ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 529 ไร้สติ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 529 ไร้สติ
ตอนที่ 529 ไร้สติ
สองมือที่บูลแมนยกขึ้น โปรยผงเรืองแสงลงมา
ส่งผลให้ร่างของเขาเริ่มจางลง โปร่งใสมากขึ้น ประหนึ่งกลายเป็นสิ่งมีชีวิตจากโลกวิญญาณ ที่คนธรรมดายากจะมองเห็น
เพียงชั่วพริบตา ‘จอมเวทปีศาจ’ ก็หายไปจากตำแหน่งเดิม
ลูเมี่ยนไม่พยายามขัดขวาง ไม่พยายามหลบเลี่ยงการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น เพียงบรรจงหยิบถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ ติดหนามสีดำเหล็กออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ แล้วสวมมันไว้กับมือ
จัดการเสร็จ เด็กหนุ่มก็ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง นำสองมือสัมผัสพื้น
เปลวไฟสีแดงฉาน แผ่ขยายออกไปทุกสารทิศโดยมีร่างลูเมี่ยนเป็นศูนย์กลาง พร้อมกับสร้างการระเบิดเป็นวงกว้าง
ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครม คลื่นอัคคีกำลังม้วนตัว แผ่ปกคลุมดินแดนรกร้างโทนสีเทาดำแห่งนี้ จนร่างของบูลแมน ผู้สวมเสื้อคลุมสีดำติดฮู้ด ถูกบังคับเผยตัวกลางอากาศ
เขากำลังบินเข้าหาลูเมี่ยนด้วยความเร็วไม่มากไม่น้อย ลดระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายลง
ร่างของลูเมี่ยนเลือนลับไปทันที แล้วเผยตัวอีกครั้งด้านหลังบูลแมน
ข้ามโลกวิญญาณ!
ต่อมาทันที ลูเมี่ยน ผู้กำลังถือลูกไฟสีแดงเกือบขาวไว้ในมือซ้าย ได้ส่งเสียงฮึ่มออกมา
ลำแสงสีขาวสองสายพุ่งออกจากจมูกของเด็กหนุ่ม ชนกระแทกร่างบูลแมนอย่างจัง
บูลแมน ผู้ลอยอยู่กลางอากาศ มิได้สลบเหมือดในทันทีเหมือนคราวก่อน ร่างของเขาสั่นไหวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะฝืนหมุนตัวกลับหลัง จ้องมองลูเมี่ยนผู้กำลังร่วงลงสู่ทะเลเพลิงเบื้องล่าง
ตรงหว่างคิ้วของเขา เนตรลวงตาสีม่วงเข้มเกือบดำปรากฏอย่างเด่นชัด ภาพสะท้อนของลูเมี่ยนปรากฏอยู่ท่ามกลางลวดลายสีขาวซีด
แทบจะในเวลาเดียวกัน เงาดำสูงผอมก็แยกตัวออกจากร่างของบูลแมน โดยไม่ไกลออกไป ท่อนแขนจำนวนมาก ที่ล้วนทำจากกระดูกขาวหรือเน่าเปื่อยมีหนองไหล พลันโผล่ออกจากความว่างเปล่า ห้อมล้อมร่างโปร่งบางของบูลแมนไว้
การใช้เวทมนตร์เมื่อครู่ของเขา มิใช่เพื่อแอบเข้าใกล้หรือโจมตีลูเมี่ยน แต่เป็นการแอบแลกเปลี่ยนวิญญาณของตนกับอันเดดในการปกครอง วางกับดักล่อให้เด็กหนุ่มใช้คาถาประหลาดๆ นั่นโจมตีใส่ร่างตน
ในสถานการณ์ดังกล่าว การปราศจากกายวิญญาณ เท่ากับว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากพลังที่เน้นโจมตีกายวิญญาณโดยตรง!
จากนั้น บูลแมนจะฉวยโอกาสใช้ ‘เนตรลวงตา’ ข่มขวัญศัตรู เปิดโอกาสให้พวกอันเดดในการปกครองของตน
คราวนี้ เขาจะไม่สอดส่องความลับของกายวิญญาณอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้งเพื่อหาจุดอ่อนและเอาชนะในคราวเดียว รวมถึงไม่พยายามดูดซับความรู้ทางศาสตร์เร้นลับที่เกี่ยวข้องอีกแล้ว!
หลังจากถูก ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ เล่นงานอย่างหนักในคืนก่อน เขาได้วางแผนบุกโดยคำนึงถึงพลังชนิดนี้ของศัตรู
เพียงพริบตา วิญญาณของบูลแมนสลับกับเงาดำสูงผอมอีกครั้ง กลับคืนสู่กายเนื้อ
ขณะเดียวกัน ลูเมี่ยนกำลังเผชิญกับภาวะวิญญาณถูกข่มขวัญ ถูกกดทับ จนร่างกายเหมือนถูกแช่แข็ง รอบตัวเต็มไปด้วยท่อนแขนอันน่าขนลุกขนพอง ที่ปกคลุมด้วยเนื้องอกเน่าเปื่อยหรือมีดวงตานับไม่ถ้วนยื่นออกจากความว่างเปล่า พยายามจับคว้าร่างของเด็กหนุ่ม
ทันใดนั้นเอง ลูกไฟสีแดงเกือบขาว ที่ลูเมี่ยนกำไว้ในมือซ้ายก็เกิดระเบิด
บึ้ม!
อำนาจทำลายล้างส่วนใหญ่ของระเบิด ถูกป้องกันไว้ด้วยถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ แต่มันไม่ใช่ถุงมือแบบคลุมทั่ว บางส่วนของฝ่ามือซ้ายที่ไร้การป้องกันจึงกลายเป็นเนื้อเละทันที
ความเจ็บอันหนักหน่วงแต่คุ้นเคย เสียดแทงเข้าสู่สมองกับกายวิญญาณของเด็กหนุ่ม ช่วยให้ได้สติกลับมาชั่วขณะ ช่วยให้ตื่นจากการถูกข่มขวัญจนร่างกายเอาแต่หวาดผวา
ถือโอกาสขณะมีสติเพียงชั่วครู่ ลูเมี่ยนกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวาอีกครั้ง พาตัวเองหายวับไปจากตำแหน่งเหนือทะเลเพลิง อันตรธานไปท่ามกลางแขนประหลาดของเหล่าอันเดด ที่ยื่นออกจากความว่างเปล่า
เด็กหนุ่มเองก็คอยระวังตัวจากอำนาจข่มขวัญของ ‘เนตรลวงตา’ ของบูลแมนเช่นกัน
ลูกไฟสีแดงเกือบขาวที่เขากำไว้ในมือซ้าย โครงสร้างของมันขาดเสถียรภาพอย่างรุนแรง จำเป็นต้องพึ่งพาสมาธิในการคงรูปเอาไว้ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อได้รับอิทธิพลจากเนตรลวงตาจนไม่อาจรักษาสมาธิอันจดจ่อ โครงสร้างก็จะสลายตัวโดยธรรมชาติ ลูกไฟก็จะระเบิดเพื่อทำร้ายตัวเองไปพร้อมกับปลุกให้ตื่น
หากวิธีนี้ยังไม่ช่วยให้รอดจากการข่มขวัญของเนตรลวงตา ทะเลเพลิงเบื้องล่างคือมาตรการรับมือชั้นที่สอง โดยมีออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ บนมือขวาเป็นหลักประกันชั้นสุดท้าย
ร่างของลูเมี่ยนหายลับไป แล้วเผยตัวอีกครั้งด้านหลังบูลแมน
บูลแมนราวกับรอจังหวะนี้อยู่ รีบยกสองมือไปด้านหลัง โปรยผงชนิดหนึ่งที่น่าจะบดจากต้นไม้
ท่ามกลางเสียงเปรี้ยะๆ อสนีบาตสีเงินขาวตกลงใส่ศีรษะของลูเมี่ยนหลายกลุ่ม ประหนึ่งเจ้าพายุกำลังลงทัณฑ์จากฟากฟ้า
หากเป็นผู้วิเศษส่วนใหญ่ การโจมตีนี้ถือว่าเพียงพอที่จะทำให้ชาไปทั้งตัว พร้อมกับสั่นเป็นเจ้าเข้า แต่ร่างของลูเมี่ยนกลับไม่แสดงอาการเหล่านั้นเลย ตรงกันข้าม มันเพียงแตกกระจายเหมือนเงาสะท้อนบนผิวน้ำ ท่ามกลางสายฟ้าโหมกระหน่ำ
ลูเมี่ยนตัวจริงกำลังขดตัวอยู่ตรงฐานของเงา เป้าการโจมตีของบูลแมนเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา ที่เขาสร้างด้วย ‘ใบหน้าของไนเซอร์’!
โดยแก่นแท้แล้ว ‘ใบหน้าของไนเซอร์’ คือมายากลชนิดหนึ่ง เพียงแต่ไม่สามารถใช้กับมนุษย์อื่นหรือวัตถุอื่น ต้องกระทำกับตัวเองเป็นหลัก ดังนั้นลูเมี่ยนจึงแสร้งทำตัวเป็นรากไม้ แผ่ภาพลวงตาของดอกไม้และกิ่งก้านแตกแขนงออกไป
นี่ไม่ต่างอะไรกับการใช้ ‘ใบหน้าของไนเซอร์’ เพื่อเพิ่มความสูงให้ตัวเอง หรือเสริมสร้างความบึกบึน
ท่ามกลางประกายอสนีแลบแปลบปลาบ ลูเมี่ยนผู้กำลังร่วงหล่น ระดมลูกไฟสีแดงฉานสองลูกไว้ตรงฝ่าเท้ากับแผ่นหลัง
บึ้มบึ้ม!
เมื่อลูกไฟระเบิด ร่างของเด็กหนุ่มก็ถูกส่งให้ลอยขึ้น พุ่งเข้าหาบูลแมนผู้ลอยค้างอยู่นานแล้ว
อีกฝ่ายเคลื่อนไหวเร็วมาก แถมระยะห่างก็ไม่ถือว่าไกลกัน บูลแมนจึงหลบไม่พ้น ทำได้เพียงเบี่ยงตัวเล็กน้อย ตรงหัวไหล่งอกหอกยาวร้อยด้วยกระดูกขาว ปลายหอกคมกริบอย่างผิดวิสัย
ลูเมี่ยนยิ้มบนใบหน้า ไม่พยายามหลบ ไม่พยายามเลี่ยง เพียงปล่อยให้หอกกระดูกขาวแทงทะลุอกขวาของตน
ด้วยเสียง ‘ฉึก’ เด็กหนุ่มเหวี่ยงกำปั้นซ้าย ต่อยใส่ข้างใบหน้าของบูลแมนเต็มแรง จนศีรษะของ ‘จอมเวทปีศาจ’ คนนี้ถึงกับเอียงไปอีกฝั่งบนใบหน้าเริ่มปรากฏรูพรุนลึก มีเลือดหนองไหลเยิ้ม จนดวงตาของบูลแมนฉาบล้นไปด้วยโทสะ ราวกับได้เห็นศัตรูที่ฆ่าภรรยาของตน!
รอยประทับสีดำบนไหล่ขวาของลูเมี่ยน เรืองแสงสลัวอีกคราหนึ่ง
ร่างของเขาหายไปจากข้างกายบูลแมน อันตรธานไปท่ามกลางเงาดำสูงผอมกับมวลหมู่อันเดดที่กรูเข้ามาจากทุกทิศทาง เหลือทิ้งไว้เพียงหอกกระดูกขาวเปื้อนเลือดสด แต่มันกำลังลุกไหม้อย่างเกรี้ยวกราด
คราวนี้ลูเมี่ยนเผยตัวไกลออกไปหลายสิบเมตร ตรงริมขอบทะเลเพลิงอันกว้างใหญ่
บาดแผลบนอกขวาของเด็กหนุ่ม ดูแล้วน่าขนพองสยองเกล้า เลือดสดยังคงหยดติ๋งๆ
แต่ในมือของเขา กำลังถือขลุ่ยกระดูกที่มีรูแดงคล้ำเกือบดำ
กลอนดนตรีเคืองแค้น!
ลูเมี่ยนยกขลุ่ยกระดูกแนบริมฝีปาก ขณะถอยหลังก็เป่าทำนองอันเศร้าสร้อยแต่ไพเราะออกมา
บูลแมนผู้เตรียมจะพุ่งเข้าประชิดตัว หมุนเนตรลวงตาอีกครั้ง แต่กลับต้องชะงักงันในทันที เฉกเช่นเหล่าอันเดดที่ต่างก็ตัวแข็งทื่อไป
เพียงพริบตาเดียว เลือดและหนองทยอยไหลซึมจากดวงตา จมูก ปาก และหูของบูลแมน ราวกับภายในร่างกายเกิดระเบิดอื้ออึงที่มองไม่เห็น
ความโกรธ ความคลั่งไคล้ และความปรารถนาจะแก้แค้นของเขา ถูกจุดระเบิดโดย ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’
มันทำให้เขาต้องเผชิญช่วงเวลาอันยากลำบาก
ลูเมี่ยนไม่ได้เป่า ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ ตั้งแต่ต้น เพราะบูลแมนแตกต่างจากผู้วิเศษทั่วไป กับคนอื่นอาจต้องเสียเวลาค้นหาปัญหา แต่กับบูลแมนแล้ว ปัญหาในตัวเขามีมากเสียจนลูเมี่ยนไม่กล้าผลีผลามเป่าขลุ่ยเล่น
สภาพจิตใจของบูลแมนไม่มั่นคงอย่างยิ่ง ปัญหาทางจิตรุนแรงเกินไป แรงกระหายที่จะคืนชีพให้ภรรยาและแก้แค้นพวกนักต้มตุ๋นชาวหมู่เกาะนั่น ก็ถูกสะสมไว้ในปริมาณมากเกินพอดี กายเนื้อของเขาก็ผ่านการดัดแปลงในขอบเขต ‘มรณา’ มาบ้าง แถมเมื่อคืนยังถูกลูเมี่ยนย้อนเกล็ดจนบาดเจ็บสาหัส เรียกได้ว่าในตัวเต็มไปด้วยอันตรายแฝง…
เมื่อเผชิญกับศัตรูเช่นนี้ กระทั่งลูเมี่ยนก็ยังไม่แน่ใจว่า ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ จะสร้างผลลัพธ์แบบใด หากจุดระเบิดได้เพียงอารมณ์และแรงกระหายก็ดีไป แต่หากถึงกับทำให้บูลแมนสูญเสียการควบคุมขั้นพื้นฐาน ‘จอมเวทปีศาจ’ ก็อาจคลุ้มคลั่งขึ้นมา กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่มีพลังผสมปนเปกัน
สัตว์ประหลาดเช่นนั้น ดูแล้วคงจัดการได้ยากยิ่งกว่าบูลแมนตัวเป็นๆ เสียอีก!
ดังนั้น หลังจาก ‘วิชาฮึ่มฮ่า’ ไร้ผล ลูเมี่ยนจึงหันไปพึ่งพาถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ แทน เพื่อจุดอารมณ์และแรงกระหายให้สอดคล้องสภาพปกติของบูลแมน ด้วยวิธีนี้ เมื่อใช้ ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ ในภายหลัง ก็ย่อมมีโอกาสสูงที่อารมณ์และแรงกระหายของเป้าหมายจะเกิดการปะทุ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสภายใน
เมื่อเห็นบูลแมน ที่อารมณ์กับแรงกระหายกำลังเดือดพล่าน กำลังร่วงลงสู่ทะเลเพลิง ลูเมี่ยนรีบใช้ ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ อีกครั้ง หายตัวไปโผล่เบื้องหน้าอีกฝ่ายทันที
ผัวะผัวะผัวะ!
เด็กหนุ่มเหยียดสองแขนแล้วรัวหมัดออกไปชุดใหญ่ ทุบตีร่างของบูลแมนไม่พัก
บนผิวกำปั้นทั้งสองข้างที่กำลังสวมถุงมือทุบตี ลูกไฟสีแดงเกือบขาวกำลังถูกบีบอัดหลายชั้น
ผัวะผัวะผัวะ! ถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ เปรียบดังงูเหลือมสองหัว คอยฉีกเนื้อเถือหนังบนร่างกายบูลแมนไม่หยุด
บึ้มบึ้ม!
รอบตัวลูเมี่ยน ลูกไฟสีแดงฉานกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า ถูกจุดระเบิดโดยไม่มีการตระหนี่ คอยปิดกั้นเงาดำสูงผอม ท่อนแขนประหลาด กับอันเดดอีกนับไม่ถ้วนไว้ด้านนอก ไม่อนุญาตให้พวกมันเข้ามารบกวน
หนึ่งหมัด สองหมัด สามหมัด! ในดวงตาของเด็กหนุ่มมีเพียงภาพบูลแมนผู้เลือดอาบ
เขากำลังนึกถึงหมู่บ้านที่ถูกบูลแมนทำลายไป นึกถึงเหล่าผู้บริสุทธิ์ที่ต้องตายไปเพราะอีกฝ่าย
ในจำนวนนี้ มีกี่คนเป็นภรรยาที่ได้รับความรัก? มีกี่คนเป็นสามีที่ครอบครัวรอให้กลับไป? มีกี่คนเป็นพ่อแม่ที่ต้องดูแลลูกน้อย? และมีกี่คนเป็นลูกน้อยแก้วตาดวงใจของพ่อแม่?
หมู่บ้านกอร์ตูถูกทำลายเพราะความทะเยอทะยานของเหล่าเทพมาร แล้วผู้บริสุทธิ์เหล่านั้นต้องตายเพื่ออะไร?
ดวงตาของลูเมี่ยนเริ่มแดงก่ำ กำปั้นยิ่งทวีความหนักหน่วงเมื่อยิ่งเหวี่ยงออกไป
คราวนี้เขาไม่ได้ ‘คิดแทน’ บูลแมน แต่ ‘คิดแทน’ หมู่บ้านที่ถูกทำลายไป ‘คิดแทน’ ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกบูลแมนสังหาร
หมู่บ้านกอร์ตูในเวลานั้น ก็เป็นแบบนี้มิใช่หรือ?
ความทะเยอทะยานของเหล่าเทพมารนั่น คือต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด!
ผ่านไปไม่กี่วินาที บูลแมน ผู้ถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์เพราะความเจ็บปวดรวดร้าว เริ่มเปล่งเสียงแปลกประหลาด เย็นเยียบ และยากจะทำความเข้าใจออกจากลำคอ
เสียงนี้ราวกับจะถลกเนื้อหนังของลูเมี่ยนออก จนกายวิญญาณถูกเปิดเผยท่ามกลางแสงอาทิตย์อันตรายและเม็ดทรายสีเทาดำ
การเคลื่อนไหวของลูเมี่ยนเริ่มช้าลง จนกระทั่งท่อนแขนประหลาดเหล่านั้นยื่นเข้ามา ลากบูลแมนออกไปจากตำแหน่งเดิม
ฟู่…ลูเมี่ยนถอนหายใจเพื่อฟื้นฟูกำลังวังชา
เด็กหนุ่มมิได้ไล่ตามไป เพียงเงียบมองความว่างเปล่าเบื้องหน้า ยกมือขวาขึ้นแล้วดีดนิ้วดังเป๊าะ
บึ้มบึ้ม!
ท่ามกลางเปลวไฟอันร้อนแรงที่ลุกโชนกะทันหัน ร่างของบูลแมนปรากฏอีกครั้งในสภาพระเบิดจากภายใน เศษเนื้อแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
อัดไฟ!
‘อัดไฟ’ ของ ‘นักล่า’!
ความจริงแล้ว เมื่อครู่ถือว่าลูเมี่ยนมีสติไม่เต็มร้อย วิธีลงมือที่ดีที่สุดควรเป็นการใช้ ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ เล่นงานจุดอ่อนของบูลแมนขณะอารมณ์กับแรงกระหายของอีกฝ่ายถูกจุดระเบิด เพื่อทำการสังหารในพริบตาเดียว แต่เด็กหนุ่มกลับอยากต่อยอีกฝ่าย อยากเน้นไปทีละหมัด อยากต่อย ‘ตัวเอง’ ที่ซ่อนอยู่ในความมืดของจิตใจ อยากต่อย ‘ตัวเอง’ ที่ทำให้เขาหวาดกลัว!
ตุบ! ศีรษะของบูลแมนร่วงลงบนพื้น
ในความพร่าเลือน เขาเห็นร่างสตรีผอมเพรียว ผมดำตาฟ้า ใบหน้างดงาม
นั่นคือเฮเลน ภรรยาของเขา
ธ…เธอกลับมาแล้วหรือ? บูลแมนอดยิ้มไม่ได้ พยายามยื่นแขนออกไป
แต่เขาไม่มีแขนแล้ว
ความรู้สึกของเขาเริ่มเลือนราง เบื้องหน้ามืดมิด แต่กลับเหมือนมีแสงอาทิตย์ซ่อนอยู่ในส่วนลึก
‘จอมเวทปีศาจ’ บูลแมน สิ้นชีวิต
……………………………………………………..