ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 506 ป่วย
ตอนที่ 506 ป่วย
ท่ามกลางเสียงเห่าหอนของสุนัข ที่ดังก้องไปทั่วเมืองเล็กๆ ในยามค่ำคืน ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ
“ในเมืองดาเดลมีสุนัขเยอะหรือ?”
“ช…ใช่ครับ” ชายวัยกลางคน ผู้กำลังโน้มน้าวใจลูกค้า ตอบพลางฝืนยิ้ม
ต้องมีบางสิ่งผิดปกติแน่นอน…เกิดอะไรขึ้นในเมืองเล็กๆ แบบนี้นะ? เมื่อสักครู่ ลูเมี่ยนจงใจถามไป เพราะอยากสังเกตท่าทีของชาวเมืองฝั่งตรงข้าม
ท่ามกลางเสียงเห่าหอนของสุนัข ดังสลับไปสลับมา เด็กหนุ่มมุ่งความสนใจยังการ ‘อ่านชะตา’ อีกฝ่าย
เขาไม่คิดจะออกจากรถไฟไอน้ำ เพื่อเข้าไปสืบหาความจริงภายในเมืองดาเดล ทำได้เพียงคาดเดาสถานการณ์จากดวงชะตาของชาวเมือง เผื่อว่าปัญหาซ่อนเร้นภายในเมืองเกิดปะทุขึ้นมา จนลุกลามมาถึงสถานีรถไฟ อย่างน้อยก็ยังไหวตัวทัน
แม้การอ่านชะตาอาจถูกรบกวนจากเทอร์มีโพลอส หรือมีโอกาสถูกชักจูง แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน สำหรับลูเมี่ยนผู้ทำนายไม่เป็น และไม่มีพลังพยากรณ์ หากหวังจะรับข้อมูลโดยไม่ออกจากรถไฟไอน้ำไปสืบเอง ทางเลือกย่อมเหลือไม่มากนัก และนี่คือหนึ่งในนั้น
เมื่อนำไปผนวกกับรายละเอียดแวดล้อม ก็คงพอจะเห็นปัญหาได้บ้าง
ในสายตาของลูเมี่ยน ดวงชะตาของชายวัยกลางคนผู้กำลังเรียกลูกค้า ปรากฏเป็นสีเขียวอมเหลือง ดูน่าสยดสยอง
กล่าวคือ ในอนาคตอันใกล้ เขาจะป่วยเป็นโรคหนึ่ง ซ้ำยังค่อนข้างพิเศษ
ส่วนว่าจะอีกนานแค่ไหน และเป็นโรคอะไรนั้น ลูเมี่ยนยังไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยลำดับปัจจุบัน
เสียงเห่าของสุนัขทำให้เขากลัว…ในอนาคตจะเป็นโรคประหลาด…เมืองดาเดลมีปัญหาสุนัขจรจัดชุกชุม มักกัดคน แพร่เชื้อโรค? นี่คือคำอธิบายเดียว แถมยังไม่ใช่เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ…มันก็ยังพอแก้ไขได้ไม่ใช่หรือ ท่าทีของเขาดูสิ้นหวังไปหน่อยไหม? ลูเมี่ยนพูดกับชายวัยกลางคนผู้กำลังเรียกลูกค้า โดยไม่แสดงพิรุธออกมา
“สั่งอาหารให้มาส่งได้ไหม?”
“ต้องสั่งอาหารเกินสองเฟลคินถึงจะได้นะครับ คุณก็รู้ การเข้ามาในชานชาลาไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพวกเรา” ชายวัยกลางคนผู้เรียกลูกค้า กลับมายิ้มแย้มอีกครั้ง
ตอนนี้ เสียงเห่าหอนของสุนัขหลายสิบตัว ไม่ได้รุนแรงเหมือนเมื่อครู่แล้ว
“ไม่มีปัญหา” ลูเมี่ยนสั่งไปหลายเมนู เช่น ลิเคอร์แอปเปิล แพนเค้กมันฝรั่งทอด กุ้งแม่น้ำราดซอส ซอสเนื้อดาเดล สตูเนื้อหมู เนื้อแกะบึงเค็ม ขนมปังอบเนย และชีสหญ้าไส้ตะเกียง รวมเป็นเงินถึง 10 เฟลคิน
เด็กหนุ่มเอ่ยชื่ออาหารหนึ่งที ลุดวิกก็กลืนน้ำลายหนึ่งที
สี่ชั่วโมงก่อน พนักงานได้นำอาหารเย็นสำหรับสี่คนมาส่ง เด็กชายคนนี้คนเดียวกินไปสองส่วน แต่เห็นได้ชัดว่ายังไม่อิ่ม จึงควานหาเนื้อแห้งหลายชิ้นจาก ‘กระเป๋าเดินทาง’ ของลูเมี่ยน
สองชั่วโมงก่อน เขากินมื้อดึกครั้งแรก ประกอบด้วยชีส ของหวาน ขนมปัง และเนื้อแห้ง
มาตอนนี้ เขาหิวอีกแล้ว
ชายวัยกลางคน ผู้จดรายการอาหารด้วยคำและสัญลักษณ์เรียบง่าย ถามไถ่อย่างอดไม่ได้
“ตู้รถไฟระดับนี้ อาหารกลับห่วยแตกงั้นหรือ?”
ไม่อย่างนั้น ทำไมถึงสั่งยังกับคนไม่ได้กินมื้อเย็น?
ลูเมี่ยนพูดตามน้ำไป
“แหงสิ อาหารในรถไฟไอน้ำ หาดีแทบไม่ได้อยู่แล้ว”
พอจดรายการอาหาร แล้วรับเงินมัดจำ 5 เฟลคิน ชายวัยกลางคนคางงุ้มเล็กน้อย ก็เดินไปทางตู้อื่น
“เดี๋ยวก่อน” ลูเมี่ยนเรียกเขาไว้ได้ทัน
“มีอะไรอีกไหมครับ มิสเตอร์?” ชายคนนั้นหันกลับมาถาม
ลูเมี่ยนพูดยิ้มๆ
“คุณดูไม่ค่อยสบายนะ ถ้าไม่อยากป่วย ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ควรพักผ่อนให้มากๆ”
ชายวัยกลางคนชะงักงันในทันที ทำหน้าราวกับถูกฟ้าผ่า
หลังจากแน่นิ่งไปชั่วครู่ เขาเผยสีหน้าตกใจระคนหวาดกลัวอย่างไม่อาจหักห้าม
“ค…ครับ…ขอบคุณครับ” เขารีบหันหลัง วิ่งออกไปนอกชานชาลา ลืมไปเลยว่าต้องโน้มน้าวลูกค้าคนอื่น
ความผิดปกติในเมืองดาเดล เกี่ยวข้องกับโรคภัยจริงๆ …ลูเมี่ยนละสายตากลับมาอย่างครุ่นคิด
ลูกาโนถามด้วยความสงสัย
“ทำไมผมถึงไม่เห็นว่าเขามีสุขภาพครึ่งๆ กลางๆ พร้อมจะป่วยได้ทุกเมื่อล่ะ?”
เขาคือ ‘แพทย์’ ผู้มีพลังในศาสตร์นี้อย่างเต็มเปี่ยม แม้ไม่ต้องเปิด ‘เนตรวิญญาณ’ ก็ย่อมต้องเห็นได้จากลักษณะภายนอกบนร่างกายเป้าหมาย
ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากลูเมี่ยนตักเตือนอีกฝ่าย ลูกาโนยังเปิด ‘เนตรวิญญาณ’ เพื่อสังเกตสภาพของ ‘กายอากาศ’ เป้าหมายด้วย
คำว่าสุขภาพครึ่งๆ กลางๆ นั้น กล่าวกันว่าริเริ่มโดยจักรพรรดิโรซายล์ แต่เพิ่งได้รับความนิยมในวงการแพทย์อินทิสเมื่อไม่กี่ปีหลัง
ไม่ได้สุขภาพครึ่งๆ กลางๆ แต่กลับมีแนวโน้มจะป่วยเป็นโรคประหลาด? ลูเมี่ยนอาศัยคำถามของลูกาโน ยืนยันว่าโรคของชาวเมืองคนเมื่อครู่ คงไม่ได้เกิดจากภายในตัวเขาเอง
เด็กหนุ่มยิ้ม แล้วตอบคำถามลูกาโน
“การห่วงใยสุขภาพของผู้อื่น โดยบอกให้เขาพักผ่อนให้มาก ไม่มีทางเกิดผลเสียแน่นอน”
ลูกาโนเผลอทำหน้าแบบ ‘ผมไม่เชื่อคำอธิบายนี้’ แต่แล้วก็รีบใช้รอยยิ้มกลบเกลื่อน
“ดูเหมือนเขาจะเป็นกังวลกับสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว”
“ใช่” ลูเมี่ยนตอบแบบขอไปที
เสียงเห่าหอนของสุนัขในเมืองดาเดล บางครั้งก็ซาลง บางครั้งก็กลับมาดังใหม่ บางครั้งก็อยู่นอกชานชาลา บางครั้งก็ไกลออกไปถึงชายขอบเมือง ลูเมี่ยนเงียบฟังพลางรำพันในใจ
“ทำไมถึงได้เจออะไรแปลกๆ อีกแล้ว?”
“หรือว่าความจริงแล้ว เราคือผู้นำพาหายนะ หรือว่าหายนะดึงดูดเราเข้ามา?”
“ดูจากภาพรวม ปัญหาของเมืองดาเดลคงมีมาสักระยะแล้ว ไม่เกี่ยวกับการมาเยือนของเรา…ยังกับว่า ไม่ว่าเราจะหลบเลี่ยงอย่างไร หรือใช้มือคนอื่นเลือกเส้นทาง ก็ยังคงถูกดึงดูดโดยหายนะ สุดท้ายก็เข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว…”
“‘นักล่า’ ผู้มีศักดิ์ของเทวทูต มีออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ย่อมต้องพานพบเรื่องทำนองนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าลำดับแท้จริงจะไม่สูงนักก็ตาม?”
“ในอนาคตจะมีนักเขียนนิยายสักคน เขียนเรื่องราวประสบการณ์ของเรา เหมือนกับที่เขียนตำนานเกอร์มัน·สแปร์โรว์บ้างไหม? โดยเสริมประโยคเข้าไปว่า เขากับหายนะคือของคู่กัน”
“นี่อาหารของคุณ” เขากับบริกรส่งจานกับแก้วเข้ามาทางหน้าต่างทีละใบ
เมื่อเห็นโต๊ะที่ปูผ้าสวยงาม เรียงรายไปด้วยอาหารหน้าตาน่ากินพอสมควร ลูเมี่ยนจิบลิเคอร์แอปเปิลรสอมเปรี้ยว แล้วจ่ายค่าอาหารอีก 5 เฟลคินที่เหลือ
“พวกเราจะมาเก็บภาชนะในอีกหนึ่งชั่วโมง จะไม่รบกวนการพักผ่อนของคุณใช่ไหม?” ชายวัยกลางคนถามอย่างสุภาพ
ลูเมี่ยนพยักหน้าเบาๆ เป็นนัยว่าได้
ชายวัยกลางคนพาบริกรเดินไปทางด้านข้างสองสามก้าว แต่อดใจไม่ไหว ต้องย้อนกลับมาแล้วเอ่ยถาม
“มิสเตอร์ คุณทราบได้อย่างไรว่าผมกำลังจะป่วย?”
ลูเมี่ยนชี้ไปทางลูกาโนฝั่งตรงข้าม
“เพื่อนคนนี้เป็นแพทย์ชื่อดังในทรีอาร์”
คำว่าชื่อดังหมายถึง ชื่อดังบนใบประกาศจับ
โดยไม่รอให้ชายวัยกลางคนตอบ เด็กหนุ่มถามผ่านๆ
“ต้องเรียกคุณว่าอะไร?”
“คุณเรียกผมว่าปิแยร์ก็ได้” ชายวัยกลางคนโค้งตัว ตอบพลางมองลูเมี่ยนในตู้เล็กๆ ของรถไฟไอน้ำ
แถวนี้ก็นิยมปิแยร์เหมือนกัน? ลูเมี่ยนพูดยิ้มๆ
“คุณก็คิดว่าตัวเองจะป่วยหรือ?”
เปลือกตาของปิแยร์กระตุก สีหน้าเริ่มแข็งค้างอีกครั้ง
เขาตอบโดยไม่รู้ตัว
“ม…ไม่ครับ ผมแค่กังวลนิดหน่อย”
“งั้นก็พักผ่อนให้มาก ดื่มน้ำเยอะๆ แล้วก็ไปโบสถ์ หาบาทหลวงสารภาพบาปบ่อยๆ” ลูเมี่ยนไม่ได้กดดันอีกฝ่าย
ปิแยร์เดินไปทางหัวรถไฟอย่างเงียบงัน หวังจะหาลูกค้าเพิ่มอีกนิด แต่สองเท้ากลับเหมือนถูกผูกด้วยก้อนตะกั่ว ทุกย่างก้าวล้วนยากลำบาก
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!”
เสียงเห่าของสุนัข ดังขึ้นอีกครั้งจากบริเวณใกล้ๆ ชานชาลา
ใบหน้าของปิแยร์กระตุกหลายหน คล้ายกับถูกความกังวลระคนหวาดกลัวในใจกดทับจนแทบทนไม่ไหว สุดท้ายก็รีบหันหลังกลับ ทิ้งบริกรไว้ วิ่งตรงมายังหน้าต่างห้องลูเมี่ยน
“ช่วยผมด้วย คุณหมอช่วยผมด้วย!” เขาทาบสองมือลงบนกระจก ร้องตะโกนด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
“ถ้าคุณไม่บอกสาเหตุของโรค เพื่อนผมก็ช่วยรักษาไม่ได้หรอก” ลูเมี่ยนรอโอกาสนี้อยู่พอดี
ผู้โดยสารในตู้ข้างเคียงพอจะได้ยินเสียงอยู่บ้าง แต่ก็นอนไปแล้ว ขี้เกียจลุกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ปิแยร์กลืนน้ำลาย มองบริกรจากบาร์ ผู้กำลังหวาดกลัวไม่ต่างกัน
“ม…มัน…”
ยังพูดไม่ทันจบ ร่างหนึ่งก็ปรากฏบนกำแพงรอบชานชาลา
ร่างดังกล่าวยืนแยกขาออก ลำตัวโค้งงอ แต่ศีรษะกลับเงยขึ้น มองตรงมาข้างหน้า
เป็นชายคนหนึ่ง สวมชุดผ้าสักหลาด มีรอยฉีกขาดชัดเจน กล้ามเนื้อบนใบหน้าบิดเบี้ยว ลูกตาเหลือกขึ้น เหลือเพียงตาขาวเท่านั้น
คางฟูมไปด้วยน้ำลาย ปากอ้าออกพร้อมกับส่งเสียง
“โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!”
เสียงนี้เหมือนกับเสียงเห่าของสุนัขตามจุดต่างๆ ในเมืองดาเดลไม่มีผิด ดังประสานกันเป็นผืนเดียว
“มันคือโรคบ้า!” ปิแยร์ทนไม่ไหวอีกต่อไป ฝืนใจตะโกนออกมา
“โรคบ้า?” ลูเมี่ยนถอนสายตาจากชายผู้เห่าเหมือนสุนัขบนกำแพง หันไปมองลูกาโน
ลูกาโนเพ่งมองมนุษย์แปลกๆ ด้วยดวงตาลึกล้ำอยู่สองสามวินาที แล้วค่อยๆ ส่ายหัวให้ลูเมี่ยน
ความหมายของเขาคือ นี่ไม่ใช่โรคพิษสุนัขบ้าธรรมดา
ปิแยร์คิดว่าลูเมี่ยนกำลังถาม จึงพูดราวกับใกล้ควบคุมตัวเองไม่ได้
“ใช่ โรคบ้า!”
“วันดีคืนดี ในเมืองเราก็เริ่มมีคนบ้าที่เห่าเหมือนหมาพวกนี้ ทีแรกมีแค่คนเดียว แล้วก็สองคน สามคน สิบคน…คนรู้จักของผมติดเชื้อไปหลายคนแล้ว บ้ากันไปหมด ทำได้แค่เห่าเหมือนหมา คึกคักที่สุดในตอนกลางคืน!”
“ติดเชื้อผ่านทางไหน? ถูกกัด?” ลูกาโนถามพลางขมวดคิ้ว
“ไม่ใช่! คนรู้จักของผมไม่มีใครถูกกัดเลย แต่ก็ยังเป็นบ้าได้! ผ…ผมรู้สึกว่าตัวเองก็ใกล้จะเป็นแล้ว!” ปิแยร์พูดด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
“พวกคุณไม่ได้แจ้งทางการหรือ?” ตามความเข้าใจของลูเมี่ยน หน่วยวิเศษของทางการไม่มีทางปล่อยให้ปัญหานี้ลุกลามบานปลายแน่
“เราได้ยินคนพูดกันว่า ก่อนหน้านี้ก็มีหมู่บ้านหนึ่ง เคยเกิดโรคบ้าคล้ายๆ กับเรา พอรายงานให้ทางการทราบ คนทั้งหมู่บ้านก็หายไป สาบสูญไปเลย พ…พวกเราไม่กล้าติดต่อทางการ ไม่กล้าติดต่อศาสนจักร!” ปิแยร์พูดอย่างคลุ้มคลั่ง บริกรจากบาร์ข้างๆ ก็มีสีหน้าหวาดหวั่นไม่ต่างกัน
ลูเมี่ยนหรี่ตาลง
“แล้วคนจากกรมอนามัย สถานีตำรวจในเมืองล่ะ? อธิการโบสถ์ล่ะ?”
“พวกเขากลายเป็นบ้ากลุ่มแรกๆ เลย” ปิแยร์ประสบความเครียดเฉียบพลัน จึงไม่ได้ไตร่ตรองถึงจุดประสงค์ของคำถามลูเมี่ยน
กำจัดอธิการโบสถ์ ตำรวจ และคนจากกรมอนามัยไปก่อนเลยสินะ…ลูเมี่ยนเลิกคิ้วพลางพูด
“แล้วทำไมพวกคุณถึงไม่หนีออกจากดาเดลล่ะ?”
“หนี…” ปิแยร์กับบริกรจากบาร์ชะงักพร้อมกัน มองลูเมี่ยนด้วยสายตาเลื่อนลอย
ภายใต้แสงจันทร์แดงเรื่อ ตาขาวของพวกเขาคล้ายกับมีเส้นเลือดฝอยนับไม่ถ้วน
……………………………………………………..