ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 531 ห้วงลึกแห่งความตาย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 531 ห้วงลึกแห่งความตาย
ตอนที่ 531 ห้วงลึกแห่งความตาย
ภายใต้แสงสีเหลืองนวลของตะเกียงน้ำมันก๊าด ลูเมี่ยนพลิกอ่านบันทึกของบูลแมน ที่ต้องเขียนไว้เนื่องจากสภาวะจิตใจไม่มั่นคง จนความทรงจำมักสับสน
“เมื่อทุกคนตาย วิญญาณจะกลับคืนสู่โลกวิญญาณ ยกเว้นกรณีพิเศษ!”
“หากฉันออกแบบคาถาอัญเชิญวิญญาณได้แม่นยำเพียงพอ ก็อาจใช้พลังของ ‘ผู้ชี้นำวิญญาณ’ เพื่ออัญเชิญวิญญาณเฮเลนกลับมายังโลกความจริงได้”
“นี่คือก้าวแรกในการคืนชีพให้เธอ”
อ่านถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนส่ายหัวเบาๆ จนแทบไม่สังเกตเห็น
ถ้าการชุบชีวิตมันง่ายขนาดนั้น…
เด็กหนุ่มพลิกไปหน้าถัดไป
“ความรู้ทางศาสตร์เร้นลับที่ได้รับใหม่”
“ในยุคโบราณ เมื่อสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาตายไป พวกมันจะเข้าสู่โลกแห่งความตาย หากใครมีศรัทธาอย่างแรงกล้า หรือเคยทำคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ ก็จะได้หวนกลับสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพที่ตนนับถือ แต่เมื่อถึงยุคที่ห้า วิญญาณคนตายจำนวนนับไม่ถ้วนเริ่มวนเวียนอยู่นอกโลกแห่งความตาย”
“ฉันไม่แน่ใจว่าวิญญาณของเฮเลน เข้าสู่โลกแห่งความตาย หรือเพียงแค่หวนกลับสู่โลกวิญญาณ ขณะอัญเชิญวิญญาณต้องแยกสองกรณีนี้ออกจากกัน ห้ามนำมาปนกันเด็ดขาด มิฉะนั้นจะล้มเหลวอย่างแน่นอน”
“แม้ว่าสัตว์ประหลาดทะเลตัวนั้นจะทรงพลังอย่างยิ่ง แต่มันไม่มีพลังประเภทกักขังวิญญาณ และในน่านน้ำดังกล่าวก็ปราศจากปรากฏการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ตอนนี้จึงยังไม่ต้องคำนึงถึงกรณีพิเศษ และเฮเลนก็ไม่ใช่สาวกผู้เคร่งครัดของ ‘สุริยันเจิดจรัส’”
……
“ฉันได้พบเฮเลนอีกครั้ง”
“แต่เธอลืมฉันไปหมดแล้ว”
“ใบหน้าและรูปลักษณ์เธอค่อยๆ เลือนรางไป อีกไม่กี่ปีก็คงกลายเป็นเหมือนวิญญาณคนตายอื่นๆ”
“ฉันควรทำอย่างไรเพื่อปลุกจิตสำนึกของเธอ ฟื้นความทรงจำของเธอ? ลำพังการหากายเนื้อมารองรับดวงวิญญาณ ดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอ”
……
“อย่าลืมแสงจันทร์และเสียงคลื่นที่ประภาคารนอกเมือง พวกมันคือสักขีพยานการขอแต่งงานของเรา และการพยักหน้ารับของเฮเลน”
……
“อย่าลืมข้าวปาเอยากัสปาโร มันคือเมนูโปรดของเฮเลน ทุกครั้งที่พวกเราผจญภัยเสร็จและกลับมายังท่าเรือฟาริม เธอจะรบเร้าไปกินเสมอ”
……
“อย่าลืมพระอาทิตย์ตกดินที่ภูเขาไฟอันดาเทนา เราสองคนพบกันที่นั่น และสัญญากันว่าจะกลับไปดูบ่อยๆ ในอนาคต ต่อให้แก่ชรากันแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ควรลืมความโรแมนติกแบบนั้น…”
……
“อย่าลืม…อย่าลืม…อย่าลืม…”
……
“ฉันปวดหัวมาก”
……
“ฉันทำลายเมืองหนึ่ง มีคนตายไปสองสามร้อยคน”
“เมื่อเห็นคู่สามีภรรยา พ่อแม่ และเด็กๆ เหล่านั้นเสียชีวิต ฉันไม่มีความสุขเลย”
“หัวใจของฉันเหมือนจมอยู่ในความมืด”
“ฉันรู้ว่าสิ่งนี้เป็นบาป รู้ว่านี่คือความผิดที่ไม่อาจชดใช้ และรู้ว่าตัวฉันในตอนนี้ ไม่ใช่บูลแมนที่เธอชอบอีกต่อไป”
“แต่ฉันไม่เสียใจ”
…….
“ไอ้พวกคนหลอกลวง ไปตายซะ!”
“การฆ่าพวกคนหลอกลวง ทำให้ฉันรู้สึกถึงความสุขที่ไม่ได้สัมผัสมานาน”
……
“เฮเลน ถ้าคุณยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้พวกเราคงมีลูกด้วยกันแล้วสินะ?”
“ทำไมพวกจอมเวทชั่วร้ายถึงชอบใช้ทารก เด็ก และศพเด็กมาคิดค้นเวทมนตร์กันนะ? รวมถึงการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญ”
“ฉันชั่วร้ายยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก…”
……
“เฮเลน ผมถึงทางตันแล้ว ทุกความพยายามล้วนล้มเหลว”
……
“เฮเลน ผมอยากรวบรวมสูตรกับวัตถุดิบสำหรับโอสถลำดับ 5 ของเส้นทางมรณา”
……
“เฮเลน ฟิเดลห้ามผมไว้ บอกว่าการทำแบบนั้น จะทำให้ผมกลายเป็นสัตว์ประหลาดโดยสมบูรณ์ ไม่เหลือความทรงจำเดิมอีกต่อไป”
“เฮเลน ผมไม่อยากลืมคุณ”
“เฮเลน โปรดยกโทษให้กับความใจเสาะของผมด้วย”
…
“เฮเลน ผมได้พบกับชาวเกาะแห่งการคืนชีพนั่นแล้ว!”
“มีเกาะแบบนั้นอยู่จริงๆ!”
“แฮร์ริสันเอาชนะผมได้ แต่เขาไม่ได้ฆ่าผม เพียงถามผมว่า ทำไมถึงอยากย้ายไปยังเส้นทางมรณานัก”
“เขาบอกว่า ความพยายามของผมก่อนหน้านี้ล้วนผิดหมด การคืนชีพอย่างแท้จริงไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น”
“เขาบอกว่า ในห้วงลึกของความตาย มีรอยประทับของทุกคนอยู่ หากต้องการคืนชีพอย่างแท้จริง หมายถึงการคืนชีพพร้อมจิตสำนึกและความทรงจำอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ผมต้องหาทางนำรอยประทับของคุณกลับมายังโลกความจริงให้ได้ แล้วใช้มันเป็นรากฐานในการสร้างวิญญาณกับกายเนื้อขึ้นมาใหม่”
“เฮเลน ผมดีใจมาก ผมเห็นความหวังในการคืนชีพให้คุณอีกครั้ง”
……
“แฮร์ริสันสอนความรู้ในขอบเขตมรณาให้ผม เป็นเพราะเขากับพวกพ้องได้ครอบครองความรู้เหล่านี้ จึงสามารถนำรอยประทับของตัวเองกลับมาได้ ช่วยให้คืนชีพจากความตายได้เรื่อยๆ เรียกได้ว่าไม่มีวันตาย ไม่มีวันแก่เฒ่า”
“พวกเขาแทบไม่เคยออกจากเกาะแห่งการคืนชีพ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ออกเลย ในช่วงหลายปีก่อน ก็มีชาวเกาะที่ชอบเดินทางไปทั่วเหมือนแฮร์ริสันเช่นกัน พวกเขาตระเวนไปตามอาณาจักรต่างๆ ทิ้งตำนานของเกาะแห่งการคืนชีพไว้ในความทรงจำมนุษย์บางกลุ่ม จนกระทั่งถูกคนเจตนาไม่ดีแอบรวบรวมเป็นแผนที่ทางทะเล ที่นำพาไปสู่เกาะแห่งการคืนชีพ”
“แผนที่ขุมทรัพย์ที่มาร์คขายให้พวกเราเป็นของปลอม แต่ส่วนหนึ่งคัดลอกจากแผนที่จริง แฮร์ริสันออกจากเกาะแห่งการคืนชีพในคราวนี้ก็เพื่อทำลายแผนที่จริงทิ้งให้หมด สังหารทุกคนที่รู้วิธีเดินทางไปยังน่านน้ำนั่น หรือรู้วิธีค้นหาเกาะแห่งการคืนชีพ”
“เฮเลน ผมลองอัญเชิญวิญญาณจากห้วงลึกแห่งความตายโดยอาศัยความรู้จากแฮร์ริสัน ผมทำสำเร็จแล้ว สามารถอัญเชิญปีศาจชื่อ ‘อาร์เดน’ ออกมา มันอ่อนแอมาก ผมทำลายมันอย่างง่ายดาย และเก็บเลือดของมันไว้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพิธีกรรมต่อไป”
……
“เฮเลน ขอโทษด้วย ผมควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้อีกแล้ว”
“ตั้งแต่พบกับแฮร์ริสัน ได้รับความรู้สำหรับคืนชีพให้คุณอย่างแท้จริง ผมก็ยิ่งร้อนใจ ยิ่งขาดความอดทน ยิ่งควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้”
“พวกชาวหมู่เกาะทุกคนมีนิสัยหลอกลวง สมควรตายทั้งนั้น ผมฆ่าคนหลอกลวงไปหนึ่งแล้ว ยังเหลือคนหลอกลวงอีกเพียบ ผมไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ต้องเริ่มพิธีกรรมนั่นก่อนกำหนด”
“เฮเลน ขอโทษ ผมล้มเหลวอีกแล้ว ผมเตรียมตัวไม่ดีพอ”
……
“เฮเลน ผมเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม? ฟิเดลแค่เถียงมาประโยคเดียว สติของผมก็ขาดผึงทันที ฆ่าทุกคนในห้องจนเกลี้ยง”
“ไอ้คนที่พยายามข่มขู่ผมกับฟิเดลก็ต้องตายเหมือนกัน!”
……
“เฮเลน ผมล้มเหลว ผมไม่เคยบาดเจ็บหนักแบบนี้มานานแล้ว”
“ร่างกายผมกลายเป็นอันเดดไปกว่าครึ่งแล้ว บาดแผลแบบนี้ไม่ถึงตายก็จริง แต่ผมไม่เหลือลูกสมุนแล้ว”
“บัดซบ บัดซบ บัดซบ!”
……
“เฮเลน ผมคิดถึงคุณอีกแล้ว”
ลูเมี่ยนอ่านสมุดบันทึกปกอ่อนสีเข้มเล่มนี้ รวดเดียวจนถึงหน้าสุดท้าย แล้วเอาแต่จ้องประโยคดังกล่าว แน่นิ่งไม่ไหวติงเป็นเวลานาน
ราวกับกลายเป็นรูปปั้นไปก็มิปาน
หลายนาทีผ่านไป ลูเมี่ยนยกมือขวาขึ้นมาบีบขมับตัวเองอย่างอดไม่ได้
รอยประทับในห้วงลึกแห่งความตาย เกาะแห่งการคืนชีพ แฮร์ริสัน ข้อมูลเหล่านี้หลั่งไหลเข้าสู่สมองอย่างสับสนอลหม่าน ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที ที่ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากฟรังก้า
เพื่อให้บูลแมนตายอย่างขาวสะอาด เขาจึงไม่คิดจะสื่อวิญญาณ ‘จอมเวทปีศาจ’ ไม่มีความจำเป็นต้องกลับไปยังกรุงทรีอาร์ เพื่อพาฟรังก้ามาช่วยประกอบพิธี
แต่ตอนนี้ เขาเกิดอยากจะศึกษาวิธีคืนชีพอย่างแท้จริงที่แฮร์ริสันถ่ายทอดให้บูลแมน รวมถึงศึกษาเรื่องราวของเกาะที่ผู้คนคืนชีพได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฟู่…ลูเมี่ยนปิดสมุดบันทึก ถอนหายใจยาว พยายามนึกถึงความรู้ด้านศาสตร์เร้นลับเกี่ยวกับความตายที่ตนเองมี
หากพูดถึงเพียงแค่ ‘ความตาย’ และ ‘รอยประทับ’ รวมกัน เด็กหนุ่มเคยได้ยินมาก่อน
มาดามเมจิกเชี่ยนเคยพูดถึงคำว่า ‘รอยประทับแห่งความตาย’ ขณะตอบคำถามเกี่ยวกับร่างของทูดอร์ในบ่อน้ำสตรีซามาเรีย!
“แนวคิดนี้แตกต่างจาก ‘วิญญาณตกค้าง’ หรือ ‘ตราประทับ’ แถมยังเกี่ยวข้องกับการคืนชีพ?”
“มาจากห้วงลึกแห่งความตาย…ห้วงลึกแห่งความตายคืออะไรกันแน่…”
“จากข้อมูลในมือเราตอนนี้ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความตายอย่างชัดเจนจะมี ‘โลกแห่งความตาย’ ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ และ ‘แม่น้ำโลกแห่งความตาย’ ที่เชื่อมต่อสองโลก…”
“น่าเสียดาย อยากรู้ว่าแฮร์ริสันจากเกาะแห่งการคืนชีพหน้าตาเป็นอย่างไร…”
“บูลแมนบันทึกความรู้เอาไว้อย่างยุ่งเหยิง เหมือนนึกอะไรได้ก็เขียน ถ้าไม่ใช่เจ้าตัวมาอ่านเอง ก็คงยากที่จะรวบรวมพิธีกรรมคืนชีพกับหลักการสำคัญจากบันทึกเล่มนี้…”
“ไม่สิ ไม่ใช่แค่ยาก แต่เป็นไปไม่ได้เลยต่างหาก บูลแมนบันทึกไว้เฉพาะข้อมูลที่ตัวเองอาจหลงลืม ความรู้ที่เหลือไม่ถูกจดไว้” ลูเมี่ยนนวดขมับอีกครั้ง พลางคลี่แผนที่ขุมทรัพย์ปลอม พิจารณาอย่างถี่ถ้วนสักพัก แต่ไม่อาจระบุได้ว่าส่วนใดเป็นของจริง ส่วนใดเป็นของปลอม
เด็กหนุ่มตั้งใจว่าพอถึงรุ่งเช้า จะส่งแผนที่ฉบับนี้ไปให้ฟรังก้ากับจินนา ไหว้วานให้พวกเธอลองจำแนกด้วยเทคนิคทางศาสตร์เร้นลับดู
……
เช้าวันรุ่งขึ้น ลูเมี่ยนใช้ผ้าเช็ดปากเช็ดริมฝีปาก มองดูลุดวิก ผู้ยังคงต่อสู้กับอาหารเช้าอยู่
ก๊อกก๊อกก๊อก! มีเสียงเคาะประตูห้อง
“เข้ามาได้” ลูเมี่ยนพยักหน้าให้ลูกาโนไปเปิดประตู
เห็นฉันเป็นคนรับใช้หรือไง? ก็ได้…นายจ่ายเงิน…นายเป็นเจ้านาย…ลูกาโนรำพันเงียบ แล้วลุกจากโต๊ะอาหารไปเปิดประตู
นอกห้องคือฟิลิปโป
ฟิลิปโปเดินเข้ามาในห้อง ยิ้มพลางพูดกับลูเมี่ยน
“อีกสองชั่วโมงครึ่ง เราก็จะออกเดินทางแล้ว ถ้ายังอยากซื้อสินค้าพิเศษชิ้นใด ก็รบกวนเร่งมือนิด”
“ไม่มี” ลูเมี่ยนลุกขึ้นยืน ตอบพร้อมรอยยิ้ม
ฟิลิปโปมองออกไปนอกหน้าต่าง
“จริงสิ พวกคุณอาจยังไม่ทราบ ‘จอมเวทปีศาจ’ ถูกจับได้แล้ว”
“จริงหรือ?” ลูกาโนทำหน้าประหลาดใจ
ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ประเด็นร้อนแรงอันดับหนึ่งในวงสนทนาของผู้โดยสารบนเรือ คือเรื่องของ ‘จอมเวทปีศาจ’ บูลแมน — ต้นเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องติดแหง็กอยู่ที่ท่าเรือฟาริม
เมื่อเห็นลูเมี่ยนเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ฟิลิปโปก็เล่าด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
“บูลแมนไม่เพียงแต่ถูกจับ แต่ถูกจับตาย”
“ฝีมือใคร?” ลูเมี่ยนถามอย่างสนใจ
ฟิลิปโปส่ายหัว
“ยังไม่ชัดเจน ทราบเพียงว่าเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับศาสนาเดอะฟูล อา…นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่เกอร์มัน·สแปร์โรว์ กล่าวกันว่าเขาคือตัวแทนของเทพแห่งศาสนาเดอะฟูล”
“หรือว่าเป็นฝีมือของนักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่?” ลูกาโนถามต่ออย่างตื่นเต้น
พอออกทะเล เขาย่อมต้องเคยได้ยินเกี่ยวกับศาสนา ‘เดอะฟูล’ อยู่แล้ว จึงไม่มีข้อสงสัยกับประเด็นดังกล่าว
ลูกเรือจะบอกเขา ผู้โดยสารจะบอกเขา แม้แต่คนงานขนของที่ท่าเรือก็จะบอกเขาเช่นกัน
“ใครจะรู้ล่ะ? อย่างไรเสีย ถ้ามีฝีมือมากพอจะสังหาร ‘จอมเวทปีศาจ’ ได้ ต่ำๆ ก็ต้องแข็งแกร่งระดับนายพลโจรสลัดนั่นแหละ” ฟิลิปโปพูดด้วยความรู้สึกจากก้นบึ้ง
ขณะเดียวกัน เสียงอึกทึกดังมาจากแถวๆ สะพานเทียบเรือ บรรดาผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วเริ่มเดินทางจากท่าเรือฟาริม ในที่สุดก็ได้รับอนุญาตให้ขึ้น ‘สกุณาโบยบิน’ เสียที
ลูเมี่ยนเดินไปริมหน้าต่าง แล้วก็ได้เห็นคนคุ้นหน้า
บาร์ทเนอร์·คอนเต้!
เขาเดินขึ้นดาดฟ้าเรือเคียงข้างนักผจญภัยหญิงหน้าตาน่ารัก
ลูเมี่ยนเปิดหน้าต่าง ตะโกนเสียงดัง
“บาร์ทเนอร์ พวกคุณก็ไปท่าเรือซานตาหรือ?”
บาร์ทเนอร์เงยหน้าด้วยความตกตะลึง แหงนหน้ามองบริเวณห้องพักชั้นบนสุดตามเสียงเรียก
หลังจากจำหลุยส์·แบรีได้ เขาก็ยิ้มพลางตะโกนตอบ
“ใช่แล้ว! ไปชมพิธีบูชาทะเลที่ท่าเรือซานตาน่ะ!”
……………………………………………………..