ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 541 งานง่ายๆ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 541 งานง่ายๆ
ตอนที่ 541 งานง่ายๆ
ชื่อเสียงแพร่สะพัดไปเร็วขนาดนี้เชียว? ต่อให้ข่าวลือเรื่องที่เราล่าบูลแมน ถูกถ่ายทอดมายังเมืองท่าซานตาก่อนที่สกุณาโบยบินจะแล่นมาจอดสองวัน แต่ผู้ว่าจ้างก็ต้องใช้เวลาตรวจสอบแหล่งกบดานของเรา แถมยังต้องยืนยันความจริงเท็จของข่าวลือด้วย…ลูเมี่ยนเคยคิดว่าคงต้องรออีกสักสองสามวัน จึงจะมีคนมาจ้างตน ดังนั้นเมื่อครู่จึงไม่ได้คิดถึงคุณนายในบริบทปกติเลย
เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวกับลูกาโน
“เชิญคุณนายคนนั้นเข้ามาได้เลย”
พูดจบ ลูเมี่ยนก็ค้อมตัวลงไปหยิบหมวกสานสีเหลืองทองที่วางอยู่บนโต๊ะกลมตัวเล็ก โดยหวังให้ภาพจำของหลุยส์·แบรีมีเอกลักษณ์ที่ง่ายต่อการจดจำ
ไม่นานนัก ลูกาโนก็พาสตรีวัยสามสิบกว่าเดินเข้ามา
เธอสวมชุดยาวสีขาวที่ชายกระโปรงค่อนข้างหลวม บนผ้าปักลายดอกไม้สีแดงกระจายอยู่ทั่ว เป็นชุดเข้ารูปที่ช่วยเน้นส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
เมื่อเทียบกับเขตดาลีแอชจากอีกฟากหนึ่งของภูเขา สตรีในเมืองท่าซานตานิยมแต่งกายด้วยอาภรณ์ที่ฉูดฉาดและหรูหรากว่า แฝงกลิ่นอายความโรแมนติกและรักอิสระ ซึ่งเป็นรสนิยมพื้นฐานของชาวเฟเนพ็อต
คุณนายรายนี้เกล้าผมสีน้ำตาลเป็นมวยสูง สีผิวบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี เธอมาเยือนโดยปราศจากสาวใช้ติดตาม นัยน์ตาสีครามที่ขนตาดกหนามองตรงมายังลูเมี่ยน ผู้ถือหมวกสานสีเหลืองทองอยู่ในมือ
ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงของเธอขยับเปิดปิดเป็นระยะ พรั่งพรูคำพูดออกมาชุดใหญ่ แต่ลูเมี่ยนฟังออกเพียงชื่อ ‘หลุยส์·แบรี’ จากลักษณะการออกเสียงที่คล้ายคลึงกัน
ลูกาโนกลับสู่ร่างล่ามมืออาชีพทันที
“คุณนายท่านนี้กล่าวว่า ‘คุณหลุยส์·แบรีที่เคารพ ดิฉันได้ยินข่าวลือที่คุณล่า ‘จอมเวทปีศาจ’ มาแล้ว ไม่ทราบว่าคุณยินดีที่จะช่วยแก้ปัญหายุ่งยากให้ครอบครัวของดิฉันหรือไม่?’”
สายตาของลูเมี่ยนกวาดมองสร้อยข้อมือประดับอัญมณีหลากสีสันของคุณนาย ก่อนจะเลื่อนกลับมายังใบหน้าอันงดงามแฝงวัยวุฒิของเธอพร้อมกับกล่าว
“ขอทราบชื่อของคุณด้วย”
“จอร์เจียค่ะ” คุณนายรายนี้ตอบหลังจากได้ฟังคำแปลจากลูกาโน
ลูเมี่ยนทวนชื่อของเธออีกครั้ง พลางถามด้วยรอยยิ้ม
“คุณนายจอร์เจีย ต้องการว่าจ้างให้ผมทำงานแบบไหนหรือ”
จอร์เจียเอียงคอฟังคำแปลจากลูกาโน แล้วตอบเป็นภาษาที่ราบสูงด้วยสำเนียงติดท้องถิ่น
“มีสัตว์ประหลาดชั่วร้ายปรากฏตัวในบ้านของดิฉัน เราอยากให้คุณช่วยกำจัดมัน”
ลูเมี่ยนจับใจความได้หลายคำ และพอจะเดาภาพรวมของเนื้องานได้ แต่ก็ยังคงมองไปทางลูกาโนด้วยใบหน้าเรียบเฉย รอให้อีกฝ่ายแปลออกมา
หลังจากลูกาโนแปลงคำพูดของจอร์เจียเป็นภาษาอินทิสทั้งดุ้น ลูเมี่ยนพลันยิ้มขึ้นมาแล้วตอบกลับไป
“ต้องขอโทษด้วยครับ ผมดันลืมเชิญคุณนายคนสวยนั่งลงเสียได้”
“นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ เกอร์มัน·สแปร์โรว์กล่าวว่า มารยาทคือสิ่งสำคัญ”
ลูเมี่ยนชี้ไปทางโซฟาในห้องรับแขก แล้วเดินไปนั่งบนโซฟายาว พลางยกมือขวาไปทางลุดวิกผู้กำลังกินขนมอยู่ หวังจะลูบศีรษะอีกฝ่ายด้วยท่าทีเหมือนพ่อทูนหัวคนหนึ่ง
ลุดวิกรีบขยับตัวหลบ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ตัวเองดูเหมือนเด็กน้อย
พอเห็นจอร์เจียนั่งลงบนโซฟาเดี่ยว ลูเมี่ยนก็หมุนหมวกสานสีเหลืองทองเล่น พลางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
“ในเมื่อเป็นสัตว์ประหลาดชั่วร้าย ทำไมคุณถึงไม่แจ้งกับศาสนจักรพระแม่ธรณีโดยตรงล่ะครับ?”
จอร์เจียหันไปมองลูกาโนด้านข้าง ตั้งใจฟังอีกฝ่ายแปลจนจบ
หญิงสาวเม้มริมฝีปากที่ถือว่าค่อนข้างหนา แล้วตอบเป็นภาษาที่ราบสูง
“เราไม่อยากให้ทางศาสนจักรทราบเรื่องนี้ เพราะมันจะสร้างความเสื่อมเสียให้วงศ์ตระกูล”
ก็เลยมาจ้างเราที่เป็นคนต่างถิ่น ซึ่งเตรียมจะจากไปหลังจบพิธีบูชาทะเลสินะ? แถมยังสืบจนมั่นใจแล้วด้วย ว่าเรามีฝีมือเพียงพอที่จะจัดการกับสัตว์ประหลาดชั่วร้ายนั่นได้…ลูเมี่ยนถอนสายตาจากลูกาโน ครุ่นคิดสักพักแล้วตอบไปว่า
“ช่วยเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดชั่วร้ายนั่นให้ฟังหน่อย”
ผ่านไปสองสามวินาที จอร์เจียเลือกสรรถ้อยคำอย่างระมัดระวังแล้วกล่าว
“มันดูเหมือนกิ้งก่าไม่มีหาง มันโจมตีทุกคนในบ้าน และฆ่าสาวใช้กับบุรุษรับใช้ไปหลายคนแล้ว ฆ่าเสร็จก็กินเลือดเนื้อของพวกเขา”
“บอดี้การ์ดของตระกูลเราใช้ปืนยิงแล้ว จนมันบาดเจ็บพอสมควร แต่ก็ไม่ถึงตายเนื่องจากเกล็ดของมันแข็งมาก พวกเราทำได้แค่ต้อนมันลงไปยังห้องใต้ดินแล้วปิดประตูขังเอาไว้”
“เราเคยคิดว่ามันจะค่อยๆ หิวตายไปเอง ใครจะรู้ ผ่านมาเกือบสองสัปดาห์แล้วก็ยังไม่ตาย แถมยังพยายามกระแทกประตูห้องใต้ดินให้พังด้วย”
จากเท่าที่ฟัง ระดับความอันตรายไม่สูงนัก แค่ปืนธรรมดายังไล่ต้อนมันได้เลย…แต่ไม่ยอมเล่าที่มาที่ไปของกิ้งก่ายักษ์ตัวนั้น คงเป็นเหตุผลที่ไม่อยากเรียกศาสนจักรพระแม่ธรณีหรือรัฐบาลท้องถิ่นมาจัดการ…ลูเมี่ยนครุ่นคิดพลางเปรียบเทียบคำบางคำกับเนื้อหาที่ลูกาโนแปลให้ฟัง จนยืนยันได้ว่าไกด์คนนี้ไม่ได้ใส่สีตีไข่หรือตัดทอนรายละเอียดไป
เด็กหนุ่มจึงถามด้วยท่าทีสบายๆ
“มีบอดี้การ์ดบาดเจ็บหรือเสียชีวิตบ้างไหม?”
หลังจากฟังคำแปล จอร์เจียส่ายหน้าอย่างเชื่องช้า
“ไม่มีใครเสียชีวิตค่ะ บาดเจ็บสองคน แต่ก็ไม่ร้ายแรง อา…สัตว์ประหลาดนั่นยังทำให้พวกเรารู้สึกเหมือนทั้งห้องถูกลากลงทะเลลึก ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่”
เหมือนถูกลากลงทะเลลึก…มีพลังเหนือธรรมชาติอยู่บ้างสินะ แต่ดูแล้วค่อนข้างอ่อนแอ…ทะเลลึก…ลูเมี่ยนเริ่มมีไฟขึ้นมาทันที จึงซักถามรายละเอียดอย่างเอาจริงเอาจัง
หลังจากถามตอบกันอยู่พักหนึ่ง จอร์เจียก็พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“มิสเตอร์หลุยส์·แบรี ทางเรายินดีจ่ายค่าจ้าง 15,000 ลิโซสำหรับงานนี้ แต่คุณต้องสัญญาว่าจะไม่นำเรื่องนี้ไปเผยแพร่”
15,000 ทองลิโซ? จากเท่าที่ฟังมา สัตว์ประหลาดนั่นมีมูลค่าไม่เกิน 5,000 ทองลิโซแน่นอน อีก 10,000 คือค่าปิดปากสินะ? ลูเมี่ยนอมยิ้มแล้วตอบเป็นภาษาที่ราบสูงสำเนียงแปร่งๆ
“ไม่มีปัญหา”
จากนั้น เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนพร้อมกับกล่าวเป็นภาษาอินทิส
“ผมอยากไปดูหน้างานเลย”
จอร์เจียลุกขึ้นตาม พลางฟังคำแปลของลูกาโนจนจบ
เธอไม่แปลกใจกับข้อเรียกร้องของหลุยส์·แบรีเลยสักนิด — เธอเคยติดต่อกับนักผจญภัยหรือนักล่าเงินรางวัลมาไม่น้อย จึงได้ทราบว่าการสำรวจจุดเกิดเหตุ การทำความเข้าใจเป้าหมาย และการเตรียมตัวให้รอบคอบรัดกุม คือกุญแจสำคัญที่ทำให้มืออาชีพในสายงานนี้สามารถแก้ปัญหาสำเร็จ หรือเอาชีวิตรอดมาได้
“ตอนนี้เลยไหมคะ?” จอร์เจียถามเพื่อยืนยันให้แน่ใจ
ลูเมี่ยนเข้าใจคำนี้ จึงตอบกลับเป็นภาษาที่ราบสูง
“ตอนนี้เลย”
จากนั้น เด็กหนุ่มสวมหมวกสานสีเหลืองทองเดินไปทางประตู พลางพูดเสริมเป็นภาษาอินทิส
“นอกจากนี้ รบกวนช่วยเตรียมอาหารเย็นมื้อใหญ่สำหรับผม ลูกบุญธรรมของผม และล่ามของผมด้วย”
จอร์เจียฟังคำแปลจนจบแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง
หญิงสาวมองแผ่นหลังของลูเมี่ยน พลางคิดในใจว่านักผจญภัยรายนี้ดูจะแตกต่างจากคนอื่นๆ ที่เธอเคยรู้จักอยู่พอสมควร
…………
เมืองท่าซานตา ถนนนักบุญลานา
บริเวณนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง เรียงหลายไปด้วยคฤหาสน์หลายชั้น คฤหาสน์แต่ละหลังต่างก็มีสวนดอกไม้ สนามหญ้า และโรงเลี้ยงม้าในตัวเอง
ครอบครัวของจอร์เจียอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 21 บนถนนเส้นนี้ เป็นคฤหาสน์ห้าชั้นที่มีผนังด้านนอกสีน้ำตาลอมแดง ประดับประดาด้วยรูปปั้นเทวทูตหรือนักบุญหญิงแห่งศาสนจักรพระแม่ธรณีหลายพระองค์ รวมไปถึงสัญลักษณ์ที่แสดงถึงคลื่นทะเลกับการประมง
ลูเมี่ยนสวมหมวกสาน พลางจูงมือลุดวิกผู้สะพายกระเป๋าสีแดง เดินตามหลังจอร์เจีย สาวใช้ และคนรับใช้ชายของเธอเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์
ห้องโถงนี้ยังใช้เป็นลานเต้นรำขนาดใหญ่ได้ด้วย ด้านบนเปิดโล่งไปจนถึงเพดานโดม
เมื่อก้าวเข้าไปในห้องโถง ลูเมี่ยนตระหนักได้ทันทีเลยว่า มีสายตาหลายคู่กำลังแอบมองมาจากด้านหลังราวระเบียงทรงโค้งบนชั้นสอง สาม สี่ และห้า
อยู่รวมกันแบบตระกูลใหญ่สินะ? มีสมาชิกครอบครัวเยอะจริงๆ …ลูเมี่ยนมิได้เงยหน้ามอง เพียงยิ้มเบาๆ พลางรำพันอยู่ในใจ
ปลายทางมีประตูบานใหญ่สีดำเหล็ก อยู่ในสภาพปิดสนิท
ราวกับตระหนักถึงการมาเยือนของผู้คนได้ ประตูเหล็กบานดังกล่าวส่งเสียงดังสนั่นทันที ฟังดูคล้ายกับถูกสิ่งมีชีวิตที่มีพละกำลังไม่น้อยกระหน่ำทุบอย่างแรง
“อยู่ข้างในค่ะ” จอร์เจียยกมือขวาชี้ไปทางประตูเหล็กด้วยสีหน้าซับซ้อน
ลูเมี่ยนเข้าใจประโยคเมื่อครู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องให้ลูกาโนแปล
เด็กหนุ่มปรับองศาหมวกสานบนศีรษะเล็กน้อย พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเชิงออกคำสั่ง
“พาลูกบุญธรรมของผมไปที่ห้องรับแขก เพื่อรับประทานของหวานก่อนอาหารได้เลย”
ขณะพูด เด็กหนุ่มเดินดุ่มเข้าหาประตูเหล็กโดยไม่หันหลังกลับมามองอีก
พอได้ยินคำแปลจากลูกาโน จอร์เจียรีบพาลุดวิกกลับขึ้นไปข้างบนพร้อมกับสาวใช้ ส่วนบอดี้การ์ดคนหนึ่งรีบวิ่งตามหลังลูเมี่ยนด้วยสีหน้าตึงเครียดสุดขีด แล้วยื่นกุญแจสีเงินดำให้หนึ่งดอก
จากนั้น บอดี้การ์ดทั้งสองชักปืนออกมา คนหนึ่งยืน อีกคนย่อตัวลง แล้วพร้อมใจกันเล็งปากกระบอกไปทางประตูเหล็ก เพื่อป้องกันมิให้สัตว์ประหลาดฉวยโอกาสหลบหนีออกมา
ลูเมี่ยนบรรจงสอดกุญแจเข้าไปในรูอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะบิดเปิดท่ามกลางเสียงดังกริ๊ก
เด็กหนุ่มโยนกุญแจทิ้งทันที แล้วใช้มือข้างเดียวผลักประตูเหล็กเปิดเข้าไป
เพียงพริบตา ร่างของสัตว์ประหลาดนั่นก็เผยโฉมในวิสัยทัศน์ของเด็กหนุ่ม
อีกฝ่ายเป็นกิ้งก่ากึ่งมนุษย์ ลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ดนับไม่ถ้วนที่เรียงสลับกันไปมา เกล็ดทุกแผ่นเปล่งประกายและดูแข็ง หากตรงไหนปราศจากเกล็ดปกคลุม ก็จะเป็นผิวหนังลื่นๆ คล้ายงูชั่วร้าย
รูม่านตาทั้งสองของสัตว์ประหลาดมีลักษณะเป็นทรงรีแนวตั้ง สีอ่อนจนเกือบใส ในปากมีฟันแหลมๆ นับไม่ถ้วนเรียงกันเป็นเกลียว
แทบจะในเวลาเดียวกัน ลูเมี่ยนสัมผัสได้ว่าอากาศรอบตัวหนักขึ้นกะทันหัน หนักกว่าเดิมหลายเท่า ประหนึ่งถูกโซ่ตรวนพันธนาการร่างกายเอาไว้ ส่งอิทธิพลต่อความเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน
ความรู้สึกดังกล่าวมาพร้อมกับความชื้น จนเด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังดำดิ่งลงสู่ห้วงทะเลลึก ต้องเผชิญหน้ากับแรงดันจากทุกสารทิศ
กิ้งก่าร่างมนุษย์ปรี่เข้าใส่ในพริบตา พร้อมกับการที่ร่างของลูเมี่ยนถูกดึงเข้าหาศัตรู ประหนึ่งมีกระแสน้ำวนพัดพาไป
ทันใดนั้น คล้ายกับมีอำนาจที่มองไม่เห็นปะทุออกจากภายในร่างเด็กหนุ่ม ช่วยให้เขาเป็นอิสระจากพันธนาการ
ลูเมี่ยนรีบย่อตัว แล้วซัดหมัดอัปเปอร์คัตขวาจากล่างขึ้นบน
เพียงพริบตา เปลวไฟสีแดงจนเกือบขาวพลันลุกโชนจากกำปั้นของเด็กหนุ่ม ก่อนจะลุกลามไปตามท่อนแขน ดุจดังนาคาเพลิงสีสันสวยงามที่มีขนาดลำตัวยาวขึ้นเรื่อยๆ
เปรี้ยง!
หมัดนี้กระแทกใส่ช่วงอกกับช่องท้องของกิ้งก่ากึ่งมนุษย์อย่างหนักหน่วง พร้อมกับบีบอัดเปลวไฟเข้าไป
โครม!
กิ้งก่ากึ่งมนุษย์ถูกชกจนกระเด็นถอยหลัง ส่งผลให้เกล็ดวาววับตรงหน้าอกและท้องของมันถึงกับหลุดลอก เกิดเป็นบาดแผลฉกรรจ์
ลูเมี่ยนมิได้ไล่ตาม เพียงใช้มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง แล้วเปลี่ยนจากกำปั้นขวาเป็นฝ่ามือขวา พร้อมกับผลักไปในอากาศแผ่วเบา
ลูกไฟสีแดงจนเกือบขาวจำนวนมากปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าเด็กหนุ่ม ก่อนจะพุ่งกระแทกบาดแผลบนหน้าอกและท้องของกิ้งก่ากึ่งมนุษย์เข้าอย่างจัง
บึ้มบึ้ม!
ร่างของสัตว์ประหลาดตัวดังกล่าวระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ทันที เศษเลือดเนื้อสาดกระจายเต็มพื้น
ลูเมี่ยนมองดูอยู่สักพักจนแน่ใจ ก่อนจะปรับองศาหมวกสานสีเหลืองทองบนศีรษะ แล้วหมุนตัวเดินกลับไปทางบันไดที่พาไปสู่ชั้นบน
สองบอดี้การ์ดที่คอยถือปืนเฝ้าระวังด้านนอก ต่างก็ยังไม่เปลี่ยนท่วงท่า คล้ายกับยังตามสถานการณ์ไม่ทันและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ลูเมี่ยนไม่ได้ ‘ปลุก’ พวกเขา เพียงเดินย่ำไปตามขั้นบันไดเรื่อยๆ
จอร์เจียผู้อยู่ด้านบน ย่อมได้ยินเสียงระเบิดดังอึกทึก จึงรีบออกจากห้องรับแขกเล็กพร้อมกับลูกาโน แล้วรีบมุ่งหน้าไปทางปากบันได พอดีกับที่เห็นลูเมี่ยนเดินสวนขึ้นมา
“ดูลาดเลาเสร็จแล้วหรือคะ?” คุณนายรายนี้ถามด้วยความเป็นห่วง
ลูเมี่ยนยิ้มแล้วตอบ
“ปัญหาถูกสะสางแล้วครับ”
……………………………………………………..