ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 512 เรือโจรสลัดประหลาด
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 512 เรือโจรสลัดประหลาด
ตอนที่ 512 เรือโจรสลัดประหลาด
…………….
ลูเมี่ยนมองเงาด้านหลังของฟิลิปโป แล้วหัวเราะเบาๆ อย่างไร้เสียง
เขามีฝีมือ ผิดจากที่แสดงออกในบาร์เมื่อคืนว่าเป็นคนเบาสมอง เจ้าชู้ และไม่เอาไหน
แต่มองอีกแง่หนึ่ง นี่คือภาพเหมารวมของผู้ชายอินทิสส่วนใหญ่ ตราบใดที่ไม่ได้กำลังทำงานหนัก ตราบใดที่มีสตรีหน้าตาพอใช้อยู่ข้างกาย พวกเขาก็จะทำตัวเป็นสุนัขติดสัด พยายามอวดโอ่ตัวเอง ของแบบนี้เปลี่ยนกันไม่ได้ แม้จะกลายเป็นผู้วิเศษแล้วก็ตาม
มิหนำซ้ำ ‘นางมาร’ ต่างก็มารวมตัวกันในอินทิส โดยเฉพาะในกรุงทรีอาร์ เพราะไม่เพียงจะได้รับอิทธิพลจากแรงดึงดูดใต้ดิน แต่ที่นั่นยังมีเสน่ห์ในแง่บรรยากาศทางสังคมด้วย
สำหรับคำเตือนของฟิลิปโป ลูเมี่ยนมิได้สนใจเลยสักกระผีก หรือไม่ได้ถูกยั่วยุให้โกรธ
เขาอยากเพลิดเพลินกับการเดินทางในช่วงไม่กี่วันนี้อยู่แล้ว แถมยังเคยคิดจะช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยบนเรือ ด้วยการทำตัวเป็นผู้พิพากษาเงา
เด็กหนุ่มกำลังสนใจเรื่องอื่นมากกว่า นั่นคือ เหตุใดฟิลิปโปถึงตรวจพบว่าบัตรประจำตัวของเขา ลูกาโน และลุดวิกเป็นของปลอม
หลังจากคัดกรองข้อมูล โดยผสมผสานข้อมูลของพลังลำดับต่ำจาก 22 เส้นทางในสมุดบันทึกเวทมนตร์โอลัวร์ เข้ากับข้อมูลที่ตัวเองรวบรวมได้จากช่องทางต่างๆ ตลอดหลายเดือนหลัง ลูเมี่ยนตกผลึกออกมาเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้น
“ฟิลิปโปน่าจะเป็นผู้วิเศษในหนึ่งในสามเส้นทางระหว่าง ‘ผู้ชม’ ‘นักอ่าน’ หรือ ‘ผู้ตัดสิน’”
“เส้นทางหนึ่งถนัดการสังเกตรายละเอียด สามารถอ่านความคิดจากก้นบึ้ง อีกเส้นทางคือผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวน ลำดับ 7 เรียกว่า ‘นักสืบ’ สามารถค้นพบความผิดปกติของพวกเราจากร่องรอยเล็กๆ น้อยๆ ส่วนอีกคนเมื่อถึงลำดับ 8 ‘เจ้าพนักงาน’ ก็จะมี ‘ถิ่น’ เป็นของตัวเอง มีอำนาจเหนือธรรมชาติสำหรับควบคุมความสงบในถิ่นของตน เพียงพอต่อการค้นพบจุดผิดสังเกต หรือจับพิรุธในตัวพวกเรา…”
“แต่เมื่อพิจารณาว่า เราสามคนไม่เคยสื่อสารกับฟิลิปโปโดยตรงเลยสักครั้ง ตัวเลือก ‘ผู้ชม’ ก็ถือเป็นอันตกไป อีกทั้ง ‘ผู้ชม’ ก็ไม่เหมาะกับงานหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย มันไม่ใช่ขอบเขตที่พวกเขาถนัดเลย…”
“หลังจากอาศัยพลังของตัวเองค้นพบว่า เราสามคนมีปัญหา มีตัวตนไม่ชัดเจน ฟิลิปโปก็ตรวจสอบสำเนาเอกสารยืนยันตัวตนทันที แล้วการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในเขตที่ออกบัตร จนสามารถยืนยันได้ว่า เราสามคนไม่มีตัวตนอยู่จริง?”
“นี่ยิ่งช่วยอธิบายได้ว่า เหตุใดเขาถึงมาเตือนพวกเราตอนเช้าวันถัดมา ก็เพราะต้องรอผลการตรวจสอบ ต้องรอโทรเลขตอบกลับ”
“ขณะเดียวกันก็ยังสื่อว่า เขาสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตามเขตต่างๆ ได้ทันที แถมยังมีเครือข่ายความสัมพันธ์กว้างขวาง”
“ลำพังตัวคนเดียวคงทำได้ยาก เบื้องหลังเขาต้องมีองค์กรแน่ หรือจะเป็นองค์กรของทางการ? อา…เขาอ้างว่าเป็นทหารเรือเกษียณจากกองเรือทะเลหมอก…”
“คนแบบนี้ เหมาะสมอย่างยิ่งแก่การเป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของเรือพาณิชย์ติดอาวุธ”
ลูเมี่ยนถอนสายตากลับ ปิดประตูห้อง รู้สึกผ่อนคลายขึ้นอีกมาก
การมีหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยระดับนี้ ที่สามารถไล่ตักเตือนผู้ต้องสงสัยเรียงคน คงช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น
ตลอดช่วงเช้า ลูเมี่ยนอยู่แต่ในห้องเฟิร์สคลาสหมายเลข 5 เพื่อศึกษาภาษาที่ราบสูงอย่างผ่อนคลาย สลับกับการออกกำลังกายเป็นครั้งคราว ส่วนลุดวิกหลังจากกินอาหารเช้าแล้ว ก็ขอให้ลูกาโนพาออกไปเดินเล่นรอบหนึ่ง แล้วไปเล่นบนดาดฟ้าเรือเหมือนเด็กจริงๆ นานกว่าหนึ่งชั่วโมง
ลูเมี่ยนสงสัยว่า ความจริงแล้วเด็กคนนี้กำลังมองหาแหล่งเสบียงสำรองของเขา รวมถึงสภาพของมัน
ก่อนมื้อกลางวัน เมื่อเห็นว่าแสงแดดกำลังดี ลูเมี่ยนจึงลงไปยังดาดฟ้าเรือ ใช้สองมือยันราวเรือ พลางเพ่งมองทะเลสีน้ำเงินเข้มอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
เด็กหนุ่มเห็นจากหางตาว่า ฟิลิปโปกลับมาเป็นคนไม่เอาไหนอีกครั้ง โดยกำลังกะหนุงกะหนิงอยู่กับสาวน้อยคนเมื่อคืนตรงหัวเรือ บางครั้งก็กระซิบกระซาบ บางครั้งก็หัวเราะจนตัวงอ ทำตัวประหนึ่งคู่รักข้าวใหม่ปลามัน
พวกชาวอินทิสเนี่ยนะ…ลูเมี่ยนส่ายหน้าพลางหัวเราะ
หลังออกจากทรีอาร์ เขาได้ปรับเปลี่ยนคำพูดติดปากให้เข้ากับความเป็นจริงมากขึ้น
ฟิลิปโปกับสาวน้อยคนนั้น เดินเล่นไปบนดาดฟ้าเรือ ทิ้งเสียงหัวเราะ ทิ้งคำพูดสนุกสนานไว้ทุกหนทุกแห่ง
ด้วยการได้ยินอันยอดเยี่ยมของ ‘นักล่า’ ลูเมี่ยนทราบได้ไม่ยากเย็นว่า สาวน้อยคนนั้นชื่อโกเชีย หน้าตาไม่ได้โดดเด่น แต่มีเสน่ห์ความสดใสของวัยสาว
ทันใดนั้น ลูเมี่ยนเห็นสายตาของฟิลิปโปมองไปนอกราวเรือ สีหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะหนึ่ง
มองตามสายตาของหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยเรือ ‘สกุณาโบยบิน’ ลูเมี่ยนหันไปทางทะเลในทิศเดียวกัน แล้วก็เห็นใต้ระลอกคลื่นสมุทรสีน้ำเงินเข้ม ดูคล้ายกับซ่อนเงาขนาดมหึมาเอาไว้!
พอคลื่นซัดมา เงาดังกล่าวก็หายไปพร้อมกัน
เล็กกว่าเรือ ‘สกุณาโบยบิน’ แต่ใหญ่กว่าสัตว์ทะเลส่วนใหญ่มาก…ปลายักษ์ หรือว่า…สัตว์ประหลาดทะเล? ลูเมี่ยนไตร่ตรองอย่างครุ่นคิด ความตื่นเต้นเริ่มก่อตัวทีละนิด
“ที่รัก คุณกำลังมองอะไรหรือ?” โกเชียถามฟิลิปโป ผู้กำลังเหม่อลอย
“หวานใจของผม พอดีกำลังคิดว่า จะพาคุณไปภัตตาคารไหนดี เอาเป็นร้านในเฟิร์สคลาสดีไหม?” ฟิลิปโปตอบด้วยน้ำเสียงปกติ
ทันใดนั้นเอง หมอกบางๆ พลันลอยขึ้นเหนือทะเล บดบังแสงอาทิตย์ จนบรรยากาศรอบข้างมืดลง
เหล่าผู้โดยสารและลูกเรือบนดาดฟ้า ไม่มีใครรู้สึกประหลาดใจกับฉากตรงหน้า เพราะมันคือปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของทะเลหมอก โดยจะไม่รุนแรงเท่ากับทะเลคลั่ง ที่เชื่อมระหว่างทวีปเหนือและใต้
ขณะโกเชียกำลังชื่นชมหมอกแรกของการเดินทาง ฟิลิปโปรีบเงยหน้า แววตาเผยความกังวลอยู่หลายส่วน รีบโบกแขนขวาให้ลูกเรือบนหอสังเกตการณ์ แล้วชี้ไปยังผิวทะเลตรงจุดที่เงานั้นหายไป
เขามั่นใจว่ามันไม่ใช่ปลายักษ์ที่ว่ายผ่านมา? ลูเมี่ยนหันไปมองทะเลเบื้องหน้าด้วยความสนใจ ขณะเดียวกันก็เห็นลูกเรือหลายคนเริ่มยุติช่วงพัก แล้วทยอยเข้าประจำตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงพลปืนใหญ่ด้วย
ในสภาวะที่ภายนอกดูผ่อนคลาย แต่ภายในระแวดระวัง เกิดเสียงอึกทึกดังกะทันหันจากตำแหน่งไม่ไกลนัก แล้ววัตถุสีดำเหล็กขนาดมหึมาก็ลอยขึ้นจากผิวทะเล
มันคือ ‘เรือ’ รูปทรงประหลาด
หุ้มด้วยโลหะทั้งลำ มีเพียงท่อเล็กๆ ยื่นออกจากด้านบน ดูคล้ายกับตาของหอยทาก
ท่ามกลางเสียงและภาพของสายน้ำกำลังไหลลง ส่วนบนของเรือประหลาดสีดำเหล็กลำนี้ก็แยกออกฉับพลัน เบ่งบานเหมือนบุปผา เผยให้เห็นปืนใหญ่หลายกระบอก พร้อมกับยกเสากระโดงสามต้น จนกลายเป็นดาดฟ้าเรืออันกว้างขวาง
บนดาดฟ้า โจรสลัดหลายสิบถึงร้อยคนโบกสะบัดปืนและดาบ ส่งเสียงข่มขู่ต่างๆ นานา
ใบเรือสีขาวกางออกด้วยตัวเอง แขวนอยู่บนยอดเสากระโดง
โฮ่…ลูเมี่ยนเปล่งเสียงชื่นชมในใจ
เรือแบบนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ช่างน่าอัศจรรย์ สามารถดำลงใต้น้ำได้!
สีหน้าของฟิลิปโปยิ่งดูกังวล
โกเชียด้านข้างเขา ตกใจกับการปรากฏตัวของโจรสลัด สัญชาตญาณสั่งให้หดตัวเข้าหาคนรัก แนบชิดกับเขาพลางกล่าวว่า
“นี่คือกลุ่มโจรสลัดอะไร?”
“มีเพียง ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ ฮาล·คอนสแตนตินเท่านั้น ที่ครอบครองเรือดำน้ำแบบนี้ ดูจากขนาดเรือแล้ว คงไม่ใช่เรือธงของกัปตัน แต่เป็นเรือของ ‘จอมฉีกกระดูก’ โรเลอร์ ลูกน้องที่เขาไว้ใจที่สุด ชื่อของเรือคือ ‘หมึกยักษ์นิลกาฬ’” น้ำเสียงของฟิลิปโปสลัดความไม่เอาไหนเป็นปลิดทิ้ง แต่ฟังดูหนักอึ้งแทน
โกเชียฟังแล้วตาลาย เกือบจะเป็นลมไป
เมื่อคืน ระหว่างที่ฟิลิปโปคุยเล่นกับทุกคน เขาได้แนะนำเหล่าราชาแห่งท้องทะเล รวมถึงบรรดานายพลโจรสลัด โดยหนึ่งในนั้น ฮาล·คอนสแตนติน ผู้ยกระดับตัวเองจาก ‘พลเรือโท’ เป็น ‘พลเรือเอก’ ถือว่าลึกลับซับซ้อนกว่าใคร
มีข่าวลือว่า เขามีเชื้อสายของสัตว์ประหลาดทะเล เคยเข้าไปในซากปรักหักพังก้นทะเล และได้รับมรดกตกทอดจากนักแปรธาตุบางคนในยุคโบราณ — นั่นคือ ‘เรือดำน้ำ’ สองลำ ที่เมื่อพอนำมาประกบกัน จะสามารถแล่นใต้ทะเลได้ แต่เมื่อแยกออกก็กลับเป็นเรือปกติ
ศาสนจักร ‘เทพจักรกลไอน้ำ’ ได้แรงบันดาลใจจากสิ่งนี้ หลังจากทำการวิจัยอยู่นาน ก็สามารถสร้างเรือดำน้ำสำเร็จในจำนวนน้อย โดยไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิต เนื่องจากต้องพึ่งพาพลังของผู้วิเศษลำดับสูง มันจึงไม่ใช่อาวุธชี้ขาดสำหรับกองเรือใหญ่ของอินทิส อย่างมากก็มีกองเรือละลำสองลำ เพื่อใช้งานในภารกิจพิเศษเท่านั้น
จากสองลำในการครอบครองของ ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ ลำหนึ่งใหญ่โตเท่ากับ ‘สกุณาโบยบิน’ ชื่อว่า ‘นิวอินส์’ ตั้งตามหนึ่งในตำนานขุมทรัพย์อันโด่งดังทางทะเล เป็นเรือธงของฮาล·คอนสแตนติน อีกลำหนึ่งคือ ‘หมึกยักษ์นิลกาฬ’ ที่กำลังโผล่จากผิวน้ำตรงหน้า ซึ่ง ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ มอบให้กับลูกน้องที่ไว้ใจที่สุด ‘จอมฉีกกระดูก’ โรเลอร์
คนผู้นี้ก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน อีกทั้งยังโหดเหี้ยมทารุณ ชอบทรมานฆ่าลูกเรือและผู้โดยสาร ส่งผลให้มีค่าหัวสูงกว่าโจรสลัดส่วนใหญ่ที่ไม่ได้อยู่ในระดับ ‘พลเรือ’ ล่าสุดคือ 250,000 เฟลคินเลยทีเดียว
เมื่อได้ยินว่าเรือลำตรงหน้าคือ ‘หมึกยักษ์นิลกาฬ’ ของ ‘จอมฉีกกระดูก’ โรเลอร์ โกเชียพลันสิ้นหวังจากก้นบึ้งหัวใจ
เรือพาณิชย์ติดอาวุธอย่าง ‘สกุณาโบยบิน’ จะรับมือกับโจรสลัดคนดังแห่งห้าห้วงสมุทรไหวหรือ?
ด้วยชื่อเสียงของ ‘จอมฉีกกระดูก’ โรเลอร์ ทุกคนพอจะเดาได้ว่าจุดจบของตนจะเป็นเช่นไร!
ขณะนี้ สมาธิของฟิลิปโปจดจ่ออยู่กับ ‘หมึกยักษ์นิลกาฬ’ ที่กำลังบานออก รวมถึงปืนใหญ่ที่พร้อมยิงในทุกเมื่อ จึงไม่มีกะจิตกะใจจะปลอบขวัญคนรักใหม่ของตน
ลูเมี่ยน ผู้อยู่ไม่ไกลจากพวกเขา เมื่อได้ยินว่านี่คือ ‘หมึกยักษ์นิลกาฬ’ เรือของ ‘จอมฉีกกระดูก’ โรเลอร์ ลูกน้องคนสนิทของ ‘พลเรือเอกทะเลลึก’ ฮาล·คอนสแตนติน เด็กหนุ่มไม่เพียงแต่ไม่ตื่นตระหนก แต่กลับยิ่งตื่นเต้น ประหนึ่งได้กลิ่นคาวเลือดเหล็ก
นี่คือคุณสมบัติในการรักการต่อสู้ของ ‘นักล่า’
แม้จะย่อยโอสถสมบูรณ์ ผู้วิเศษจะยังคงได้รับอิทธิพลจากมันในระดับหนึ่ง
ดวงตาสีเขียวของลูเมี่ยน ยังคงจดจ้องเรือพิสดารสีดำเหล็กลำนั้นดุจดังเหยี่ยว ในหัวกำลังวางแผนการต่อสู้
รอให้ ‘จอมฉีกกระดูก’ โรเลอร์โผล่หน้าออกมา โดยระยะห่างระหว่างเรือใกล้กันมากกว่านี้ จนเห็นหน้ากันได้ชัดเจน เด็กหนุ่มจะ ‘เทเลพอร์ต’ ไปด้านหลังของโจรสลัดตัวเป้งพร้อมกับใช้ ‘วิชาฮึ่มฮ่า’
หาก ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ ไม่ได้ผลดังคาด อีกฝ่ายไม่หมดสติ เขาก็จะสวมถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ เพื่อกระตุ้นแรงกระหายสักอย่างในตัวอีกฝ่าย ตามด้วยการ ‘เทเลพอร์ต’ อีกครั้งเพื่อสร้างระยะห่าง แล้วเป่า ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ เพื่อจุดระเบิดแรงกระหายที่เอ่อล้นเหล่านั้น
หลังจาก ‘จอมฉีกกระดูก’ โรเลอร์ได้รับบาดเจ็บสาหัส จนตกอยู่ในสภาวะไร้การป้องกันตัว ลูเมี่ยนจะเข้าใกล้อีกครั้ง ปลดปล่อยพลังโจมตีของ ‘นักล่า’ เต็มพิกัด เพื่อระเบิดศัตรูให้แหลกเป็นชิ้นๆ
ระหว่างกระบวนการ เพื่อมิให้ถูกโจรสลัดรอบข้างรบกวน เขาอาจลองใช้ ‘ขวดเสกสรร’ เพื่อดึง ‘จอมฉีกกระดูก’ โรเลอร์มาสู้ตัวต่อตัว…
ทั้งแผนการอันสมบูรณ์แบบ ทั้งความเร่งด่วนของเหตุการณ์ แล่นวาบผ่านสมองของลูเมี่ยนในชั่วพริบตา ทำเอาร่างกายเขาถึงกับสั่นสะท้าน ประหนึ่งปรารถนาการต่อสู้อันดุเดือดเสียเต็มประดา
ขณะสงครามทางทะเลระหว่างเรือสองลำใกล้ปะทุเต็มแก่ โจรสลัดบน ‘หมึกยักษ์นิลกาฬ’ ต่างพากันหันหลัง ชะโงกมองไปลงไปตามบันได ที่นำไปสู่ส่วนลึกของเรือ ด้วยอาการตกตะลึงพรึงเพริด
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา เรือพิสดารสีดำเหล็กลำนี้ ก็หักหางเสือสุดแรงเกิด แล่นหนีออกไปไกล
ส่วนต่างๆ ที่เปิดค้างอยู่ ค่อยๆ หุบกลับเข้าไป ปิดผนึกภายในจนมิดชิดอีกครั้ง
ในสายตาของลูเมี่ยนกับอีกหลายคน เรือ ‘หมึกยักษ์นิลกาฬ’ กำลังทิ้งระยะห่างด้วยความเร็วสูง พร้อมกับดำดิ่งลงสู่ก้นทะเลอย่างรีบร้อน
ไม่นานมันก็เหลือเพียงเงาดำ แล้วอันตรธานไปในทะเลที่เต็มไปด้วยหมอก
“น…หนีไปแล้วหรือ?” หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ โกเชียถึงได้สติ เอียงหน้าถามคนรักของเธอด้วยความตกใจ ดีใจ ระคนงุนงง
‘จอมฉีกกระดูก’ โรเลอร์เผ่นหนีไปพร้อม ‘หมึกยักษ์นิลกาฬ’ แล้ว?
ยังไม่ทันได้เริ่มต่อสู้ หรือปล้นจี้เลยด้วยซ้ำ!
ด้วยความประหลาดใจปนสงสัย ฟิลิปโปเพ่งมองจุดที่ ‘หมึกยักษ์นิลกาฬ’ ลับสายตาไป แล้วกล่าวพลางฝืนยิ้ม
……………………………………………………..