ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 530 ความเอื้อเฟื้อ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 530 ความเอื้อเฟื้อ
ตอนที่ 530 ความเอื้อเฟื้อ
ลูเมี่ยนจ้องมองศีรษะของบูลแมน ที่ฉาบล้นด้วยความยินดีปนโล่งใจซึ่งกำลังแข็งตัว พลางถอดถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ กับ ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ ออก พร้อมกับยุติ ‘ใบหน้าของไนเซอร์’
เด็กหนุ่มรีบสวมต่างหูคำลวงสีเงิน นำผ้าพันแผลสีขาวออกมา ย้ายบาดแผลบนหน้าอกขวาที่มีรอยไหม้แล้วปฐมพยาบาล จากนั้นก็ทำแบบเดียวกันกับฝ่ามือซ้ายที่เละเทะ
บริเวณโดยรอบลุกโชนด้วยเปลวไฟสีแดงอีกครั้ง แผดเผาดวงเลือดและเศษเนื้อกระจัดกระจาย
ระหว่างนี้ ลูเมี่ยนรวบรวมชิ้นส่วนศพของบูลแมน ที่กระจัดกระจายอยู่ใกล้เคียง เพื่อนำมากองไว้ข้างๆ ศีรษะของเจ้าตัว
เด็กหนุ่มประเมินเวลาอยู่ตลอด หากตะกอนพลังของบูลแมนยังไม่แยกตัวออกมา เขาต้องนำกองซากศพเหล่านี้ไปไว้ในป่าข้างภูเขาไฟอันดาเทนา
เนื่องจากถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ จะดึงดูดสายตาขององค์ซ่อนเร้นบางตน จนพระองค์ส่งตัวอันตรายมาโจมตี
แต่ไหนแต่ไร หลังจากการใช้งานถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ ทุกครั้ง ลูเมี่ยนต้องรีบออกจากจุดเกิดเหตุ แต่ศึกล่าสุดนี้กินเวลาไม่นาน อีกทั้งถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ ก็ถูกยัดเก็บใส่ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ เรียบร้อยแล้ว จึงสามารถเอ้อระเหยได้อีกสักพัก
ขณะมองดูจุดแสงสีม่วงอ่อน ขาวซีด และดำสนิท แยกตัวออกจากศีรษะกับกองซากศพบูลแมน แล้วผสานเข้าด้วยกัน ลูเมี่ยนค้นพบวัตถุต่างๆ ตามพื้นดินและบนเสื้อผ้าฉีกขาด
สมองจำลองก้อนเล็ก ดูคล้ายกับทองเหลืองเปื้อนเลือด กล้องส่องทางไกลสีดำสนิทยืดหดได้ ขี้ผึ้งกับผงต่างๆ บรรจุในขวดโลหะใบเล็ก มีคทากระดูกสั้นๆ เข็มกลัดแปลกตารูปกระดูกสีขาวล้อมรอบดวงอาทิตย์ สมุดบันทึกปกอ่อนในกล่องเหล็ก แหวนทองคำธรรมดาหนึ่งวง และเหรียญทองกับเหรียญเงินอีกนับไม่ถ้วน กระจัดกระจายอยู่บนพื้น…
ส่วนพวกใบรับรองเงินฝาก หรือธนบัตรเงินสด คงถูกทำลายไปพร้อมกับการระเบิดและทะเลเพลิงแล้ว
ลูเมี่ยนไล่เก็บสิ่งของทีละชิ้น จากบรรดาทั้งหมด มีอยู่สามชิ้นแฝงพลังวิเศษ เพียงแค่สัมผัสก็รับรู้ถึงปฏิกิริยาไม่ดีที่แตกต่างกันไป
โชคยังดี เราวางแผนปิดบัญชีบูลแมนในพริบตา…ถ้าปล่อยให้อีกฝ่ายมีเวลาใช้งานสมบัติวิเศษพวกนี้คงตึงมือแน่…การเผชิญหน้ากับศัตรูกึ่งเสียสติแต่มีทรัพยากรเหลือเฟือ ต้องรีบปิดฉากโดยเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้ฟื้นตัว…ของพวกนี้ บางอย่างคงเก็บสะสมเอง บางอย่างคงขโมยมาจากฟิเดล…สุดท้าย ลูเมี่ยนหยิบกล่องเหล็กที่มีรอยบุบและรอยแตกขึ้นมา
ในสมุดบันทึกปกอ่อนในกล่อง มีแผนที่ขุมทรัพย์เปื้อนเลือดนิดๆ แทรกอยู่ ลูเมี่ยนแค่มองผ่านๆ ก็ดูออกทันทีว่าคงเป็นแผนที่ทางทะเล ที่นำไปสู่เกาะแห่งหนึ่งในบางน่านน้ำ บนนั้นมีบันทึก ‘รูปแบบความผันผวนของสภาพอากาศ’ กับ ‘เส้นทางเดินเรือปลอดภัย’ ไว้สองเส้นทาง
นี่คือแผนที่ขุมทรัพย์ปลอม ที่มาร์ค·เบนิโต้ขายให้บูลแมน? ลูเมี่ยนเปิดสมุดบันทึกปกอ่อนสีเข้มไปหน้าแรก เห็นตัวอักษรหวัดๆ เขียนไว้ว่า
“สภาพจิตใจของเราไม่มั่นคง มักหลงลืมในหลายสิ่ง ต้องจดบันทึกความรู้ทั้งหมดไว้ ห้ามลืมโดยเด็ดขาด”
ลูเมี่ยนไม่ได้อ่านอย่างละเอียด เพียงเก็บแผนที่ขุมทรัพย์ปลอม กับสมุดบันทึกปกอ่อนไว้กับตัว
เด็กหนุ่มกวาดตามองกองซากศพอีกครั้ง พบว่าบนนิ้วนางข้างซ้ายของบูลแมน สวมแหวนทองคำธรรมดาอยู่วงหนึ่ง
มันดูคล้ายกับแหวนทองคำในกองวัตถุเมื่อครู่มาก อันหนึ่งใหญ่กว่า อันหนึ่งเล็กกว่า อันหนึ่งหยาบกว่า อีกอันประณีตกว่า
ลูเมี่ยนเข้าใจความเป็นไปทันที
เด็กหนุ่มถอดแหวนทองคำออกจากนิ้วนางซ้ายของบูลแมน แล้วใช้ลวดเหล็กครึ่งท่อนที่พกติดตัวเสมอ มัดมันเข้ากับแหวนทองคำอีกวง
ลูเมี่ยนเดินไปทางปากปล่องภูเขาไฟสีเทาดำสองสามก้าว โยนแหวนคู่นั้นลงไปในหลุมสีแดงอย่างเงียบงัน
ขณะนี้ ตะกอนพลังของบูลแมนตกผลึกเสร็จสิ้นแล้ว ผสานเข้ากับบางส่วนของศพ กลายเป็นวัตถุสองชิ้น
หนึ่งคือดวงตาซ้ายโปร่งใสสีม่วงอ่อน อีกหนึ่งคือดวงตาขวาสีดำสนิท ประดับด้วยจุดสีขาวซีด
ลูเมี่ยนเก็บตะกอนพลังทั้งสองก้อนขึ้นมา หยิบศีรษะของบูลแมน แล้วเลือนหายไปจากตำแหน่งเดิม
อย่างเงียบงัน เปลวไฟลุกโชนอีกครั้งรอบปากปล่องภูเขาไฟสีเทาดำ เผาทำลายซากศพของบูลแมนที่ยังหลงเหลือ
ร่างของลูเมี่ยนเผยตัวในตำแหน่งห่างจากเดิมสองร้อยกว่าเมตร ก้มลงเก็บหมวกสานสีทอง ที่ถูกลมแรงพัดมาทางนี้
เด็กหนุ่มสวมหมวกลงบนศีรษะ แล้วก็หายตัวไปอีกครั้งในพริบตา
คราวนี้ปรากฏตัวบนถนน ด้านนอกสถานีรถไฟไอน้ำภูเขาไฟอันดาเทนา
ลูเมี่ยนเงยหน้ามองปากปล่องภูเขาไฟสีเทาดำ พบว่าแสงอาทิตย์ยามเย็นสีทองสลับแดงดุจดังลาวาเลือนหายไปเร็วกว่าที่คิด
ใช้เวลาไม่นาน ยอดภูเขาก็เปลี่ยนเป็นสีดำ
…………
ท่าเรือฟาริม ในวิหาร ‘เดอะฟูล’ ซึ่งไม่ไกลจากเขตไข่มุกดำมากนัก
ลูเมี่ยนกดหมวกสานสีทองบนศีรษะ เดินเข้าไปหาบิชอปครึ่งคนยักษ์ ผู้สวมหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูงกับเสื้อโค้ตสีดำ แล้วพูดเสียงทุ้มว่า
บิชอปครึ่งคนยักษ์ สูงกว่าสองเมตรครึ่ง ใช้ดวงตาสีฟ้ามองลงมายังลูเมี่ยนสักครู่ แล้วพยักหน้าพูดว่า
“ตามผมมา”
เขาพาลูเมี่ยนเข้าไปในห้องสารภาพบาปพิเศษ ปราศจากหน้าต่าง มืดมิดดำสนิท
“ผมไม่อยากสารภาพบาปในความมืด” ลูเมี่ยนถอดหมวกสานสีทองออก พูดอย่างสงบ
บิชอปครึ่งคนยักษ์จุดเทียนในห้อง แล้วปิดประตู
ตุบ! ลูเมี่ยนโยนศีรษะปราศจากดวงตา ที่มีขนสีขาวซีดแซม ลงตรงฝ่าเท้าบิชอปครึ่งคนยักษ์
“คุณมาสารภาพบาปเรื่องที่ฆ่าคนมาหรือ?” บิชอปครึ่งคนยักษ์มองผ่านๆ แล้วถามด้วยเสียงนุ่มนวล
“เปล่า ผมแค่พาเขามาสารภาพบาป” ลูเมี่ยนชี้ไปทางศีรษะโชกเลือด ที่มีน้ำหนองสีเหลืองไหลเยิ้ม “ชายคนนี้คือ ‘จอมเวทปีศาจ’ บูลแมน”
“บูลแมน?” บิชอปครึ่งคนยักษ์เพ่งพินิจศีรษะนั้นอย่างละเอียด พบลักษณะเด่นหลายอย่าง
เขาเงียบไปสักครู่แล้วพูดต่อ
“คุณต้องการให้ศาสนจักรช่วยรับเงินรางวัลจากรัฐบาลอินทิสแทน?”
“ผมบอกไปแล้ว ผมพาเขามาสารภาพบาป เงินค่าหัวของชายคนนี้คือส่วนหนึ่งของการสารภาพบาป” ลูเมี่ยนยังคงไม่เปลี่ยนน้ำเสียง
บิชอปครึ่งคนยักษ์คิดตามไม่ทันอยู่สักพัก
ลูเมี่ยนนำข้าวของส่วนใหญ่ของบูลแมนออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ เหลือไว้เพียงสมุดบันทึกปกอ่อนสีเข้ม กับแผนที่ขุมทรัพย์ปลอม
เกิดเสียงดังสวบสาบ วัตถุวิเศษหรือวัตถุมีค่าเหล่านี้ ถูกเทลงบนพื้นทั้งหมด
“นี่ก็ส่วนหนึ่งของการสารภาพบาป” ลูเมี่ยนอธิบายรวบรัด “ผมอยากใช้เงินค่าหัว รวมกับเงินจากการขายสิ่งของเหล่านี้ ตั้งมูลนิธิการกุศลเพื่อชดเชยให้กับเหยื่อของบูลแมน หรือญาติของพวกเขา ถ้ายังเหลือก็…ก็เอาไปช่วยเหลือเด็กเร่ร่อน”
บิชอปครึ่งคนยักษ์ สวมหมวกทรงสูงกับเสื้อโค้ต เงียบไปอีกสักครู่
“เงินค่าหัวของ ‘จอมเวทปีศาจ’ มีราคาถึง 600,000 เฟลคิน วัตถุเหล่านี้ก็มีมูลค่าสูงลิบลับ รวมกันแล้วอาจมากถึง 1,000,000 เฟลคิน มันคือตัวเลขจำนวนมหาศาลที่ใครก็ไม่อาจมองข้าม มากพอจะทำให้คุณไม่ต้องเสี่ยงอันตรายไปชั่วชีวิต”
“คุณแน่ใจแล้วหรือ ว่าประสงค์จะบริจาคให้ทางเรา เพื่อตั้งมูลนิธิการกุศล?”
ลูเมี่ยนไม่ได้ตอบคำถามของบิชอปครึ่งคนยักษ์ เพียงแต่พูดคำเดิมซ้ำ
“นี่คือการสารภาพบาปของบูลแมน”
“ตกลง ในเมื่อคุณศรัทธาศาสนจักรเรา เราจะทำตามความประสงค์นั้น” บิชอปครึ่งคนยักษ์กล่าว “ผมชื่อไทส์ จำชื่อเอาไว้ให้ดี คุณสามารถตรวจสอบความคืบหน้าของมูลนิธิการกุศลได้ทุกเมื่อ”
ลูเมี่ยนมองตราศักดิ์สิทธิ์ของเดอะฟูลในห้องสารภาพบาป นำมือแตะอก โค้งตัวเล็กน้อยพลางกล่าว
“มิสเตอร์ฟูลจงเจริญ!”
จากนั้นก็หลับตาลง เริ่มสวดวิงวอน
“ข้าแต่พระองค์ผู้ยิ่งใหญ่ โปรดลงทัณฑ์บาปที่มนุษย์ได้ก่อ โปรดทอดพระเนตรการชดใช้ของตัวข้า”
“นี่ไม่ใช่การไถ่บาป แต่เป็นการลงโทษตนเอง…”
ลูเมี่ยนสารภาพบาปอย่างจริงจังเป็นเวลานาน ก่อนจะเหยียดตัวยืนตรง ลืมตา แล้วหันหลังเดินไปทางประตู
“มูลนิธิการกุศลจะมีชื่อว่าอะไร?” บิชอปครึ่งคนยักษ์รีบถาม
ลูเมี่ยนถอนหายใจแล้วตอบ
“เฮเลน มูลนิธิการกุศลเฮเลน”
“จำเป็นต้องบอกทางการหรือไม่ ว่าใครเป็นผู้สังหารบูลแมน?” บิชอปครึ่งคนยักษ์ถามอย่างรอบคอบ
“ไม่จำเป็น แต่ก็ไม่ต้องปกปิดร่องรอยให้ผม” ลูเมี่ยนมิได้หันกลับมา เพียงสวมหมวกสานสีทอง เดินออกจากห้องสารภาพบาป จนกระทั่งออกจากวิหารเดอะฟูล
…………
ยามค่ำคืน ลูเมี่ยนมายังบาร์ชื่อ ‘นกกระทุง’ ข้างจัตุรัสสุริยันอีกครั้ง
บาร์ทเนอร์·คอนเต้นั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์เช่นเคย ดื่มไวน์น้ำตาล ‘คินซอม’ ข้างๆ เขามีเด็กสาวหน้าตาน่ารัก แต่งตัวแบบนักผจญภัย
ลูเมี่ยนเดินเข้าไปนั่งระหว่างบาร์ทเนอร์กับลูกค้าคนอื่น ยิ้มพลางดีดนิ้วเรียกบาร์เทนเดอร์
“คินซอมหนึ่งแก้ว”
บาร์ทเนอร์เหลียวมองเด็กหนุ่มครู่หนึ่งแล้วพูด
“ดูอารมณ์ดีนะ”
“ใช่” ลูเมี่ยนรับไวน์น้ำตาลสีทองจากบาร์เทนเดอร์ เคาะก้นแก้วกับโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน ชูแก้วพูดว่า “ทุกท่าน วันนี้ผมเจอเรื่องน่ายินดีสองเรื่อง”
เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความกระตือรือร้นระคนความสุข
“เรื่องแรกคือ ผมทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จ ได้รางวัลมาไม่ต่ำกว่า 100,000 เฟลคิน!”
“เป็นไปไม่ได้…” บาร์ทเนอร์กับนักผจญภัยหญิงข้างๆ พูดพร้อมกัน
นี่มันสูงกว่าค่าหัวของ ‘ลอร์ดมืด’ เสียอีก จะทำเสร็จได้ในวันเดียวได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น บาร์ทเนอร์รู้ดีว่าฟิเดล นายจ้างของหลุยส์·แบรีตายไปแล้ว แล้วเขาไปรับงานใหม่มาจากไหน?
ลูเมี่ยนยังคงเล่าด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“เพื่อฉลองเรื่องนี้ ผมขอเลี้ยงทุกคนตรงเคาน์เตอร์บาร์ด้วย ‘คินซอม’ คนละแก้ว!”
นักผจญภัยกับลูกค้าเกือบสิบคนส่งเสียงชื่นชม หนึ่งในนั้นตะโกนแซวเสียงดัง
“ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง แต่ผมเชื่อคุณ!”
คนอื่นๆ ก็พากันเห็นด้วย
ลูเมี่ยนจึงฉีกยิ้มกว้างจนเห็นได้ชัด
“เรื่องน่ายินดีที่สองคือ ผมกุเรื่องขึ้นมาเอง และหลอกคนโง่ได้ทั้งกลุ่ม!”
ทันใดนั้น สีหน้าของทุกคนตรงเคาน์เตอร์บาร์พลันแข็งค้างไป
ลูเมี่ยนชำเลืองมองทุกคนครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ
“แต่เรื่องเลี้ยงเหล้าเป็นความจริง!”
เหล่านักผจญภัยและลูกค้าต่างส่งเสียงโห่ฮา พลางบอกว่าถ้าได้ดื่มฟรีสักแก้ว จะยอมเป็นคนโง่ให้ก็ได้
ดังนั้น ลูเมี่ยนต้องจ่ายเงิน 96 ริกต์หรือ 4.8 เฟลคิน เพื่อเลี้ยง ‘คินซอม’ คนละแก้วให้กับ 12 คนตรงเคาน์เตอร์บาร์
มองดูพฤติกรรมของหลุยส์·แบรี บาร์ทเนอร์พึมพำในลำคอ
“เขาดูมีความสุขจริงๆ …”
…………
ตกดึก บนเรือสกุณาโบยบิน ห้องเฟิร์สคลาสหมายเลข 5
ลูเมี่ยนกลับมาถึงห้องนอนหลัก ซึ่งพอจะใช้หลับนอนได้ จุดตะเกียงน้ำมันก๊าด นำสมุดบันทึกปกอ่อนสีเข้มกับแผนที่ขุมทรัพย์ปลอมจาก ‘จอมเวทปีศาจ’ บูลแมนออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’
……………………………………………………..