ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 523 เนตรลวงตา
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 523 เนตรลวงตา
ตอนที่ 523 เนตรลวงตา
เงาดำผอมสูงปรากฏขึ้นจากความมืด ลักษณะกึ่งโปร่งใส พุ่งเข้าใส่ร่างของลูเมี่ยนในทันใด ประหนึ่งต้องการหาร่างใหม่ให้ตัวเอง
ดูคล้ายกับการ ‘เข้าสิง’ ของวิญญาณอาฆาตหรือวิญญาณมาร ที่สามารถยึดครองร่างกายแทนเจ้าของเดิม แต่ก็ไม่ได้รวดเร็วอะไรนัก มิอาจเสร็จสิ้นกระบวนการในชั่วพริบตา
ทันใดนั้น ลูเมี่ยนที่หลับใหล ก็พลันเปลี่ยนเป็นสีดำ ร่างกายบางลง กลืนหายเป็นหนึ่งเดียวกับเงาโดยรอบ อันตรธานไปจากเตียง
นี่คือพลังพันธสัญญาใหม่ของเด็กหนุ่ม — ‘แปรเงา’!
ทั้งห้องพลันเงียบสงัดผิดวิสัย คล้ายกับเหลือเพียงเงาดำผอมสูงโปร่งใสนั่น ปราศจากลูเมี่ยน ปราศจากผู้บุกรุกตัวจริง
วินาทีถัดมา คล้ายกับความมืดแยกออก คลานออกมาเป็นงูเหลือมสีเข้มเน่าเปื่อยจนเห็นกระดูก น้ำหนองสีเหลืองเขียวหยดเกลื่อนไปทั่ว
งูเหลือมตัวนี้มีแต่โพรงตาว่างเปล่า ในปากไร้เขี้ยวแหลมคม เมื่ออ้าออกก็ดูคล้ายกับวังวน
มันส่งเสียงแหลมสูงอย่างเร่งร้อน ในปากดูเหมือนมีแรงดูดอันน่าพรั่นพรึง จนเงาโดยรอบหลุดล่อนออกจากวัตถุเป็นแผ่นใหญ่ แล้วลอยเข้าไปในปากของมัน
ดูเหมือนจะเป็นวิญญาณคนตายชนิดหนึ่ง ที่กินเงาและสิ่งมีชีวิตประเภทเงาโดยเฉพาะ
เพียงพริบตา ห้องนอนใหญ่ของห้องเฟิร์สคลาสหมายเลข 5 บนสกุณาโบยบิน ก็ดูแปลกประหลาดไปทันที แม้จะยังหลงเหลือแสงสลัวอยู่บ้าง แต่ทุกสิ่งกลับสูญเสียเงาไป จมอยู่ในความมืดอันบริสุทธิ์
ลูเมี่ยนกลับคืนร่างมนุษย์ได้ทันหวุดหวิด เผยตัวบนพรมผืนหนา ใกล้กับตู้เสื้อผ้าอันหรูหรา
แทบจะในเวลาเดียวกัน ร่างสูงใหญ่อีกร่าง ก็ก้าวออกจากความมืด
นั่นคืออัศวินในชุดเกราะสีดำชำรุดทรุดโทรม ตรงเบ้าตามีเปลวไฟสีขาวซีดลุกไหม้ ของเหลวเน่าเปื่อยที่ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง ไหลซึมออกมาตามรอยแยกของแผ่นเกราะ ส่วนผิวหนังที่เผยออกมา เหลือเพียงเลือดเนื้อเหนียวเหนอะ
อัศวินมรณะยกดาบใหญ่ในมือ ก้าวเท้าเดียว ฟันใส่ลูเมี่ยนด้วยบรรยากาศประหนึ่งพร้อมจะทำลายเตียงใหญ่ไปพร้อมกับตู้เสื้อผ้า
ร่างกายลูเมี่ยนมีความยืดหยุ่นสูง เพียงดีดตัวหนึ่งครั้ง ก็เปลี่ยนจากการหันหน้าเข้าหาอัศวินมรณะ งูเหลือมกินเงา และเงาดำผอมสูง มาเป็นการหันข้างให้พวกมันแทน
โครม!
ขณะดาบสองมือของอัศวินมรณะฟันตู้เสื้อผ้าขาดสองท่อน จนเศษชิ้นส่วนกระเด็นกระดอน ลูเมี่ยนก็ทรุดตัวลงฉับพลัน กำหมัดทั้งสองข้างแน่น แล้วทุบใส่พรมหนาสีน้ำตาลเต็มแรง
เปลวไฟสีแดงเกือบขาวจำนวนมาก ระเบิดออกโดยมีจุดดังกล่าวเป็นศูนย์กลาง กวาดไปทั่วทุกมุมห้อง แผดเผาทุกสิ่งสรรพสิ่งที่สามารถติดไฟแผดเผาอันเดดทั้งสาม ที่ดูเหมือนจะมาจากโลกวิญญาณ
โครม! ครืน!
ท่ามกลางคลื่นไฟโหมกระหน่ำ ลูกไฟหลายลูกรวมตัวกัน พุ่งออกจากรอบกายลูเมี่ยน
พวกมันบางส่วนพุ่งไปทางอัศวินมรณะ งูเหลือมกินเงา และเงาดำผอมสูง ส่วนที่เหลือก็แผ่ปกคลุมห้องนอนขนาดไม่เล็กนัก
โครม! ครืน!
ลูกไฟสีแดงเกือบขาวเหล่านั้น ทยอยระเบิดตามๆ กันไป ฉีกร่างอันเดดทั้งสาม ทำลายเตียงนอน โต๊ะเขียนหนังสือ และเครื่องเรือนอื่นๆ จนแหลกละเอียด จนพรมลุกไหม้ส่งควันหนาทึบและกลิ่นฉุน
ท่ามกลางแรงระเบิดอันหนักหน่วง ภายในมิติจำกัดเช่นนี้ ขอเพียงไม่ใช่วิญญาณบริสุทธิ์ หรือกายวิญญาณบริสุทธิ์ ยังมีส่วนที่เป็นกายเนื้ออยู่ ก็ย่อมหลีกเลี่ยงการถูกทำลายไม่ได้ แผ่นเกราะของอัศวินมรณะที่ดูราวกับทำจากเหล็กกล้า แตกกระจายในทันที ส่วนงูเหลือมที่กลืนกินเงา ก็แยกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กลายเป็นเศษซากติดไฟนับไม่ถ้วน
เงาดำผอมสูงมีสภาพดีกว่าเล็กน้อย แต่ก็ถูกไฟเผาเช่นกัน กลายเป็นบางเบาและเปราะบาง
โครม! ครืน!
แม้สกุณาโบยบินจะสร้างจากเหล็กกล้า แต่ในสถานการณ์ที่เหมือนถูกปืนใหญ่หลายกระบอกระดมยิงใส่วงแคบๆ พร้อมกัน ย่อมไม่มีห้องพักใดรอดพ้นจากการถูกทำลายไปได้ แต่ช่างน่าแปลก ห้องนอนใหญ่ของห้องเฟิร์สคลาสหมายเลข 5 กลับมีเพียงรอยแตกร้าวเล็กๆ ตามผนังด้านใน ไม่มีกำแพงหรือประตูแผ่นใดถูกทำลายไปจริงๆ
แน่นอน บาเรียล่องหนซึ่งปกคลุมมิติแห่งนี้อยู่ เริ่มสั่นสะเทือนอย่างหนักหน่วง ราวกับกำลังจะแหลกสลายในอีกหนึ่งวินาทีข้างหน้า
ลูเมี่ยนผู้สร้างการระเบิด ก็ไม่ถือว่าปลอดภัยดี ยังคงได้รับผลจากคลื่นกระแทกที่สะท้อนกลับจากผนัง ประตู และเพดาน ประหนึ่งถูกค้อนเหล็กทุบร่างกายอย่างหนักหน่วงเจ็ดแปดครั้งรวด วิสัยทัศน์เต็มไปด้วยจุดสีทอง ในลำคอเต็มไปด้วยรสชาติคาวเหล็ก
นอกจากนั้น อากาศยังถูกเปลวไฟเผาผลาญในพริบตา จนเด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังขาดออกซิเจน
ท่ามกลางคลื่นไฟโหมกระหน่ำ ร่างของคนผู้หนึ่ง ถูกบีบให้เผยตัวจากความมืด
อีกฝ่ายยืนอยู่ริมหน้าต่างด้านใน สวมเสื้อคลุมยาวสีดำพร้อมฮู้ดหลวมๆ ผิวหนังถูกสายลมจากแรงระเบิด รวมถึงเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ ฉีกทำลายจนเกิดบาดแผลหลายจุด ตามลำตัวมีรอยไหม้ดำ
ลูเมี่ยนพบว่า บนผิวหนังของอีกฝ่าย ขนทุกเส้นล้วนมีสีขาวซีด และมิใช่เส้นเล็กๆ อีกต่อไป แต่ใกล้เคียงกับขนนกเส้นเล็ก แทบไม่สามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่า เมื่อขนเหล่านี้ถูกไฟเผา สิ่งที่ลอยโชยกลับมิใช่ควันหนา แต่เป็นมวลความมืดอันลึกล้ำ
ของเหลวจากบาดแผลหลายแห่ง ก็มิใช่เลือดสีแดงสด แต่เป็นสีเหลืองเขียวคล้ายหนอง
ลูเมี่ยนยังเห็นว่าใต้ฮู้ดที่ถูกเปิดขึ้น คือใบหน้าซีดขาว บนใบหน้าเต็มไปด้วยแผลเรื้อรังลึกจนเห็นกระดูก บนแผลเหล่านั้น ยังพอเห็นขนอ่อนสีขาวซีดอยู่บ้าง
วินาทีถัดมา ลูเมี่ยนเห็นดวงตาสีเชือกป่านเย็นเยียบของอีกฝ่าย และระหว่างดวงตาทั้งสอง บริเวณหว่างคิ้ว มีรอยแยกกำลังขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว
ภายในรอยแยกดังกล่าว มีดวงตาแนวตั้งสีม่วงเข้มเกือบดำ ใกล้เคียงกับภาพลวงตา ปราศจากขนตา ปราศจากม่านตา ภายในราวกับซุกซ่อนลวดลายสีขาวซีดนับไม่ถ้วน
ดวงตาแนวตั้งแปลกประหลาดนี้ สะท้อนร่างของลูเมี่ยนในบันดล
ลูเมี่ยน ผู้ตั้งใจจะ ‘เทเลพอร์ต’ ไปด้านหลังชายสวมฮู้ดแล้วใช้ ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ พลันรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งกะทันหัน
อิทธิพลนี้เกิดขึ้นในระดับวิญญาณ
มันคล้ายกับว่า กายวิญญาณของเขาสูญเสียการปกป้องจากกายเนื้อ จนต้องล่อนจ้อนท่ามกลางแสงอาทิตย์แผดเผา ก่อให้เกิดความกลัว ชะงักงัน และเฉื่อยชาโดยสัญชาตญาณ
โดยปกติแล้ว มนุษย์ใช้กายดาราในการท่องไปในโลกวิญญาณเพื่อรับวิวรณ์ต่างๆ ส่วนกายวิญญาณ หรือก็คือต้นกำเนิดของดวงวิญญาณ แทบไม่เคยแยกจากร่างกาย และได้รับการคุ้มกันอย่างเข้มงวดตลอดเวลา
‘ทะลวงจิต’ ของเส้นทาง ‘ผู้พิพากษา’ โด่งดังด้านการป้องกันได้ยาก เพราะมันละเลยกายเนื้อ กายอากาศ กายดารา และกายปัญญา ส่งผลโดยตรงต่อกายวิญญาณ ไม่ว่าใครก็ล้วนได้รับผลกระทบ เพียงแต่ระดับความรุนแรงแตกต่างกันไป
ลูเมี่ยนเชื่อว่า ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ ก็คงเช่นเดียวกัน
ในดวงตาแนวตั้งสีม่วงเข้มเกือบดำของผู้บุกรุก ลวดลายสีขาวซีดเริ่มหมุนวนเงียบงัน ประหนึ่งต้องการมองทะลุให้เห็นแก่นแท้ของร่างวิญญาณลูเมี่ยน
นี่ทำให้ลูเมี่ยนรู้สึกเหมือนกำลังถูกสแกนด้วยรังสีเอกซเรย์อันเย็นเยียบ จนวิญญาณสั่นเทาแผ่วเบา ไม่อาจก่อกำเนิดความคิดอันซับซ้อน
ขณะเด็กหนุ่มเตรียมจะลงมืออย่างง่ายที่สุด คือถ่ายทอดจิตสำนึกใส่ตราประทับ ‘จักรพรรดิโลหิต’ บนมือขวา ชายแปลกหน้าสวมฮู้ดก็ส่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดทันที
เขาผงะศีรษะไปด้านหลังอย่างแรง ราวกับถูกกระสุนยิงฝังกะโหลก
ดวงตาแนวตั้งสีม่วงเข้มเกือบดำคล้ายภาพลวงตานั่น มิได้โปร่งแสงอีกต่อไป แต่กลับพร่าเลือน มีเลือดสีแดงคล้ำไหลออกมาปนกับน้ำหนองสีเหลืองเขียว
ท่ามกลางเสียงครวญคราง ชายสวมฮู้ดหมุนตัวว่องไว ถูกสิ่งที่มองไม่เห็นกระชากลอยออกไปนอกหน้าต่าง
เห็นภาพดังกล่าว ลูเมี่ยนไม่รีบใช้ ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ ไปขวางหน้าอีกฝ่าย เพียงยกมือขวาขึ้นมาดีดนิ้วดังเป๊าะ
โครม!
ตรงหน้าต่าง เมื่อแสงสีแดงเกือบขาววาบขึ้น แรงระเบิดอันหนักหน่วงก็ห่อหุ้มชายประหลาดสวมฮู้ดเอาไว้
นี่คือกับดักที่ลูเมี่ยนวางเตรียมไว้
ก่อนจะ ‘เข้านอน’ เด็กหนุ่มได้ซ่อนห้องนอนใหญ่เอาไว้ใน ‘ขวดเสกสรร’ โดยมีทางเข้าสองทาง หนึ่งจากหน้าต่าง และอีกหนึ่งจากประตูใหญ่ เงื่อนไขคือ จะผ่านเข้าออกได้เฉพาะสิ่งมีชีวิตที่มีพลังวิเศษเท่านั้น และไม่ว่าจะเป็นทางออกใด ก็ล้วนมีลูกไฟระเบิดหน่วงเวลาถูกติดตั้งอยู่
มันยังสามารถระเบิดในยามถูกกระตุ้นได้ด้วย
ท่ามกลางแรงระเบิดพร้อมด้วยเปลวไฟโหมกระหน่ำ ร่างของชายประหลาดสวมฮู้ดก็ถูกซัดจนลอย กระแทกเข้ากับกรอบหน้าต่างเข้าอย่างจัง สองแขนสองขาแทบจะหลุดออกจากลำตัว
ลูเมี่ยนไม่ลังเล รีบ ‘เทเลพอร์ต’ ไปด้านหน้าชายประหลาด ผู้บาดเจ็บสาหัสจนหมดสติ แล้ว ‘ฮึ่ม’ ใส่ศัตรูหนึ่งครั้ง
ลำแสงสีขาวสองสายพุ่งออกมา กระแทกร่างเหยื่อจนหลับสนิทยิ่งกว่าเดิม
ขณะลูเมี่ยนเตรียมดำเนินแผนต่อไป ตรงทางออกของ ‘ขวดเสกสรร’ ซึ่งแตกละเอียดจากการระเบิด มีแขนหลายคู่พุ่งออกจากความมืดฉับพลัน
บางแขนเต็มไปด้วยตุ่มเนื้อ บางแขนเน่าเปื่อยจนน้ำหนองไหลนอง บางแขนเหลือเพียงกระดูกดำ…
แขนเหล่านี้ คว้าเสื้อผ้าของชายสวมฮู้ด แล้วลากเข้าไปในความมืดมิดทันที อันตรธานไปอย่างไร้ร่องรอย
เห็นฉากตรงหน้า ลูเมี่ยนไม่รีบแปลงร่างเป็นเงาเพื่อไล่ตามลงไป แต่ยังปักหลักในตำแหน่งเดิม ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ใบหน้าของผู้บุกรุกเมื่อครู่ ดูคล้ายคลึงกับ ‘จอมเวทปีศาจ’ บูลแมนในใบประกาศจับเจ็ดแปดส่วน แต่กลับมอบความรู้สึก ‘ไม่เหมือนคน’ รุนแรงยิ่งกว่าหลายเท่า รายละเอียดปลีกย่อยหลายจุด ใกล้เคียงกับสัตว์ประหลาดประเภทอันเดดมากกว่ามนุษย์
ลูเมี่ยนมิได้ประหลาดใจกับการมาเยือนของ ‘จอมเวทปีศาจ’ บูลแมน เพราะเขาเองก็เฝ้ารออยู่
เด็กหนุ่มจงใจพูดถึง ‘ความสัมพันธ์’ ระหว่างฟิเดลกับ ‘จอมเวทปีศาจ’ ต่อหน้าฟิเดล แต่ไม่ได้พูดอย่างชัดเจน เพื่อสร้างภาพลวงตาว่าหลุยส์·แบรี นักผจญภัยผู้กล้าบ้าบิ่นและเจ้ากลอุบาย กำลังขู่กรรโชกเงินจากนักธุรกิจใหญ่
ในสถานการณ์ปกติ ต่อให้ฟิเดลมีปัญหาจริง แต่ก็ไม่ควรลงมือกับลูเมี่ยนเร็วขนาดนี้ ปกติแล้วจะต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดสักสองสามวันก่อน เพื่อยืนยันสถานการณ์รอบตัวเป้าหมาย แต่ที่เขาต้องรีบลงมือทันที เป็นเพราะลูเมี่ยน ‘มอบ’ โอกาสให้ฟิเดล
นักผจญภัยนามว่าหลุยส์·แบรี กำลังเที่ยวโพนทะนาภารกิจของตน ว่าต้องจัดการกับ ‘ลอร์ดมืด’ ให้ได้!
ดังนั้น หากเขาจะถูก ‘คลาส·คีซ’ เชือดทิ้งภายในวันสองวัน มันก็คงดูไม่แปลกแต่อย่างใด
การตายของนักผจญภัยอวดดีหนึ่งคน ย่อมไม่สร้างคลื่นกระเพื่อมใด และไม่ก่อให้เกิดความสงสัยแม้แต่น้อย
เช่นนั้นแล้ว ก็ถือโอกาสนี้ขจัดภัยแฝงให้สิ้นซากตั้งแต่เนิ่นๆ เลยไม่ดีกว่าหรือ?
แม้ว่าหลุยส์·แบรีจะเพียงแค่สงสัย ซ้ำยังปราศจากหลักฐาน แต่ก็เพียงพอต่อการดึงดูดผู้วิเศษทางการให้หันเหความสนใจมา
การ ‘แสดง’ ของลูเมี่ยนในบาร์เมื่อคืน ดูเหมือนจะเป็นการล่อ ‘ลอร์ดมืด’ คลาส·คีซ แต่ความจริงแล้ว เขากำลังล่อนักธุรกิจใหญ่ฟิเดล·เกร์รา!
หากฟิเดลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ‘จอมเวทปีศาจ’ จริง ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์สืบเนื่อง ลูเมี่ยนสามารถย้อนกลับไปยังแผนเดิม นั่นคือการหวนกลับไปล่า ‘ลอร์ดมืด’ ต่อ แต่ถ้าหากทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องกันจริง อีกฝ่ายก็ต้อง ‘ตอบสนอง’ ในทันทีแน่นอน
เรื่องเหนือคาดสำหรับลูเมี่ยนคือ พลังที่ ‘จอมเวทปีศาจ’ บูลแมนสำแดงให้เห็น อาจมีส่วนคล้ายคลึงกับหลายๆ เส้นทางที่เขารู้จัก แต่ก็ยังมีบางส่วนแตกต่างกันด้วย!
……………………………………………………..