพฤติหกเดือน”
เมื่อฟังคำพูดของสังฆานุกรจบ ชาร์ลีพลันปีติยินดีอย่างล้นหลาม ราวกับตกลงนรกแล้วถูกดึงกลับสวรรค์
เขาทั้งกล่าวขอบคุณอย่างบ้าคลั่ง ทั้งทรุดตัวลงนั่ง ราวกับพลังงานทั้งหมดถูกสูบออกไป
หลังจากมองส่งอ็องกูแลมจากไป สมองของชาร์ลีก็สับสนวุ่นวายไปหมด ภาพต่างๆ แล่นผ่านมาแล้วผ่านไป
ผ่านไปสองสามวินาที เขายกมือขวาขึ้น ตบหน้าตัวเองดังเพี้ยะ
เขาพึมพำกับตัวเองอย่างเสียใจและหงุดหงิด
“เมื่อคืนเรายังคุยโวในบาร์ ว่าฉันคนนี้กับชาร์ลเป็นเพื่อนที่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน…”
…………
ไม่นานหลังจากกลับถึงห้องทำงาน อ็องกูแลมก็ได้รับโทรเลขฉบับหนึ่ง
มาจากวิหารนักบุญวีฟ จากเพลสซี·เดการ์ต ผู้รับผิดชอบมุขมณฑลกรุงทรีอาร์
พระคาร์ดินัลรายนี้ แจ้งให้อ็องกูแลมเดินทางไปยังวิหารนักบุญวีฟ เนื่องจากต้องการพูดคุย
วิหารนักบุญวีฟ
หลังจากเดินวนขึ้นบันไดอันงดงามตระการตาไปถึงบริเวณใกล้โดม เขาก็พบห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง ตรงนี้คือหนึ่งในตำแหน่งที่ใกล้กับดวงอาทิตย์มากที่สุดจากทั่วทั้งกรุงทรีอาร์
พระคาร์ดินัลเพลสซี ในชุดคลุมสีขาวปักด้ายทอง จะเก็บตัวอยู่ตรงนี้ตลอดปี อาบแสงศักดิ์สิทธิ์
อีกฝ่ายเป็นชายชราโหนกแก้มสูง ผมบลอนด์ออกขาว บุคลิกไม่ถึงกับเคร่งขรึม แต่มีรัศมีบางอย่างที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าจ้องมอง ภายในห้องก็ปราศจากเศษเสี้ยวเงามืดอย่างผิดวิสัย
“หายนะเมื่อคืนก่อน แม้ว่าเพราะเหตุไม่คาดฝัน และเพราะการขาดช่วงของข่าวกรอง พวกคุณจึงไม่อาจจัดการได้ทันท่วงที แต่ทั้งการจับประเด็นสำคัญของข้อมูล รวมถึงการรับมือในภายหลัง คุณได้แสดงให้เห็นถึงคุณภาพอันยอดเยี่ยม อีกทั้ง ตลอดเวลากว่าหนึ่งปีมานี้ ทางเราไม่เคยมองข้ามผลงานต่างๆ ของคุณในเขตตลาด” เพลสซีกล่าวด้วยท่าทีอ่อนโยน
“สุริยันจงเจริญ!” อ็องกูแลมกางแขนทั้งสองข้าง ถวายเกียรติแด่องค์เทพ
เพลสซียิ่งพึงพอใจ
“ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงอนาคตที่พอจะคาดการณ์ได้ ทางเราวางแผนจะจัดตั้งทีม ‘ผู้ชำระ’ อีกสามทีมที่ขึ้นตรงกับมุขมณฑลกรุงทรีอาร์ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติต่างๆ อย่างคล่องตัว”
พูดถึงตรงนี้ พระคาร์ดินัลยิ้มอย่างหาได้ยาก
“ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา งานของคุณเรียกได้ว่าล้นมือ ถึงกับบ่นลับหลังว่าอยากพักผ่อน…ไม่ต้องรู้สึกผิด นี่เป็นการตอบสนองตามปกติของมนุษย์ หลังจากรับตำแหน่งสังฆานุกรของทีมที่ขึ้นตรงกับมุขมณฑลกรุงทรีอาร์แล้ว งานของคุณก็น่าจะน้อยลงมาก เพียงแค่จัดการคดีที่ ‘ผู้ชำระ’ ในแต่ละเขตไม่สามารถจัดการได้ หรือไม่ทันจัดการเท่านั้น”
“แน่นอน นี่ก็หมายถึงอันตรายด้วย คุณต้องตระหนักถึงมันอย่างถ่องแท้”
“ฟรองซัวเอ๋ย ลำดับ 4 คือจุดเปลี่ยนเชิงคุณภาพ ในศาลยังรอต่อคิวเป็นนักบุญอีกหลายคน หากคุณหวังจะก้าวข้ามพวกเขา ก็ต้องสร้างผลงานให้โดดเด่นเป็นประจักษ์ ขั้นแรก ต้องเป็นสังฆานุกรของทีมที่ขึ้นตรงกับมุขมณฑลใหญ่ ขั้นที่สอง ต้องสั่งสมผลงาน ครอบครองวัตถุศักดิ์สิทธิ์บางชิ้น และขั้นที่สาม รอคอยโอกาส”
“คุณอยากเป็นสังฆานุกรของทีมนี้หรือไม่? ผมเคารพทุกการตัดสินใจ”
หน่วยรบคล่องตัว…จัดการคดีที่ ‘ผู้ชำระ’ ในแต่ละเขตรับมือไม่ไหว…ในสถานการณ์ปกติก็ควรจะว่างจริงๆ นั่นแหละ คดีใหญ่คงเกิดขึ้นไม่บ่อยนักหรอก…คำทำนายวันสิ้นโลกที่ ‘แกนดาล์ฟ’ พูดถึง จนป่านนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าจริงหรือเท็จ แต่พัฒนาตัวเองไว้ก็เป็นเรื่องดี…อ็องกูแลมใคร่ครวญสักพัก ก่อนจะมอบคำตอบ
“ท่านเจ้าคุณคาร์ดินัล ประสงค์ของท่านคือประสงค์ของกระผม”
เพลสซียิ้มเล็กๆ
“ในฐานะสังฆานุกร คุณคัดเลือกสมาชิกทีมเอาเองได้เลย”
“ครับ ท่านเจ้าคุณคาร์ดินัล” อ็องกูแลมกางสองแขน สรรเสริญสุริยันอีกครั้ง
พอกลับถึงใต้ดินของวิหารนักบุญโรแบร์ เขาเรียกลูกครึ่งอิมเรเข้ามาในห้องทำงาน แล้วแจ้งเรื่องทีมใหม่ที่ขึ้นตรงกับมุขมณฑลกรุงทรีอาร์ให้ลูกน้องคนนี้ฟัง
“คุณอยากติดตามผมต่อไหม?” อ็องกูแลมถาม
อิมเรตอบยิ้มๆ
“นี่หมายความว่า ผมจะได้เลื่อนลำดับ ได้เงินเดือนสูงขึ้นใช่ไหมครับ?”
“ไม่มีปัญหาครับ!”
หลังจากตกปากรับคำ ลูกครึ่งคนนี้ก็ถามต่อ
“จะเลือกใครอีกบ้างครับ?”
อ็องกูแลมเงียบไปสิบกว่าวินาที
“พวกที่มีภรรยาและลูกอย่างวาเลนไทน์ อย่าไปถามเลย ให้เริ่มถามคนโสดก่อน”
“ทีมที่ขึ้นตรงแบบนี้ มาพร้อมทั้งเกียรติยศและอันตราย”
กล่าวจบ อ็องกูแลมถอนหายใจแผ่วเบา
“พวก ‘ผู้ชำระ’ ที่ครอบครัวอบอุ่น ใครจะไม่อยากเห็นลูกโต? ใครจะไม่อยากมีเวลาอยู่กับภรรยา? ภาระหน้าที่แบบนี้ ให้คนโสดอย่างเราจัดการแทนดีกว่า”
……………………………………………………..