ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 545 นิกาย
ตอนที่ 545 นิกาย
แม่ชีนักรบ? ลูเมี่ยนพลันประหลาดใจ แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนได้กลับคืนสู่บ้านเมือง ‘มีขื่อมีแป’
ในดินแดนของอาณาจักรใดก็ตามบนทวีปเหนือ ผู้วิเศษเถื่อนล้วนไม่เป็นที่ต้อนรับ จะต้องถูกนำเข้าสู่ระบบ หรือแม้กระทั่งถูกจับกุม ซึ่งแตกต่างจากเมืองอาณานิคมอย่างเมืองท่าฟาริม ที่นักผจญภัยคนดังสามารถเดินอวดโฉมบนท้องถนน หรือโอ้อวดกิตติศัพท์ของตนภายในบาร์ โดยไม่ต้องกังวลมากนักว่าจะถูกผู้วิเศษทางการมาตามจับ
“เจ้านาย แบบนี้จะอันตรายไหมครับ?” ลูกาโนถามอย่างกังวล
เขาเองก็เป็นผู้วิเศษเถื่อนเหมือนกัน และต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ มานาน
ลูเมี่ยนยิ้มให้ พลางตอบอย่างโอ้อวด
“มันขึ้นอยู่กับท่าทีของทางนั้น”
ความนัยแฝงของประโยคนี้คือ ฝ่ายที่ต้องระวังอันตราย คือพวกแม่ชีนักรบต่างหาก
ลูเมี่ยนยังกล่าวเสริมติดตลก
“นายเฝ้าฝันถึงแม่ชีพวกนี้อยู่ไม่ใช่หรือ? ตอนนี้พวกเธอก็มาหาแล้ว ไม่ดีใจสักหน่อยล่ะ?”
จินตนาการกับความจริงมันไม่เหมือนกันสักหน่อย…ลูกาโนเห็นว่าเจ้านายของตนยังไม่คิดจะพาทุกคน ‘เทเลพอร์ต’ หนีไป จึงเดินลงบันไดด้วยความกระวนกระวาย เพื่อเชิญแม่ชีนักรบเหล่านั้นขึ้นมา
ผู้นำของพวกเธอ ลูเมี่ยนเคยเห็นมาก่อน
ผมหยักศกดกหนาของเธอ ถูกสอดเข้าไปในหมวกสองมุมสีดำพาดขาว นัยน์ตาสีฟ้าสดใสเปล่งประกาย เรือนคิ้วดกหนาพอไม่เบา รวมๆ แล้วเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์
สตรีผู้สวมเกาะหนังทับเสื้อมองหน้าลูเมี่ยน ท่าทีของเธอมิได้ดูแข็งกร้าว แต่กลับยิ่งแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน
“คุณคือนักผจญภัยหลุยส์·แบรีใช่ไหม?”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“แล้วคุณคือ?”
แม่ชีนักรบเจ้าของหน้าตาค่อนข้างสะสวยตอบกลับ
“ฉันคือโนเอเลีย แม่ชีจากนิกายอุดมสมบูรณ์ รับผิดชอบหน่วยรบขนาดเล็กหนึ่งหน่วย”
“ธรณีจงเจริญ พระแม่แห่งสรรพสิ่งจงเจริญ!”
โนเอเลียชูสองมือขึ้นเหนือศีรษะ เท้าทั้งสองกางออกจากกันเล็กน้อย
เมื่อพบว่าโนเอเลียกับพวกแม่ชีนักรบจากนิกายอุดมสมบูรณ์ มิได้เย่อหยิ่งจองหอง หรือดูแคลนผู้วิเศษเถื่อนว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายอย่างที่ตนเคยเข้าใจ ลูเมี่ยนจึงคลี่ยิ้มออกมา
“มาดาม พวกคุณมีธุระอันใดกับผมหรือ”
โนเอเลียยิ้มพลางกล่าว
“คุณคือนักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ที่สังหาร ‘จอมเวทปีศาจ’ ถ้าพวกเราไม่รู้ว่าคุณมาถึงเมืองท่าซานตา มันก็คงไม่มีอะไร แต่ในเมื่อทราบแล้ว ก็จำเป็นต้องพูดคุยกันสักหน่อย เพื่อกำชับให้อยู่ในกฎระเบียบของเมือง”
“กฎระเบียบ?” ลูเมี่ยนถือหมวกสานสีเหลืองทอง พลางถามอย่างใจเย็นราวกับคาดเดาไว้แล้ว
ท่าทีของแม่ชีนักรบเหล่านี้ เป็นมิตรเสียจนเขาสงสัยว่าพวกเธอเป็นผู้วิเศษทางการแน่หรือ — ไม่เพียงแต่พวกเธอจะไม่จับกุมตนกับพรรคพวกในทันที แต่ยังเลี่ยงคำว่า ‘เตือน’ หรือ ‘ตักเตือน’
นี่คือจุดแตกต่างระหว่างศาสนาพระแม่ธรณีกับเจ้าอื่นๆ หรือ? เน้นย้ำความเป็นมารดา จึงให้ความเคารพกับชีวิตมากกว่า?
ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงของโนเอเลีย เผยรอยยิ้มงดงามขณะกล่าว
“หากเป็นเมืองอื่น เราจะตักเตือนคุณทันที แล้วนำเข้าสู่ระบบ หากใครคิดต่อต้าน ก็เลือกได้สองทางระหว่างถูกจับกุมหรือถูกกำจัดทิ้ง”
“แต่ที่นี่คือเมืองท่าซานตา ซึ่งมีพ่อค้าทางทะเลอยู่นับไม่ถ้วน พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้กับพวกโจรสลัดเพื่อปกป้องสินค้า และทางเราก็มีกำลังคนไม่เพียงพอสำหรับช่วยคุ้มกัน ดังนั้น ทางการจึงอนุโลมให้พ่อค้าเหล่านั้น สามารถจ้างผู้วิเศษมาเป็นบอดี้การ์ดได้”
“มิสเตอร์หลุยส์·แบรี คุณสามารถเคลื่อนไหวอย่างอิสระได้ในเมืองท่าซานตา แต่ต้องปฏิบัติตามกฎสามข้อ”
“หนึ่ง คุณไม่มีสิทธิ์เดินทางเข้าไปในแผ่นดินหรือเมืองอื่นๆ ได้ตามใจชอบ ต้องได้รับอนุญาตจากทางเราก่อน สอง คุณไม่มีสิทธิ์ประกอบพิธีกรรมใดๆ ในเมืองท่าซานตา ไม่มีสิทธิ์ดื่มโอสถเพื่อเลื่อนลำดับ และไม่มีสิทธิ์ทำการทดลองทางศาสตร์เร้นลับที่นี่ สาม ห้ามใช้พลังของคุณพร่ำเพรื่อ ห้ามสร้างความวุ่นวายหรือก่อหายนะ”
“แน่นอน หากในอนาคตคุณย้อนกลับมายังเมืองท่าซานตาอีกครั้ง ก็จำเป็นต้องมาลงทะเบียนกับเราก่อน”
ข้อเรียกร้องฟังดูสมเหตุสมผลมาก…แถมยังเป็นข้อเรียกร้องจากศาสนาที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่กลับไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ นับว่าสะดวกสบายและง่ายกว่าการขอใบอนุญาตพกปืนในเมืองท่าฟาริมเสียอีก แต่แน่นอน ในเมืองท่าฟาริม การไม่มีใบอนุญาตไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่ ตราบใดที่ไม่มีใครไปแจ้งความ และไม่ได้เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่โดยตรง ปัญหาก็จะไม่เกิด…ลูเมี่ยนพยักหน้ารับพลางกล่าว
“ตกลงครับ”
พูดถึงตรงนี้ เด็กหนุ่มเพิ่งนึกขึ้นได้ จึงหัวเราะในลำคอแล้วเอ่ยปาก
“แต่ท่าเรือซานตาของพวกคุณก็ไม่ได้สงบเรียบร้อยสักเท่าไรหรอกนะครับ เมื่อคืนผมยังเจอสัตว์ประหลาดอยู่เลย…”
เด็กหนุ่มเล่าคร่าวๆ ถึงเหตุการณ์ที่ ‘สัตว์ประหลาดแคระ’ สวมรอยเป็นปีศาจเพื่อมาข่มขู่ตน โดยมิได้ปิดบังว่ารับงานจากจอร์เจีย เพียงแต่ไม่ได้เล่ารายละเอียดของงาน
โนเอเลียฟังอย่างตั้งใจจนจบ แล้วพูดราวกับเคยชิน
“ทางเราจะจัดการให้ ต่อไปคุณพยายามอย่าเข้าไปยุ่งกับเรื่องของสมาคมประมงอีกนะ นั่นเป็นปัญหาภายในของพวกเขา ทางนั้นจะแก้ไขกันเอง”
กำลังจะบอกว่า ศาสนจักรพระแม่ธรณีก็ไม่เข้าไปก้าวก่ายความขัดแย้งภายในสมาคมประมงเหมือนกัน? ปล่อยให้พวกเขาปกครองตัวเองอย่างอิสระ? เรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับพิธีบูชาทะเลหรือ? ลูเมี่ยนอมยิ้มพลางตอบกลับ
“ผมจะพยายามไม่เข้าไปก้าวก่าย แต่ขอสงวนสิทธิ์ในการป้องกันตัวเองและตอบโต้”
โนเอเลียมิได้กล่าวเพิ่มเติม เพียงเก็บรอยยิ้ม แล้วพากลุ่มแม่ชีนักรบจำนวนหนึ่งเดินไปทางประตูห้อง
ผ่านไปไม่กี่ก้าว เธอก็ชักดาบตรงที่สะพายอยู่บนหลังออกมา หมุนตัวกลับครึ่งรอบ พร้อมกับฟันใส่ลูเมี่ยนอย่างว่องไว
ลำดับการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างไหลลื่น ทุกสิ่งจึงเกิดขึ้นในชั่วพริบตา
ลูเมี่ยนยังคงจ้องมองประกายดาบ มิได้หลบหลีกหรือยกมือขึ้นมาป้องกัน
เสียง ‘ปึด’ ดังแว่ว ดาบตรงเล่มนั้นฟันถากปลายจมูกของเด็กหนุ่มลงไป สุดท้ายก็ชี้ลงพื้น
โนเอเลียเผยรอยยิ้มสดใส พลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“สมแล้วที่เป็นนักผจญภัยคนดัง ทั้งสายตา วิจารณญาณ และความกล้าหาญล้วนสุดยอด”
หญิงสาวหันหลังกลับทันที พลางสั่งสอนพวกแม่ชีนักรบที่ติดตามเธอมา
“นี่แหละ บุรุษเพศตัวจริง ส่วนพวกที่เก่งแต่อวดกล้าม เอาแต่แหกปากโหวกเหวกไปพลางแกว่งดาบ เป็นได้แค่สัตว์ป่าเพศผู้เท่านั้น”
ขณะพูด กลุ่มแม่ชีนักรบก็ทยอยออกจากห้องชุดที่ลูเมี่ยนเช่าอยู่
ลูเมี่ยนยกมือขวาขึ้นลูบคาง พลางเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด
ที่นี่ การที่สตรีประเมินบุรุษอย่างโจ่งแจ้งเปิดเผย ทำเอาเด็กหนุ่มกระอักกระอ่วนใจไม่เบา
หลังจากมองส่งโนเอเลียกับพรรคพวกเดินจากไป ลูกาโนก็กระซิบกระซาบ
“เจ้านายครับ เมื่อคืนมีสัตว์ประหลาดแคระมาข่มขู่ท่านจริงหรือ?”
“ใช่ ถ้าคนที่รับงานจากจอร์เจียคือนาย มันอาจไม่ใช่แค่คำขู่ก็ได้” ลูเมี่ยนสวมหมวกสานสีเหลืองทอง แล้วเดินไปทางประตูพร้อมกับพูดอย่างไม่ใส่ใจ “เรามีหน้าที่ต้องเตือนลูกค้าว่า ใครบางคนกำลังแอบสอดส่องตระกูลของพวกเขาอยู่”
ลูกาโนยืนมึนงงอยู่สักพัก ก่อนจะเริ่มเข้าใจความนัยของลูเมี่ยน แล้วรีบจูงลุดวิกเดินทางไปไม่ห่าง
…………
บ้านเลขที่ 21 ถนนนักบุญลานา ห้องนั่งเล่นในห้องชุดชั้น 5
ลูเมี่ยนได้พบกับจอร์เจียอีกครั้ง
คุณนายรายนี้สวมชุดกระโปรงสีสันสดใส เต็มพืดไปด้วยลวดลาย หางตาชำเลืองมองเด็กชายตัวน้อยที่กินจุเกิดคาดอยู่สักพัก ก่อนจะหันมาทางนักผจญภัยคนดัง หลุยส์·แบรี
“วันนี้มีอะไรหรือ”
ลูกาโนทำหน้าที่ล่ามด้วยความเป็นมืออาชีพ
“เมื่อคืนมีสัตว์ประหลาดมาข่มขู่ผม แต่ผมไล่กลับไปแล้วล่ะ” ลูเมี่ยนเล่าจุดเด่นกับพฤติกรรมของสัตว์ประหลาดแคระนั่น
หลังจากฟังลูกาโนช่วยถ่ายทอด จอร์เจียมิได้เผยท่าทีประหลาดใจมากนัก เพียงครุ่นคิดสักพักก่อนจะกล่าว
“รอสักครู่นะคะ”
เธอทิ้งสาวใช้กับคนรับใช้ไว้ แล้วเดินเข้าไปในห้องด้านใน
ผ่านไปสักพัก เธอเดินออกมาพร้อมกับบุรุษคนหนึ่ง โดยควงแขนกันออกมา
ชายคนดังกล่าวอายุราวสี่สิบ รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าผอมเรียว นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนจนเกือบใส ผมสีดำเทา หยักศกไม่มาก แต่ยาวปรกลงมาถึงหัวไหล่คล้ายกับพวกศิลปิน หน้าตาพรรณนาได้ยากว่าดีหรือแย่ แต่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ได้เห็นแล้วจะไม่ลืมแน่นอน
“นี่คือสามีของดิฉัน รูวิโอ·ปาโก” จอร์เจียแนะนำ
ผู้ถือหุ้นของบริษัทประมง และหนึ่งในคณะกรรมการสมาคมประมงคนนั้นน่ะหรือ? สองวันมานี้ ลูเมี่ยนสืบข้อมูลของตระกูลปาโกมาไม่น้อยผ่านทางลูกาโน
บิดาของรูวิโอ เดิมทีเป็นเพียงชาวประมงที่ค่อนข้างมีฐานะ เป็นเจ้าของเรือร่วมกับผู้อื่น แต่หลังจากสมรสกับมาร์ตา ผู้เคยเป็น ‘สาวใช้แห่งทะเล’ เขาก็เริ่มประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ไม่เพียงแต่ได้บริหารบริษัทประมงอยู่พักหนึ่ง แต่ยังได้เป็นถึงหนึ่งในคณะกรรมการของสมาคมประมง ซึ่งถือเป็นสมาคมเก่าแก่ที่สุดในท้องถิ่น
เมื่อปีก่อน หลังจากเสร็จสิ้นพิธีบูชาทะเลได้ไม่นาน ผู้เฒ่าท่านนี้ก็เสียชีวิต แต่ด้วยการผลักดันอย่างเต็มที่ของย่าเฒ่ามาร์ตา รูวิโอจึงได้สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดา กลายเป็นคณะกรรมการอายุน้อยที่สุดของสมาคมประมง
แน่นอน เขามิได้ดำรงตำแหน่งสำคัญใดๆ ในบริษัทประมงเมืองท่าซานตาอีกแล้ว เพียงแต่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง รวมถึงการรับเงินปันผลในฐานะผู้ถือหุ้น
ชายวัยกลางคนผู้นี้เคยหัวรั้นมาก่อน เดิมทีเขาควรเดินตามเส้นทางที่พ่อแม่วางไว้ให้ ด้วยการสมรสกับ ‘สาวใช้แห่งทะเล’ แต่รูวิโอกลับครองโสดจนอายุล่วงเลยวัยสามสิบ แล้วจึงค่อยสมรสกับจอร์เจีย ผู้เป็นบุตรีของพ่อค้าสิ่งทอ หากเป็นตระกูลใหญ่อื่นๆ ย่าเฒ่าคงจะยืนกรานคัดค้านหัวชนฝา อาจถึงขั้นขับไล่รูวิโอออกจากตระกูลเลยทีเดียว แต่มาร์ตารักและตามใจเขามาก สุดท้ายจึงเลือกที่จะประนีประนอม
ก่อนที่ลูกาโนจะได้แปล รูวิโอชิงพูดเป็นภาษาอินทิสที่ไม่คล่องนัก
“พวกเราสนทนากันโดยตรงได้เลย สมัยหนุ่มๆ ผมมักจะนั่งเรือออกทะเลบ่อยครั้ง เคยไปถึงเมืองท่าฟาริมกับเมืองอื่นๆ”
“มิสเตอร์รูวิโอ ผมไม่คิดว่าพวกเรามีอะไรต้องคุยกัน และไม่อยากรู้เหตุผลที่สัตว์ประหลาดนั่นมาข่มขู่ผมด้วย เพียงแค่อยากแจ้งให้พวกคุณทราบว่ามีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น” ลูเมี่ยนหันไปมองจอร์เจียผู้กำลังทำหน้าฉงนใจ พลางสงสัยว่า การที่รูวิโอเปลี่ยนมาใช้ภาษาอินทิส มิใช่เพื่อมารยาทในการสื่อสาร แต่เพื่อมิให้ภรรยาฟังออก
รูวิโอพยักหน้ารับก่อนจะกล่าว
“ผมเข้าใจความกังวลของคุณ ทางนี้แค่อยากมอบหมายงานใหม่ให้”
“งานอะไรหรือ” ลูเมี่ยนถามกลับยิ้มๆ
รูวิโอกล่าวอย่างสงบ
“แม่ของผมน่ะ มาร์ตา เธอเป็นคนหมู่บ้านมิโล และอยากกลับไปที่นั่นสักครั้ง เพื่อพบกับ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ คนปัจจุบัน แล้วขอให้เขาอนุญาตให้เธอเข้ารับการรักษาจากศาสนจักรพระแม่ธรณี อา…พักหลังมานี้ สุภาพของแม่ผมไม่ค่อยดี ยิ่งก่อนหน้านี้ยิ่งลุกจากเตียงไม่ได้เลย”
ด้วยประสบการณ์อันอุดมสมบูรณ์ของตน เด็กหนุ่มลองวิเคราะห์จากรายละเอียดแวดล้อมต่างๆ เช่นการที่ย่าเฒ่าไม่ออกมารับแขกคนสำคัญ หรือตระกูลปาโกพยายามปกปิดเรื่องกิ้งก่ากึ่งมนุษย์ หรือเรื่องที่มาร์ตาเคยเป็น ‘สาวใช้แห่งทะเล’ จนสุดท้ายก็ได้ข้อสรุปออกมาว่า สัตว์ประหลาดนั่นคือมาร์ตาที่แปลงร่าง!
‘พิธีบูชาทะเล’ ไม่เพียงจะมอบเกียรติยศแก่ ‘สาวใช้แห่งทะเล’ แต่อาจมอบมลทินแฝงมาด้วย ซึ่งสามารถปะทุได้ทุกเมื่อ
แต่เมื่อได้ฟังคำพูดของรูวิโอ กลับกลายเป็นว่ามาร์ตาแค่ป่วยหนัก ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่
แล้วกิ้งก่ากึ่งมนุษย์นั่นมาจากไหน? ลูเมี่ยนข่มความสงสัยไว้ในใจ แล้วถามอย่างไม่เข้าใจ
“ทำไมคุณนายมาร์ตาถึงต้องขออนุญาต ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ เพื่อไปรักษาตัวด้วยล่ะ?”
สีหน้าของรูวิโอแปรเปลี่ยนทันที พลางเล่าด้วยท่าทีรังเกียจปนต่อต้าน
“หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนจักร ‘สาวใช้แห่งทะเล’ ทุกคนต้องเชื่อฟังคำสั่งของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ไม่เช่นนั้นจะถือเป็นการดูหมิ่นพิธีบูชาทะเล”
……………………………………………………..