ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 552 เท็จและจริง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 552 เท็จและจริง
ตอนที่ 552 เท็จและจริง
เมื่อได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจาก ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ คนปัจจุบัน ลูเมี่ยนมิได้ประหลาดใจแม้แต่น้อย
เด็กหนุ่มยกมือซ้ายขึ้นลูบใบหู ก่อนเอ่ยปากด้วยภาษาอินทิส
“คุณกำลังพูดอะไร?”
“ผมเข้าใจแค่คำว่า ‘ช่วย’ เท่านั้น”
‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ คนปัจจุบัน ผู้ปลอมตัวเป็นสตรี ถึงกับตะลึงงัน ราวกับไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีอุปสรรคด้านภาษา คอยขวางกั้นระหว่างทั้งสองฝ่าย
เขาได้ทุ่มเทความพยายามอย่างยิ่งยวด เสี่ยงอันตรายมาดักรอหลุยส์·แบรีที่ถนนสายนี้ แต่กลับไม่อาจเข้าใจถ้อยคำของอีกฝ่าย และไม่สามารถถ่ายทอดคำร้องขอของตนออกไปได้!
ลูเมี่ยนยังคงแสดงละครเป็นผู้ไม่เข้าใจภาษาที่ราบสูง โดยไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาบรรจงหยิบปากกาหมึกซึมสีแดงเข้ม กับกระดาษโน้ตจำนวนหนึ่งออกมา แล้วยื่นส่งให้อีกฝ่าย
“เขียนสิ่งที่คุณต้องการบอกลงไป ผมจะเอาไปให้ล่ามอ่าน”
เด็กหนุ่มยังคงใช้ภาษาอินทิส แต่ประกอบกับท่าทางการเขียนด้วยปากกา เพื่อสื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าควรทำเช่นไร
หากว่า ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ คนนี้เป็นพวกไม่รู้หนังสือ ไม่สามารถเขียนภาษาที่ราบสูงได้ นั่นคงจะยุ่งยากแน่…ต้องสื่อสารกันด้วยคำศัพท์พื้นฐานผสมผสานกับภาษากายจริงๆ หรือ? ตอนนี้เรายังไม่อยากเปิดเผยว่าตัวเองเข้าใจภาษาที่ราบสูง…ลูเมี่ยนครุ่นคิดด้วยความกังวล
ไม่ว่าจะเป็นอินทิสหรือเฟเนพ็อต ต่างก็มีผู้ไม่รู้หนังสืออยู่เป็นจำนวนไม่น้อย
‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเข้าใจความหมายของนักผจญภัยคนดัง หลุยส์·แบรี เขารับปากกาหมึกซึมกับกระดาษโน้ตไป แล้วเริ่มขีดเขียนอย่างรวดเร็ว
ลูเมี่ยนจ้องมองด้วยสีหน้าเรียบเฉย แม้จะอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ด้วยสายตาอันเฉียบคมของ ‘นักล่า’ รวมถึงความสามารถในการจินตนาการเชิงพื้นที่ ข้อความที่อีกฝ่ายเขียนจึงดูชัดเจนอย่างยิ่งในสายตาเขา
“ได้โปรดช่วยผมด้วย พาผมออกจากท่าเรือซานตาที!”
“ผมไม่ใช่ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ตัวจริง!”
ไม่ใช่ผู้ว่าการแห่งทะเลตัวจริง? ลูเมี่ยนต้องข่มความรู้สึกอยากขมวดคิ้วเอาไว้ ห้ามถามสิ่งใดออกไปโดยตรง ทำได้เพียงจ้องมอง ราวกับว่าไม่เข้าใจความหมายของคำเหล่านี้แม้แต่น้อย
ลูเมี่ยนอยากเห็นว่า ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ คนปัจจุบันจะเขียนอะไรเพิ่มเติมอีก ก่อนที่จะพิจารณาว่าควรถามกลับไปอย่างไร
บุรุษในคราบสตรีชะงักไปสองวินาที แล้วจึงเขียนต่อ
“ผู้ว่าการแห่งทะเลตัวจริง เสียชีวิตในพิธีบูชาทะเลเมื่อปีที่แล้ว”
เสียชีวิตแล้ว? ผู้ว่าการแห่งทะเลตัวจริง เสียชีวิตในพิธีบูชาทะเล? เมื่อได้อ่านถึงตรงนี้ ความปีติยินดีอันใหญ่หลวงพลันผุดขึ้นในห้วงลึกแห่งหัวใจของลูเมี่ยน
ในที่สุดก็ได้พบเบาะแสของสมาชิกแกนหลักกลุ่ม ‘วันเอพริลฟูล’ เสียที!
หนึ่งในผลลัพธ์จากการเล่นพิเรนทร์ของพวกเขาเมื่อปีก่อนคือ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ที่ได้รับการแต่งตั้ง ไม่อาจประกอบพิธีบูชาทะเลจนสำเร็จลุล่วง จึงถูกพลังวิเศษย้อนกลับจนต้องตาย!
เรื่องนี้สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับจากบุตรชายของเถ้าแก่ออตตา·กิโยม เจ้าของโรงแรมโซโลว์ ซึ่งทำงานเป็นเสมียนในหน่วยงานราชการ โดยเขาเปิดเผยว่า อัตราการเกิดอุบัติเหตุทางทะเลเพิ่มขึ้น ปริมาณสัตว์น้ำลดลง และการค้าขายไม่ราบรื่น
ผู้ว่าการแห่งทะเลตัวปลอมเร่งมือเขียนข้อความ ราวกับกำลังถูกคนไล่ล่าจากด้านหลัง
“ผมได้รับเลือกให้มาสวมรอยเป็น ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ นานหนึ่งปี เพราะมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับผู้ว่าการตัวจริง ฆวน·โอโรกับสมาคมประมงเป็นคนคัดเลือกผมเองกับมือ เพื่อปิดบังความผิดพลาดอันใหญ่หลวงของตน มิให้ชาวประมงและพ่อค้าทางทะเลรับรู้ว่าพวกเขาประกอบพิธีบูชาทะเลล้มเหลว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานหลายร้อยปี”
“ผมล่วงรู้ความลับนี้ พวกเขาคงไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่นอน หากพิธีส่งมอบตำแหน่งผู้ว่าการแห่งทะเลเสร็จสิ้นเมื่อใด จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงเฝ้ายามกลางคืน ผมคงถูกสังหารอย่างแน่นอน”
“แท้จริงแล้ว ผมไม่เคยคิดจะสวมรอยเป็นผู้ว่าการแห่งทะเลเลย มันถือเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นท้องทะเลอันกว้างใหญ่ แต่พวกเขาเอาปืนจ่อหัวผม บอกว่าได้สังหารผู้ที่ไม่ยอมร่วมมือไปแล้วคนหนึ่ง”
“ทั้งศาสนจักร ทั้งรัฐบาลต่างก็ไม่อยากแทรกแซงสมาคมประมง คุณเป็นเพียงผู้เดียวที่กล้าบุกรุกคฤหาสน์ของผู้ว่าการแห่งทะเล เป็นคนเดียวที่กล้าใช้ปืนข่มขู่ฆวน·โอโร ผมจึงไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากขอความช่วยเหลือจากคุณ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ผมสะสมเงินทองเอาไว้ไม่น้อยเลย และยินดีมอบให้คุณทั้งหมด นับเป็นทองลิโซถึงหนึ่งแสนเหรียญ!”
“ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ผมได้ยินเรื่องราวของคุณ จึงเชื่อว่าคุณมีความสามารถเพียงพอ ผมขอวิงวอนให้คุณช่วยเหลือผมด้วยเถิด!”
ดูเหมือนจะได้รับการศึกษามาอย่างดี…ลูเมี่ยนพิจารณากระดาษโน้ตทั้งสามแผ่นที่เขียนเสร็จแล้ว และพบว่า ไม่ว่าจะเป็นไวยากรณ์หรือการเลือกใช้คำของผู้ว่าการแห่งทะเลตัวปลอม ต่างก็ล้วนไม่เหมือนกับชาวประมง พ่อค้าแผงลอย หรือกรรมกรทั่วไป
ฟู่…เมื่อเขียนคำร้องขอกับเหตุผลเสร็จ ผู้ว่าการแห่งทะเลตัวปลอมก็วางปากกาหมึกซึมลง แล้วผลักกระดาษโน้ตทั้งสามแผ่น ซึ่งเต็มไปด้วยคำในภาษาที่ราบสูงมาทางลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนเพียงแค่กวาดตามองผ่านๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยคำศัพท์ภาษาที่ราบสูงผสมกับภาษากายอย่างระมัดระวัง
“ช่วย?”
“คุณ. มีครอบครัว. หรือไม่?”
ผู้ว่าการแห่งทะเลตัวปลอมรีบเขียนคำตอบลงไป
“พ่อแม่ของผมล่วงลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน ไม่มีญาติพี่น้องคนอื่นเหลืออยู่แล้ว เดิมทีผมเป็นเพียงลูกจ้างของบริษัทประมง”
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฆวน·โอโรกับพรรคพวก ถึงกล้า ‘ลักพาตัว’ คนผู้นี้มาสวมรอยเป็น ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’…ทางศาสนจักร ‘พระแม่ธรณี’ เพียงแค่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในของสมาคมประมง แต่หากสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วไปเมื่อไร ศาสนจักรก็จะยื่นมือเข้ามาแทรกแซงทันที…ลูเมี่ยนแสร้งทำท่าทางว่า ตอนนี้เพียงแค่ถามทิ้งไว้ก่อน แล้วจะหาคนมาแปลคำตอบในภายหลัง
เด็กหนุ่มถามในประเด็นต่อไป
“สาวใช้. ตั้งครรภ์?”
ความหมายของเขาคือ เหตุใดสาวใช้ในคฤหาสน์ผู้ว่าการแห่งทะเลถึงตั้งครรภ์
ผู้ว่าการแห่งทะเลตัวปลอม ผู้สวมผ้าคลุมหน้าสีน้ำเงิน ไม่แสดงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เพียงใช้มือขวาที่สั่นเทาเบาๆ เขียนต่อ
“ผู้ว่าการแห่งทะเลจะถูกนับหน้าถือตาเยี่ยงผู้ปกครองเมืองท่าซานตาตัวจริง สามารถเลือกผู้ใดก็ได้จากหมู่บ้านมิโล สมาคมประมง และครอบครัวพ่อค้าทางทะเล มาเป็นสาวใช้และองครักษ์ อีกทั้งยังสามารถกระทำทุกสิ่งได้ตามใจปรารถนา แม้แต่การเข้าออกเรือนหลังใดของใครก็ได้ เพื่อไปเสวยสุขดั่งเจ้าของเรือน”
“ผม…ห้ามใจตัวเองไม่อยู่”
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนแทบจะหลุดหัวเราะออกมา
อยู่ในสภาพเยี่ยงนักโทษแท้ๆ ยังทำเรื่องพรรค์นี้ลงอีกหรือไง? หรือคิดว่าตัวเองคงไม่รอดแน่แล้ว ต้องตายสถานเดียว จึงรีบเสพสุขในยามที่ยังกระทำได้?
“ผมยังสามารถเก็บภาษีจากผู้คนเหล่านั้น จัดสรรส่วนแบ่งตลาดตามอำเภอใจ พวกเขาล้วนเชื่อฟังคำสั่งของผม แต่แน่นอน ผมไม่กล้าทำเกินเลยไปนัก มิฉะนั้น ฆวน·โอโรจะใช้ไม้ค้ำเฆี่ยนตีผมในที่ลับตา พร้อมกับข่มขู่ว่าจะสังหารผม”
เงินที่นายเก็บหอมรอมริบได้ ก็มาจากการฉ้อฉลเหล่านี้สินะ? อา…ไม่พูดถึงการควบคุมสภาพอากาศหรือคลื่นลมในทะเลเลย ก็คงเป็นตัวปลอมจริงๆ นั่นแหละ…ลูเมี่ยนรับกระดาษโน้ตแผ่นใหม่จากผู้ว่าการแห่งทะเลตัวปลอม ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถามด้วยสำเนียงที่ฟังดูขัดเขินเยิ่นเย้อ
“ผู้ว่าการ. คนเก่า. อยู่ที่ไหน?”
นี่เป็นการถามถึงชะตากรรมของบรรดา ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ คนก่อนๆ
แม่ชีนักรบโนเอเลียแห่งนิกายอุดมสมบูรณ์ มิได้เล่าเรื่องนี้ให้ฟังแม้แต่ครั้งเดียว ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เป็นเพราะเธอไม่เห็นความสำคัญของการเล่า หรือมีเหตุผลบางประการที่ไม่ปรารถนาจะเอ่ยถึง หรืออาจเป็นไปได้ว่า พวกเธอก็มิได้ครอบครองข้อมูลในแง่นี้
ผู้ว่าการแห่งทะเลตัวปลอมเขียนต่อไป
“ผมไม่ทราบ”
“แต่เคยได้ยินสาวใช้ผู้หนึ่งจากหมู่บ้านมิโล ผู้เป็นหลานสาวของฆวน·โอโร กล่าวเอาไว้ว่า สุดท้ายแล้ว ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ทุกคนจะต้องกลับคืนสู่ทะเล”
กลับคืนสู่ทะเล…คำพูดนี้มิใช่ลางดีแต่อย่างใดเลย…หึๆ นายยังกล้าแต่งตั้งหลานสาวของฆวน·โอโรมาเป็นสาวใช้อีกหรือ? คิดจะแก้แค้นต่อการกดขี่ที่ตัวเองได้รับจากปู่ของเธอหรือไง? แล้วฆวน·โอโรก็ดันยินยอมด้วย? ตาเฒ่านั่นไม่ได้เอาคืนต่อหน้า แต่แอบย้อนกลับมาลงโทษในที่ลับตาคน? ฆวน·โอโรกับบรรดาบุตรชายของเขา ล้วนสมรสกับ ‘สาวใช้แห่งทะเล’ หลานสาวของเขาย่อมมีโอกาสเป็นสัตว์ประหลาดกิ้งก่าไม่มากก็น้อย…หากนายรู้ว่าตัวเองกำลังร่วมหอลงหมอนกับกิ้งก่ากึ่งมนุษย์ จะรู้สึกอย่างไรกันหนอ? ลูเมี่ยนรำพันแดกดันผู้ว่าการแห่งทะเลตัวปลอมอยู่ในใจ
เขาครุ่นคิดชั่วอึดใจ ประหนึ่งมิอาจเข้าใจถ้อยคำของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย จึงเปลี่ยนคำถามใหม่
“ฆวน·โอโร. เก่งกาจเพียงใด?”
ผู้ว่าการแห่งทะเลตัวปลอมพลันสะท้านด้วยความหวาดหวั่น
เขารีบเขียนตอบทันที
“เขาแข็งแกร่งมาก ยังกับสัตว์ประหลาดชั่วร้าย! เขาสามารถทำให้ผู้คนสิ้นใจด้วยความอึดอัด ตายอย่างทุกข์ระทม!”
เมื่อเขียนจบ ผู้ว่าการแห่งทะเลตัวปลอมเงยหน้าขึ้น ชำเลืองมองแสงอาทิตย์นอกหน้าต่าง พลางวางปากกาหมึกซึม ลุกขึ้นยืน แล้วค้อมกายให้ลูเมี่ยนเล็กน้อย
จากนั้น เขาหมุนกาย สะบัดชายกระโปรงยาวอันงดงาม เดินตรงไปทางประตูหลังของร้านกาแฟแห่งนี้ แล้วจากไป
คล้ายกับเขากำลังกังวลว่า การ ‘หายตัว’ นานเกินไประหว่างการเดินเที่ยว อาจทำให้เหล่าองครักษ์เกิดความระแวงสงสัย
ลูเมี่ยนจ้องมองร่างที่เดินจากไป พลางขยำกระดาษโน้ตเหล่านั้นเป็นก้อนกลม แล้วกำแน่นไว้ในอุ้งมือ
เปลวเพลิงสีแดงฉานแทรกซึมออกมาจากง่ามนิ้ว ก่อนจะมอดดับไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากโรยเถ้าถ่านใส่แจกันดอกไม้ ลูเมี่ยนก็ยกถ้วยกาแฟโตเลย์ที่ยังดื่มไม่หมดขึ้นมาละเลียดจิบ
เขาครุ่นคิดอย่างเร่งด่วน วิเคราะห์ข้อมูลส่วนที่ตนสนใจที่สุด
“คำพูดเมื่อสักครู่ของตัวปลอม จะเป็นความจริงดังว่าหรือไม่? เขาเป็นแค่คนธรรมดา จะหาโอกาสปลีกตัวจากพวก ‘องครักษ์’ มาพบเราได้เชียวหรือ? อย่าบอกนะว่าเบื้องหลังคือคำสั่งลับๆ ของฆวน·โอโรกับพรรคพวก เพื่อวางกับดักล่อเราไปตกหลุมพราง?”
“ในการเล่นพิเรนทร์ของพวก ‘วันเอพริลฟูล’ แหวนทองที่สั่งทำพิเศษโดยปราศจากพลังวิเศษใดๆ ถูกซ่อนไว้ในร่างของลูกแกะ และลูกแกะตัวนั้นก็ถูกนำขึ้นเรือของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ในฐานะเครื่องเซ่น…”
“พวก ‘วันเอพริลฟูล’ คงใช้แหวนวงนั้นแทนที่บางสิ่ง อาจเป็นแหวนพิธีกรรมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันกระมัง?”
“สาเหตุที่ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ตัวจริงเมื่อปีก่อนประสบความล้มเหลว ก็เพราะแหวนพิธีกรรมสำคัญดันกลายเป็นของปลอม จนไม่อาจแสดงอานุภาพออกมาได้?”
“นี่ย่อมแสดงให้เห็นว่า บนเรือพิเศษลำนั้นต้องมีสมาชิกแกนนำของ ‘วันเอพริลฟูล’ หรือสมุนที่พวกเขาบ่มเพาะไว้ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีทางตบตาพวกสมาคมประมง แอบสับเปลี่ยนสิ่งของสำคัญโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้…”
“จากข่าวกรองที่ได้รับมาจนถึงตอนนี้ เรือลำนั้นมีลูกเรือไม่มากนัก ส่วนผู้โดยสารยิ่งมีเพียงแค่ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ กับ ‘สาวใช้แห่งทะเล’ สี่คน รวมถึงคนนำประกอบพิธีกรรมอีกไม่มาก ในบรรดาคนเหล่านี้ ผู้ใดกันแน่ที่เกี่ยวข้องกับ ‘วันเอพริลฟูล’?”
“สมาคมประมงย่อมต้องทำการตรวจสอบภายหลังเหตุการณ์ แต่เรายังไม่รู้ว่าพวกเขาพบเจอสาเหตุหรือยัง…”
“ยังมีอีกหนึ่งความเป็นไปได้ นั่นคือ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ผู้ล่วงลับอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่ม ‘วันเอพริลฟูล’ อาจเพราะเขาเองก็ถูกหลอกเหมือนกัน เชื่อว่าการสับเปลี่ยนแหวนจนพิธีกรรมล้มเหลว จะช่วยให้ตนไม่ต้องกลับคืนสู่ท้องทะเลดั่งเช่น ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ คนก่อนๆ แต่ผลลัพธ์กลับเป็นว่า ‘กวีเร่ร่อน’ ‘นังบ้า’ และ ‘อุลตร้าแมน’ มิได้สนใจชะตากรรมของเขาแม้แต่น้อย…”
“จุดประสงค์ของ ‘วันเอพริลฟูล’ ในการเล่นพิเรนทร์ครั้งนี้คืออะไร? เป็นเพียงการหยอกล้อเล่นสนุก เพื่อความบันเทิงเริงใจของตน หรือมีเจตนาลึกซึ้งแอบแฝงอยู่?”
“สมาชิกปลายแถวของ ‘วันเอพริลฟูล’ อาจเพียงแสวงหาความสนุกสนานเพื่อตนเอง ส่วนแกนนำเหล่านั้น ย่อมผสมผสานความจริงกับความเท็จเข้าด้วยกันเสมอ…”
ลูเมี่ยนนั่งอยู่ในร้านกาแฟจนดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า จึงสวมหมวกสานใบนั้น เดินกลับโรงแรมโซโลว์อย่างไม่รีบร้อน
ยามดึกสงัด ลูกาโนกลับมาจากบาร์ กลิ่นสุราโชยหึ่ง เขาเดินเข้าใกล้ลูเมี่ยนพร้อมกับกระซิบว่า
“ผมลองสอบถามพวกนักผจญภัยกับนักล่ารางวัล เกี่ยวกับบาร์ทเนอร์และคนรักของเขาแล้ว ทุกคนพูดตรงกันว่า ไม่พบเห็นทั้งสองคนเลยในช่วงไม่กี่วันมานี้”
“ทันทีที่พวกเขามาถึงท่าเรือซานตา ก็ราวกับหายสาบสูญไปเลยทีเดียว”
หายสาบสูญ? นอร์ฟีผู้เป็นบุตรีของ ‘สาวใช้แห่งทะเล’ หากจุดประสงค์ของเธอมีเพียงการกลับสู่เมืองท่าซานตา กลับคืนสู่สมาคมประมง ที่ผ่านมาก็คงไม่ต้องปิดบังซ่อนเร้นขนาดนั้น…เธอคงต้องการทำบางสิ่งเกี่ยวกับพิธีบูชาทะเล และโน้มน้าวบาร์ทเนอร์ให้ร่วมมือ? ผลลัพธ์คือ ทันทีที่กลับมาก็ถูกจับตามอง? เธออาจจะรู้เยอะเกินไป…ตอนนี้เราไม่อาจออกหน้าตามหาพวกเขาเองได้ เพราะยังต้องคอยเผยตัวในฐานะนักผจญภัยคนดัง…ลูกาโนก็ไม่น่าไว้วางใจนัก…แล้วแม่ชีโนเอเลียผู้นั้นล่ะ? สารพัดความคิดพลันผุดขึ้นในห้วงคำนึงของลูเมี่ยน
ขณะที่ความคิดแล่นปราดเปรียวดั่งสายฟ้า เด็กหนุ่มพลันกระจ่างว่า ตนควรขอความช่วยเหลือแบบใดจาก ‘อัศวินดาบ’ ผู้นั้น
……………………………………………………..