ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 505 จากไป
ตอนที่ 505 จากไป
…………….
ในเขตตลาด ใครควรถูกจับได้ ก็จับได้หมดแล้ว ใครยังไม่ถูกจับ ก็ถูกออกหมายจับแล้วเช่นกัน อ็องกูแลม ผู้มีเวลาว่างอย่างหาได้ยาก หันมาให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสมาชิกทีมใหม่ ที่จะขึ้นตรงกับมุขมณฑลกรุงทรีอาร์
เขาไม่อาจเลือกทุกคนจาก ‘ศาล’ ในเขตตลาดมาเข้าทีมใหม่ เมื่อได้รับข้อมูลบุคลากรจากวิหารนักบุญวีฟแล้ว อ็องกูแลมจึงตระเวนไปเยี่ยมชม ‘ศาล’ ในเขตหอดูดาว เขตเรือนจำ และเขตอื่นๆ เพื่อพูดคุยอย่างละเอียดกับ ‘ผู้ชำระ’ เป้าหมาย
จากนั้น เขาเลิกงานตรงเวลา กลับไปยังอพาร์ตเมนต์ในเขตหอรำลึก แล้วล้มตัวลงนอนทันที
นอนยาวจนถึงเช้ามืด อ็องกูแลมถูกปลุกด้วยเสียงท้องร้อง จึงกัดขนมปังขาวหนึ่งแท่งพร้อมกับเนื้อแห้ง เนยและไวน์แดงที่ตุนไว้ในบ้าน
เขามองดูโต๊ะกาแฟ ที่วางจานชามยังไม่ได้ล้าง แล้วนั่งลงหน้าเครื่องวิเคราะห์ขนาดย่อมด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเปิดเครื่องรับส่งวิทยุ
ในช่วงเวลานี้ กลุ่มโทรเลขของพวกเขา กำลังอยู่ในสถานะคึกคักที่สุด
หลังจากส่งโทรเลขหนึ่งฉบับ เพื่อประกาศการมีอยู่ของตน อ็องกูแลมก็ดึงหมอนอิงมาวางไว้ด้านหลัง แล้วพิงกับผนังอย่างสบาย
ไม่นานนัก ท่ามกลางเสียงแต่กๆ เครื่องวิเคราะห์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนจำนวนมาก ก็ขับเคลื่อนเครื่องพิมพ์ดีด แล้ว ‘พ่น’ โทรเลขออกมาหนึ่งฉบับ
เมื่อเห็นลายเซ็นในโทรเลขเป็น ‘ดาบซ่อนแขน’ ขมับของอ็องกูแลมก็กระตุกขึ้นทันที
เขาดึงโทรเลขฉบับนั้นมา แล้วรีบอ่านเนื้อหาเร็วๆ
“007 มาได้สักทีนะ มีเรื่องจะบอกอยู่พอดี!”
“ฉันเพิ่งได้รับข่าวกรองใหม่ พวก ‘คนในกระจก’ ที่เคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้น่ะ ได้แทรกซึมเข้ามาในทรีอาร์นานกว่าสิบปีแล้วโดยมีแผนการบางอย่าง ทุกคนแทนที่ตัวจริงอย่างสมบูรณ์แบบ ตอนนี้จึงบอกไม่ได้เลยว่า มีพลเมืองชาวทรีอาร์มากน้อยแค่ไหนที่ถูกสับเปลี่ยนกับ ‘คนในกระจก’ บอกไม่ได้ว่าพวกเขาต้องการอะไร อยากประสบความสำเร็จในสิ่งใด แต่คงไม่ใช่เรื่องดีแน่”
“ฉันกำลังสืบหา ‘คนในกระจก’ พวกนี้ และจะคอยแจ้งเบาะแสใหม่ให้เป็นระยะ อยากให้คุณคอยระวังเรื่องนี้เผื่อเอาไว้”
พออ่านจบ อ็องกูแลมสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ผ่อนออกมา
…………
เช้าวันรุ่งขึ้น
ลูเมี่ยนนั่งอยู่ในรถม้าเช่า สี่ล้อสี่เบาะ ด้านข้างคือเด็กชายลุดวิก ผู้สวมเสื้อโค้ตสีคาราเมล สะพายกระเป๋านักเรียนแข็งๆ สีแดง ส่วนฝั่งตรงข้ามคือลูกาโน·ทอสคาโน คิ้วหนาตาโต ดูเป็นตัวละครฝ่ายดีอย่างชัดเจน
เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ถนนใหญ่ตลาดดูไม่ต่างไปจากทุกที
พ่อค้าแม่ค้าร้องเร่ขายของริมถนน รถม้าสาธารณะและรถม้าเช่าสัญจรผ่านไปผ่านมา คนต่างถิ่นไม่น้อยทยอยออกจากสถานีรถไฟไอน้ำซูสิต พนักงานเสิร์ฟตะโกนเรียกลูกค้า ร้านกาแฟที่เป็นทั้งโรงเบียร์ ร้านอาหารราคาถูก และห้องเล่นไพ่ พนักงานนั่งโต๊ะกับคนงานเดินจ้ำอย่างเร่งรีบ ทั้งหมดนี้แทบไม่ต่างจากในความทรงจำของลูเมี่ยน
แต่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ หลายสิ่งได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ‘มุสิก’ คริสโตหนีไป ‘คนยักษ์’ ซิมงต์ถูกจับ ส่วนบารอนบรินิแยร์หายตัวไปโดยไม่ทราบชะตากรรม ไม่ทำแม้กระทั่งจ้างนักค้าข่าวให้ตามหาบุตรบุญธรรมที่หายตัวไป
พรรคซาฟาห์ที่เคยรุ่งเรืองสุดขีด ได้ล่มสลายอย่างสิ้นเชิง เขตตลาดที่เคยเริ่มมีเสถียรภาพ กำลังจะกลับมาเกิดสงครามแก๊งครั้งใหม่
รถม้าเช่าสีน้ำตาลเข้ม ติดหมายเลขสีเหลือง ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากย่านที่ทั้งคึกคักวุ่นวายทั้งอลหม่านแห่งนี้
เห็นลูเมี่ยนถอนสายตากลับ ลูกาโนก็ถามอย่างประจบประแจง
“พวกเราจะนั่งเรือไปเฟเนพ็อต หรือว่าจะปลอมตัวตน แล้วนั่งรถไฟไอน้ำลงใต้ กลับไปดูแคว้นไรสตันก่อนดีครับ?”
เดิมที เขาอยากจะเอ่ยถึงหมู่บ้านกอร์ตู แต่รู้สึกว่านั่นอาจเป็นการยั่วยุลูเมี่ยน จึงใช้คำกว้างๆ อย่าง ‘แคว้นไรสตัน’ ที่เป็นบ้านเกิดร่วมของพวกเขาแทน
“แล้วแต่ฟ้าลิขิต” ลูเมี่ยนยิ้มตอบ
เด็กหนุ่มหยิบกระดาษโน้ตออกมาสามแผ่น ใช้ปากกาหมึกซึมสีดำเขียนตัวเลือกต่างๆ ลงไป
‘นั่งเรือ’ ‘นั่งรถไฟไอน้ำ’ ‘ไปตรงๆ’
จากนั้น เขาขยำกระดาษทั้งสามแผ่นเป็นก้อน แล้วสับเปลี่ยนตำแหน่งพวกมันเร็วๆ จนชวนให้ตาลาย
“นายเลือกสิ ดูว่าโชคชะตาจะจัดสรรอย่างไร” ลูเมี่ยนยิ้มพลางยื่นมือขวาไปตรงหน้าลูกาโน
ไร้แผนการเกินไปแล้ว! อาศัยการจับฉลากเพื่อเลือกวิธีเดินทางไปราชอาณาจักรเฟเนพ็อตเนี่ยนะ? ลูกาโนชะงักไปครู่หนึ่ง ขณะรำพันถึงความเหลวไหล เขาก็หยิบกระดาษมาหนึ่งก้อนอย่างเชื่อฟัง
อย่างไรเสีย ตนก็รับค่ามัดจำ 5,000 เฟลคินมาแล้ว!
ลูกาโนคลี่ดู บนนั้นเขียนว่า ‘นั่งเรือ’
ลูเมี่ยนพยักรับ ยิ้มแล้วพูด
“ดีมาก งั้นเรานั่งรถไฟไอน้ำกันเถอะ”
“…” ลูกาโนมองหน้าอาชญากรค่าหัว 60,000 เฟลคินฝั่งตรงข้าม บอกไม่ได้ว่าอีกฝ่ายใช้ตน ‘คัดตัวเลือกออก’ หรือแค่แกล้งกันสนุกๆ
เขาฉีกยิ้มกว้างอีกครั้ง แล้วพูดว่า
“งั้นเราย้อนกลับไปสถานีรถไฟไอน้ำซูสิตกันไหมครับ?”
“ไม่ เราจะไปสถานีรถไฟสายเหนือ” ลูเมี่ยนเอียงหน้ามองเด็กชายลุดวิก ผู้กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่พูดไม่จา
สถานีรถไฟสายเหนือ? ลูกาโนยิ่งฉงนใจ เดาไม่ออกว่านายจ้างของตนต้องการอะไรกันแน่
ทรีอาร์มีสถานีรถไฟไอน้ำหลักๆ สองแห่ง หนึ่งคือซูสิต ตั้งอยู่ทางใต้ของแม่น้ำเซอเรนโซ่ ครอบคลุมแคว้นภาคใต้และตอนกลางของสาธารณรัฐอินทิส อีกแห่งคือสถานีรถไฟสายเหนือ ตั้งอยู่ทางเหนือของแม่น้ำเซอเรนโซ่ ครอบคลุมแคว้นภาคเหนือทั้งหมด ถ้าจะไปราชอาณาจักรเฟเนพ็อต หรือไปแคว้นไรสตัน ก็ต้องขึ้นที่สถานีรถไฟไอน้ำซูสิตสถานเดียว จะนั่งรถไฟสายเหนือไปเพื่ออะไร?
เมื่อนายจ้างตัดสินใจแล้ว ลูกาโนก็ไม่กล้าตั้งคำถาม ได้แต่สั่งคนขับรถให้เปลี่ยนจุดหมาย
ใกล้เที่ยงวัน รถม้าเช่าก็มาถึงสถานีรถไฟทรีอาร์เหนือ
ถ้าจะซื้อตั๋ว ก็ต้องปลอมตัว แล้วหานายหน้าทำบัตรประจำตัวปลอมสินะ…ลูกาโนกำลังสั่งคนขับรถให้จอดในมุมสงบ พลางหันกายครึ่งซีกมองไปทางลูเมี่ยน เตรียมจะเสนอความเห็น
เบื้องหน้าของเขา กลับเป็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยเลยสักนิด
ผมสั้นสีเชือกป่าน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน องค์ประกอบอื่นๆ บนใบหน้าไม่โดดเด่น รวมกันเป็นใบหน้าคล้ายๆ คนเดินถนนทั่วไป
หากไม่ใช่เพราะต่างหูสีเงินตรงหูขวา กับเสื้อผ้าตัวเดิม ลูกาโนคงคิดว่าพวกตนถูกผู้วิเศษทางการบุกโจมตีกะทันหัน และนายจ้างของตนก็ถูกเชือดเงียบๆ ไปแล้ว
“ซื้อตั๋วไปท่าเรือกัตติ แคว้นชายฝั่งบน” ลูเมี่ยนสั่งอย่างใจเย็น
แคว้นชายฝั่งบน ท่าเรือกัตติ…ลูกาโนพลันเข้าใจทันที
นายจ้างของตนคิดจะนั่งเรือไปราชอาณาจักรเฟเนพ็อตจริงๆ เพียงแต่มิได้นั่งจากท่าเรือเลอซายล์ในแคว้นเพิร์ธ ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงทรีอาร์ที่สุด แต่เลือกนั่งจากแคว้นชายฝั่งบนแทน ซึ่งอยู่ติดทะเลหมอกเช่นกัน แต่อยู่ทางตอนเหนือมากกว่า
สำหรับคนทั่วไป การทำเช่นนี้รังแต่จะสิ้นเปลืองทั้งเวลาและเงินทอง แต่สำหรับอาชญากรมีค่าหัวและมีศัตรู พฤติกรรมที่สวนทางกับหลักเหตุผล อาจช่วยให้หลีกเลี่ยงอันตรายแฝงได้ดีกว่า
…………
ภายในตู้โดยสารชั้นธุรกิจของรถไฟไอน้ำ ซึ่งแบ่งเป็นหกห้องเล็ก
ลูเมี่ยนกวาดสายตามอง ไล่จากประตูไม้แกะสลักที่เปิดแง้ม โต๊ะที่ปูด้วยผ้าหลากสีแซมด้ายทอง โซฟาตัวใหญ่นุ่มสบาย สามารถใช้แทนเตียงนอนได้ ไปจนถึงผนังไม้แผ่นบางที่แขวนภาพสีน้ำมัน แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ห้องแบบนี้มีราคา 400 เฟลคิน อนุญาตให้นั่งได้ไม่เกินสี่คน
รถไฟไอน้ำขบวนนี้ใช้เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมง จอดพักตอนกลางคืน 8 ชั่วโมง รวมเป็นการเดินทางทั้งสิ้น 20 ชั่วโมง ตั๋วชั้นสามราคา 30 เฟลคิน ชั้นสองราคา 45 เฟลคิน ชั้นหนึ่งราคา 60 เฟลคิน ส่วนห้องเล็กในโซนธุรกิจราคาเฉลี่ยต่อหัว 100 เฟลคิน และไม่ขายแยกเป็นที่นั่ง โดยให้เหตุผลว่า เพื่อรับประกันความเป็นส่วนตัวของลูกค้าธุรกิจ เพื่อให้แน่ใจว่าในห้องจะมีเพียงลูกค้ากับเพื่อนร่วมทางเท่านั้น
สำหรับอาชญากรหลบหนีผู้มีค่าหัว นี่คือห้องในอุดมคติ
ทว่าลูเมี่ยน ผู้มีต่างหู ‘คำลวง’ กับ ‘ใบหน้าของไนเซอร์’ มิได้เลือกตู้โดยสารชั้นธุรกิจด้วยเหตุผลดังกล่าว และมิได้ปรารถนาความหรูหราแต่อย่างใด เขาสนใจเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น
ตู้โดยสารชั้นธุรกิจจะให้บริการอาหารฟรีสองมื้อ นั่นคือมื้อเย็นของวันนี้ กับมื้อเช้าของพรุ่งนี้
มันช่วยลดความยุ่งยากให้ลูเมี่ยนได้มากทีเดียว
เด็กๆ ต้องได้กินอาหารร้อนๆ ละนะ
ก็ได้แต่หวังว่า ความอยากอาหารของเขาจะไม่ทำให้พนักงานรถไฟตกใจ…
หลังจากเลี้ยงลุดวิกมาสองวันกว่า ลูเมี่ยนพบว่าถ้าไม่มี ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ที่สามารถบรรจุอาหารแห้งกับขนมหวานได้มากมาย ตนคงจนปัญญาจะพาเด็กชายคนนี้เดินทางไกลไปด้วยกัน — ทุกๆ ครู่ก็ต้องกิน ทุกๆ ครู่ก็ต้องกิน!
ท่ามกลางเสียงหวูดไอน้ำ ลูเมี่ยนนั่งลง ฟังเสียงอึกทึกครึกโครม มองทิวทัศน์สองข้างทางค่อยๆ เคลื่อนถอยหลังจากช้าไปเร็ว
ไม่ถึงสิบห้านาที รถไฟขบวนใหญ่ที่พ่นไอขาวคันนี้ ก็แล่นออกจาก ‘ช่องประตู’ ที่เจาะผ่านกำแพงสูง ออกจากมหานครเบื้องหลัง
มหานครที่เต็มไปด้วยความรุ่งโรจน์ คึกคัก เอ่อล้นด้วยความปรารถนา เปี่ยมไปด้วยความสุขและทุกข์
ลูเมี่ยนหรี่ตาลง ได้ยินเสียงคนในห้องโดยสารด้านหน้า เปล่งวาจาด้วยน้ำเสียงคล้ายกำลังท่องบทกวี
“ลาก่อน ทรีอาร์!”
เวลาสองทุ่มตรง เมื่อฟ้ามืดสนิท รถไฟไอน้ำก็จอดสถานีตามที่กำหนด — สถานีดาเดล
นี่คือเมืองดาเดล ชานเมืองในเขตฟอส ของแคว้นชายฝั่งบน
บนชานชาลามีชายหญิงยี่สิบสามสิบคนรออยู่ก่อนแล้ว ต่างคนต่างวิ่งขึ้นตู้โดยสารต่างๆ โดยไม่มีใครถือกระเป๋าเดินทาง ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น
ก๊อกๆๆ ชายวัยกลางคนผมดกหนา คางเชิดเล็กน้อย เคาะกระจกหน้าต่างของห้องเล็กของลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนเปิดหน้าต่างด้วยความสนใจ ยิ้มถามไปว่า
“มีอะไรหรือครับ?”
“คุณครับ อยากดื่มสักแก้วไหม? อยากได้เตียงอุ่นๆ สบายๆ แทนโซฟาไหม?” ชายวัยกลางคนถามด้วยภาษาอินทิสสำเนียงหนักๆ
“บาร์พ่วงโรงแรม?” ลูเมี่ยนพลันเข้าใจ
ดูเหมือนว่าพวกเขาคือพ่อค้าแม่ค้าจากร้านค้าใกล้เคียง ที่มาหาลูกค้าตามชานชาลา
“ใช่ๆๆ บาร์ของเรายังมีกบน้อยสวยๆ เพียบเลย” ชายวัยกลางคนขยิบตา พลางพูดจากำกวมยิ่ง
“กบน้อย?” ลูกาโนฝั่งตรงข้ามลูเมี่ยน ถามอย่างสงสัย
ชายวัยกลางคนคิดสักครู่แล้วพูด
“นี่คือคำสแลงของแคว้นชายฝั่งบนเรา ความหมายก็…ก็เหมือนกับ ‘ลูกแมวน้อย’ ของพวกคุณในทรีอาร์นั่นแหละ”
ในทรีอาร์ ‘แมวน้อย’ มักมีความหมายสองนัยคือ ‘อวัยวะเพศหญิง’ และ ‘โสเภณี’
อย่างนี้นี่เอง…ลูเมี่ยนแม้จะเดาได้แต่แรกแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ก็ไม่กล้าแน่ใจ
ลุดวิก นั่งติดกับลูกาโน ถามอย่างตื่นเต้นว่า
“มีอะไรอร่อยๆ บ้าง?”
โดยไม่ปล่อยให้ชายวัยกลางคนตอบ ลูเมี่ยนก็ยิ้มแล้วแดกดันลุดวิก
ลุดวิกทีแรกก็นิ่งไป แต่สักพักคงฉุกคิดได้ จึงสบถออกมา
“โรคจิต!”
ชายวัยกลางคนได้ฟังบทสนทนา ก็รีบแนะนำอาหารพิเศษ
ทันใดนั้นเอง เสียงเห่าของสุนัขก็ดังขึ้นจากในเมืองนอกสถานี
สุนัขตัวหนึ่งเห่า อีกหลายตัวก็เห่าตาม ความเงียบสงบของยามค่ำคืนถูกทำลายลงทันที
สีหน้าของชายวัยกลางคน ผู้ออกมาหาลูกค้า พลันแปรเปลี่ยน เคลือบแฝงไว้ด้วยความหวาดหวั่นอย่างมิอาจบรรยาย
……………………………………………………..