ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 565 ช่องทางที่เป็นไปได้
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 565 ช่องทางที่เป็นไปได้
ตอนที่ 565 ช่องทางที่เป็นไปได้
ฟรังก้าถูกคำพูดของลูเมี่ยนปลุกเร้าอารมณ์ จึงเอ่ยเสริมด้วยความคาดหวังอย่างยิ่ง
“แบบนี้ก็เท่ากับว่าพวกเราจับหางจิ้งจอกเอาไว้แล้ว เมื่อถึงเวลา เราจะเรียกพวกพ้องมาช่วย พยายามสังหารสมาชิกหลักของ ‘วันเอพริลฟูล’ ให้ได้มากที่สุด!”
เธอกล่าวไปพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันไปพลาง
ลูเมี่ยนกับฟรังก้าต่างคาดเดา รวมถึงวิเคราะห์บทบาทและความสำคัญของ ‘อุลตร้าแมน’ ระหว่างการเล่นพิเรนทร์เมื่อปีก่อนในหลากหลายแง่มุม ทว่ากลับไม่พบสมมติฐานใดโดนใจระดับที่ให้เชื่อว่า พวกตนเข้าถึงความจริงของเรื่องราวแล้ว
“ฮึ่ย…ยังขาดชิ้นส่วนสำคัญบางอย่างอยู่” ฟรังก้าถอนหายใจพลางเอ่ย “คุณวางเหยื่อล่อต่อไปอีกสักหน่อยก็แล้วกัน”
เธอต้องกลับไปยังทรีอาร์แล้ว
ลูเมี่ยนส่งเสียงรับในลำคอ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างครุ่นคิด
“ทางคุณสืบเรื่องของตระกูลทามาร่าไปถึงไหนแล้ว?”
“ยังไม่มีความคืบหน้าเลย แต่มาดามจัดจ์เมนต์ตั้งใจจะแจ้งเรื่องนี้ให้อาร์คาน่าใหญ่ใบอื่นๆ ทราบด้วย หวังว่าพวกเขาจะช่วยสอดส่องให้อีกแรง” ฟรังก้าเล่าสถานการณ์ทางฝั่งตนอย่างกระชับ
ลูเมี่ยนจ้องมองใบหน้าของเธอ พลางเอ่ยปาก
“ผมมีทิศทางการสืบสวนอยู่อย่างหนึ่ง”
“ยังไง?” ฟรังก้าตื่นตัวทันที
มุมปากของลูเมี่ยนค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
“ตรวจสอบสมาชิกคนอื่นๆ ของนิกายนางมารในกรุงทรีอาร์”
“ในเมื่อสมาชิกบางส่วนของตระกูลทามาร่า มีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับนิกายนางมาร อีกทั้งยังอาจร่วมกันก่อตั้งองค์กรลับ ‘ชุมนุมสัมผัสวิญญาณ’ ย่อมมีโอกาสเป็นไปได้สูงว่า สมาชิกตระกูลทามาร่าบางคนอาจสังกัดนิกายนางมารด้วย”
“อีกประการหนึ่ง ภารกิจที่มาดามจัดจ์เมนต์มอบหมายให้คุณ ไม่ใช่การแทรกซึมเข้าสู่นิกายนางมารเพื่อสืบหาสภาวะและปัญหาของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ในปัจจุบันหรอกหรือ? หากคุณไม่สืบสวนนางมารคนอื่น ไม่รวบรวมข่าวกรองจากปากของพวกเธอ จะรอจนกระทั่งแทรกซึมขึ้นไปถึงระดับสูง จนกระทั่งกลายเป็น ‘นางมารแดง’ เสียก่อน แล้วจึงค่อยเริ่มต้นหรือ? เมื่อถึงตอนนั้น จะต้องใช้ตะกอนพลังของ ‘นักล่า’ ลำดับเทวทูตมากมายเพียงใดกัน ถึงจะทำให้คุณกลับสู่เพศสภาพเดิมได้?”
“ทำไมถึงต้องเป็น ‘นางมารแดง’ ล่ะ?” ฟรังก้าสนใจประเด็นนี้เป็นพิเศษ
ลูเมี่ยนยิ้มพลางกล่าว
“คุณลืมฉายาของตัวเองแล้วหรือ มาดาม ‘บูตแดง’!”
ฟรังก้ายิ้มอย่างเก้อเขิน
“นั่นมิใช่เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้ตัวละคร เมื่อถึงคราวหลบหนีก็จะได้เปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย สร้างความแตกต่างอย่างเด่นชัดกับคำบรรยายในใบประกาศจับหรอกหรือ?”
“เฮ้อ…การตรวจสอบนางมารคนอื่นๆ ใต้จมูกของ ‘นางมารดำ’ จะไม่อันตรายเกินไปหรือ?”
ลูเมี่ยนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มอย่างมีนัยสำคัญ
“การสืบสวนตระกูลทามาร่าน่ะ แท้จริงแล้วทำไปเพื่ออะไร?”
“เพื่อสืบหาคนในกระจก” ฟรังก้าตอบโดยไม่ทันคิด
ลูเมี่ยนถามต่อ
“แล้วการสืบสวนคนในกระจก เป็นภารกิจที่ใครมอบหมายมา?”
“นางมารดำ…” ฟรังก้าพลันหุบปากฉับ
เธอพึมพำกับตัวเองในทันที
“อย่างไรเสีย ยังคงต้องรักษาความพอดี ปลอมแปลงแหล่งที่มาของข่าวกรองให้แนบเนียน มิฉะนั้น ก็อาจถูกสงสัยได้อยู่ดี”
ลูเมี่ยนไม่กล่าวอะไรเพิ่มเติม เพียงจับไหล่ของฟรังก้า เตรียมส่งเธอกลับสู่ทรีอาร์
ฟรังก้าเหลือบมองหน้าต่างที่ม่านถูกรูดปิดสนิท ก่อนจะเอ่ยด้วยความกระตือรือร้น
“เรื่องการเข้าพบแม่ชีนักรบในภายหลัง อย่าลืมให้ฉันเป็นคนทำด้วยล่ะ”
เธอมาถึงท่าเรือซานตาตั้งแต่ยามบ่าย ใช้นามแฝงว่า ‘ชาเนม’ ที่ตั้งขึ้นเอง พร้อมด้วยใบหน้าปลอมตามบัตรประจำตัวของลูเมี่ยน ออกไปเดินสำรวจรอบเมืองอยู่พักใหญ่ อาศัยความชำนาญในภาษาที่ราบสูง เพียงครู่เดียวเธอก็ทำความเข้าใจขนบธรรมเนียมท้องถิ่น รวมถึงวิถีปฏิบัติของเหล่าแม่ชีนักรบ
ลูเมี่ยนแค่นหัวเราะ
“อย่าเพ้อฝันนักเลย คุณทำพวกเธอท้องไม่ได้สักหน่อย”
ฟรังก้าตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“ในทางทฤษฎีแล้ว ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่อันตรายมากกว่า ลองคิดดูสิ อย่างกรณีของคุณนายปัวริส”
ลูเมี่ยนถึงกับพูดไม่ออกในทันที
“อีกอย่าง ชีวิตคนเราก็ไม่ได้มีเรื่องสำคัญแค่การมีลูก…” ฟรังก้ายังคงหาเหตุผลมาสนับสนุนตนเอง
ลูเมี่ยนถอนหายใจแผ่วเบาอย่างไร้เสียง ก่อนจะเรียกใช้รอยประทับสีดำบนไหล่ขวา
เด็กหนุ่มพาฟรังก้าที่ยังคงพูดไม่หยุด หายวับไปจากห้องนอนใหญ่ในชุดห้องพัก
ไม่นานนัก ลูเมี่ยนก็กลับมาปรากฏตัว ณ จุดเดิมที่เคยจากไป
เด็กหนุ่มส่ายหน้าพลางหัวเราะเยาะฟรังก้าแผ่วเบา ก่อนจะกลับมานั่งบนเก้าอี้พนักพิงตัวเดิม
จำต้องยอมรับว่า การได้สนทนากับมิตรสหายอย่างเปิดอกโดยไร้การระแวดระวัง พูดอะไรก็ได้ตามใจนึก หยอกล้อเล่นได้ตามอำเภอใจ ช่างมีส่วนช่วยบรรเทาอารมณ์ที่อัดอั้นอยู่ในใจของเขาได้เป็นอย่างดี
ลูเมี่ยน ผู้กลับมาผ่อนคลายอีกครั้ง เอนหลังพิงเก้าอี้ เริ่มจัดระเบียบข้อมูลเกี่ยวกับพิธีบูชาทะเล รวมถึงคำกล่าวอ้างของฝ่ายต่างๆ ที่ตนได้รวบรวมมาในห้วงความคิด พยายามค้นหารายละเอียดที่อาจเผยให้เห็นร่องรอยการมีตัวตนของ ‘อุลตร้าแมน’ และตรวจสอบว่ามีประเด็นใดที่ตนอาจมองข้ามไปหรือไม่
ด้วยความเป็น ‘นักวางแผน’ ลูเมี่ยนไม่จำเป็นต้องจดบันทึกประเด็นสำคัญลงบนกระดาษ หรืออาศัยสายตามองเพื่อเตือนความจำ ข้อมูลทั้งหมดกระจายอยู่ในห้วงความคิดของเขาพร้อมกัน เชื่อมโยงกันเป็นใยแมงมุมขนาดมหึมา ค่อยๆ หมุนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ
ครู่หนึ่งผ่านไป เด็กหนุ่มพลันลุกขึ้นนั่งตัวตรงดังสะดุ้ง
เขาค้นพบช่องทางที่อาจเผยให้เห็นแก่นแท้ของพิธีบูชาทะเลแล้ว
ลูเมี่ยนลุกขึ้นยืน เดินออกจากห้องนอนใหญ่ เห็นลุดวิกนั่งกินแพนเค้กมันฝรั่งไข่ที่กรอบนอกนุ่มใน อยู่ข้างโต๊ะอาหารฝั่งหนึ่งของห้องรับแขก
เขานั่งลงตรงข้ามเด็กชายผู้นั้น ยิ้มพลางหยิบดวงตารวมของแมงมุมดำกลายพันธุ์ ซึ่งเป็นวัสดุแฝงพลังวิญญาณแต่ไม่มีตะกอนพลังออกมา
ทันใดนั้น ลุดวิกเงยหน้าขึ้น จ้องมองมาทางลูเมี่ยน
“นายกินไอ้นี่ได้ไหม?” ลูเมี่ยนโยนดวงตารวมสีดำนั้นขึ้นลง
ลุดวิกพยักหน้าหนักแน่น
“ได้”
ลูเมี่ยนเกิดความสงสัยขึ้นมา จึงหยิบ ‘แว่นส่องความลับ’ ออกมาถามอีก
“แล้วสิ่งนี้ล่ะ นายกินได้ไหม?”
“ตอนนี้ยัง” ลุดวิกตอบอย่างตรงไปตรงมา
ตอนนี้ยัง? หมายความว่าในอนาคตอาจกินได้? ลูเมี่ยนเก็บ ‘แว่นส่องความลับ’ กลับไป แล้ววางดวงตารวมของแมงมุมดำกลายพันธุ์ลงบนโต๊ะอาหารตรงหน้า
“ช่วยแปลประโยคให้ฉันหน่อยสิ ถ้าคำตอบถูกต้อง สิ่งนี้จะเป็นอาหารของนาย”
กลืนน้ำลายดังกลืก ลุดวิกเอ่ยว่า
“ตกลง”
ลูเมี่ยนระลึกถึงภาษาประหลาดที่ลาโต้·กียาโรเคยกล่าวไว้ จึงเปล่งเสียงอ่อแอ่ออกมา
แล้วกล่าวทิ้งท้ายว่า
“ก็ประมาณนี้”
ลุดวิกส่ายหน้าด้วยสีหน้าผิดหวัง
“ผมไม่เข้าใจ”
เขาหยุดชั่วครู่แล้วกล่าวต่อ
“แต่ราวกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน รู้สึกคุ้นหูอยู่บ้าง”
นี่เป็นเพราะตอนผนึกกายปัญญา ความทรงจำและความรู้ส่วนใหญ่ถูกผนึกไปด้วยกระมัง? ลูเมี่ยนสังเกตเห็นสายตาอาลัยอาวรณ์ของลุดวิก ขณะเก็บตารวมของแมงมุมดำกลายพันธุ์กลับเข้าไปในกระเป๋านักเดินทาง
“ถ้าคุณหาสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจภาษานี้มาให้ผมกินได้ ผมก็จะแปลให้คุณได้”
นี่มัน…ลูเมี่ยนรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย จึงถามกลับไปว่า
“การกินบางสิ่งเข้าไป จะช่วยให้นายได้รับความสามารถหรือความรู้บางอย่างจากมัน?”
“มีระยะเวลาจำกัด และขึ้นอยู่กับสถานการณ์” ลุดวิกอธิบายอย่างกระชับ โดยไม่ได้ขยายความละเอียด
ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
“ที่นายสามารถบอกข้อมูลเกี่ยวกับแมลงดำบาร์ตินส์ได้ เป็นเพราะนายเคยกินมันมาแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่นานสินะ?”
“ใช่” ลุดวิกพยักหน้าเบาๆ “มันลอบโจมตีผมทีเผลอ ดูเหมือนจะซุ่มรออยู่นานทีเดียว”
อย่างนี้นี่เอง เราเข้าใจผิด คิดไปว่าความทรงจำของเด็กคนนี้ฟื้นกลับมาบางส่วน…นึกแล้วเชียว การโจมตีที่มีฤทธิ์ทำให้ชา ไม่ได้มุ่งเป้าเฉพาะลูกาโนเท่านั้น ด้วยเหตุที่มันอาจแปรเปลี่ยนเป็นกับดักได้ทุกเมื่อ…ลูเมี่ยนลุกขึ้นยืน ผละจากโต๊ะอาหาร เดินกลับห้องนอนใหญ่ท่ามกลางสายตาอ้อนวอนของลุดวิก
เขาจนปัญญาจะไปหาสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจ ‘ภาษาแห่งมหาสมุทร’ มาให้ลุดวิกกิน เพราะแม้แต่ผู้คนในสมาคมประมงก็ยังไม่อาจมั่นใจได้ว่า ความหมายที่ตนตีความนั้นถูกต้องหรือไม่
เมื่อเข้าสู่ห้องนอนใหญ่แล้วปิดประตูลง ลูเมี่ยนคิดว่าลองถามดูก็ไม่เสียหลาย จึงกดเสียงต่ำลงแล้วเอ่ยปาก
“เทอร์มีโพลอส แกเข้าใจภาษานั้นไหม ทราบความหมายที่แท้จริงของประโยคนั้นหรือไม่?”
เสียงอันน่าเกรงขามและลุ่มลึกของเทอร์มีโพลอสดังขึ้น กังวานอยู่ภายในโสตประสาทของลูเมี่ยน
“อย่างน้อยก็ไม่ได้แปลว่า ‘อภิเษกสมรสกับมหาสมุทร เป็นสัญลักษณ์แห่งการพิชิต’ แน่นอน”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ เทอร์มีโพลอสก็กลับสู่ความเงียบงัน โดยไม่มีท่าทีจะอธิบายความหมายที่แท้จริงให้ลูเมี่ยนฟังแต่อย่างใด
บัดซบ! ถ้าจะตอบแบบนี้ สู้ไม่ตอบยังดีเสียกว่า! ยืนยันข้อสงสัยของเรา แต่กลับไม่ยอมบอกเล่าเนื้อหาที่แท้จริง! หึ…จริงๆ แล้วแกแค่แกล้งทำเป็นอ่านออกสินะ? ลูเมี่ยนสบถในใจ รู้สึกว่าเทอร์มีโพลอส เทวทูตแห่งชะตากรรมผู้นี้ ช่างแตกต่างจากเมื่อก่อนที่เคยตรงไปตรงมาและพูดจาไม่อ้อมค้อม ไร้วาทศิลป์แห่งการสนทนาโดยสิ้นเชิง
พระองค์ค่อยๆ เรียนรู้วิธีการยั่วโมโหผู้อื่นแล้ว!
ลูเมี่ยนสงบจิตใจลง กลับไปนั่งบนเก้าอี้พนักพิง คลี่กระดาษจดหมาย เริ่มเขียนถึงมาดามเมจิกเชี่ยน
ด้วยทัศนคติของนักท่องเที่ยวผู้บันทึกประสบการณ์ เด็กหนุ่มเล่าถึงสิ่งที่ตนพบเห็นและได้ยินได้ฟังในเมืองท่าซานตาอย่างละเอียด ปิดท้ายด้วยการเขียนถ้อยคำในภาษาที่ไม่รู้จัก โดยการเรียบเรียงเสียงอ่านเท่าที่จำได้ พร้อมทั้งให้ความหมายตามที่สมาคมประมงเชื่อว่าถูกต้อง — ‘โอ้มหาสมุทรเอ๋ย ข้าจักอภิเษกสมรสกับเจ้า เป็นสัญลักษณ์แห่งการพิชิตเจ้า’ แล้วจึงเอ่ยคำขอ
“มาดาม คุณเคยพบเห็นภาษานี้หรือไม่ พอจะทราบความหมายที่แท้จริงของมันหรือไม่?”
พับจดหมายเรียบร้อย ลูเมี่ยนจัดเตรียมพิธีกรรม อัญเชิญผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ ออกมา
ผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ ในชุดกระโปรงสีทองอ่อนก้าวออกจากเปลวเทียน มองซ้ายมองขวา แล้วกล่าวด้วยท่าทางดุดัน
“อย่าให้เด็กสกปรกนั่นเข้ามาใกล้ข้า!”
“เขากำลังกินอาหารอยู่ข้างนอก จะไม่เข้ามาหากผมไม่อนุญาต” ไม่ทราบด้วยเหตุใด ลูเมี่ยนได้ยินนัยแห่งความหวาดกลัวแฝงอยู่ในน้ำเสียงอันดุดันของผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’
ผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ พยักหน้าอย่างพอใจ
“เจ้าต้องควบคุมมันให้ดี!”
“หากมันไม่เชื่อฟัง ก็อย่าให้อาหารมัน!”
ใช้สรรพนามว่า ‘มัน’ เลยหรือ…ลูเมี่ยนยิ้มน้อยๆ พลางเอ่ยปาก
“หากผมไม่ให้อาหารเขา อาจมีเรื่องน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเกิดขึ้นก็เป็นได้”
ผู้ส่งสาร ‘ตุ๊กตา’ เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า
“งั้นก็ให้มันกินเยอะๆ!”
เมื่อกล่าวจบ ผู้ส่งสารรูปร่างคล้ายตุ๊กตาผู้นี้ ก็คว้าจดหมายที่พับเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส แล้วหดตัวกลับเข้าสู่เปลวเทียนในพริบตา
ลูเมี่ยนยุติพิธีกรรม ดับเทียน แล้วเหลียวมองไปยังประตูห้องนอนใหญ่ พลางพึมพำกับตนเองอย่างไร้เสียง
“เป็นสิ่งมีชีวิตอันตรายที่ถูกผนึกไว้จริงๆ …”
ทันใดนั้น เด็กหนุ่มหยิบนาฬิกาพกเรือนทองของคาบาเร่ต์ลมเอื่อยออกมา กดเปิดฝาเพื่อตรวจสอบเวลา
ขณะเดียวกัน ร่างของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำ กลืนหายเข้าสู่ความมืด
ค่ำคืนนี้ เด็กหนุ่มยังมีธุระบางอย่างต้องไปสะสาง
…………
ณ ย่านท่าเรือ บนชั้นบนสุดของอาคารสมาคมประมงที่ดูราวกับปราสาท
เมื่อลูเมี่ยนมาถึงบริเวณที่คล้ายหอคอย ก็เห็นลาโต้·กียาโรในชุดเต็มยศกำลังยืนรออยู่
“คืนนี้เป็นเวรของคุณหรือ?” ลูเมี่ยนกดหมวกสานสีทองบนศีรษะ เอ่ยถามราวกับสนทนากับสหาย
ลาโต้ ชายวัยกลางคนถอนหายใจก่อนตอบว่า
“แต่เดิมไม่ใช่ แต่เมื่อคุณจะมา จึงต้องกลายเป็นผม ท่านประธานก็อายุมากแล้ว จะให้มาเองก็คงไม่เหมาะ”
ลูเมี่ยนมิได้กล่าวอันใดอีก เพียงปั้นลูกไฟสีแดงจนเกือบขาวที่เป็นระเบิดหน่วงเวลา ลูกแล้วลูกเล่า โยนไปตามมุมต่างๆ ของหอคอย
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ เด็กหนุ่มโบกมือลาลาโต้·กียาโร แล้วกลับคืนสู่เงามืดอีกครั้ง
ลาโต้เดินไปยังทางเข้าหอคอย กำหมัดแน่นด้วยความหวาดหวั่น
เพียงสามสิบวินาทีผ่านไป ลูกไฟสีแดงเกือบขาวเหล่านั้นก็ระเบิดขึ้นพร้อมกัน
บึ้มบึ้ม!
หอคอยทั้งหลังถูกกลืนกินด้วยเปลวเพลิงที่ลุกโชน ลาโต้ผู้ยืนอยู่ตรงทางเข้า ถูกคลื่นกระแทกซัดจนปลิวกระเด็น
ผิวกายของเขาปกคลุมด้วยเกล็ดแวววาวจำนวนมาก ที่ผุดขึ้นมาเพื่อบรรเทาความเสียหาย
บึ้มบึ้ม!
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เหล่าผู้คนหูตาไวทั่วทั้งท่าเรือซานตาต่างรับรู้เรื่องราวหนึ่ง
สมาคมประมงถูกวางระเบิด!
……………………………………………………..