ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 567 ผู้ต้องสงสัยว่าจะแพร่งพราย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 567 ผู้ต้องสงสัยว่าจะแพร่งพราย
ตอนที่ 567 ผู้ต้องสงสัยว่าจะแพร่งพราย
ความล้มเหลวของพิธีบูชาทะเลเมื่อปีก่อน ทำให้น่านน้ำแห่งนั้นเกิดความผิดปกติหรือ? ลูเมี่ยนครุ่นคิดในห้วงสมอง หลังจากได้อ่านข้อความบนแผ่นกระดาษจนจบ
เด็กหนุ่มจ้องมองกระดาษโน้ตในมือ จมูกได้กลิ่นหอมคุ้นเคยลอยมาแผ่วเบา
ครู่หนึ่งผ่านไป ลูเมี่ยนนึกขึ้นได้ถึงที่มาของกลิ่นหอมนั้น
มันคือกลิ่นน้ำหอมของคุณนายจอร์เจีย สะใภ้ตระกูลปาโก
“เป็นเพราะขาดประสบการณ์ หรือจงใจไม่ปกปิดร่องรอย เพื่อบอกให้เรารู้ว่านี่คือข่าวกรองจากตระกูลปาโก?” ลูเมี่ยนพึมพำกับตัวเองอย่างไร้สุ้มเสียง ขณะเดียวกันก็นึกถึงกิ้งก่ากึ่งมนุษย์ ซึ่งยังไม่ทราบที่มาในคฤหาสน์ตระกูลปาโก นึกถึงมาร์ตา มารดาของรูวิโอ·ปาโก ผู้บาดเจ็บสาหัส และนึกถึงพฤติกรรมผิดปกติของครอบครัวนี้ในเรื่องต่างๆ
แก่นแท้ของปัญหา เกิดจากความผิดปกติของมหาสมุทรเองหรือ? ความแปรปรวนของท้องทะเล ทำให้ผู้วิเศษแห่งตระกูลปาโกอ่อนแอลงอย่างผิดสังเกต อีกทั้งยังส่งผลให้สามัญชนผู้ไร้สายเลือดแห่งทะเล กลายร่างเป็นกิ้งก่ากึ่งมนุษย์ได้ด้วย? พวกเขาไม่ปรารถนาให้สัตว์รับใช้แห่งมหาสมุทรรับรู้เรื่องนี้ แต่ตัวเองก็ขาดพลังอำนาจชั่วคราว จึงไม่อาจจัดการกับกิ้งก่ากึ่งมนุษย์นั่นได้ จำต้องพึ่งพานักผจญภัยต่างถิ่นแทน? ลูเมี่ยนเริ่มตระหนักถึงแง่มุมใหม่ๆ ในความขัดแย้งในคำว่าจ้างของตระกูลปาโก
ทว่าความผันผวนของมหาสมุทรนั้น กลับเป็นประเด็นที่ทั้งลาโต้·กียาโร และฆวน·โอโรมิได้เอ่ยถึงแม้แต่น้อย
พวกเขาเพียงแต่เล่าว่า เมื่อขาดพิธีบูชาทะเลเพื่อปลอบโยน ผืนน่านน้ำแห่งนี้ก็ทวีความดุดันขึ้นกว่าปกติมิใช่น้อย ‘ต้นหนมรณะ’ ออกจากถิ่นบ่อยครั้งขึ้น และ ‘บุตรแห่งทะเล’ ทั้งหลายก็ล้วนอ่อนแอลง
ตามความคิดของพวกเขา เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเรื่องปกติ สมเหตุสมผล และคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ซึ่งชัดเจนว่าไม่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติแต่อย่างใด
“เป็นไปได้หรือไม่ว่า ความผิดปกตินี้เกิดขึ้นเฉพาะกับตระกูลปาโก หรือว่าฆวน·โอโรกับลาโต้·กียาโร จงใจปิดบังเรื่องนี้ไว้ ถึงขนาดไม่บอกแม้แต่กันและกัน คอยระแวดระวังซึ่งกันและกันอยู่?” ขณะลูเมี่ยนครุ่นคิด ตาก็จ้องมองกระดาษโน้ตในอุ้งมือ ถูกเปลวเพลิงสีแดงฉานกลืนกินจนมอดไหม้
เขาย่อมโน้มเอียงไปทางความเป็นไปได้ประการที่สอง — เว้นแต่ว่าตระกูลปาโกจะมีความพิเศษบางประการ มิฉะนั้นแล้ว ผลกระทบจากความผันผวนของมหาสมุทร ก็ควรจะส่งผลในวงกว้างและเป็นสากล หาใช่พุ่งเป้าไปที่พวกเขาเพียงฝ่ายเดียวไม่
ด้วยเหตุนี้ ลูเมี่ยนจึงพอจะเข้าใจถึงความรู้สึกรังเกียจที่รูวิโอ·ปาโก แสดงออกเมื่อกล่าวถึงเรื่องราวต่างๆ อาทิ ‘สาวใช้แห่งทะเล’
นับแต่วันที่ได้ล่วงรู้ความจริงเกี่ยวกับ ‘สาวใช้แห่งทะเล’ และทราบถึงตัวจริงของ ‘บิดามารดา’ ของตน เขาคงจมดิ่งสู่ห้วงแห่งความเกลียดชังตนเอง และรังเกียจพิธีบูชาทะเลทั้งมวล ถึงขั้นยอมสละสิทธิ์ในการสืบทอดวงศ์ตระกูล ดีกว่าต้องแต่งงานกับ ‘สาวใช้แห่งทะเล’ อีกคน ครั้นเมื่อความผันผวนของมหาสมุทรส่งผลกระทบต่อตระกูลปาโกทั้งหมด อารมณ์เช่นนี้ก็ยิ่งพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด
เหตุนี้ทำให้ลูเมี่ยนเกิดความสงสัยว่า ผู้ร่วมมือที่แฝงตัวอยู่ของนอร์ฟี อาจเป็นรูวิโอ·ปาโกนี้เอง
อย่างไรเสีย ด้วยทรัพยากรและสถานะทางสังคมของตระกูลปาโกในปัจจุบัน แม้ไร้ซึ่งพิธีบูชาทะเล พวกเขาก็ยังคงดำรงชีวิตอย่างสุขสบายได้
ลูกาโนด้านข้าง เมื่อเห็นนายจ้างอ่านกระดาษโน้ตจบแล้วจมดิ่งสู่ภวังค์ครุ่นคิด ก็พลันรู้สึกตึงเครียดและหวั่นใจ
จะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีกหรืออย่างไร?
ลูเมี่ยนเงยหน้าขึ้น จ้องมองลูกาโน แล้วเอ่ยอย่างครุ่นคิด
“แม้ภาษาที่ราบสูงของฉันจะยังไม่ถึงขั้น ‘ชำนาญ’ แต่ก็จดจำคำศัพท์สำคัญๆ ในชีวิตประจำวันได้เกือบหมดแล้ว เมื่อผนวกกับภาษากาย ก็เพียงพอที่จะดำรงชีวิตในเมืองท่าซานตาได้ตามปกติ อีกทั้ง คนส่วนใหญ่ที่ฉันต้องติดต่อและสนทนาด้วย ก็ล้วนเข้าใจภาษาอินทิสอยู่แล้ว”
“ฉันยินดีจะจ่ายค่าจ้างส่วนที่เหลือให้นายเดี๋ยวนี้ พร้อมทั้ง ‘เทเลพอร์ต’ พากลับทรีอาร์โดยไม่คิดเงินหนึ่งครั้ง”
ลูกาโนส่ายหน้าโดยสัญชาตญาณ
“ยามท่านออกไปทำธุระ ย่อมไม่อาจพาลุดวิกไปด้วยได้ ถ้าผมกลับไปตอนนี้ แล้วใครจะคอยดูแลเขา?”
ใครดูแลใครกันแน่? ลูเมี่ยนจ้องหน้าลูกาโนอยู่สองอึดใจ เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกอย่างแท้จริงว่าล่ามผู้นี้มีปัญหา
ในสถานการณ์ที่ตัวเขาเองเคยถูกโจมตีมาแล้ว เมื่อเผชิญกับภัยอันตรายที่อาจมาเยือนได้ทุกเมื่อ เขากลับปฏิเสธข้อเสนอทันควัน — ข้อเสนอดีๆ อย่างการยกเลิกสัญญาจ้าง แล้วพาไปยังสถานที่ปลอดภัย!
ทั้งที่เขาจะไม่ขาดทุนแม้แต่เฟลคินเดียว!
คำนึงจากพฤติกรรมและอุปนิสัยที่ลูกาโนแสดงออกมาในยามปกติ ลูเมี่ยนเชื่อว่า มีโอกาสสูงที่อีกฝ่ายจะรับค่าจ้างส่วนที่เหลือ แล้วหนีออกจากท่าเรือซานตาไปทันที แต่ความจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น
บางที แม้แต่เจ้าตัวก็อาจไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป เพียงแต่ตัดสินใจไปตาม ‘สัญชาตญาณ’…ลูเมี่ยนพยักหน้าแผ่วเบาจนแทบไม่สังเกตเห็น แล้วไม่กล่าวถึงการจ่ายค่าจ้างส่วนที่เหลือ หรือการยุติการจ้างงานอีก
…………
ณ หมู่บ้านมิโล ภายในเรือนบรรพบุรุษตระกูลโอโร ซึ่งผ่านการบูรณะหลายครั้ง
ฆวน·โอโรนั่งอยู่ริมหน้าต่าง สูบบุหรี่น้ำ จ้องมองดวงอาทิตย์สีส้มแดงที่ค่อยๆ จมลับขอบฟ้าทะเล ครุ่นคิดถึงพิธีบูชาทะเลที่จะมาถึงในอีกกว่าหนึ่งสัปดาห์
ทันใดนั้น เขาเอียงศีรษะ ทอดสายตาไปยังเงามืดใกล้ประตู
ความมืดตรงนั้นขยับไหว งอกออกมาเป็นชายหนุ่มดวงตาสีเขียว สวมหมวกสานสีทองเหลือง เสื้อเชิ้ตขาว และเสื้อกั๊กสีดำ ไม่ใช่ใครนอกจากนักผจญภัยคนดัง หลุยส์·แบรี
“คุณมาทำไมอีก?” ฆวน·โอโรถอนหายใจ เอ่ยเป็นภาษาอินทิส
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ ลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งตรงขอบแสงตะวันยามเย็นที่ทอดเข้ามาในห้อง
“ผมมีเรื่องอยากถามคุณอีกสักเล็กน้อย พร้อมกับแจ้งกำหนดการล่วงหน้าในบางเรื่อง”
ดวงตาของฆวนหรี่ลงเล็กน้อย
“คุณคิดจะทำอะไรอีก?”
“คืนนี้ผมตั้งใจจะแอบเข้าไปในคฤหาสน์ของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ หากไม่ถูกจับได้ ก็จะสำรวจห้องที่ใช้ในพิธีเฝ้ายาม แต่หากถูกพบเข้า ก็จะใช้กำลังตีฝ่าออกมา นี่สอดคล้องกับภาพลักษณ์อันหัวรุนแรง สอดคล้องกับจุดประสงค์ที่ผมแสดงออกใช่ไหมล่ะ? จะไม่มีผู้ใดสงสัยว่าพวกเรากำลังร่วมมือกันอยู่ในที่ลับ” ลูเมี่ยนเล่าถึงแผนการของตนพลางเผยรอยยิ้ม
ฆวน·โอโรรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายกำลังข่มขู่ตน แต่ก็หาหลักฐานไม่ได้ เพราะคำพูดของหลุยส์·แบรีฟังดูสมเหตุสมผลยิ่ง
เขาสูบบุหรี่น้ำอีกคำ เงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า
“แล้วคุณอยากถามอะไรจากฉัน?”
ลูเมี่ยนยิ้ม
“ผมอยากเห็นรูปลักษณ์แหวนที่ใช้อภิเษกสมรสกับมหาสมุทร อีกทั้งลวดลายที่สลักอยู่บนนั้น”
“ผมทราบดี ตอนนี้คุณแค่หล่อตัวแหวนเอาไว้ ยังไม่ถึงเวลาประกอบพิธีกรรมเพื่อเพิ่มพลังวิเศษ แต่ผมเชื่อว่าผู้เคยเป็นรองผู้ช่วยพิธีกรรมถึงสิบเอ็ดครั้ง และผู้ช่วยพิธีกรรมอีกนับไม่ถ้วนอย่างคุณ ย่อมจดจำลวดลาย สัญลักษณ์ และโครงสร้างของมันได้แน่”
ร่างของฆวน·โอโรค่อยๆ ตั้งตรงขึ้น น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
แสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องเข้ามาในห้อง พลันมืดมิดลง ราวกับถูกดึงเข้าสู่มิติอื่น
ทว่าลูเมี่ยนกลับไม่รู้สึกรู้สา เพียงเอ่ยว่า
“ยังต้องปิดบังอะไรอีก? คุณไม่รู้หรือว่าทั้งรูปลักษณ์ ลวดลาย และโครงสร้างของแหวนวงนั้น รั่วไหลออกไปตั้งนานแล้ว?”
ฆวน·โอโรเริ่มหรี่ตา
“ตั้งแต่เมื่อไร?”
ลูเมี่ยนเลิกคิ้วน้อยๆ
“สหายของผมมิได้แจ้งกับคุณหรือ ว่าเหตุใดพิธีบูชาทะเลเมื่อปีก่อนถึงล้มเหลว?”
“เขาเพียงแต่ช่วยยืนยันว่า อีรูบนเรือเป็นตัวปลอม” ฆวน·โอโรเริ่มคาดเดาได้รางๆ
ลูเมี่ยนยิ้มพลางส่ายหน้า เริ่มเล่าตั้งแต่เรื่องแหวนปลอมที่สั่งทำจากโตเลย์ เครื่องเซ่นที่ถูกติดสินบนแล้วส่งขึ้นเรือ ตลอดจนการคาดเดาของพวกตน เกี่ยวกับพลังของอีรูตัวปลอม รวมถึงการไขปริศนาในเหตุการณ์ต่างๆ
ฆวน·โอโรมิได้ขัดจังหวะ สีหน้าค่อยๆ หม่นหมองลง
ครู่หนึ่งผ่านไป เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทราบรายละเอียดของ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ และทราบว่าสัตว์รับใช้แห่งมหาสมุทรแทบไม่ตรวจสอบภายในร่างกายเครื่องเซ่น แต่ละคนล้วนเป็น ‘บุตรแห่งทะเล’ ผู้เคยร่วมพิธีสำคัญมาหลายครั้ง พวกเขาทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่…อีรูกับซาร่าไม่ทราบเรื่องนี้…”
เมื่อได้ยินถ้อยคำที่แทบจะขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของฆวน·โอโร ความคิดพลันแล่นผ่านสมองของลูเมี่ยน จนฉุกคิดขึ้นมาได้
‘อุลตร้าแมน’ เป็นคนของสมาคมประมง เป็น ‘บุตรแห่งทะเล’ ผู้ได้รับพรมาแล้วหลายครั้ง อาจถึงขั้นเป็นสมาชิกผู้มีตำแหน่งสูงส่ง!
แน่นอน อาจเป็นไปได้ว่าเขาควบคุมบุคคลที่เข้าข่ายนี้ไว้ล่วงหน้า และมี ‘ความร่วมมือ’ อันแนบแน่นกับอีกฝ่าย
หากไม่แล้ว ‘วันเอพริลฟูล’ จะล่วงรู้รูปลักษณ์แท้จริงของแหวนพิธีการได้อย่างไร อีกทั้งยังใช้ประโยชน์จาก ‘ช่องโหว่’ ในการตรวจสอบของพิธีบูชาทะเลได้อย่างแม่นยำเช่นนี้?
อา…แม้ว่า ‘ฉันมีเพื่อนอยู่คนนึง’ จะเคยกล่าวว่า ‘อุลตร้าแมน’ เป็นผู้วิเศษเส้นทาง ‘สุริยัน’ แต่นั่นก็มิได้ขัดแย้งกับการเป็น ‘บุตรแห่งทะเล’ ในเวลาเดียวกัน ถึงเขาจะเป็น ‘บุตรแห่งทะเล’ มาก่อน แล้วค่อยดื่มกินโอสถเส้นทาง ‘สุริยัน’ ในภายหลัง ก็ไม่น่าจะมีปัญหาใด พลังของ ‘บุตรแห่งทะเล’ ชี้นำสู่นภาดาว และดวงอาทิตย์กับนภาดาวย่อมเข้ากันได้เป็นอย่างดี…เป้าหมายที่แท้จริงของ ‘วันเอพริลฟูล’ ในการทำลายพิธีบูชาทะเล คือการจัดเตรียมให้ ‘อุลตร้าแมน’ หรือ ‘ผู้ร่วมมือ’ ของเขา ได้ครอบครองพลัง รวมถึงครอบครองพระราชวังใต้ทะเลอย่างสมบูรณ์? ความคิดของลูเมี่ยนค่อยๆ กระจ่างชัดขึ้น
เด็กหนุ่มจ้องมองฆวน·โอโร กล่าวพลางยิ้มอย่างผ่อนคลาย
“หากมิใช่เพราะมีอีกาในรัง พิธีบูชาทะเลจะถูกทำลายได้ง่ายดายเช่นนี้หรือ?”
ฆวน·โอโรคลางแคลงใจในประเด็นนี้มาตลอดปี บัดนี้จึงไม่อาจโต้แย้งคำกล่าวของลูเมี่ยนได้
เขาครุ่นคิดด้วยสีหน้าหม่นหมอง ผ่านไปครู่ใหญ่จึงกลับสู่ภาวะปกติ แล้วเอ่ยปาก
“ต้องจับตัวคนทรยศให้ได้ก่อนที่พิธีบูชาทะเลจะเริ่มอย่างเป็นทางการ…”
กล่าวมาถึงตรงนี้ ฆวน·โอโรหันมามองลูเมี่ยน
“ถึงตอนนั้น อาจมีบางสิ่งที่ต้องขอความร่วมมือจากคุณ”
โฮ่ คิดจะล่อเหยื่อแล้วสินะ? ลูเมี่ยนยิ้มน้อยๆ
“ไม่มีปัญหา”
ฆวน·โอโรวางบุหรี่น้ำลง แล้วลุกออกจากที่นั่ง
เขาก้าวไปทางโต๊ะอ่านหนังสือ หยิบกระดาษกับพู่กันออกมา แล้วลงมือวาดอย่างคล่องแคล่ว
ผ่านไปเกือบสิบนาที ชายชราผู้นี้ย่างกรายอย่างโซเซมาหยุดเบื้องหน้าลูเมี่ยน ส่งแผ่นกระดาษในมือให้
ลูเมี่ยนถือโอกาสชำเลืองมอง พบว่าบนนั้นมีลวดลายอยู่หกแบบ แทนด้านหน้า ด้านซ้าย ด้านขวา ด้านหลัง ด้านในส่วนหน้า และด้านในส่วนหลังของ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ แต่ละลวดลายประกอบจากสัญลักษณ์อันซับซ้อน โอบล้อมด้วยลวดลายอันวิจิตร
“เห็นไปก็เท่านั้น คุณไม่มีทางเลียนแบบของจริงได้” ฆวน·โอโรเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “จำต้องพึ่งพาพลังวิเศษจากสัตว์รับใช้แห่งมหาสมุทรหลากหลายชนิด เพื่อสลักลวดลายเหล่านี้ลงบนแหวน แล้วปล่อยให้กัดกร่อนเป็นเวลาหกชั่วโมง จึงจะเป็นที่พึงพอพระทัยของมหาสมุทร และได้รับการยอมรับจากพระองค์”
ลูเมี่ยนพยักหน้าแผ่วเบาพลางกล่าว
“ผมไม่คิดจะสร้างของเลียนแบบอยู่แล้ว”
เพียงแต่จะนำไปให้มาดามเมจิกเชี่ยนตีความเท่านั้น
“เมื่อครู่คือกระบวนการสร้างแหวนในพิธีเฝ้ายามสินะ? ยังมีขั้นตอนอื่นอีกไหม?”
“ยังมีอีกหนึ่งขั้นตอน คือให้ผู้ช่วยพิธีกรรมนำแหวนที่สร้างเสร็จแล้ว ไปวางไว้ในห้องใต้ดิน วางไว้เบื้องหน้าลวดลายและสัญลักษณ์อันเป็นตัวแทนของบรรพชนเรา ทิ้งไว้หนึ่งชั่วโมง นี่คือการแสดงความเคารพต่อบรรพชน ดุจดังการคำนับผู้อาวุโสก่อนพิธีอภิเษกสมรส” ฆวน·โอโรอธิบายอย่างกระชับ
ลูเมี่ยนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ตามด้วยเอ่ยปาก
“คุณช่วยวาดลวดลายกับสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนบรรพชนให้ผมดูด้วยได้ไหม?”
ฆวน·โอโรกลับไปยังโต๊ะหนังสืออีกครั้ง
คราวนี้ เขาใช้เวลาเพียงสองนาทีก็วาดเสร็จ
ลูเมี่ยนรับมาดู พบว่าบนนั้นมีเส้นและส่วนโค้งกระจัดกระจายอยู่ ตรงกลางขาดหายไปมาก ไม่อาจมองเห็นรูปลักษณ์ดั้งเดิม
“การไปเห็นด้วยตาตนเองในสถานที่จริง อาจช่วยให้เกิดภาพจำได้ง่ายกว่า” ฆวน·โอโรถอนหายใจอีกครา
ลูเมี่ยนพยักหน้าแผ่วเบา
“คืนนี้ผมจะแอบเข้าไปในคฤหาสน์ของผู้ว่าการแห่งทะเลอีกสักครั้ง”
ฆวน·โอโรส่งเสียงรับในลำคอ
“จงระวังสัตว์รับใช้แห่งมหาสมุทรที่นั่น พวกมันต่างมีพลังวิเศษเฉพาะตัว อาจไม่แข็งแกร่งนัก แต่สามารถสยบพลังบางอย่างของคุณได้”
…………
ยามดึกสงัด ภายใต้แสงจันทร์สีแดงระเรื่อ
ลูเมี่ยนปรากฏกายใกล้กับอาคารที่คล้ายโบสถ์หลังนั้น
……………………………………………………..