ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 558 ตระกูลทามาร่า
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 558 ตระกูลทามาร่า
ตอนที่ 558 ตระกูลทามาร่า
………………..
ลูเมี่ยนจิบน้ำองุ่นหมักที่ซื้อมาจากแผงลอยริมถนน ปล่อยอารมณ์ตามสบายขณะสอดส่องห้องชุดที่นักผจญภัยคนดัง หลุยส์·แบรี เช่าพักอาศัย บางคราวก็ก้มมองถนนอไควนัส กวาดตาซ้ายขวาเสาะหาร่องรอยของผู้สอดแนมที่อาจซุ่มอยู่
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เขาได้เปลี่ยนผ้าผ่อน แปลงโฉม แล้ว ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังย่านใกล้เคียง ก่อนจะเดินกลับมาเช่าห้องที่มีทำเลเหมาะสมเช่นนี้
ชั่วครู่ต่อมา ลูเมี่ยนเห็นลูกาโนย่องออกจากห้องด้วยท่าทีหวาดหวั่น เพื่อไปเตรียมอาหารเช้าให้ลุดวิกเพิ่ม ก็อดแย้มยิ้มเบาๆ มิได้
ดูท่าไอ้หมอนี่ยังคงสะเทือนขวัญกับการโจมตีเมื่อวานอยู่
แต่ในความเป็นจริง เว้นแต่ว่าพวกสมาคมประมงจะถูกพลังวิเศษกัดเซาะสติปัญญา จนไม่อาจควบคุมอารมณ์ตนเอง ไม่อาจไตร่ตรองอย่างมีเหตุผลได้ มิฉะนั้นคงเป็นไปได้ยากยิ่ง ที่พวกเขาจะมาลอบสังหารลูกาโน ล่ามและไกด์ผู้นี้อีกหน เพราะการตอบสนองของหลุยส์·แบรีเมื่อวานนั้น ประหนึ่งได้ประกาศกร้าวแก่ผู้คนทั้งหลายว่า
หากไม่อาจสังหารฉันคนนี้ได้โดยตรง ก็อย่าได้พยายามหมายปองผู้ใกล้ชิดเป็นอันขาด พวกแกอาจลอบสังหารสำเร็จ แต่ตัวฉัน หลุยส์·แบรี ก็สามารถทำได้เช่นกัน ในหมู่คณะกรรมการสมาคมประมง ในหมู่บุตรหลาน ในหมู่ทายาทของพวกแก ย่อมมีผู้ที่ขาดการคุ้มครอง หรือมีความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ และจำเป็นออกเดินทางเป็นหมู่คณะเล็กๆ อยู่บ้าง พวกแกลองเดาดูสิ ว่าฉันคนนี้กล้าลงมือหรือไม่ และมีความสามารถถึงเพียงนั้นหรือไม่?
จงหาโอกาสทำลายล้างฉันด้วยสุดกำลัง หรือไม่ก็จงสงบเสงี่ยมเสียที!
เผชิญกับ ‘คำตอบ’ เช่นนี้ หากเหล่าคณะกรรมการสมาคมประมงมีสติสัมปชัญญะอยู่บ้าง ย่อมรู้ดีว่าควรทำเช่นไร หลุยส์·แบรีมิใช่ผู้วิเศษของทางการ ทั้งมิใช่ตำรวจ การหวังให้เขาเคารพกฎหมาย ไม่ลากครอบครัวมาพัวพัน ช่างเป็นเรื่องเพ้อฝันสิ้นดี
อีกทั้ง จากการแสดงออกในหลายวันนี้ จากกิตติศัพท์ที่เล่าลือ เขาคือนักผจญภัยที่ชื่นชอบการเลียนแบบเกอร์มัน·สแปร์โรว์ โด่งดังในด้านความหัวรุนแรง บ้าคลั่ง และเลือดเย็น บุรุษเช่นนี้ จะมีสิ่งใดที่เขาไม่กล้าทำ?
แน่นอน ลูเมี่ยนมิอาจละเลยความระมัดระวังโดยสิ้นเชิง นับแต่นี้ลูกาโนจะต้องมีลุดวิก ‘คอยเคียงข้าง’ หรือไม่ก็อยู่ภายใต้สายตาของเขาตลอดเวลา ด้วยนอกเหนือจากสมาคมประมงแล้ว ในเงามืดแห่งเมืองท่าซานตายังมีผู้คนอีกมากมาย ที่หมายฉวยโอกาสนี้บรรลุจุดประสงค์บางอย่าง พวกเขาอาจปลอมตัวเป็นคนของสมาคมประมง โจมตีล่ามกับลูกบุญธรรมของนักผจญภัยคนดังหลุยส์·แบรี เพื่อกระตุ้นความขัดแย้งระหว่างเขากับสมาคมประมง จุดชนวนการปะทะก่อนเวลาอันควร
หาก ‘นักวางแผน’ ถึงกับมองข้ามกลอุบายระดับนี้ ก็นับว่าไร้ความสามารถอย่างสิ้นเชิง
เมื่อลูกาโนซื้ออาหารเช้ามากมายกลับมายังห้องชุดชั้น 5 ของโรงแรมโซโลว์ ลูเมี่ยนก็ละสายตาจากเก้าอี้พนักสูง ซึ่งดูคล้ายกำลังสวมหมวกสานสีเหลืองทองตรงมุมอับของโต๊ะอาหาร แล้วหมุนกายออกจากห้องที่พักอยู่ ตั้งใจจะออกไปเดินสำรวจบริเวณใกล้เคียง
เพียงแค่ก้าวเข้าสู่โถงทางเดิน เด็กหนุ่มก็เห็นบุรุษร่างกำยำแม้จะสูงไม่ถึงหนึ่งเมตรเจ็ดสิบ ยืนอยู่ตรงปากบันได
ชายผู้นั้นผมสีน้ำตาล ตาสีน้ำตาลเข้ม ผิวหยาบกร้าน คาบบุหรี่ก้นยาวพิเศษ ทอดสายตามายังลูเมี่ยน
เขาเอ่ยถามด้วยภาษาที่ราบสูงว่า
“ใครจ้างคุณมาสอดแนมหลุยส์·แบรีที่นี่?”
ลูเมี่ยนหัวเราะเบาๆ
“คุณก็มาสอดแนมหลุยส์·แบรีเหมือนกันไม่ใช่หรือ?
“ผมยังไม่เคยถามว่าใครส่งคุณมา เหตุใดคุณจึงต้องมาถามผม?”
เขาตอบด้วยภาษาที่ราบสูงอันคล่องปร๋อเช่นกัน
ชายผู้คาบบุหรี่ก้นยาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย แล้วหลีกทางให้เข้าสู่บันได
ลูเมี่ยนเดินผ่านหน้าเขาไป ค่อยๆ ก้าวลงบันไดทีละขั้น
ขณะจ้องมองแผ่นหลังของลูเมี่ยน แววตาของชายผู้นั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นอันตราย
เขายกมือซ้ายขึ้น ค่อยๆ บิดบุหรี่ก้นยาวพิเศษนั้นเบาๆ
จากนั้น เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พ่นลมแรงเข้าไปใน ‘ก้นกรอง’
ในความเงียบสงัด เข็มเหล็กเรียวยาวพุ่งออกจากใบยาสูบที่เกรียมไหม้ พุ่งตรงไปยังแผ่นหลังของลูเมี่ยนซึ่งอยู่ห่างไม่ถึงสองเมตร
นี่คือลูกดอกเป่า มีต้นกำเนิดจากบางเผ่าพันธุ์ในป่าดงดิบแห่งทวีปใต้ แต่ลูกดอกเป่าส่วนใหญ่มีความยาวหนึ่งถึงสองเมตร ยากแก่การพกพาอย่างซ่อนเร้น เพื่อใช้ลอบโจมตีผู้อื่นทีเผลอ ในภายหลัง นักล่าเงินรางวัลผู้ศรัทธาใน ‘เทพจักรกลไอน้ำ’ และมีความสามารถด้านการประดิษฐ์อันเป็นเลิศ ได้ดัดแปลงมันให้มีขนาดเพียงยาวกว่าบุหรี่ธรรมดาเล็กน้อยเท่านั้น
แม้จะเพิ่มความสะดวกในการพกพาและการอำพราง แต่อานุภาพก็ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ระยะยิงก็หดสั้นลงเหลือเพียงสี่ถึงห้าเมตร ทว่าเมื่อใช้ร่วมกับลูกธนูพิเศษที่ชุบยาสลบและพิษร้ายแรง ก็ยังคงมีคุณค่าในการใช้งานอย่างมาก จึงได้รับความนิยมจากนักล่าเงินรางวัลมากมาย ทั้งในทวีปเหนือและทวีปใต้
ชายผู้โจมตีลูเมี่ยนซ่อนมันไว้ในบุหรี่ก้นยาว ด้วยจุดประสงค์เพื่อลวงเหยื่อให้ตายใจ รอโอกาสเข้าประชิด
เป้าหมายของเขาคือควบคุมอีกฝ่ายไว้ สอบถามว่าใครเป็นผู้ว่าจ้าง
เข็มเหล็กพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าหา แต่ลูเมี่ยนทำราวกับคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ในจังหวะที่ชายด้านหลังเป่าลม เด็กหนุ่มพลันโน้มตัวไปข้างหน้า พร้อมกับบิดกระดูกสันหลังไปด้านข้าง หลบหลีกลูกดอกเป่าด้วยท่วงท่าบิดเบี้ยวเกินมนุษย์ธรรมดา
เสียงฟุบแผ่วเบา ลูกดอกปักเข้าไปในบันไดไม้
ในวินาทีถัดมา ดวงตาของชายผู้โจมตีลูเมี่ยนเบิกกว้าง เห็นเป้าหมายกำลังเหวี่ยงหมัดมาด้วยท่วงท่าที่เหนือกว่าความยืดหยุ่นของมนุษย์ทั่วไป
ปัง!
เขาสลบไป
ลูเมี่ยนคลี่คลายร่างกายจากสภาพที่บิดเกลียวราวกับเชือกป่าน ก้มลงอุ้มผู้โจมตี ลากเข้าไปในห้องที่ตนเองเช่าไว้
ขณะที่อีกฝ่ายยังคงสลบ ลูเมี่ยนป้อนยาสารภาพให้เขาเล็กน้อย คำนวณเวลาแล้วปลุกเขาให้ตื่น
เมื่อเห็นใบหน้าธรรมดาไร้ลักษณะพิเศษ ผู้โจมตีร้องอย่างตื่นตระหนก
“ผมแค่ต้องการทำให้คุณสลบ เพื่อหาที่เค้นถามว่าใครเป็นผู้ว่าจ้างคุณ!”
“พิษบนลูกธนูเป็นเพียงยาสลบเท่านั้น!”
ลูเมี่ยนที่ย่อกายอยู่เบื้องหน้าอีกฝ่าย ยิ้มน้อยๆ พลางกล่าวว่า
“คราวนี้ถึงตาผมถามคุณบ้าง ใครเป็นผู้ว่าจ้างคุณ?”
“ฆวน·โอโร!” บุรุษผมสีน้ำตาลดวงตาสีน้ำตาล เอ่ยออกมาอย่างฉับพลัน
ลูเมี่ยนยิ้มน้อยๆ ก่อนถามย้ำ
“เป็นความจริงหรือ?”
“ใช่…ไม่ใช่…ความจริงแล้วเป็นผู้อื่น…” พูดมาถึงตรงนี้ ชายผู้นั้นก็หุบปากลงด้วยความหวาดกลัว
ลูเมี่ยนค่อยๆ ชักนำอย่างนุ่มนวล
“สรุปแล้วเป็นใคร?”
“รูวิโอ·ปาโก”
รูวิโอนี่เอง…เขาสอดแนมเราทำไม? หวังจะอาศัยความเคลื่อนไหวของนักผจญภัยคนดัง เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์บางอย่าง? นี่คือเหตุผลที่เขาไม่ได้ลอบมาหาเราเพื่อเปิดเผยข่าวกรองเหมือนคนอื่นๆ? ลูเมี่ยนค่อยๆ พยักหน้ารับ พลางยืดตัวขึ้นแล้วกล่าว
“ลมหายใจของคุณเหม็นมาก แปรงฟันให้มากกว่านี้หน่อยนะ”
“…” ผู้โจมตีเผยสีหน้างุนงง ไม่เข้าใจเลยว่า เหตุใดหัวข้อสนทนาจึงเปลี่ยนมาเป็นเรื่องนี้ได้ แต่ก็ ‘จำใจ’ ให้คำตอบ “ผมไม่ค่อยชอบแปรงฟันน่ะ”
ลูเมี่ยนส่ายหน้าด้วยความรังเกียจ ไม่ได้เก็บลูกดอกเป่านั้นไว้เป็นของที่ระลึก เพียงเดินออกจากห้องไปเลย พลางทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่ง
“อย่าลืมลงกลอนให้ผมด้วย”
…………
กรุงทรีอาร์ เขตหอรำลึก ภายในอพาร์ตเมนต์ที่ฟรังก้ากับจินนาเช่าอยู่
พวกเธอได้รับจดหมายตอบกลับจากมาดามจัดจ์เมนต์ผ่านทางกระต่ายเซียโซแล้ว
กระต่ายเซียโซ สวมหมวกทรงสูงจิ๋ว สวมแว่นตาขอบทองย่อส่วน และสวมเสื้อคลุมสีดำตัวเล็ก ก่อนจากไปได้เอ่ยคำขอหนึ่งประการ
“ข้าขอรับปืนลูกโม่กระบอกจิ๋วที่สั่งทำพิเศษ แทนค่าส่งสารห้าครั้งถัดไปได้หรือไม่?”
จินนาอ้าปากเล็กน้อย ตะลึงงันอยู่หลายอึดใจก่อนเอ่ยว่า
“ได้”
เธอถามต่อทันที
“คุณเสกมันขึ้นมาเองไม่ได้หรือ?”
เฉกเช่นหมวก แว่นตา และเสื้อคลุมที่กำลังสวมใส่อยู่
“สิ่งเหล่านั้นไม่มีประโยชน์ใช้สอยจริง แต่ข้าหวังว่าปืนลูกโม่นั้นจะมี ทั้งกระสุนก็ต้องทำขึ้นเป็นพิเศษด้วย” กระต่ายเซียโซอธิบายอย่างจริงจัง
จินนากะพริบตาปริบๆ ก่อนตอบตกลง
เมื่อผู้ส่งสารจากไป ฟรังก้าก็เอ่ยด้วยสีหน้าประหลาดใจยิ่งนัก
“ทำไมฉันถึงรู้สึกว่า มันเปลี่ยนจากการไล่ตามความรู้ มาเป็นการไล่ตามพลังอำนาจแล้วล่ะ?”
จินนาใคร่จะแก้ต่างให้กระต่ายเซียโซ ทว่าชั่วขณะนั้นหาถ้อยคำเหมาะสมมิได้ จึงได้แต่เอ่ยอุทานด้วยความขัดใจว่า
“มันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสักหน่อย บางทีในภาคหน้า มันอาจช่วยฉันต่อสู้ก็เป็นได้!”
“อีกประการหนึ่ง หากผู้ส่งสารต่อสู้ได้เก่งกาจ การส่งสารก็ย่อมปลอดภัยยิ่งขึ้น”
ฟรังก้าผู้ไร้ซึ่งผู้ส่งสาร พลันรู้สึกขมขื่นในอุรา แต่มิได้กล่าวอันใดอีก เพียงคลี่จดหมายตอบกลับจากมาดามจัดจ์เมนต์ออก
“ตระกูลทามาร่าคือหนึ่งในห้าตระกูลผู้สูงศักดิ์แห่งจักรวรรดิทูดอร์ในยุคที่สี่ ครอบครองบรรดาศักดิ์ดยุกแบบสืบสกุล เทียบเคียงกับอามุนด์ผู้นั้นที่พวกคุณรู้จักกันดี แม้จะด้อยศักดิ์อยู่บ้าง”
“ในยุคสมัยที่ทวยเทพยังเดินดินอยู่ ตระกูลใดจะก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้สูงศักดิ์ได้ ย่อมต้องมีพลานุภาพในระดับเทวทูต และตามหลักฐานที่ปรากฏชัดแจ้ง ก่อนที่อลิสต้า·ทูดอร์จะขึ้นเป็น ‘จักรพรรดิโลหิต’ สำเร็จ ตระกูลทามาร่าก็ดำรงอยู่มานานหลายปีแล้ว เป็นตระกูลผู้สูงศักดิ์ที่มีชื่อเสียงในจักรวรรดิก่อนหน้า”
“พวกเขาเคยเปลี่ยนตราประจำตระกูลหนึ่งครั้ง และแตกแยกภายในสองครา เหตุนี้เองที่ทำให้ทามาร่าในยุคสมัยต่างๆ ถูกฝังอยู่ในชั้นต่างๆ ของสุสานใต้ดิน”
“ตราประจำตระกูลดั้งเดิมของพวกเขาประกอบด้วยหนามแหลม กำแพงโล่ และดาบยาวตั้งตรง ภายหลังเปลี่ยนเป็นประตูบานคู่ โดยมีดาบยาวตั้งตรงทำหน้าที่เป็นร่องประตู”
“สิ่งนี้สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตระกูลทามาร่า จากการยึดถือเส้นทาง ‘ผู้พิพากษา’ เป็นหลัก มาสู่การยึดถือเส้นทาง ‘ผู้ฝึกหัด’ เป็นหลัก ทว่ายังไม่พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สอดคล้องกัน”
“สมาชิกตระกูลทามาร่าจำนวนไม่มากที่ยังคงยึดมั่นในเส้นทาง ‘ผู้พิพากษา’ ยังคงมีชีวิตรอดมาจนถึงปัจจุบัน พวกเขาดำเนินกิจกรรมอย่างลับๆ”
“อีกส่วนหนึ่งของตระกูลทามาร่าได้สร้างสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับตระกูลนางมารตั้งแต่สมัยจักรวรรดิทูดอร์ กระทั่งถึงยุคที่ห้า ได้ปรากฏองค์กรลับที่มีนามว่า ‘ชุมนุมสัมผัสวิญญาณ’ ซึ่งมีทั้งเหล่า ‘นางมาร’ และผู้เดินตามเส้นทาง ‘ผู้ฝึกหัด’ จากตระกูลทามาร่า มีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าพวกเขายังคงร่วมมือกันอยู่”
“ทามาร่าส่วนนี้ได้แยกตัวออกจากทามาร่าอีกกลุ่มมาเป็นเวลาหลายปี ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน”
“ส่วนทามาร่าที่ยึดมั่นในเส้นทาง ‘ผู้พิพากษา’ ก็เคยเกิดการแตกแยกครั้งหนึ่งเช่นกัน แต่รายละเอียดยังไม่เป็นที่แน่ชัด…”
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ฟรังก้าและจินนาต่างเกิดความคิดพร้อมกันว่า ช่างเป็นไปดังคาด
ตระกูลทามาร่าเชื่อมโยงกับเหล่า ‘นางมาร’ จริงๆ!
ทั้งสองอ่านเนื้อความในจดหมายต่อไป
“ผู้ที่นำพาพวกคุณไปยังห้องฝังศพของตระกูลทามาร่า จนได้ค้นพบ ‘เศษชิ้นส่วนของโลกในกระจก’ คงจะมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ ‘โลกในกระจกพิเศษ’ และนิกายนางมาร ตอนนี้พวกคุณยังไม่ต้องกังวล เพียงแต่คอยระวังความบังเอิญรอบกาย และพึงสังวรต่อการโจรกรรมหลอกลวงก็พอ…”
…………
ในวันต่อๆ มา ลูเมี่ยนมิได้เผชิญการโจมตีแม้แต่ครั้งเดียว ลูกาโนกับลุดวิกก็เช่นกัน
เมืองท่าซานตาดูราวกับจะกลับคืนสู่ความสงบเงียบ ผู้คนที่แอบสังเกตการณ์อยู่เบื้องหลังมิได้ก้าวออกมาอีกแม้แต่ก้าวเดียว
ขณะลูเมี่ยนครุ่นคิดว่า ควรจะลงมือทำสิ่งใดเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อให้ได้มาซึ่งความกระจ่างในทุกรายละเอียดก่อนพิธีบูชาทะเลในต้นเดือนพฤศจิกายน ‘อัศวินดาบ’ ก็นำข่าวความคืบหน้าใหม่เกี่ยวกับนอร์ฟีและบาร์ทเนอร์มาแจ้ง
เขาผู้มีสีหน้าซีดเผือดอยู่ตลอดเวลา กล่าวแก่ลูเมี่ยนว่า
“เป้าหมายทั้งสองน่าจะถูกลักพาตัว ตอนนี้พบผู้ต้องสงสัยแล้ว ให้ผมลงมือเอง หรือเราจะไปด้วยกัน?”
ลูเมี่ยนครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนเอ่ยว่า
“ไปด้วยกัน”
……………………………………………………..