ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 509 เรือพาณิชย์หุ้มเกราะ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 509 เรือพาณิชย์หุ้มเกราะ
ตอนที่ 509 เรือพาณิชย์หุ้มเกราะ
ยังมีพลังคล้ายกับคำสาปวาจา…เมื่อโรคบ้าไม่กำเริบ จะอยู่ในสภาพงุนงงสับสน เคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณ ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาไร้ประกาย…ใกล้เคียงผู้ติดเชื้อคนแรกที่ปิแยร์บรรยายไว้เลย…ลูเมี่ยนอ่านจดหมายจากฟรังก้า ช่วยให้ยิ่งเข้าใจรายละเอียดของเรื่องราวมากขึ้น
การคาดเดาของเด็กหนุ่มก่อนหน้านี้ โดยอาศัยเพียงคำตอบ พฤติกรรม และความขัดแย้งทางการกระทำของปิแยร์ กลับได้ข้อสรุปใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงมาก
ข้อแตกต่างเดียวคือ เขาเดาว่าผู้ติดเชื้อคนแรกเป็นคนบ้าตัวจริง ผู้เคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณ แต่ข้อมูลจากทางการระบุว่า นี่คือสมบัติปิดผนึกรูปร่างมนุษย์ แต่ก็พึ่งพาสัญชาตญาณอยู่ดี ไม่ว่าจะในสภาวะปกติหรือเมื่อโรคบ้ากำเริบ ก็ขาดปัญญาโดยสิ้นเชิง
แน่นอน การคาดเดาของลูเมี่ยนอาจไม่ขัดแย้งกับความจริง บางที หญิงสาวคนนั้นอาจได้รับมลทินบางอย่าง หรือเกิดการคลุ้มคลั่ง จนกลายเป็นคนบ้าคอยแพร่กระจายโรคบ้าโดยสัญชาตญาณ จึงจำเป็นต้องถูกปิดผนึก
ส่วนเหตุผลในการปิดผนึกแทนที่จะกำจัดทิ้งไปเลย ลูเมี่ยนก็พอจะเดาได้
พลังทำนองว่า ถ้าพูดว่าใครตาย คนนั้นก็ต้องตาย แม้จะมีข้อจำกัดมากมาย แต่ก็ยังน่าลิ้มลองอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็น ‘ศาล’ ‘จิตแห่งจักรกล’ หรือหน่วยแปด ในเมื่อมีวิธีปิดผนึกสิ่งมีชีวิตอันตรายนี้ ก็ย่อมจะเลือกปิดผนึกไว้ก่อน ในอนาคตเธออาจเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหา
ลูเมี่ยนเลื่อนสายตาลง อ่านเนื้อความส่วนหลังของจดหมาย
“คนคนนั้นส่งข้อมูลมาแค่นี้ เนื่องจากติดหลักการรักษาความลับ”
“คุณคงตามหาหญิงสาวตรงตามข้อสังเกตได้ไม่ยาก ถ้าพบเห็นเมื่อไรให้รีบถอยห่างทันที แล้วรายงานให้ทางการทราบ”
ไม่มีข้อมูลประวัติโดยละเอียด ไม่มีวิธีผนึก ไม่อธิบายอำนาจแท้จริงของพลังคำสาปวาจา ไม่อธิบายวิธีรักษาและวิธีขจัดโรคบ้า…แถมยังไม่ได้บอกระดับการปิดผนึก รวมถึงหมายเลขแบบเจาะจง…จากความผิดปกติในเมืองดาเดลและคำอธิบายในส่วนแรก ถึงจะไม่ใช่สมบัติปิดผนึกระดับ ‘1’ ก็คงเป็นประเภทพิเศษและน่ากลัวมากในระดับ ‘2’… ลูเมี่ยนครุ่นคิดสักครู่ แล้วสอดจดหมายกลับเข้า ‘กระเป๋านักเดินทาง’ โดยไม่ได้เผามันทิ้งในทันที
เวลานี้ ลูกาโนกำลังมองด้านหลังของตนด้วยความสงสัยระคนตกใจ
แม้จะเปิด ‘เนตรวิญญาณ’ แล้ว เขาก็ยังไม่พบสิ่งใดเลย
บายินเฟล ‘ผู้สำนึกบาป’ ผู้ส่งสารของลูเมี่ยนได้จากไปแล้ว
“ไปกันเถอะ” ลูเมี่ยนถอนหายใจ ยื่นสองมือออกไปจับไหล่ของลุดวิกกับลูกาโน
ตอนนี้ ความเสียดายอันดับหนึ่งของเขาคือ ค่ารถไฟ 400 เฟลคินจะสูญเปล่าไปอย่างน้อยหนึ่งในสาม
มิหนำซ้ำ อีกเดี๋ยวก็ต้องพาลุดวิกไปหาร้านกาแฟสักหลายร้านเพื่อกินมื้อเช้า — ไม่สามารถกินให้อิ่มในร้านเดียว เพราะจะถูกพบความผิดปกติได้ง่าย
วินาทีถัดมา ลูกาโนรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปในโลกวิญญาณที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่ เปลี่ยนจากบทบาทผู้สังเกตการณ์ มุดเข้าไปท่ามกลางชั้นของสีสันอันเข้มข้น อาบแสงสว่างบริสุทธิ์เจ็ดริ้ว ที่ทอดลงมาจากตำแหน่งสูงสุด ภายใต้การจ้องมองจากใบหน้าและรูปร่างอันยากจะบรรยาย ‘พุ่งทะยาน’ ไปสู่จุดหมายปลายทางปริศนา
เขารู้สึกวิงเวียนศีรษะ แต่เพียงไม่กี่วินาทีถัดมา เท้าก็สัมผัสกับพื้นแข็ง รอบตัวเต็มไปด้วยอาคารหลายหลัง โทนสีหลักเป็นสีครีม น้ำตาลแดง และเหลืองอ่อน
ลูเมี่ยนไม่ได้ ‘เทเลพอร์ต’ ไปไกลนัก เขาเลือกเมืองฟอส ซึ่งมีเมืองดาเดลเป็นส่วนหนึ่ง
ภายใต้แสงอรุณ ลูเมี่ยนสวมต่างหู ‘คำลวง’ หยิบเสื้อโค้ตผ้าสักหลาดออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ เปลี่ยนรูปลักษณ์กับส่วนสูงในตรอกเปลี่ยวไร้ผู้คน พร้อมทั้งเปลี่ยนเสื้อผ้า
ไม่ถึงหนึ่งนาที เขากลายเป็นคนละคน
แม้จะไม่ได้เพิ่งเคยเห็น แต่ลูกาโนยังคงตกตะลึงไม่เบากับภาพตรงหน้า
ช่างเป็นสิ่งของที่น่าอัศจรรย์ ช่างเป็นพลังที่ยอดเยี่ยมเหลือเกิน!
ไม่ว่าจะต่างหูสีเงิน ที่ช่วยปรับเปลี่ยนส่วนสูงกับใบหน้าได้ตามใจในขอบเขตหนึ่ง หรือถุงเหรียญ ที่สามารถหยิบของออกมาได้สารพัดชนิดราวกับไร้จำกัด ล้วนเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เพียงเคยได้ยินพวกนักล่ารางวัลพูดกันว่า ผู้วิเศษทางการบางคน มีศิลปะการปลอมตัวในระดับเหนือธรรมชาติ
ลูเมี่ยนโยนต่างหู ‘คำลวง’ ให้ลูกาโน พูดกับเขาอย่างเป็นกันเอง
“นายไปทำเอกสารประจำตัวปลอมมาอีกสามชุด แล้วซื้อตั๋วรถไฟไอน้ำไปท่าเรือกัตติวันนี้ด้วย”
ผมเป็นล่าม เป็นไกด์ หรือเป็นลูกมือของคุณกันแน่? ลูกาโนบ่นในใจขณะรับต่างหูสีเงินมหัศจรรย์นั้นไว้
เขาฝืนยิ้มพลางพูด
“ผมไม่เคยมาเขตฟอสมาก่อน ไม่รู้ว่าต้องไปหาใครเพื่อทำเอกสารประจำตัวปลอม”
“หลักการเหมือนกันทั่วโลก ฉันเชื่อในประสบการณ์ของนาย” ลูเมี่ยนตอบพร้อมรอยยิ้ม
ก็ได้ ในเมื่อคุณจ่ายเงิน…ลูกาโนบ่นอย่างไร้เสียง พลางหยิบเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนออกจากกระเป๋าเดินทาง
ตอนที่ทำเอกสารประจำตัวปลอมในสถานีรถไฟทรีอาร์เหนือ ลูเมี่ยนได้ให้เงิน 1,000 เฟลคินกับเขา แล้วบอกว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายประเภทนี้ในอนาคต
เมื่อเด็กชายลุดวิกสวมต่างหู ‘คำลวง’ เรียบร้อย ลูกาโนก็หิ้วกระเป๋าเดินทางออกจากตรอก
ลูเมี่ยนเปิดใช้ ‘ใบหน้าของไนเซอร์’ ทันที เปลี่ยนรูปลักษณ์อีกครั้ง แล้วจูงลุดวิก ผู้ยังคงปรับส่วนสูงและใบหน้าอยู่ ตามติดลูกาโนไปห่างๆ
เขาอยากเห็นว่า ‘แพทย์’ คนนี้จะทำอย่างไรเมื่อมาถึงต่างถิ่นอันไม่คุ้นเคย จะแสดงออกแบบใด เพื่อวินิจฉัยว่าอีกฝ่ายซ่อนปัญหาไว้เบื้องหลังหรือไม่
เพื่อไม่ให้ลุดวิกประท้วง ลูเมี่ยนกดหมวกปีกกว้างบนศีรษะ แล้วโยนขนมปังแท่งยาวๆ ให้เด็กชายสองสามชิ้น
ลุดวิกมิได้เรียกร้องอาหารที่ดีกว่า หรืออุ่นกว่า เพียงแทะขนมปังอย่างว่าง่าย ยอมให้ลูเมี่ยนพาสะกดรอยตามลูกาโนไป
ตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ บาร์ปิดหมดแล้ว ลูกาโนมุ่งตรงไปยังตลาดใกล้ๆ จนพบ ‘ผู้ลาดตระเวน’ ที่น่าจะเป็นสมาชิกแก๊ง แล้วใช้เงินเปิดทาง จนได้ทราบว่าต้องไปหาใครเพื่อทำเอกสารประจำตัวปลอม
ตลอดกระบวนการ เขาแสดงออกไม่ต่างจากนักล่ารางวัลทั่วไป
ลูเมี่ยนไม่ผิดหวัง แต่ก็ไม่ดีใจเช่นกัน ยังคงสะกดรอยตามอย่างสงบ จนกระทั่งลูกาโนซื้อตั๋วรถไฟไอน้ำอีกขบวนหนึ่งเสร็จ จึงยกเลิก ‘ใบหน้าของไนเซอร์’ แล้วไปสมทบกับเพื่อนร่วมทางคนนี้
…………
แคว้นชายฝั่งบน ท่าเรือกัตติ ในห้องของโรงแรมหรูใกล้ทะเล
ลูเมี่ยนยืนอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ มองเห็นท้องฟ้าสีครามราวกับถูกชะล้างด้วยน้ำ สะท้อนภาพทะเลใสบริสุทธิ์ดุจดังอัญมณีเบื้องล่าง
เสียงร้องกู๊ก กู๊ก ของนกทะเลดังกังวานแจ่มใส ร่างสีขาวสะอาดของพวกมัน แหวกผ่านปุยเมฆสีขาว หาดทรายขาว และเสากระโดงเรือ ช่วยให้ลูเมี่ยนรู้สึกเหมือนถูกลมทะเลพัดปะทะใบหน้า แม้จะไม่ได้เปิดหน้าต่างก็ตาม
นี่คือหนึ่งในท่าเรือลำเลียงสินค้าหลัก จากเมืองอุตสาหกรรมฝั่งตะวันตกของทะเลกลางไปสู่ทะเลหมอก มีชื่อเสียงด้านการค้าและการต่อเรือ ค่อนข้างเจริญรุ่งเรือง
ผิดจากความเชื่อของชาวเมืองทรีอาร์ ที่มักคิดว่าทางเหนือมีแดดน้อย ท่าเรือกัตติมีแสงแดดอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี และไม่หนาวเย็นนักแม้ในฤดูใบไม้ร่วง
ท่ามกลางเสียงเคี้ยวของลุดวิก ลูเมี่ยนชื่นชมทิวทัศน์ทะเลนอกหน้าต่าง ชื่นชมท่าเรือในระยะไกล พลางรอลูกาโนซื้อตั๋วเรือไปท่าเรือซานตาในราชอาณาจักรเฟเนพ็อต
ทันใดนั้น ‘ผู้สำนึกบาป’ บายินเฟล สวมเสื้อคลุมยาวสีดำของนักบวช รูปร่างสูงใหญ่เหนือธรรมดา ก้าวออกจากความว่างเปล่า ส่งจดหมายฉบับหนึ่งให้ลูเมี่ยนโดยไม่พูดไม่จา
“ขอบคุณ” ลูเมี่ยนกล่าวอย่างเคยชิน
จากนั้น เขารับจดหมายแล้วคลี่ออกอ่าน
“โรคบ้าในเมืองดาเดลอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว ชาวเมืองที่ติดเชื้อรุนแรงได้ถูกกำจัด ผู้ติดเชื้อเล็กน้อยได้รับการรักษา แต่ไม่พบสมบัติปิดผนึกชิ้นนั้น”
“จากการรวบรวมข้อมูลในจุดเกิดเหตุ มีหลักฐานยืนยันว่าเธอกลับเป็นปกติ แล้วออกจากเมืองดาเดลไปตั้งแต่หลายวันก่อน ไม่ทราบจุดหมายปลายทาง การแพร่ระบาดของโรคบ้าในภายหลัง เป็นการลุกลามด้วยตัวเอง จากทะเลจิตที่ได้รับมลทินรุนแรง”
“พฤติกรรมผิดปกติของชาวเมือง ที่ไม่ยอมออกจากดาเดล แต่ไม่ลืมเล่าเรื่องโรคบ้าให้นักเดินทางบนรถไฟฟัง คงเกิดจากทะเลจิตที่ถูกปนเปื้อนนั่นด้วย อา…ตามศัพท์เฉพาะที่อ็องโตนีเพิ่งสอนมา มันเรียกว่า ‘ทะเลจิตใต้สำนึกรวม’ ซึ่งประกอบจาก ‘เกาะจิตใต้สำนึกส่วนบุคคล’ และนภาพลังวิญญาณ รวมกันเป็นโลกแห่งจิต”
“ต่อไปคุณระวังหน่อย ฉันกลัวว่าคุณจะถูกดึงดูดไปหาหายนะทางศาสตร์เร้นลับ ที่สมบัติปิดผนึกนั้นสร้างขึ้นอีก”
จับสมบัติปิดผนึกนั่นไม่ได้…ลูเมี่ยนส่งเสียง ‘จิ๊’ อย่างปวดหัวเบาๆ
พูดตามตรง เขาเองก็จนปัญญา กว่าตนจะไปถึงเมืองดาเดล อีกฝ่ายก็ออกไปก่อนแล้ว แต่หายนะยังคงดำเนินต่อไปพร้อมกับขยายตัว
บ่ายสามโมงตรง ลูเมี่ยนพาลูกาโนกับลุดวิกขึ้นเรือพาณิชย์ ‘สกุณาโบยบิน’ มุ่งหน้าสู่ท่าเรือซานตาในราชอาณาจักรเฟเนพ็อต
พวกเขาเลือกห้องเฟิร์สคลาส เป็นห้องชุด มีห้องนอนหลัก ห้องเด็ก ห้องคนรับใช้ ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ มีพนักงานคอยให้บริการเป็นพิเศษ สามารถเข้าออกภัตตาคารหรูหราที่สุดและห้องซิการ์เพียงห้องเดียวบนเรือได้ ราคา 700 เฟลคิน ซึ่งเกือบเท่ากับรายได้ต่อหนึ่งปีของชาร์ลีสมัยเป็นพนักงานโรงแรม
ลูเมี่ยนทั้งสนใจและไม่ค่อยสนใจเรื่องเงิน ที่สนใจเพราะประสบการณ์ในอดีต รวมถึงคำสอนของพี่สาว ทำให้เขามีสัญชาตญาณในการคำนวณและรู้สึกเสียดายเงิน ส่วนที่ไม่สนใจเพราะเขาได้เงินมาค่อนข้าง ‘ง่าย’ เช่น แอบย่องกลับคาบาเร่ต์ลมเอื่อยตอนกลางคืน แล้วหยิบเงินรวดเดียว 30,000 เฟลคินจากตู้นิรภัย รายจ่ายในปัจจุบันถือเป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆ ของเงินก้อนนั้น
เหนือสิ่งอื่นใด เด็กหนุ่มมีสูตร วัตถุดิบหลัก และวัตถุดิบเสริมบางส่วนสำหรับโอสถลำดับถัดไปแล้ว จึงไม่มีแรงจูงใจในการสะสมเงิน
อีกอย่าง ในฐานะผู้อ่านตัวยงของนิยายชุด ‘นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่’ เขาทราบดีว่าในทะเลเต็มไปด้วย ‘สมบัติเคลื่อนที่’ ในร่างมนุษย์ หากวันใดเกิดขัดสนเงินทองขึ้นมา เขาก็ยินดีจะเลียนแบบไอดอลของตน ด้วยการลงมือ ‘เก็บเกี่ยว’ สักครั้ง
‘สกุณาโบยบิน’ เป็นเรือพลังไอน้ำรุ่นใหม่ล่าสุด สร้างจากเหล็กทั้งลำ ปราศจากใบเรือ มีเพียงปล่องควันพ่นไอหมอก กับเสากระโดงสำหรับใช้เป็นหอสังเกตการณ์
ตัวเรือทั้งลำเป็นสีเทาเหล็ก บางส่วนทาสีแดงสลับทอง ดาดฟ้ากว้างขวาง มีป้อมปืนหลายกระบอก ไม่ว่าจะเป็นระวางขับน้ำ จำนวนผู้โดยสาร ความเร็วในการแล่นเรือ หรือความแข็งแกร่ง ก็ล้วนเหนือกว่าเรือรบกางใบแบบโบราณมาก เมื่อเทียบกับของล้าสมัยพรรค์นั้น ก็เหมือนผู้ใหญ่กำลังมองเหยียดเด็กน้อย
ก่อนหมู่บ้านกอร์ตูจะเกิดเรื่อง ลูเมี่ยนก็เคยฝันอยากท่องเที่ยวทางทะเล เหมือนนักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่เกอร์มัน·สแปร์โรว์ และใช้เรื่องนี้คอยหลอกล่อพี่สาวเสมอมา แต่โอลัวร์ขอเลื่อนไปจนกว่าเขาจะเรียบจบมหาวิทยาลัย
ในห้องนั่งเล่นกว้างขวางสว่างไสวของห้องเฟิร์สคลาส ลูเมี่ยนมองออกไปยังทะเลสีคราม ความคิดล่องลอยไปไกล
วู๊!
ท่ามกลางเสียงหวูดไอน้ำ ปล่องควันของ ‘สกุณาโบยบิน’ พ่นไอหมอกออกมาทีละปล่อง
ท่ามกลางเสียงเครื่องจักรทำงาน เรือพาณิชย์หุ้มเกราะขนาดมหึมาค่อยๆ แล่นออกจากท่าเรือกัตติ มุ่งหน้าสู่ทะเลลึก
กู๊ก กู๊ก กู๊ก เสียงร้องของนกทะเล ก้องกังวานท่ามกลางมวลหมู่เมฆาเบื้องบน
……………………………………………………..