ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 539 ข่าวกรองเกี่ยวกับพิธีบูชาทะเล
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 539 ข่าวกรองเกี่ยวกับพิธีบูชาทะเล
ตอนที่ 539 ข่าวกรองเกี่ยวกับพิธีบูชาทะเล
ณ ท่าเรือซานตา ภายในห้องที่มีโต๊ะเล่นไพ่
ลูเมี่ยนกับลูกาโนที่ต่างก็แปลงโฉมเสร็จแล้ว ได้พบกับพ่อค้าตลาดมืด ผู้อ้างว่าเป็นลูกหลานของชาวดาลีแอช
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว เสื้อกั๊กสีดำ นั่งอยู่หัวโต๊ะเล่นไพ่ ตรงหน้ามีแก้วไวน์ขาวมอลต์สีซีดวางอยู่ ตรงซอกนิ้วคีบซิการ์ที่เผาไหม้ทีละนิด
เขาดูละม้ายคล้ายชาวดาลีแอชอย่างที่พูด เบ้าตาจมเล็กน้อย เรือนผมสีดำหยักศกเป็นลอน ดวงตาสีน้ำเงินคล้ายท้องฟ้าเหนือภูเขาสูงที่ปราศจากเมฆบดบัง แก้มค่อนข้างตอบ หนวดเครารกครึ้ม อายุราวๆ สามสิบกว่า
“ทิวาสวัสดิ์ครับ มิสเตอร์วาเลรี” ลูกาโนทักทายด้วยภาษาที่ราบสูง
วาเลรีหันไปมองเหล่าบอดี้การ์ดที่พกปืน แล้วยิ้มพลางพูดด้วยภาษาอินทิสสำเนียงดาลีแอช
“ผมไม่ได้กลับบ้านเกิดมานานแล้ว เห็นพวกคุณแล้วรู้สึกคุ้นเคยจริงๆ”
“ครับ มิสเตอร์วาเลรี” ลูเมี่ยนแสร้งทำเป็นยำเกรง พลางตอบกลับด้วยภาษาอินทิสสำเนียงดาลีแอชเช่นกัน
แม้คนเลี้ยงแกะจะชำนาญการต่อสู้กับอันตรายในป่า แต่พวกเขาส่วนใหญ่จะกลัวผู้มีอำนาจในถิ่นของมนุษย์
วาเลรีพยักหน้ารับแผ่วเบา
“พวกคุณมาจากลาร์นากาสินะ?”
“ครับ เพิ่งเสร็จจากการประชุมการค้าที่นั่น” ลูเมี่ยนตอบอย่างฉะฉาน
เด็กหนุ่มเคยได้ยินคนเลี้ยงแกะในหมู่บ้านกอร์ตูเล่าถึงลาร์นากาบ่อยๆ ที่นั่นจะจัดประชุมการค้าเดือนละครั้ง กลายเป็นตลาดนัดชานเมืองอันครึกครื้น คนเลี้ยงแกะจากทั้งใกล้และไกลต่างก็มารวมตัว เพื่อหาโอกาสซื้อขายลูกแกะ ขนแกะ เนยแข็ง หรือสินค้าอื่นๆ
วาเลรีชวนคุยต่อเกี่ยวกับการผลัดถิ่น รวมถึงประเพณีพื้นบานของเขตดาลีแอช ซึ่งลูเมี่ยนชำนาญเรื่องพวกนี้มาก จึงตอบกลับจากมุมมองและทัศนคติของคนเลี้ยงแกะ
ระหว่างการสนทนา เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในภวังค์ พลางหวนนึกถึงคำพูดที่พี่สาวมักจะสวดเวลาโกรธ
“ถ้านายไม่ตั้งใจเรียน ฉันจะส่งนายไปเป็นคนเลี้ยงแกะ!”
ตอนนี้ เขากำลังสวมบทบาทเป็นคนเลี้ยงแกะตัวจริง
“พวกคุณฉลาดไม่เบาทีเดียว การปล่อยแกะกินหญ้าแถวชานเมืองไม่จำเป็นต้องใช้บัตรประจำตัว แต่พอเข้าเมือง บัตรประจำตัวก็กลายเป็นสิ่งสำคัญขึ้นมา เอาล่ะ เดี๋ยวผมจะรีบทำบัตรให้สองชุด หลังจากนี้ ถ้าเจอปัญหาก็ลองมาปรึกษาผมได้ อาจจะช่วยไม่ได้ทุกเรื่อง แต่หลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว พวกเราเป็นชาวดาลีแอชเหมือนกัน ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันอยู่แล้ว”
ลูเมี่ยนไม่รู้สึกประหลาดใจกับความกระตือรือร้นของพ่อค้าตลาดมืดรายนี้เลย
การ ‘รวมตัว’ ของคนบ้านเดียวกัน จะก่อให้เกิดอำนาจบางอย่างที่มีประโยชน์ จนไม่สามารถมองข้ามได้!
เช่นเดียวกับพรรคซาฟาห์ ซึ่งก่อตั้งโดยชาวซาฟาห์ที่เคยทำงานเป็นกรรมกรหรือคนรับใช้ ชาวซาฟาห์ต้องคอยเป็นมือเป็นเท้าให้เถ้าแก่ใหญ่แห่งสมาคมการค้าซาฟาห์ ช่วยพวกเขาบุกเบิกธุรกิจ ขยายกิจการ ไปพร้อมๆ กับปกป้องทรัพย์สิน โดยไม่รู้ตัวเลยว่าได้ทำคุณประโยชน์ไปมากมายเพียงใด
ส่วนจะมีชาวซาฟาห์กี่คนที่เดินไปผิดทาง หรือตายจะข้างถนนเมื่อไร พวกพ่อค้ารวยๆ ย่อมไม่สนใจไยดี
ลูเมี่ยนอาศัยเคล็ดลับของนักแสดงที่เรียนมาจากจินนา รวมถึงคำแนะนำจากอ็องโตนี·รีด ฉวยโอกาสชื่นชมวาเลรีว่าเป็นคนใจกว้างและมีจิตใจสูงส่ง
วาเลรียิ้มพลางกำชับเป็นมั่นเหมาะ
“ถ้าพวกคุณอยากอยู่รอดปลอดภัยที่นี่ ก็ควรรีบเปลี่ยนมานับถือพระแม่ธรณีโดยเร็ว รีบหาหญิงสาวดีๆ แต่งงาน แล้วมีลูกด้วยกันสักสองสามคน มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น พวกคุณจึงจะรอดพ้นจากปัญหาซ่อนเร้นได้”
การเร่งรัดให้คนอื่นแต่งงานและมีลูก คือธรรมเนียมของอาณาจักรเฟเนพ็อตหรือยังไง? ลูเมี่ยนรำพันเงียบ แล้วพูดพลางยิ้มขื่นขม
“ไม่มีเงินทองก็ไม่มีหญิงสาวดีๆ”
นี่คือหนึ่งในสุภาษิตของเขตดาลีแอช สื่อว่าคนจนแทบไม่มีโอกาสได้มีภรรยาดีๆ ยิ่งเป็นคนเลี้ยงแกะยิ่งสร้างครอบครัวได้ยาก
“ที่นี่คือเฟเนพ็อต หาใช่ดาลีแอช” วาเลรียกแก้วไวน์ขาวขึ้นมาละเมียดจิบ “หญิงสาวที่นี่ให้ความสำคัญกับร่างกายที่แข็งแรงและความกล้าหาญมากกว่า ส่วนเรื่องเงิน ไว้แต่งงานค่อยหาเอาก็ได้”
“ทำไมล่ะ?” ลูเมี่ยนไม่ปิดบังความสงสัยของตน
“ก็ผู้ชายแบบนั้นเหมาะแก่การสืบทอดเผ่าพันธุ์มากกว่า และสามารถทำให้หญิงสาวดีๆ ตั้งครรภ์ได้มากกว่า” วาเลรีพูดไปพลางหัวเราะ “ที่นี่ต่างจากดาลีแอช แก่นสารของหลายสิ่งๆ คือการให้กำเนิด รวมถึงการสืบทอดเผ่าพันธุ์ ไว้คุณเข้าใจจุดนี้ดีเมื่อไร ถึงจะเข้าใจเฟเนพ็อตอย่างถ่องแท้ พระแม่แห่งสรรพสิ่งจงเจริญ!”
ถึงว่าทำไมเฟเนพ็อตมีประชากรมากที่สุดในบรรดากลุ่มประเทศทวีปเหนือ ถ้าพวกเขาไม่เก่งด้านการปรับปรุงที่ดินและการปลูกพืช คงไม่มีปัญญาเลี้ยงดูประชากรมากขนาดนี้ไหวแน่…สมองลูเมี่ยนเร่งประมวลผล ก่อนจะลองถามหยั่งเชิง
“มิสเตอร์วาเลรีครับ ผมได้ยินมาว่า เดือนหน้าจะมีพิธีบูชาทะเลอะไรสักอย่าง พอจะมีลู่ทางให้ทำเงินจากตรงนั้นไหมครับ?”
“มีสิ” วาเลรีนั่งลง “เดือนพฤศจิกายนที่เมืองท่าซานตาถือว่าค่อนข้างร้อน สมัยปู่ของผมเพิ่งมาถึงที่นี่ ท่านเช่ากล่องไม้มาใส่ไอศกรีมแท่ง แล้วไปเอาน้ำแข็งมาจากโรงงาน นำมาวางรอบไอศกรีมแท่งแล้วใช้ผ้าขนหนูคลุมไว้ จากนั้นก็แทรกตัวเข้าไปในฝูงชนเพื่อเร่ขายไอศกรีมแท่งกับน้ำแข็ง จนกระทั่งท่านเก็บเงินก้อนแรกได้ สำหรับปัจจุบัน ธุรกิจนี้ก็ยังทำเงินได้อยู่ เพียงแต่การแข่งขันสูงมาก ถึงขั้นต้องเช่าจักรยานกัน เพื่อให้สามารถขนกล่องไอศกรีมได้ใหญ่ขึ้น และเดินทางไปยังสถานที่จัดพิธีได้หลายแห่งมากขึ้น”
“มีสถานที่ประกอบพิธีกรรมหลายจุด?” ลูเมี่ยนถือโอกาสถามต่อ
วาเลรียิ้มแล้วตอบ
“นี่ถือเป็นงานเทศกาลใหญ่ของเมืองท่าซานตา ย่อมต้องมีหลายขั้นตอน ต้องจัดในสถานที่ต่างกัน เช่น พิธีเต้นรำจัดที่ท่าเรือ ขบวนแห่ดอกไม้จัดทั่วเมือง การแข่งเรือเร็วจัดในทะเล พิธีเฝ้ายามจัดที่หมูบ้านมิโล และสำคัญที่สุดคือพิธีบูชาทะเล”
“พิธีบูชาทะเลคืออะไรครับ?” ลูเมี่ยนถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น
วาเลรีส่ายหน้าช้าๆ
“ผมเองก็ไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัด รู้เพียงว่า ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ กับ ‘สาวใช้แห่งทะเล’ จะล่องเรือที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยบนเรือเต็มไปด้วยเครื่องเซ่นที่ชาวประมงกับพ่อค้าทางทะเลนำมาถวาย แล่นออกไปยังท้องทะเลด้านนอกท่าเรือเพื่อประกอบพิธีพิเศษ หากใครไม่ได้ร่วมทางไป ก็จะไม่มีวันได้ทราบรายละเอียดของพิธี”
“ผู้ว่าการแห่งทะเล? สาวใช้แห่งทะเล?” ลูเมี่ยนถามย้ำคำสำคัญ
ท่าทีของเด็กหนุ่มไม่ผิดไปจากคนเลี้ยงแกะจากดาลีแอช ที่เพิ่งมาถึงท่าเรือซานตา
วาเลรีหัวเราะพลางเล่าต่อ
“สิ่งสำคัญที่สุดของพิธีบูชาทะเลคือ การคัดเลือกผู้ชายหนึ่งคนมาเป็น ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ กับหญิงสาวสี่คนมาเป็น ‘สาวใช้แห่งทะเล’ อันดับแรก พวกเขาจะล่องเรือดอกไม้แห่ไปทั่วเมือง จากนั้นก็ขึ้นเรือประมงพิเศษจากท่าเรือ ออกทะเลท่ามกลางการแสดง ‘ระบำแห่งทะเล’ แล้วก็เริ่มการแข่งความเร็ว แล่นวนรอบท่าเรือหนึ่งรอบ ก่อนจะเข้าไปในหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดในแถบนี้ หมู่บ้านมิโล เพื่อพักค้างคืน”
“เจ็ดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนจะกลับขึ้นเรืออีกครั้ง แล้วมุ่งหน้าสู่สถานที่ประกอบพิธีบูชาทะเลพร้อมด้วยเครื่องเซ่น”
การคัดเลือก ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ กับ ‘สาวใช้แห่งทะเล’…พิธีบูชาทะเลที่มีหลายขั้นตอน…ลูเมี่ยนทวนคำสำคัญภายในใจ
เด็กหนุ่มพลันตกใจเมื่อเกิดความคิดเชื่อมโยง
นี่มันคล้ายคลึงกับเทศกาลมหาพรตในเขตภูเขาดาลีแอชมาก ยังกับ ‘นางฟ้าใบไม้ผลิ’ ไม่มีผิด!
แม้ว่าในความเป็นจริง เทศกาลวันมหาพรตจะไม่มีเหตุการณ์สยองขวัญเหมือนอย่างที่เอวาถูกสับหัว จนเลือดสดๆ สาดกระเซ็น แต่ภาพในความฝันได้สลักลึกลงในใจลูเมี่ยนเรียบร้อยแล้ว จนเขาเผลอนำเทศกาลมหาพรตมาเชื่อมโยงกับความชั่วร้ายโดยปริยาย
พิธีบูชาทะเลที่นี่คล้ายกับเทศกาลมหาพรต?
แต่แล้วลูเมี่ยนก็ชั่งใจว่า ความคล้ายคลึงเช่นนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดได้
เพราะนี่คือหลักการตามปกติของศาสตร์เร้นลับ — การสร้างสัญลักษณ์อันเป็นรูปธรรมมาเป็นตัวแทนของสิ่งที่ต้องการบูชา เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ที่ต้องการ
พิธีทำนองนี้สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในพิธีกรรมท้องถิ่นหลายแห่ง
“ผู้ว่าการแห่งทะเลกับสาวใช้แห่งทะเล จะถูกคัดเลือกด้วยวิธีใด?” ลูเมี่ยนถามอย่างสนใจใคร่รู้
อย่าบอกนะว่าเหมือนกับนางฟ้าใบไม้ผลิ ที่คัดเลือกจากการลงคะแนนเสียงจากชาวเมืองท่าซานตา?
ถ้าอย่างนั้น หลังจบพิธีกรรม เหล่าคนที่ถูกเลือกจะมีชื่อเสียงมากขึ้น รวมถึงได้รับผลประโยชน์แอบแฝงด้วยหรือไม่?
วาเลรีลูบซิการ์อีกครั้งพลางกล่าว
“ถูกคัดเลือกโดยคณะกรรมการของสมาคมที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองท่าซานตา นั่นคือสมาคมประมง ส่วนเกณฑ์การคัดเลือกจะถูกปิดเป็นความลับสุดยอด โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดการลงคะแนน แม้แต่สมาชิกสมาคมประมงบางคนก็ไม่มีสิทธิ์ได้ทราบ”
พ่อค้าตลาดมืดยิ้มพลางเล่าต่อ
“ผมเองก็อยากถูกเลือกให้เป็นผู้ว่าการแห่งทะเลเหมือนกัน เห็นว่าได้รับผลประโยชน์อื้อซ่าเลย แต่ทุกคนที่เคยถูกเลือกไม่มีใครยอมปริปากเล่ารายละเอียดเลย”
“แล้วผู้ว่าการแห่งทะเลคนก่อนๆ ตอนนี้เป็นยังไงกันบ้าง?” ลูเมี่ยนสนใจประเด็นนี้มากกว่า
วาเลรีชะงักไปเล็กน้อย ครุ่นคิดไม่นานก็ส่ายหน้า
“ผมไม่ทราบ”
“ผู้ว่าการแห่งทะเลแต่ละคนจะอยู่ในตำแหน่งแค่ปีเดียว ดูเหมือนว่าพอพ้นตำแหน่งจะถูกส่งไปต่างถิ่นกันหมด ไม่ว่ายังไงก็ห้ามอยู่ในเมืองท่าซานตาต่อ เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับผู้ว่าการแห่งทะเลคนใหม่ หึๆ แน่นอนว่าพวกเขาได้รับค่าตอบแทนสูง แถมยังได้รับอนุญาตให้พาครอบครัวตามไปด้วย”
ส่งไปต่างถิ่น? พวกเขาถูกส่งไปต่างถิ่นจริงๆ หรือมีชะตากรรมแบบอื่นกันแน่? ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา พอเป็นพิธีกรรมท้องถิ่นแบบนี้ ลูเมี่ยนมักมองโลกในแง่ร้ายและน่าสะพรึงกลัวเสมอ
อีกอย่าง ชะตากรรมของผู้ว่าการแห่งทะเลหลังจบ ‘พิธีบูชาทะเล’ ก็แปลกประหลาดจนชวนให้สงสัยจริงๆ
ลูเมี่ยนครุ่นคิดสักครู่ แล้วถามด้วยท่าทีที่สอดคล้องกับตัวตนปัจจุบัน
“แล้วสาวใช้แห่งทะเลล่ะ?”
“พวกเธอได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่พ่อค้าทางทะเล รวมไปถึงผู้ถือหุ้นบริษัทประมง ชาวประมง และลูกเรือ ทุกคนต่างก็อยากแต่งงานกับสาวใช้แห่งทะเลกันทั้งนั้น มันคือสัญลักษณ์ของการได้รับความโปรดปรานจากทะเล ถ้าคุณไปดูตามหมู่บ้านชาวประมง สมาคมประมง หรือบ้านของพ่อค้าทางทะเล ก็จะพบว่า ‘ย่า’ ผู้ทรงอิทธิพลในบ้าน หลายคนเคยเป็นสาวใช้แห่งทะเลมาก่อน” วาเลรีกล่าวด้วยสีหน้าอิจฉา ดูเหมือนเขาเองก็อยากแต่งงานกับสาวใช้แห่งทะเลเช่นกัน เพื่อให้กลายเป็นพ่อค้าทางทะเลตัวจริง
ยังกับผลประโยชน์แอบแฝงหลังจากได้เป็นนางฟ้าใบไม้ผลิไม่มีผิด…ลูเมี่ยนอดใจไม่ให้ยกมือขวาขึ้นมาลูบคางตัวเอง
เด็กหนุ่มหยุดถามแต่เพียงเท่านี้ ไม่พยายามซักไซ้ต่อ พอจ่ายเงินมัดจำ 50 ทองลิโซ เขากับลูกาโนก็เดินออกจากบ่อนใต้ดินของวาเลรี
ลุดวิกไม่ได้มาด้วย แต่ถูกฝากไว้ที่ร้านอาหารครอบครัวแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล ในร้านมีสถานที่สำหรับรองรับเด็กเล็ก มีพนักงานคอยดูแลเป็นพิเศษ พร้อมทั้งให้บริการอาหารหนึ่งมื้อ
ธุรกิจในเฟเนพ็อตจำนวนไม่น้อยเกิดมาเพื่อช่วยให้พ่อแม่เลี้ยงดูบุตรหลานได้สะดวกสบายมากขึ้น หรือลดความเครียดของพวกเขาลง ซึ่งไม่มีในประเทศอย่างอินทิส หรือต่อให้มี ก็เป็นบริการสำหรับชนชั้นสูงเท่านั้น
…………
กรุงทรีอาร์ สุสานใต้ดิน
ฟรังก้ากับจินนาเดินถือเทียนไขสีขาวที่จุดแล้ว โดยกำลังมุ่งหน้ากลับไปยังชั้น 3
“ห้องฝังศพที่เป็นเป้าหมายของเรา มีชื่อว่าอะไรแล้วนะ?” ฟรังก้าที่รู้สึกไม่กดดันเท่าในตอนแรก เอียงหน้าถามอีกฝ่าย
จินนาตอบทันทีโดยไม่ต้องนึกทบทวน
“ห้องฝังศพหนามและกำแพงโล่”