ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 532 แผนที่ ‘ของจริง’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 532 แผนที่ ‘ของจริง’
ตอนที่ 532 แผนที่ ‘ของจริง’
ในบรรดากลุ่มประเทศทวีปเหนือ มีเพียง ‘วายุสลาตัน’ ของโลเอ็นเท่านั้นที่มีอำนาจเหนือท้องทะเล แต่ลูกเรือ พ่อค้าทางทะเล และนักผจญภัยที่นับถือเทพองค์อื่น ต่างก็อยากหลีกเลี่ยงภัยพิบัติทางทะเล ไม่เสี่ยงกับสภาพอากาศเลวร้าย รวมถึงต้องการวิงวอนขอพรคุ้มครองอย่างเหมาะสม ดังนั้นจึงเกิดเป็นสถานการณ์พิเศษ หรือสถานการณ์เชิงประนีประนอมขึ้น
บางศาสนจักรได้สถาปนารองเทพ หรือเทวทูต หรือนักบุญที่มีอำนาจในขอบเขตพายุและทะเล เพื่อให้ศาสนิกชนที่มีความต้องการข้างต้นได้สวดวิงวอนถึง เช่น ‘เทพสมุทร’ ของศาสนจักร ‘เดอะฟูล’
บางศาสนจักรยอมให้ศาสนิกชนบางส่วนศรัทธาต่อ ‘วายุสลาตัน’ ควบคู่ไปด้วยอย่างผิวเผิน
บางศาสนจักรแกล้งหลับตาให้กับความเชื่อท้องถิ่นตามท่าเรือและเกาะ โดยอนุญาตให้พวกเขาประกอบพิธีกรรมเฉพาะได้ เพียงแต่จะไม่ส่งนักบวชไปเป็นประธานในพิธี
พิธีบูชาทะเล ณ ท่าเรือซานตาในราชอาณาจักรเฟเนพ็อต ถือเป็นกรณีหลังสุด กล่าวกันว่ามีประวัติยาวนานจากยุคที่สี่ โดยจะจัดขึ้นปีละครั้ง ขนาดของพิธีถูกควบคุมโดยศาสนจักร ‘พระแม่ธรณี’ จึงไม่ใหญ่โตนัก ครอบคลุมเพียงท่าเรือซานตา และไม่มีการประชาสัมพันธ์ออกสู่ภายนอก
กล่าวคือ หากไม่ใช่คนท้องถิ่นของท่าเรือซานตา หรือไม่ใช่พ่อค้า นักผจญภัย และโจรสลัด ที่มักเคลื่อนไหวตามชายฝั่งทะเลหมอกเป็นประจำ ก็แทบไม่มีใครรู้ถึงการมีอยู่ของพิธีบูชาทะเล
หลังจากได้รับข้อมูลมา ลูเมี่ยนก็สรุปได้เบื้องต้นว่า ‘กวีเร่ร่อน’ หรือ ‘อุลตร้าแมน’ ไม่คนใดก็คนหนึ่ง ซึ่งเคยก่อกวนพิธีบูชาทะเล จะต้องเป็นคนท้องถิ่นของท่าเรือซานตา หรือไม่ก็เป็นพวกเคลื่อนไหวทางทะเล
เมื่อพิจารณาร่วมกับเรื่องที่ ‘กวีเร่ร่อน’ ตั้งใจส่ง ‘บันทึกลับของโรซายล์มหาราช’ ไปให้พ่อค้าหนังสือใต้ดินในทรีอาร์เป็นผู้ตีพิมพ์ ลูเมี่ยนจึงค่อนข้างเชื่อว่า ‘อุลตร้าแมน’ คือคนริเริ่มเสนอแผนก่อกวนพิธีบูชาทะเลที่ท่าเรือซานตา
แม้น ‘บันทึกลับของโรซายล์มหาราช’ จะเหมาะแก่การขายในอินทิสมากกว่า แต่ถ้าหาก ‘กวีเร่ร่อน’ อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเฟเนพ็อตมานานจริง แล้วคำนึงถึงความปลอดภัยตัวเอง คำนึงถึงการปกปิดตัวจริง เขาก็ควรตีพิมพ์ในนามราชอาณาจักรเฟเนพ็อตก่อน แล้วค่อยส่งไปขายอินทิสผ่านช่องทางผิดกฎหมาย ไม่อย่างนั้นอาจตกเป็นเป้าความสนใจของตำรวจลับอินทิส
มีไม่รู้กี่คนต่อกี่คนที่มองข้ามตำรวจและนักสืบธรรมดาๆ จนถูกพวกเขาพบพิรุธเข้า สุดท้ายก็ถูกผู้วิเศษทางการจับกุมตามหมาย
พอได้ยินว่าบาร์ทเนอร์กับเพื่อนหญิงของเขา ต้องการไปชมพิธีบูชาทะเล ณ ท่าเรือซานตา ลูเมี่ยนก็ยิ้มพลางโบกมือ
“ผมก็ด้วย!”
เด็กหนุ่มถอยออกจากริมหน้าต่าง รอจนใกล้เที่ยง จึงเขียนจดหมายบรรยายเหตุการณ์ตลอดสองวันนี้ รวมถึงวิธีจัดการ ‘มรดก’ ของบูลแมน
หลังจากพับกระดาษจดหมาย แล้วห่อมันด้วยแผนที่ขุมทรัพย์ปลอม ลูเมี่ยนก็อัญเชิญกระต่ายเซียโซออกมา
สัตว์โลกวิญญาณรูปร่างคล้ายกระต่ายตัวนี้ ยังคงสวมแว่นตากรอบทอง แต่คราวนี้มีหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูงใบเล็กเพิ่มเข้ามา
ลูเมี่ยนเงียบมองอยู่สองสามวินาที จึงค่อยส่งวัตถุที่ต้องการฝากไปถึงฟรังก้ากับจินนา
“ขอบคุณ” เด็กหนุ่มกล่าวอย่างสุภาพ
มันเป็นมารยาท!
“ไม่เป็นไร” กระต่ายเซียโซถอดหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูงออก แล้วค้อมตัวเล็กน้อย
มุมปากลูเมี่ยนกระตุกแผ่วเบา ขณะมองดู ‘กระต่ายพิทยา’ กลายพันธุ์ตัวนี้อันตรธานไปจากห้อง
เด็กหนุ่มชักเริ่มกังวลว่า ในสักวันหนึ่ง กระต่ายตัวนี้อาจชักปืนออกมายิงผู้ส่งจดหมายโดยไม่มีสาเหตุ
คราวหน้าต้องกำชับจินนาว่า อย่ามอบความรู้อันตรายแบบนี้ให้กระต่ายเซียโซอีก!
…………
ทรีอาร์ เขตหอรำลึก ถนนโอโรเซ บ้านเลขที่ 9 อพาร์ตเมนต์ 702
ฟรังก้ามองดูกระต่ายเซียโซ ผู้สวมหมวกทรงสูงกับแว่นตากรอบทอง แล้วกระซิบข้างหูจินนาอย่างอดไม่ได้
“การให้มันอ่านนิยายชุดนักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ จะไม่เป็นอันตรายแน่หรือ?”
จินนายิ้มบางๆ พลางกล่าว
“เธอไม่คิดบ้างหรือ ว่ากระต่ายเซียโซเป็นแบบนี้ก็น่ารักดี?”
“อีกอย่าง ผู้ส่งสารก็อาจเผชิญอันตรายได้เช่นกัน ถ้าได้อ่านเรื่องของเกอร์มัน·สแปร์โรว์บ้าง มันอาจแข็งแกร่งขึ้นมาหน่อยก็ได้นะ”
ฟรังก้าเพียงแค่พูดในสิ่งที่คิด แล้วก็ปล่อยความคิดนั้นทิ้งไป เพียงคลี่แผนที่ขุมทรัพย์ปลอมกับจดหมายออก แล้วอ่านอย่างตั้งใจ
“สุดยอด…ลูเมี่ยนงานไวจริงๆ บอกว่าจะลงโทษบูลแมน แล้วก็ล่าสำเร็จภายในเวลาไม่ถึง 12 ชั่วโมง!”
“ตะกอนพลังไม่ได้รวมตัวกันเป็นสมบัติปิดผนึกที่มีพลังผสมผสาน แต่กลับแยกออกจากกัน แล้วต่างคนต่างตกผลึก…เป็นเพราะว่าก่อนตาย บูลแมนไม่ได้เสียสติหรือท่วมท้นไปด้วยความยึดติด เป็นการตายด้วยอารมณ์สงบ?”
“หึๆ ต่อไปถ้าเจอคดีแบบนี้อีก ก็ไม่จำเป็นต้องรีบแจ้ง ‘007’ หรอก รอให้ผ่านไปสักวันหนึ่ง บางทีลูเมี่ยนอาจจัดการเองได้ พวกเราก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถือว่าโลกสงบสุขดี แบบนั้น ‘007’ ก็จะไม่มีเรื่องมาบ่นฉัน ว่าชอบสร้างปัญหาให้เขา”
เธอได้บอกจินนาแล้วว่า โค้ดเนมของ ‘ผู้ร่วมมือ’ ที่สังกัดทางการคือ ‘007’
“เร็วขนาดนั้นเชียว? ‘จอมเวทปีศาจ’ ไม่ได้อ่อนแอสักหน่อย…” จินนารู้สึกไม่ค่อยเชื่อ
อีกฝ่ายเป็นถึงอาชญากรค่าหัว 600,000 เฟลคิน เงินทองที่เธอเคยเห็นตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน รวมกันยังไม่มากมายเท่านั้นเลย!
ในทางกลับกัน ค่าหัวของลูเมี่ยนยังไม่ถึง 100,000 ด้วยซ้ำ
ฟรังก้าเบ้ปากพลางพูด
“ลองคิดดูสิว่าเขาเคยผ่านอะไรมาบ้างในทรีอาร์ ลองนึกถึงสมบัติและพลังของเขา หมอนั่นแทบไม่ต่างจากตัวละครโกงๆ เลย”
“ถ้าเขาลงมือเมื่อไร สำหรับผู้วิเศษธรรมดาๆ ก็คงเหมือนกับการโจมตีข้ามมิติ แทบไม่แตกต่างจากผู้วิเศษลำดับ 5 ส่วนใหญ่เลย!”
จินนานึกถึงประสบการณ์ฝ่าฟันอันตรายร่วมกับลูเมี่ยน แล้วค่อยๆ พยักหน้าพลางถาม
“อะไรคือการโจมตีข้ามมิติ?”
ฟรังก้าชะงักไปชั่วขณะ ผ่านไปสองสามวินาทีจึงตอบ
“ก็คล้ายๆ กับผู้ใหญ่รังแกเด็ก หรือครึ่งเทพรังแกผู้วิเศษลำดับกลางถึงต่ำน่ะ”
“อีกอย่าง ลองคิดดูสิ ผู้วิเศษกึ่งเสียสติอย่าง ‘จอมเวทปีศาจ’ นั่น ไม่ว่าจะเป็นด้านจิตใจ ความคิด อารมณ์ หรือร่างกาย ล้วนมีปัญหาใหญ่หลวง พวกนี้ถูก ‘กลอนดนตรีเคืองแค้น’ ของลูเมี่ยนควบคุมได้หมด แค่ต้องคอยระวังการผสมผสานพลังแปลกๆ เอาไว้ และไม่กระตุ้นให้อีกฝ่ายกลายเป็นสัตว์ประหลาดก็พอ ลูเมี่ยนมีประสบการณ์มาไม่น้อย คงไม่ประมาทแน่นอน”
“พอฟังเธอพูดแบบนี้ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าการฆ่า ‘จอมเวทปีศาจ’ เริ่มไม่ยากเย็นแล้วล่ะ?” จินนาพึมพำเบาๆ
“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก แค่ต้องการสื่อว่า การย้ายเส้นทางแบบฝืนธรรมชาติอาจช่วยให้ได้รับสุดยอดพลังก็จริง แต่ก็มีข้อเสียและปัญหานับไม่ถ้วน ง่ายต่อการถูกเพ่งเล็ง” ฟรังก้าแก้ไขมุมมองจินนาใหม่ พลางอ่านจดหมายจากลูเมี่ยนต่อไป
พออ่านจบ เธอพูดอย่างตื่นเต้น
“ทะเลช่างสนุกจริงๆ ทิวทัศน์ก็งดงามมาก ถ้าไม่ติดว่าต้องทำภารกิจ ฉันก็อยากไปเป็นนักผจญภัยในทะเล ล่าโจรสลัดเหมือนกัน!”
ใครบ้างไม่ชอบการท่องเที่ยว? แค่ก่อนหน้านี้ไม่มีเงื่อนไขให้ทำเท่านั้นเอง
ฟรังก้าระงับความตื่นเต้นลง แล้วส่งเสียง ‘จิ๊ๆ’ พลางพูด
“ลูเมี่ยนใจกว้างจริงๆ ถึงกับบริจาคเงินรางวัลกับของที่ริบได้ทั้งหมด นำไปตั้งมูลนิธิการกุศล”
“เฮ้อ…ใช่ว่าฉันจะไม่เข้าใจความคิดเขาหรอกนะ…”
จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังคงแอบให้ความช่วยเหลือญาติของเจ้าของร่างเดิมอยู่
ขณะพูดคุยกัน ฟรังก้ากับจินนาต่างก็ลอง ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’
คำตอบที่พวกเธอได้รับถือว่าสอดคล้องกัน
แผนที่เป็นของจริง!
“ไม่ว่าจะบูลแมน หรือแฮร์ริสันชาวเกาะอมตะคนนั้น ต่างก็เชื่อว่าแผนที่ฉบับนี้ไม่ได้จริงทั้งหมด ไม่ช่วยให้นักผจญภัยไปถึงเกาะแห่งการคืนชีพ ระหว่างทางยังอาจพานพบอันตรายใหญ่หลวง…แล้วตรงไหนที่ปลอม?” ฟรังก้าชำเลืองมองแผนที่ขุมทรัพย์ จมอยู่ในภวังค์ความคิด
บนแผนที่ ตำแหน่งที่ถูกระบุว่าเป็นเกาะแห่งการคืนชีพ อยู่ลึกเข้าไปในทะเลหมอก แม้แต่เกาะอาโรคาซึ่งเป็นอาณานิคมทางตะวันตกสุดของสาธารณรัฐอินทิส ก็ยังห่างไกลจากมันมาก
…………
“แยกแยะส่วนที่เป็นของปลอมไม่ได้?” ลูเมี่ยนผู้ได้รับจดหมายตอบกลับ ส่ายหัวพลางอ่านข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์โลกวิญญาณในมือต่อ
เขากำลังดูว่า ในนั้นมีข้อมูลเกี่ยวกับวิญญาณชั่วร้าย ‘อาร์เดน’ ที่บูลแมนอัญเชิญมาจากห้วงลึกแห่งความตายหรือไม่
เมื่ออ่านเอกสารจนถึงตอนเย็น ลูเมี่ยนก็เติมเต็มท้องหิวในห้องตัวเอง ก่อนจะหยิบหมวกสานสีทอง ที่ช่วงนี้ชื่นชอบเป็นพิเศษ เดินลงไปยังชั้นดาดฟ้า เข้าไปในบาร์
ขณะนี้ ‘สกุณาโบยบิน’ ออกห่างจากท่าเรือฟาริมมาไกลแล้ว บาร์ทเนอร์กับคู่ควงของเขา นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์ตามคาด กำลังเสวนาอย่างออกรสกับผู้โดยสารรอบข้าง เกี่ยวกับการตายของ ‘จอมเวทปีศาจ’ บูลแมน
“พวกเราเองก็ไม่ทราบว่าเป็นฝีมือนักผจญภัยคนใด ถ้าไม่ใช่เพราะทางการประกาศออกมา ก็คงไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าบูลแมนถูกฆ่า ในวงการนักผจญภัยทั่วทั้งเมืองท่าฟาริม ไม่มีใครรู้ข่าวนี้มาก่อนเลย!” บาร์ทเนอร์ถือแลงติร้อนแรง พูดอย่างตื่นเต้น “ไม่อยากเชื่อว่าเมืองท่าฟาริมจะซ่อนนักผจญภัยฝีมือดีขนาดนี้เอาไว้! อย่างที่คิด พวกเราไม่ควรหยิ่งผยอง ไม่ควรทะนงตัว บางทีคนเร่ร่อนข้างถนนอาจเป็นยอดฝีมือก็ได้!”
“คุณพักห้องเฟิร์สคลาสหรือ? รวยขนาดนั้นเชียว?”
“ไม่ถึงกับรวย” ลูเมี่ยนยิ้มพลางนั่งบนเก้าอี้สูง “ผมแค่คิดว่า เมื่อออกทะเลแล้ว อาจพบเจอเหตุไม่คาดฝันได้ทุกเมื่อ อาจถูกโจรสลัดฆ่าตายเมื่อไรก็ได้ แล้วทำไมไม่ดีกับตัวเองให้มากๆ ไว้ก่อน? คนเราถ้าตายไปแล้ว เงินเก็บมากมายจะมีประโยชน์อันใด? ในเมื่อเป็นนักผจญภัยทั้งที ก็ต้องใช้ชีวิตแต่ละวันให้เต็มคราบ เพราะไม่รู้ว่าจะมีพรุ่งนี้หรือเปล่า”
“ในเมื่อเป็นนักผจญภัยทั้งที ก็ต้องใช้ชีวิตแต่ละวันให้เต็มคราบ เพราะไม่รู้ว่าจะมีพรุ่งนี้หรือเปล่า…” นักผจญภัยสาวข้างบาร์ทเนอร์พึมพำทวนประโยคสุดท้ายของลูเมี่ยน ดูเหมือนจะรู้สึกสะเทือนใจ
บาร์ทเนอร์จิบแลงติร้อนแรง แล้วหัวเราะเบาๆ
“แต่อันดับแรกก็ต้องมีเงินเก็บ ไม่งั้นวันนี้ใช้ชีวิตเต็มคราบไปแล้ว พรุ่งนี้ก็ต้องอดข้าวแล้ว”
“เฮ้อ… 600,000 เฟลคิน ไม่รู้ว่า 600,000 เฟลคินของบูลแมนตกไปอยู่ในมือนักผจญภัยคนไหน ยังไม่รวมพวกข้าวของเครื่องใช้ประจำตัวอีก…”
บาร์ทเนอร์เผยสีหน้าปรารถนาและอิจฉา
ลูเมี่ยนยกอัปแซ็งต์ที่เพิ่งสั่งขึ้นมาละเมียดจิบ
ท่ามกลางกลิ่นหอม รสขมอ่อนๆ ยังคงวนเวียนอยู่
…………
ตลอดหลายวันต่อมา ‘สกุณาโบยบิน’ แล่นไปสู่ราชอาณาจักรเฟเนพ็อตอย่างราบรื่น
ในแง่นี้ ฟิลิปโป หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย กลับรู้สึกเหนือจริงอย่างบอกไม่ถูก
โชคร้ายผ่านพ้นไปแล้วหรือ?
ปัญหาใหญ่ลงเรือไปแล้วหรือ?
การตายของ ‘จอมเวทปีศาจ’ บูลแมน เป็นเพราะปัญหาใหญ่เข้าไปในเมืองท่าฟาริมหรือ?
ขณะพึงระลึกว่าอีกแค่วันเดียว สกุณาโบยบินก็จะแล่นถึงท่าเรือซานตาแล้ว ฟิลิปโปเห็นลูกน้องถือโทรเลขเดินเข้ามา
“หัวหน้าครับ เป็นโทรเลขจากเพื่อนร่วมรบของคุณ ส่งจากเมืองท่าฟาริม” ลูกน้องส่งโทรเลขที่พับไว้ให้ฟิลิปโป
มีอะไรที่เราต้องรู้จากเมืองท่าฟาริมด้วยหรือ? ปัญหาใหญ่ก่อเรื่องในเมืองท่าฟาริม แล้วไล่ตาม ‘สกุณาโบยบิน’ มาอีก? ฟิลิปโปนึกสงสัยขณะคลี่โทรเลขออก แล้วกวาดตามองเนื้อหา
“นักผจญภัยผู้สังหาร ‘จอมเวทปีศาจ’ บูลแมน ทางเราสงสัยว่าอยู่บนเรือคุณ”
“เขาชื่อหลุยส์·แบรี”
……………………………………………………..