ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 556 อัดจนน่วม
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 556 อัดจนน่วม
ตอนที่ 556 อัดจนน่วม
นิกายอุดมสมบูรณ์ตั้งอยู่ริมเมืองท่าซานตา ใกล้ชานเมือง ครอบครองพื้นที่ตลอดถนนทั้งสาย มีทุ่งนาและสวนผลไม้เป็นของตนเอง อีกทั้งเลี้ยงสัตว์นานาชนิด ยามที่เหล่านักบวชกับแม่ชีไม่ต้องออกปฏิบัติภารกิจ ก็จะลงแรงทำงานที่นี่ พึ่งพาตนเองได้อย่างครบวงจร
ลูกาโนจูงลุดวิกเดินมา เงยหน้ามองเถาวัลย์สีเขียวที่พันเกี่ยวยอดแหลมของอาราม มองตราศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิต ซึ่งแวดล้อมด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ — รูปทารกเรียบง่ายท่ามกลางรวงข้าว ดอกไม้ และน้ำพุ
เขากล่าวกับแม่ชีนักรบโนเอเลีย ผู้เดินมาหยุดตรงหน้าตน
“ผมถูกลอบทำร้าย เพิ่งให้ปากคำที่สถานีตำรวจเสร็จ”
โนเอเลีย ผู้สวมหมวกสองมุมสีดำขลิบขาว อันเป็นสัญลักษณ์ผสานทั้งศาสนาและการสู้รบ ขมวดคิ้วน้อยๆ พลางเอ่ยถาม
“แล้วหลุยส์·แบรีล่ะ?”
เธอมิได้ไต่ถามถึงรายละเอียดการถูกโจมตีของลูกาโน หากแต่สนใจว่านักผจญภัยคนดังอย่างหลุยส์·แบรีหายไปไหน
ลูกาโนส่ายหน้า ตอบอย่างจริงใจ
“ผมก็ไม่ทราบเช่นกัน เขาเพียงบอกให้ผมมาแจ้งพวกคุณว่า ผมถูกทำร้าย หลังจากให้ปากคำเสร็จสิ้น”
สีหน้าของโนเอเลียพลันเคร่งขรึมลงทันใด
…………
ณ เขตท่าเรือ เบื้องหน้าตึกสีเทาดำของสมาคมประมง
ลูเมี่ยน ผู้สวมเสื้อเชิ้ตขาว เสื้อกั๊กดำ กางเกงขายาวสีน้ำตาล พร้อมด้วยหมวกสานสีเหลืองทอง ย่างก้าวอย่างสง่าผ่าเผยมาจนถึงหน้าประตูใหญ่
ยามสองนายที่ยืนเฝ้าอยู่มิได้พกอาวุธปืน หากแต่สะพายดาบยาวและคาดมีดสั้นตรงเอว เฉกเช่นผู้คนสัญจรไปมาทั่วไป
“มาหาใคร?” ยามทั้งสองพร้อมใจกันยื่นมือออกมา สกัดกั้นลูเมี่ยนไว้
ลูเมี่ยนแสร้งทำเป็น ‘ไม่เข้าใจ’ ภาษาที่ราบสูง จึงชักปืนลูกโม่ออกมาโดยพลัน แล้วเหนี่ยวไกยิงขึ้นฟ้า
ท่ามกลางเสียงปืนดังสนั่น เด็กหนุ่มก้าวผ่านระหว่างยามทั้งสอง เข้าสู่ตัวอาคารคล้ายปราสาทของสมาคมประมง
ยามคนหนึ่งวิ่งไปทางสถานีตำรวจท่าเรือ อีกคนหมุนตัวกลับ กระโจนเข้าสู่อาคารสีเทาดำ พยายามรายงานต่อเบื้องบน เพื่อขอคำสั่งว่าควรจัดการเช่นไร
ลูเมี่ยนถือปืนลูกโม่ ย่างกรายไม่เร็วไม่ช้า ฝ่าสายตาอันยากจะคาดเดาที่จ้องมองมาจากทุกทิศทาง ฝ่าพนักงานของสมาคมที่วิ่งหลบอย่างตื่นตระหนก ผ่านโถงใหญ่ขึ้นบันไดมุ่งสู่ห้องทำงานของกรรมการ
เมื่อใกล้จะถึงชั้นสอง ก็พลันมีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
ร่างนั้นมีผิวสีทองแดง รูปร่างกำยำล่ำสัน ผมดำตาสีฟ้า ไม่ใช่ใครนอกจากชายหนุ่มที่เคยพยุงฆวน·โอโร ประธานสมาคมประมงเมื่อครั้งก่อน
เขาคือแฟร์น็องเดซ·โอโร หลานชายของชายชราผู้นั้น
แฟร์น็องเดซจ้องมองลูเมี่ยนที่ค่อยๆ ก้าวขึ้นมา กัดฟันกรอดพลางเอ่ยว่า
“แกบังอาจบุกรุกสมาคมของเรา!”
ลูเมี่ยนไม่สนใจคำพูดของเขาแม้แต่น้อย ยังคงเดินตรงไปยังทางเข้าชั้นสอง ด้วยจังหวะก้าวที่ไม่เร่งรีบและไม่ช้าลง
แฟร์น็องเดซระงับสีหน้า โค้งหลังเล็กน้อย ดวงตาเปล่งประกายวูบวาบ
ทันใดนั้น ลูเมี่ยนรู้สึกว่าแสงสว่างรอบตัวหม่นลงอย่างฉับพลัน
ในขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มตระหนักถึงแรงกดทับอันมองไม่เห็นจากเบื้องบน กับพันธนาการหลายชั้นที่รัดรึงเท้าของตนไว้
สภาวะนี้ทำให้ลูเมี่ยนรู้สึกราวกับร่างกายหดเล็กลงในพริบตา ร่างกายโงนเงนไปมา ขณะที่แฟร์น็องเดซดูราวกับสูงใหญ่ขึ้น บดบังแสงที่ลอดผ่านโถงทางเดิน ทิ้งเงาดำทะมึนไว้เบื้องหลัง
ตึง!
แฟร์น็องเดซก้าวออกมาหนึ่งก้าว กำหมัดขวาแน่น พุ่งชกใส่ศีรษะของลูเมี่ยน
เสียงลมหวีดหวิวดังขึ้น หมัดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ถูกแม่เหล็กดึงดูด เร่งความเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ลูเมี่ยนเงยหน้าขึ้น บางสิ่งในร่างกายของเขาระเบิดออก ทลายผนึกที่กักขังไว้
ต้นขาของเด็กหนุ่มพลันขยายใหญ่อย่างกะทันหัน จนกางเกงขายาวสีน้ำตาลหลวมๆ เริ่มตึงแน่น คนทั้งคนสูงใหญ่ขึ้นในชั่วพริบตา จนแขนเสื้อกับขากางเกงเริ่มหดสั้น ติดอยู่ตรงกล้ามเนื้อที่พองขึ้นมา
ลูเมี่ยนตอบกลับด้วยหมัดซ้าย ราวกับกระสุนปืนใหญ่ พุ่งชนเข้ากับหมัดของแฟร์น็องเดซ
ทั้งสองหมัดปะทะกัน เกิดเสียงดังสนั่นครั่นคร้ามราวฟ้าผ่า ทำเอาบันไดถึงกับสั่นสะเทือนโคลงเคลงไปชั่วขณะ
แฟร์น็องเดซทนรับแรงมหาศาลนั้นไม่ไหว ถอยหลังไปสองก้าว แต่ใบหน้าของเขากลับไม่แสดงความหวาดกลัว ตรงกันข้าม กลับมีรอยยิ้มแห่งความยินดีผุดขึ้นมา
ขณะถอยหลัง ดวงตาของเขาลึกล้ำยิ่งนัก แต่แฝงไว้ด้วยประกายระยิบระยับ
เขายกมือซ้ายขึ้น ปลายนิ้วที่หยาบกร้านผิดปกติ พลันรวบรวมแสงสีเขียวเข้มเป็นมวลแสงอย่างรวดเร็ว
มวลแสงนั้นกลายเป็นลำแสง พุ่งอย่างไร้สุ้มเสียงเข้าหาลูเมี่ยน ผู้ซึ่งชะงักอยู่กับที่ชั่วครู่หลังการปะทะครั้งก่อน
แฟร์น็องเดซเลือกที่จะต่อสู้ระยะประชิดในทีแรก ก็ด้วยหวังจะเปิดโอกาสให้ลำแสงอันตรายนี้ได้แผลงฤทธิ์เดช ซึ่งมันสามารถทำลายโครงสร้างร่างกายมนุษย์ ทำให้เป้าหมายอ่อนแอลงกะทันหัน พร้อมกับได้รับบาดเจ็บภายใน
ลำแสงสีเขียวเข้มอันน่าพรั่นพรึงนั่น เคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่แพ้แสง ลูเมี่ยนผู้ไม่อาจหลบหนีได้ทัน จำต้องมองดูมันพุ่งเข้าใส่ช่วงอกและท้องของตน
ทว่า ลำแสงสีเขียวเข้มกลับทะลุผ่านไป สิ่งที่ถูกโจมตีเป็นเพียงภาพลวงตา
หลังจากใช้พลังที่สั่งสมไว้ของ ‘นักพรต’ ปะทะกับแฟร์น็องเดซไปหนึ่งครั้ง ลูเมี่ยนได้ฉวยโอกาสนั้นแอ่นหลังไปข้างหลัง โดยยังคงยืนอยู่กับที่ในท่าโค้งดั่งสะพาน เพื่อหลบหลีกการโจมตีทีเผลอที่อาจเกิดขึ้น
ในระหว่างกระบวนการ เขายังได้ใช้ ‘ใบหน้าของไนเซอร์’ สร้างภาพลวงตาว่าตนยังคงยืนตรง โดยใช้ส่วนล่างของร่างกายเป็นฐาน!
ลำแสงสีเขียวเข้มค่อยๆ กระจายตัว แล้วจมหายเข้าไปในผนังตรงมุมบันได
ทันใดนั้น เปลวไฟสีแดงเกือบขาวก็ลุกโชนขึ้นบนผิวกายของลูเมี่ยน
เขาแปรสภาพเป็นลูกไฟ พุ่งกระหน่ำเข้าใส่แฟร์น็องเดซที่เพิ่งยืนทรงตัวได้ พร้อมกับเสียงหวีดหวิวอันน่าพรั่นพรึง
ม่านตาของแฟร์น็องเดซราวกับถูกแสงไฟอันร้อนแรงกระตุ้น หดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด
เขาทิ้งตัวไปด้านข้างอย่างฉับพลัน มือขวากำหมัด กระชากลงอย่างแรง
ลูเมี่ยนรู้สึกในทันทีว่า มีพลังล่องหนบางอย่างกำลังฉุดรั้งให้ตนดิ่งลงสู่พื้น
โครม!
ร่างกายอันใหญ่โตของเขา กระทืบพื้นด้วยเสียงแน่นหนัก ท่ามกลางการสั่นสะเทือนแผ่วเบาของตัวอาคาร เด็กหนุ่มก้าวพรวดเดียวไปอยู่เบื้องหน้าแฟร์น็องเดซที่เพิ่งพลิกตัวลุกขึ้น หมัดซ้ายที่เรืองแสงไฟสีแดงเกือบขาวพุ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้
แฟร์น็องเดซไม่ทันได้ใช้พลังวิเศษ ได้แต่ยกแขนทั้งสองขึ้นป้องกันอย่างรีบร้อน
โครม!
เปลวไฟระเบิดออก ลูเมี่ยนซัดหมัดเดียวส่งชายหนุ่มลอยกระเด็นออกไป พุ่งเข้าไปในห้องทำงานด้านข้างที่ประตูเปิดแง้มอยู่ กระแทกโต๊ะทำงานไม้สีธรรมชาติจนพังยับเยิน
ขณะที่แฟร์น็องเดซยังมึนงง ตัวสั่นด้วยความเจ็บปวด ลูเมี่ยนฉวยจังหวะก้าวสองก้าวเข้าไปในห้องทำงาน แล้วเหวี่ยงหมัดซ้ายอีกครั้ง
เปลวเพลิงสีแดงเจิดจ้าจนเกือบขาวลุกโชนขึ้นที่หน้าหมัด ส่องสว่างทั่วห้องราวกับแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน
โครม!
หมัดนั้นกระแทกเข้ากับอกของแฟร์น็องเดซ ดังสนั่นราวกับระเบิด
เปลวไฟที่แตกกระจายถูกพลังลึกลับดึงดูดไว้ จึงไม่อาจทะลวงทรวงอกของแฟร์น็องเดซได้ เพียงแต่ทำให้มันยุบตัวลงไป และทำให้เป้าหมายตาพร่ามัว
ลูเมี่ยนชะงัก ใบหน้าเรียบเฉยขณะจ้องมองแฟร์น็องเดซที่กำลังสลบเหมือด แล้วยกมือซ้ายขึ้น
ลูกไฟมหึมาสีแดงเพลิงจนเกือบขาวก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว บีบอัดตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับจะสวมบทบาทเป็นยมทูตผู้พิพากษา
ในชั่วพริบตาถัดมา ลูกไฟพุ่งทะยานออกไป จ้องจะสังหารแฟร์น็องเดซ
ทว่าจู่ๆ มันกลับลอยสูงขึ้น ผ่านเหนือเป้าหมายไป แล้วระเบิดกระทบผนังด้านหลังโต๊ะทำงาน
โครม!
เปลวเพลิงสีขาวอมแดงทะลวงกระจกหน้าต่าง ทำลายผนังพังครืน พุ่งทะยานออกไปนอกอาคารสมาคมประมง ลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นเมฆไฟลุกโชน
เกือบจะในเวลาเดียวกันนั้น ลูเมี่ยนรู้สึกว่าตนได้ก้าวเข้าสู่ห้วงอวกาศอันมืดมิดและลึกล้ำ ไกลออกไปมีดวงดาวระยิบระยับประดับประดา ราวกับดวงตาที่กำลังกะพริบ
ในขณะนั้นเอง โนเอเลียวิ่งเข้ามาในลานกว้างที่มีรูปปั้นคลื่นทะเลตั้งตระหง่าน แล้วตะโกนใส่อาคารที่มีกรอบหน้าต่างร่วงหล่นลงพื้นว่า
“หยุด!”
เมื่อได้ยินเสียงของแม่ชีนักรบผู้นี้ ลูเมี่ยนถอนหายใจอย่างเสียดาย หมุนปืนลูกโม่กลับแล้วเหน็บมันลงในซองใต้รักแร้
ทันใดนั้น ฆวน·โอโร รวมถึงห้วงอวกาศรอบตัว ก็พลันอันตรธานหายไป
อีกไม่กี่นาทีต่อมา ฆวน·โอโรยันไม้เท้าเดินออกมาจากอาคารสีเทาเข้มของสมาคมประมง แล้วเอ่ยกับโนเอเลียด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เขาจู่โจมแฟร์น็องเดซ พวกคุณต้องจับกุมเขา!”
โนเอเลียกวาดตามองประธานสมาคมประมงผู้นี้ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นว่า
“เช่นนั้น จะให้ทางเราเชิญแฟร์น็องเดซไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ เกี่ยวกับคดียิงกันบนถนนอไควนัสด้วยหรือไม่?”
“พวกคุณช่วยใจเย็นลงหน่อยไม่ได้หรือ? เคารพกฎหมายของเมืองท่าซานตากันบ้าง มิฉะนั้น อย่าคิดว่าทางศาสนจักรไม่มีวิธีจัดการกับพวกคุณ”
เมื่อกล่าวจบ แม่ชีนักรบผู้นี้หันไปมองลูเมี่ยน ตักเตือนเขาด้วยเช่นกัน เพื่อแสดงถึงความยุติธรรม
ฆวน·โอโรนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบว่า
“ฉันไม่ทราบเรื่องคดียิงกันบนถนนอไควนัส”
เมื่อพูดจบ เขาก็หมุนตัว ยันไม้เท้า เดินกลับเข้าสมาคมประมงอย่างเชื่องช้า ขณะที่เหล่าพนักงานหลายคนรีบวิ่งเข้ามาประคองร่างชรา
ได้เห็นภาพดังกล่าว โนเอเลียจึงนำสมาชิกหน่วยรบของเธอ ช่วยกัน ‘ควบคุมตัว’ ลูเมี่ยนออกจากที่นั่น
เมื่อออกจากเขตท่าเรือ แม่ชีนักรบผู้นี้สั่งให้ลูกน้องชะลอฝีเท้า แล้วถอยห่างออกไป ส่วนตัวเธอเดินเคียงคู่กับลูเมี่ยน
“คุณก็ทำเกินไปหน่อย แบบนี้พวกฉันวางตัวลำบากนะ…บ้านเมืองมีกฎหมาย คุณเข้าใจใช่ไหม? เราต้องรักษาภาพลักษณ์ความสงบเรียบร้อยเอาไว้” โนเอเลียยกมือขึ้นบีบขมับทั้งสองข้าง “โชคดีที่คุณไม่ได้สังหารแฟร์น็องเดซ มิเช่นนั้น ฉันคงต้องจับกุมคุณจริงๆ”
ลูเมี่ยนหัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ยว่า
“ถ้าผมคิดจะฆ่าแฟร์น็องเดซจริง คงไม่รอให้คุณเข้ามาขัดขวาง หรือรอให้ฆวน·โอโรมาช่วยชีวิตหรอก”
นั่นคือความจริง
“คุณต้องการแสดงทัศนคติ แสดงฝีมือ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเหล่าผู้คนที่คอยจับตามองอยู่?”
“และในขณะเดียวกัน ก็ต้องการให้ฆวน·โอโรประเมินฝีมือของคุณผิดพลาดจากการต่อสู้ครั้งนี้?”
ลูเมี่ยนไม่ตอบคำถาม เพียงยิ้มน้อยๆ พลางมองไปยังเบื้องหน้า แล้วเอ่ยถามว่า
“ผู้ว่าการแห่งทะเลคนก่อนๆ สุดท้ายแล้วไปอยู่ที่ไหนกัน?”
โนเอเลียเงียบไปชั่วครู่ ก่อนตอบว่า
“ดูเหมือนพวกเขาจะถูกส่งไปยังต่างถิ่น แต่จากการสังเกตของพวกเรา พบว่าไม่นานนัก อย่างน้อยสี่ห้าเดือน อย่างมากไม่เกินสามปี บรรดา ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ เหล่านี้ก็จะหายตัวไปอย่างลึกลับ ไร้ร่องรอย ในจุดเกิดเหตุมักไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และครอบครัวของพวกเขาก็ไม่ได้รับอันตรายใด”
กลับคืนสู่ท้องทะเลด้วยตนเองกระมัง? ลูเมี่ยนยิ้มน้อยๆ ก่อนเอ่ยว่า
“คุณเห็นไหม การอัดแฟร์น็องเดซจนน่วมของผม เริ่มผลิดอกออกผลบ้างแล้ว”
ศาสนจักรแห่งพระแม่ธรณีเต็มใจที่จะเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกมากขึ้นแล้ว
โนเอเลียไม่ได้โกรธ เพียงยิ้มพราย พลางกล่าวว่า
“ไม่มีผู้ใดจะทุ่มไพ่เด็ดทุกใบตั้งแต่เริ่มเกมหรอก”
“เมื่อคุณสืบสวนมาถึงจุดหนึ่ง ทางเราก็ยินดีจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม”
ลูเมี่ยนเหลียวมองผืนทะเลสีครามด้านข้าง ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า
“คุณยังไม่เคยเล่าให้ฟังว่า ศาสนจักรพระแม่ธรณีต้องการบรรลุเป้าหมายใดในเรื่องนี้”
ดวงตาของโนเอเลียเคลื่อนไหวเล็กน้อย ทันใดนั้นเธอก็ยกมือขึ้น ชี้ไปทางผู้คนที่กำลังทะเลาะวิวาทอยู่เบื้องหน้า แล้วตะโกนเสียงดัง
“ห้ามต่อสู้กันบนท้องถนน!”
ยังไม่ทันจะสิ้นเสียง เธอก็พาลูกน้องวิ่งไปยังจุดเกิดเหตุแล้ว ทิ้งให้ลูเมี่ยนยืนอยู่ที่เดิมเพียงลำพัง
ลูเมี่ยนแค่นหัวเราะแผ่วเบา พลางส่ายหน้าช้าๆ
…………
ยามดึกสงัด ขณะที่ลูเมี่ยนเตรียมจะถอดผ้าผ่อนเพื่อเข้านอน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของ ‘อัศวินดาบ’ ดังขึ้น ราวกับกำลังพยายามกลั้นบางสิ่งบางอย่างไว้
“พบเบาะแสที่อยู่ของเป้าหมายทั้งสองแล้ว”
……………………………………………………..