ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 549 จุดประสงค์ที่แท้จริง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 549 จุดประสงค์ที่แท้จริง
ตอนที่ 549 จุดประสงค์ที่แท้จริง
ชายหนุ่มผู้คอยพยุงฆวน·โอโรไว้จากอีกด้าน รีบเงยหน้าขึ้นกะทันหัน แล้วจ้องลูเมี่ยนในตำแหน่งข้างสารถี ผู้ห้อยขาข้างหนึ่งกับงอเข่าอีกข้างหนึ่ง โดยร่างกายเอนมาข้างหน้าเล็กน้อย
ดวงตาของชายหนุ่มแฝงความโกรธอย่างไม่เก็บซ่อน
คนขับรถตกใจจนลนลาน ความคิดอันสับสนสั่งให้เขาถอยห่างจากลูเมี่ยน แต่ด้านหน้าเขาคือม้า ด้านซ้ายคือลูกาโน ย่อมไม่อาจหนีไปไหนได้ในเวลาสั้นๆ
ส่วนลูกาโนก็กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก พลางตำหนินายจ้างของตน ผู้ทำงานแบบบ้าระห่ำเกินไป
นี่เขากำลังเลียนแบบเกอร์มัน·สแปร์โรว์อยู่หรืออย่างไร?
แต่พฤติกรรมก่อนหน้านี้ของนายจ้างตน ไม่เคยบ้าคลั่งเท่านี้มาก่อน ทำตัวเหมือนคนสมองดีทั่วๆ ไป!
ฆวน·โอโร ชายชราผมดำแซมหงอกขาวผู้นี้ ทำราวกับมองไม่เห็นปากกระบอกปืนที่จ่อหน้าผากตน เพียงเอียงศีรษะหลบปืนลูกโม่แล้วเดินต่อไปข้างหน้า
ลูเมี่ยนมองดูภาพดังกล่าวโดยไม่กะพริบตาเลยสักนิด พร้อมกับเหนี่ยวไกอย่างเลือดเย็น
ปัง!
กระสุนสีเหลืองทองพุ่งออกจากปากกระบอกปืนลูกโม่ แหวกอากาศตรงไปยังด้านข้างศีรษะของฆวน·โอโร
ฝ่ามือข้างหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่ามาได้อย่างไร โผล่ออกมาขวางไว้ได้ทันเวลา กระสุนนัดนั้นจึงชะลอความเร็วลงทันที จากเร็วเป็นช้า แล้วค่อยๆ หมุนรอบตัวเองขณะตกลงฝ่ามือนั่น เมื่อถูกฝ่ามือกำเอาไว้ มันก็ดูเหมือนกับจมลงไปในหนองน้ำหนาทึบ
ฝ่ามือสีทองสัมฤทธิ์ที่หนาและใหญ่นั่น ไม่ใช่ของใครนอกจากชายหนุ่มผู้คอยพยุงฆวน·โอโร เขาจ้องหน้าลูเมี่ยน พลางยกมุมปากอย่างดูแคลน แล้วตะโกนด้วยความโกรธขึ้ง
“แกเสียสติไปแล้วหรือ?”
เสียงของเขายังไม่ทันซาลง บนกระจกตาของชายหนุ่มก็สะท้อนภาพลูกไฟสีแดงเกือบขาวจำนวนมาก ทุกลูกกระหน่ำปูพรมด้วยระยะห่างเพียงไม่ถึงหนึ่งเมตร
แทบจะในเวลาเดียวกัน ลูเมี่ยนรู้สึกเหมือนตัวเองถูกดึงออกจากโลกในปัจจุบัน ใต้ร่างกายมิใช่รถม้าอีกต่อไป ในการมองเห็นไม่หลงเหลือพื้นดินอยู่อีกแล้ว มีก็แต่เพียงความมืดมิดอันไร้สิ้นสุด ซึ่งลอยค้างอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าเท่านั้น
ลูกไฟสีแดงเกือบขาวเหล่านั้นถูกพลังที่มองไม่เห็นคอยชักนำ จนดิ่งลงอย่างกะทันหัน หักเหออกจากทิศเดิมที่กำหนดไว้
บึ้มบึ้ม!
พวกมันรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนเดียว แล้วระเบิดตรงริมถนนห่างออกไปหลายสิบเมตร จนบังเกิดหลุมที่ลึกและกว้าง
ม้าที่ลากรถพลันตื่นตระหนก พากันยกขาหน้าขึ้นพร้อมกัน พลางส่งเสียงร้องอย่างหวาดผวา สารถีเห็นดังนั้นจึงรีบทำตามสัญชาตญาณ ใช้มือกระชากบังเหียนเพื่อควบคุมพฤติกรรมของสัตว์เอาไว้
‘ภาพหลอน’ ของลูเมี่ยนเลือนหายไปพร้อมกับการระเบิด ในการมองเห็นของเด็กหนุ่มกลับมาเป็นฆวน·โอโรกับชายหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง
ฆวน·โอโร เจ้าของใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยร่องลึก ผมเผ้าเคราหนวดดกเป็นผืน เริ่มยกไม้ค้ำสีดำขึ้น แล้วตำหนิด้วยน้ำเสียงไม่ดังไม่เบา
“พอกันได้หรือยัง?”
ลูเมี่ยนยิ้มพร้อมยกปืนลูกโม่ในมือขวาขึ้นอีกหน เล็งปากกระบอกปืนใส่ประธานสมาคมประมงผู้นี้อย่างไม่เลิกรา
ทันใดนั้นเอง เสียงของรูวิโอ·ปาโกดังมาจากด้านในรถม้า
“ให้พวกเขาผ่านมาเถอะ”
ประโยคนี้ถูกกล่าวเป็นภาษาอินทิส
ลูเมี่ยนจึงลดแขนลง ยิ้มแล้วกล่าวเป็นภาษาอินทิสเช่นกัน
“นายจ้างของผมอนุญาตให้พวกคุณผ่านไปได้”
เด็กหนุ่มทำตัวราวกับว่า ก่อนหน้านี้เขาไม่เข้าใจภาษาที่ราบสูงซึ่งฆวน·โอโรกับชายหนุ่มคนนี้ พยายามพูดกับตนเลยแม้แต่คำเดียว
ฆวน·โอโรมองเขาสักครู่ ก่อนจะถอนสายตากลับ แล้วยันไม้เท้าเดินอ้อมไปข้างรถม้า ส่วนชายหนุ่มที่คอยพยุงยังคงจ้องลูเมี่ยนด้วยสายตาขุ่นเคือง แต่ก็ไม่รู้จะด่าอย่างไร เพราะยังไงอีกฝ่ายก็ฟังไม่ออกอยู่ดี
ฆวน·โอโรมองไปทางหน้าต่างห้องโดยสาร แล้วถามด้วยน้ำเสียงสงบ
“มาร์ตา ได้ยินว่าเธอป่วยหรือ?”
“ใช่ค่ะ” คุณนายสูงอายุตอบกลับผ่านกระจกด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
ฆวน·โอโรพยักหน้ารับ
“อนุญาตแล้วครับ” รูวิโอเป็นฝ่ายตอบแทนมารดาของตน
“ดีแล้ว” ฆวน·โอโรพยักหน้าแผ่วเบา โดยไม่ถามอะไรต่อ
จากนั้น เขาก็เอียงตัวพร้อมกับยันไม้เท้า บรรจงเดินไปทางคฤหาสน์ผู้ว่าการแห่งทะเล
ชายหนุ่มที่คอยพยุงเขา ยังคงมองลูเมี่ยนด้วยสายตาเคียดแค้น ก่อนจะหันความสนใจกลับไปหาชายชราคนดังกล่าว
ลูเมี่ยนกลับไปนั่งท่าเดิม ทำราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น พลางพูดกับลูกาโน
“แล่นรถม้าต่อได้เลย”
ลูกาโนพลันสะดุ้งโหยง ราวกับเพิ่งได้สติสตังกลับมา จึงรีบสั่งคนขับรถม้าที่ตกใจไม่แพ้กัน ให้รีบปลอบโยนม้าแล้วออกจากหมู่บ้านมิโลโดยเร็วที่สุด
ตลอดทางไม่เกิดเหตุการณ์ใดอีก ทุกคนกลับมาถึงบ้านเลขที่ 21 ถนนนักบุญลานาอย่างราบรื่น
ลูเมี่ยนรับลุดวิกมาจากจอร์เจีย โดยที่ฝ่ายแรกยังมีคราบมันแผล็บอยู่รอบปาก แล้วก็พูดยิ้มๆ กับรูวิโอ·ปาโก
“จำสัญญาของคุณไว้ให้ดี”
“มิฉะนั้น…”
เด็กหนุ่มเพียงยิ้มแช่ไว้โดยไม่พูดต่อ
“วางใจได้” รูวิโอตอบเป็นภาษาอินทิส
หลังจากมองส่งหลุยส์·แบรีกับลูกบุญธรรม รวมถึงล่ามของเขากลับไป จอร์เจียก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แล้วมองไปทางสามีพร้อมกับกล่าว
“ฉันไม่เคยเห็นเด็กที่กินจุขนาดนี้มาก่อนเลย เขาต้องไม่ปกติแน่ๆ!”
“ถ้าเป็นแค่เด็กธรรมดา หลุยส์·แบรีคงไม่กล้าทิ้งเขาไว้ที่บ้านเราตามลำพังอยู่แล้ว” รูวิโอไม่แสดงท่าทีประหลาดใจแต่อย่างใด
…………
ถนนอไควนัส โรงแรมโซโลว์
หลังจากลูกาโนปิดประตูห้องชุด เขารีบถามลูเมี่ยนอย่างอดใจไม่ไหว
“ท…ทำไมท่านถึงต้องทำตัวก้าวร้าวขนาดนั้น? อีกฝ่ายเป็นถึงประธานสมาคมประมงของเมืองท่าซานตาเชียวนะ เป็นคนใหญ่คนโตตัวจริงเสียงจริง แถมที่นั่นก็ยังเป็นหมู่บ้านมิโลด้วย!”
เขามั่นใจว่านายจ้างของตนต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่นอน
ลูเมี่ยนมองหน้าไกด์ตัวเองครู่หนึ่ง ยิ้มพลางถามกลับไป
“ทำยังไงได้ล่ะ…ถ้าไม่ฉวยโอกาสลงมือกลางแจ้ง แล้วจะหาโอกาสสู้กันแบบเอาจริงเอาจังได้จากที่ไหนอีก? ในเมื่อฉันอยากหยั่งเชิงฝีมือของพวกเขา อยากรู้จักพลังของทางนั้นให้มากขึ้น จะให้รอจนดึกดื่นค่ำคืน แล้วค่อยไปหยั่งเชิงในระหว่างที่ทุกคนเพิกเฉยอำนาจของศาสนจักรพระแม่ธรณีกับรัฐบาลเฟเนพ็อตหรือไง? นั่นมันอันตรายไปหน่อยนะ”
ถ้าเกิดพบว่าทางฝั่งของฆวน·โอโรมีผู้ถือครองเทวบารมีอยู่ เขาก็ต้องรีบไปเรียกผู้ช่วยมาเสริม!
“นั่นก็จริง…” ลูกาโนพลันกระจ่าง
นึกแล้วเชียว ความบ้าคลั่งที่นายจ้างของตนแสดงออกมา ล้วนเป็นการแสร้งทำทั้งหมด ทุกความก้าวร้าวของเขาจะต้องมีจุดประสงค์เคลือบแฝงอยู่เสมอ!
หมายความว่า เขามาที่เมืองท่าซานตาเพื่อทำอะไรสักอย่างกับพิธีบูชาทะเลสินะ? ไม่อย่างนั้นคงไม่เพ่งเล็งคนของสมาคมประมงอยู่ตลอดแบบนี้
นั่นมันอันตรายไม่ใช่หรือไง?
เราควรลาออกล่วงหน้า โดยไม่รับเงินงวดสุดท้ายดีไหม?
ลูเมี่ยนจ้องล่ามของตนที่เงียบไปกะทันหัน แล้วเดินไปทางเก้าอี้เอนหลังภายในห้องนั่งเล่น ก่อนจะทิ้งตัวลงด้วยท่าทีผ่อนคลาย
สิ่งที่เขาเพิ่งบอกกับลูกาโนไป เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ จุดประสงค์ของชุดการกระทำก่อนหน้านี้ของเขา แถมยังเป็นจุดประสงค์ที่ผิวเผินที่สุด มีความเป็นเปลือกนอกมากที่สุด
จุดประสงค์หลักของเขาคือ การใช้พฤติกรรมความก้าวร้าวเพื่อส่งข้อความหนึ่งออกไป
เขามาเพื่อสืบสวนพิธีบูชาทะเล โดยไม่เกรงกลัวสมาคมประมงหรือพวกคนจากหมู่บ้านมิโล ซึ่งตัวเขามีทั้งฝีมือและความกล้าเพียงพอ!
ทั้งการถือวิสาสะบุกรุกเข้าไปในคฤหาสน์ของผู้ว่าการแห่งทะเล ทั้งการเอาปืนจ่อหัวฆวน·โอโรแล้วลั่นไกอย่างเลือดเย็น ต่างก็ล้วนทำเพื่อแสดงเจตจำนงข้างต้น
เด็กหนุ่มเชื่อว่า ในเมืองท่าซานตาจะต้องมีคนที่ไม่พอใจพวกสมาคมประมงกับพิธีบูชาทะเลอย่างแน่นอน เพราะอย่างไรเสีย ผู้ได้รับผลประโยชน์หลักๆ คือชาวประมง คือพ่อค้าทางทะเล และคือผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคนเหล่านี้มิใช่ตัวแทนของประชากรเมืองท่าซานตา
ยกตัวอย่างเช่น ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ศาสนจักรพระแม่ธรณี กับหน่วยงานรัฐประจำเมืองท่าซานตา จะไม่สะดวกจัดการกับปัญหาของที่นี่ด้วยเหตุผลบางประการ เพียงปล่อยให้สมาคมประมงปกครองตนเองไป โดยไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามามีส่วนร่วม แต่ถ้าเกิดว่ามีใครสักคนแสดงตัวชัดเจนว่าต้องการสืบสวน โดยไม่คำนึงถึงต้นทุน โดยไม่เกรงกลัวผลกระทบที่อาจตามมา พวกชาวบ้านก็อาจเริ่มหันมาสนใจบ้างไม่ใช่หรือ? บางคนอาจยอมรับโดยนัย หรือแม้กระทั่งแอบสนับสนุนกิจกรรมของบุคคลดังกล่าวอย่างลับๆ เพื่อฉกฉวยโอกาสให้ตัวเอง
ในทำนองเดียวกัน กลุ่มผู้ได้รับผลประโยชน์ก็มิได้กลมเกลียวกันสักเท่าไร เมื่อมีคนสมหวังก็ย่อมต้องมีคนผิดหวัง เมื่อมีคนได้รับตำแหน่งสูง ก็ย่อมต้องมีคนริษยา พวกเขาอาจมิได้หวังให้พิธีบูชาทะเลถูกลบออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ แต่ส่วนใหญ่ต้องอยากเห็นพวกที่กุมอำนาจเหล่านั้น ประสบเคราะห์กรรมกันเสียบ้าง ตำแหน่งจะได้ว่างลงบ้าง เปิดโอกาสให้ตัวเองได้สอดแทรกเข้าไป
ด้วยเหตุนี้ ลูเมี่ยนผู้ชูธงว่าตนจะสืบสวนพิธีบูชาทะเล พร้อมกับแสดงออกถึงความเด็ดขาด แข็งกร้าว และฝีมืออันโดดเด่น ย่อมไม่มีความจำเป็นต้องวิ่งวุ่นไปทั่วเมือง ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาสอบปากคำรายคน เพียงนั่งกระดิกเท้าอยู่ที่บ้านก็สามารถรอรับข้อมูลต่างๆ ที่ถูกส่งมาทั้งแบบเปิดเผยและซ่อนเร้นได้เรื่อยๆ แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน เพื่อแยกแยะความจริงกับความเท็จ
สำหรับคนนอกผู้มีเวลาจำกัดอย่างเขา วิธีนี้ถือว่ารวดเร็วที่สุด และมีประสิทธิภาพสูงสุด หากต้องการศึกษาขั้นตอนของพิธีบูชาทะเลอย่างละเอียด รวมถึงการสืบหาต้นตอการเล่นพิเรนทร์เมื่อปีกลายด้วย
สำหรับพวกสมาชิกหลักของ ‘วันเอพริลฟูล’ ที่เอาแต่ซ่อนตัวในความมืด หรืออาจวางกับดักรอไว้อยู่ กลยุทธ์นี้จะดึงดูดให้พวกเขามาสนใจนักผจญภัยหลุยส์·แบรีพร้อมกับเกิดความสงสัย
เมื่อถึงเวลานั้น หากอาศัยข้อมูลที่ได้รับ รวมถึงร่องรอยที่ค้นพบด้วยตัวเอง ลูเมี่ยนก็จะมีโอกาส ‘ย้อนเกล็ด’ กับดักของเป้าหมายเพื่อลากพวกเขาออกมาทีละคน
แน่นอนว่า ปัญหาใหญ่อันดับหนึ่งของแผนการนี้คือ การต้องเสี่ยงอันตราย เพราะต้องดึงดูดความสนใจจากทุกฝ่ายเข้าหาตัวเอง แต่แล้วมันมีการล่าที่ใดไม่เสี่ยงด้วยหรือ? เหนือสิ่งอื่นใด ลูเมี่ยนยังมีผู้ช่วยอยู่อีกไม่น้อย
ท่ามกลางกระแสความคิดที่แวบวาบ ลูเมี่ยนรู้สึกว่า หลังจากตนได้เป็น ‘นักวางแผน’ แล้ว ก็เริ่มเข้าใจความขัดแย้งระหว่างฝักฝ่ายต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
คิดมาถึงตรงนี้ ผนวกกับคำพูดติดปากของโอลัวร์ เด็กหนุ่มตัดสินใจวางแผนอย่างลึกซึ้งกว่าที่ผ่านมา
“การวางแผนที่ชาญฉลาดที่สุด คือการวางแผนอย่างเปิดเผย!”
นี่จะกลายเป็นกุญแจดอกสำคัญ ในหลักการสวมบทบาทของตนในอนาคต
เมื่อถึงบ่ายสองกว่าๆ ลูเมี่ยนก็เห็นผู้ส่งสารของตน ‘ผู้สำนึกบาป’ บายินเฟล เผยโฉมจากความว่างเปล่า แล้วส่งจดหมายฉบับหนึ่งให้เด็กหนุ่ม
เด็กหนุ่มถามด้วยความสงสัยชั่วครู่
“จากใคร?”
เนื้อหาที่อยากสื่อสารกัน ไม่ใช่ว่าคุยกันเสร็จไปหมดแล้วหรอกหรือ?
“จากนางมารตัวสูง’” บายินเฟลตอบ
ฟรังก้ามีเรื่องอีกแล้วหรือไง? ลูเมี่ยนรับจดหมายฉบับนั้นมาเปิดอ่าน
“ผู้ชายที่เธอกับจินนาได้เจอในสุสานใต้ดินชั้น 4 ต้องสงสัยว่าจะมาจากโลกที่ ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ อาศัยอยู่ หรือก็คือโลกเก่าก่อนที่เธอจะเดินทางข้ามมิติมา?” รูม่านตาของลูเมี่ยนขยายออกทันที
และดูเหมือนว่า กรณีนี้จะแตกต่างจากเหล่าสมาชิกสมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก เนื่องจากพวกเขาข้ามมิติมาแค่ดวงวิญญาณ แต่ชายคนนั้นข้ามมาพร้อมกับร่างกาย!
นอกเหนือจากความประหลาดใจ ลูเมี่ยนจับประเด็นสำคัญได้อย่างชำนาญ
“ทำไมคนแบบนั้นถึงถูกพบเห็นที่สุสานใต้ดินชั้น 4 ล่ะ?”
“เพราะที่นั่นมีตราผนึก ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ — ผนึกน้ำที่ล้นออกจากแม่น้ำโลกแห่งความตาย ซึ่งเชื่อมต่อทั้งสองโลกเข้าด้วยกัน?”
“ในอดีต เคยมีคนประเภทนี้ข้ามมาที่โลกของเราบ้างไหม? ถ้ามี ทำไมถึงไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย ทำไมถึงแตกต่างจากผู้ข้ามมิติคนก่อนๆ อย่างจักรพรรดิโรซายล์ล่ะ?”
“การลงไปยังสุสานใต้ดินชั้น 4 ของฟรังก้ากับจินนาในคราวนี้ ชักจะเกิดความบังเอิญเยอะไปหน่อยแล้ว…ไม่เพียงแต่ได้พบ ‘ชิ้นส่วนโลกในกระจก’ ชิ้นใหม่ แต่ยังได้เจอกับคนแบบนี้อีก…”
หลังจากเขียนคำถามเท่าที่นึกออกส่งกลับไปหาฟรังก้า ลูเมี่ยนผู้เตรียมจะขอให้ลูกาโนช่วยแปลหนังสือพิมพ์ประจำวัน ก็พลันได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากระเบียงทางเดิน
เด็กหนุ่มขมวดคิ้วเบาๆ พลางดึงเก้าอี้พนักพิงมาหนึ่งตัว แล้วนั่งหันหน้าเข้าประตู
ก๊อกก๊อกก๊อก! ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงเคาะประตูห้องชุดของพวกเขาก็ดังขึ้น
“ใคร?” ลูกาโนเอ่ยถาม
เสียงอันนุ่มนวล ซึ่งแสดงถึงวุฒิภาวะ ดังมาจากด้านนอกประตู
“ฉันเอง โนเอเลียจากนิกายอุดมสมบูรณ์”
พอได้ยินชื่อนี้ ลูเมี่ยนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยรอยยิ้มทันที
เด็กหนุ่มสัมผัสได้ว่า โอสถ ‘นักวางแผน’ ของตนถูกย่อยไปอีกเล็กน้อยแล้ว
……………………………………………………..