ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 570 เทศกาล
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 570 เทศกาล
ตอนที่ 570 เทศกาล
ณ ถนนอไควนัส เรือพิธีสองชั้นประดิษฐ์จากไม้ กระดาษแข็ง และริบบิ้นหลากสี ติดล้อทั้งสี่ด้าน ถูกลากจูงด้วยม้าสี่ตัวขนเป็นมันวาว เคลื่อนคล้อยไปอย่างสง่างาม
นี่คือแบบจำลองเรือของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ทว่าลดทอนวัสดุและย่อขนาดลง เพื่อให้ม้าลากเวียนรอบเมืองได้โดยสะดวก
บัดนี้ บนเรือประดับประดาลำนั้น ทั้งชั้นบนและล่างมีบุรุษสตรีแปดคนยืนเรียงราย อาภรณ์งดงามตระการตา ร่ายรำขับขานบทเพลง แผ่ความรื่นเริงสู่ผู้คนริมสองฝั่งถนน
ห้อมล้อมเรือพิธีลำนั้น คือวงดนตรีพื้นเมืองที่เลื่องชื่อที่สุดแห่งเมืองท่าซานตา บ้างแขวนกลองหน้าเดียว ตีจังหวะอย่างสม่ำเสมอ บ้างเป่าคลาริเน็ต โอโบ ขลุ่ย และบรรเลงเครื่องสายนานาชนิด
ผู้คนริมทางทั้งสองฝั่งล้วนเปี่ยมไปด้วยความสุข บ้างก็ร่วมขับขาน บ้างก็วิ่งตามเรือพิธี หวังจะได้สัมผัสกับละอองน้ำที่ชายหญิงสิบหกชีวิตบนเรือโปรยปรายเป็นครั้งคราว
ลูเมี่ยนมองลงมาจากชั้น 5 ของโรงแรมโซโลว์ ดูภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกว่า พิธีบูชาทะเลในเมืองท่าซานตามิใช่เพียงการสักการบูชาอีกต่อไป เพราะหากตัดส่วนแก่นแท้ออกแล้ว มันจะกลายเป็นเพียงเทศกาลพื้นบ้าน ที่ผู้คนทั้งเมืองร่วมเฉลิมฉลอง
ชาวเมืองท่าซานตาส่วนใหญ่เป็นศาสนิกชนผู้ศรัทธา ‘พระแม่ธรณี’ อย่างแรงกล้า ย่อมไม่เชื่อว่ามหาสมุทรมีวิญญาณที่สามารถประทานพร แต่มันก็มิได้เป็นอุปสรรคต่อการร่ายรำ ดื่มสุรา หรือเฉลิมฉลองในวันเช่นนี้
ครั้นเรือประดับประดาแล่นพ้นถนนอไควนัสไป ลูเมี่ยนก็หันไปกล่าวกับลูกาโน
“วันนี้ฝากดูแลลุดวิกดีๆ ด้วยนะ ไม่ว่าจะร่วมงานเฉลิมฉลองใด ก็ต้องพาเขาไปด้วย”
“ครับ เจ้านาย” ลูกาโนถูกบรรยากาศครึกครื้นของพิธีบูชาทะเลปลุกเร้าอารมณ์ จิตใจฮึกเหิมยิ่งนัก
ลูเมี่ยนมิได้กล่าวสิ่งใดต่อ เพียงหยิบหมวกสานสีเหลืองทอง ก้าวออกจากห้องชุด แล้วย่างเท้าลงบันได
เมื่อถึงห้องโถง เด็กหนุ่มเห็นเถ้าแก่โรงแรมโซโลว์ ออตตา·กิโยม กำลังแจกเงินสดให้แก่สุภาพสตรีที่แผนกต้อนรับ กับบ่าวรับใช้อีกสองนาย คนละสองลิโซ
“โบนัสวันเทศกาลหรือ?” ลูเมี่ยนเอ่ยถามชายชราออตตาเป็นภาษาอินทิส
เฒ่าออตตาหัวเราะร่าพลางเอ่ยปาก
“เป็นค่าชดเชยน่ะ วันนี้พวกเขาต้องอยู่เฝ้าโรงแรม คอยดูแลที่นี่ ไม่อาจไปชมขั้นตอนสุดท้ายของพิธีบูชาทะเล ไม่อาจร่วมงานเฉลิมฉลองต่างๆ ได้”
“ส่วนผมจะไปท่าเรือ รอชมกะหล่ำปลีน้อยเต้นรำเสียหน่อย!”
“ผมก็จะไปเหมือนกัน” ลูเมี่ยนตอบพร้อมรอยยิ้ม สัมผัสได้ถึงบรรยากาศเทศกาลอย่างแจ่มชัดอีกครั้ง
หากพิธีบูชาทะเลปราศจากแก่นสารแห่งศาสตร์เร้นลับ เด็กหนุ่มก็อยากดำดิ่งไปกับบรรยากาศเหล่านี้ ดั่งเช่นเมื่อครั้งเข้าร่วมวันมหาพรตในหมู่บ้านกอร์ตูเมื่อหลายปีก่อน
เมื่อออกจากโรงแรม ลูเมี่ยนย่างกรายสู่ท่าเรือ พบว่าชาวเมืองซานตาต่างสวมใส่อาภรณ์อันงดงามและรื่นเริงที่สุดของตน เมื่อลองกวาดสายตามองไป ก็พบถนนหนทางที่ราวกับจมหายใต้ทะเลสีสัน
สิ่งนี้ทำให้เสื้อเชิ้ตขาว เสื้อกั๊กดำ และกางเกงขายาวสีเข้มของเขา ดูผิดแผกไปจากสภาพแวดล้อม จนเห็นชัดว่าเป็นชายต่างถิ่น
ลูเมี่ยนสวมหมวกสานสีเหลืองทองลงบนศีรษะ เพิ่มสีสันให้ตัวเองอีกเล็กน้อย
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง! จักรยานบรรทุกลังไม้แล่นผ่าน หาบเร่เริ่มขายไอศกรีมแท่งรสชาติต่างๆ แก่ชาวเมืองที่รอชมระบำแห่งทะเลและการแข่งขันเรือ
ลูเมี่ยนเฝ้าดูสองเหตุการณ์นี้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังเพลิดเพลินกับเทศกาล รอจนกระทั่งเรือพิธีสองชั้นที่บรรทุก ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ และ ‘สาวใช้แห่งทะเล’ แล่นสู่หมู่บ้านมิโล เด็กหนุ่มจึงออกจากท่าเรือ
เขามิได้ร่วมงานเฉลิมฉลองอื่นๆ ที่ชาวเมืองจัดขึ้นเอง แต่มุ่งหน้าสู่ห้างสรรพสินค้าใกล้เคียง เพื่อหาห้องสุขาสาธารณะ แล้วเข้าไปในห้องส่วนตัว
จากนั้น เด็กหนุ่มกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวา แล้วหายตัวไปโผล่ที่มุมอับแห่งหนึ่งในหมู่บ้านมิโล
ถัดมา เขาจำแลงกายเป็นสิ่งมีชีวิตเงา แทรกซึมเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลโอโร อันเป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างโบราณกับสมัยใหม่ จนกระทั่งมาถึงห้องนอนของฆวน·โอโร
ประธานสมาคมประมงผู้นี้ รอคอยอยู่ในห้องนานแล้ว
เมื่อเห็นร่างของหลุยส์·แบรี นักผจญภัยคนดัง โผล่ออกจากความมืด ฆวน·โอโรเจ้าของริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า ชี้ไปยังชาวบ้านมิโลสองคนที่สลบอยู่บนพื้น แล้วจึงเอ่ยปาก
“นี่คือสองในสี่ของรองผู้ช่วยพิธีกรรมที่จะต้องเข้าร่วมพิธีเฝ้ายามและพิธีบูชาทะเล คุณเลือกปลอมตัวเป็นคนใดคนหนึ่ง”
นี่คือหนึ่งในเงื่อนไขความร่วมมือ ที่ลูเมี่ยนตกลงกับฆวน·โอโรไว้นานแล้ว: ตนต้องได้เข้าร่วมส่วนสำคัญของพิธีบูชาทะเลตลอดทั้งกระบวนการ
แรกเริ่ม ฆวน·โอโรมิได้ตอบตกลง ด้วยเขาไม่มีวิธีหลอกสัตว์รับใช้แห่งมหาสมุทรเพื่อนำคนแปลกหน้าขึ้นเรือ เพียงแต่สัญญาว่า จะให้ลูเมี่ยนแอบเข้าคฤหาสน์ของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ก่อนพิธีเฝ้ายาม เพื่อลอบสังเกตการณ์ขั้นตอนดังกล่าว
เมื่อพบว่า ‘อุลตร้าแมน’ อาจเป็นแกนนำของสมาคมประมง ลูเมี่ยนฉวยโอกาสที่ฆวน·โอโรต้องการความร่วมมือและความช่วยเหลือ สำแดงพลังของต่างหู ‘คำลวง’ ให้ประจักษ์ จนเกิดแผนการปลอมตัวเป็นรองผู้ช่วยพิธีกรรมคนหนึ่ง เพื่อลักลอบขึ้นเรือพิธี
ลูเมี่ยนพินิจพิเคราะห์รองผู้ช่วยพิธีกรรมคนหนึ่งอย่างถี่ถ้วนเป็นเวลาหลายอึดใจ ก่อนจะสวมต่างหูสีเงินหนีบใบหู แล้วแปลงโฉมให้เหมือนกับรูปลักษณ์ของอีกฝ่าย
มิช้านาน ยกเว้นเพียงอาภรณ์ เด็กหนุ่มกับรองผู้ช่วยพิธีกรรมผู้นั้น ก็แทบไม่อาจแยกแยะความแตกต่างใดได้
“ถึงตาฉันแล้ว” ฆวน·โอโรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเป็นภาษาอินทิส
เขาจะแปลงกายเป็นรองผู้ช่วยพิธีกรรมอีกคน ขึ้นเรือด้วยตนเอง เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
ที่เขาต้องทำเช่นนี้ ก็เพราะทั้งไม่วางใจหลุยส์·แบรีที่เข้าร่วมพิธีบูชาทะเล และต้องคอยระวังศัตรูที่อาจซุ่มซ่อนอยู่ในเงามืด ขัดขวางมิให้อีกฝ่ายก่อกวนด้วยวิธีอันไม่พึงประสงค์ เพราะอย่างไรเสีย จุดสำคัญล้วนอยู่ที่ขั้นตอนพิธีบูชาทะเล การแอบขึ้นเรือของเขาจะช่วยให้ป้องกันเหตุไม่คาดฝันได้ทันท่วงที ถือเป็น ‘เซอไพรส์’ สำหรับคนเหล่านั้น
ฆวน·โอโรยังระแวงว่า หลุยส์·แบรีอาจเป็นสหายร่วมอุดมการณ์กับพวกก่อกวนพิธีเมื่อปีก่อน การกระทำที่ผ่านมาของเขา แท้จริงแล้วเป็นเพียงละครฉากหนึ่ง ซึ่งหลอกลวงทุกคนรวมถึงตัวเขาเอง เพื่อให้ได้ขึ้นเรือไปอย่าง ‘ชอบธรรม’ รอคอยวาระสำคัญที่จะทำลายพิธีกรรมอีกครั้ง
ลูเมี่ยนโยนต่างหู ‘คำลวง’ ให้แก่ฆวน·โอโร แล้วเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งกายอย่างไม่แยแสสายตาใคร ห่อหุ้มร่างกายตัวเองด้วยชุดรองผู้ช่วยพิธีกรรมที่อีกฝ่ายเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า — เสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินเข้ม ปักลวดลายองค์ประกอบแห่งท้องทะเล
เมื่อฆวน·โอโรหนีบต่างหูสีเงินขาว ก็พลันตระหนักถึงพลังอันน่าพิศวงที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ควบคุมทุกอณูของกายเนื้อได้อย่างแยบยล
เขาทดลองปรับเปลี่ยนริ้วรอยบนใบหน้า ทันใดนั้น ภาพสะท้อนในกระจกก็แปรเปลี่ยนเป็นตัวเขาในวัยหนุ่มกว่าเดิมถึงสิบกว่ายี่สิบปี
แม้จะครอบครองพลังวิเศษอันทรงพลังและหลากหลาย แต่ประธานสมาคมประมงผู้นี้ ก็อดไม่ได้ที่จะรำพันชื่นชมในใจ
“ช่างมหัศจรรย์จริงๆ”
เมื่อฆวน·โอโรแปลงโฉมเสร็จ ลูเมี่ยนจึงชี้ไปยังรองผู้ช่วยพิธีกรรมสองนายที่นอนสลบอยู่
“ใครจะเป็นผู้ดูแลพวกเขา ไม่ให้ปรากฏตัวก่อนพิธีบูชาทะเล?”
เธอคืออดีต ‘สาวใช้แห่งทะเล’ บัดนี้เป็นย่าเฒ่าแห่งตระกูลโอโร ฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดา แต่ไม่เคยมีส่วนร่วมในพิธีสร้างแหวนหรือขั้นตอนสำคัญใด จึงไม่เข้าข่ายผู้ต้องสงสัยว่าจะทรยศ นับเป็นบุคคลที่ไว้วางใจได้
ลูเมี่ยนเอ่ยถามต่อ
“ตัวคุณในฐานะประธานสมาคมประมง หากไม่ร่วมรอรับข่าวความสำเร็จของพิธีบูชาทะเลกับกรรมการคนอื่น จะไม่เป็นที่น่าสงสัยหรือ?”
“ไม่หรอก ฉันไม่ได้ไปทุกปี การรอรับข่าวที่บ้านจึงมิได้ผิดวิสัยแต่อย่างใด อีกทั้ง ภรรยาของฉันก็จะปลอมเป็นฉัน” ฆวน·โอโรชี้ไปยังต่างหู ‘คำลวง’ ที่หนีบกับหูซ้าย ก่อนจะถอดมันออก
ลูเมี่ยนไตร่ตรองรายละเอียดอย่างรอบคอบ แล้วจึงเอ่ยปาก
“คุณได้สืบสวนมาหรือยัง ว่าในกลุ่มคนเหล่านั้น มีใครเคยประสบเหตุเฉียดตายแล้วฟื้นคืนชีพ หรือนิสัยเปลี่ยนจากหน้าหน้ามือเป็นหลังมือบ้าง?”
‘กลุ่มคนเหล่านั้น’ หมายถึงแกนนำสมาคมประมง ผู้ล่วงรู้รูปลักษณ์แท้จริงของ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ รวมถึงรายละเอียดของพิธีบูชาทะเลอย่างครบถ้วน
ตามคำบอกเล่าของฟรังก้า สมาชิกทุกคนของ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ ล้วนเป็นดวงวิญญาณจากต่างโลก ทุกคนเข้าสิงร่างมนุษย์ที่เพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน แล้ว ‘คืนชีพ’ กลับมาใหม่ ประเด็นนี้จึงสามารถนำมาใช้คัดกรองผู้ต้องสงสัยที่อาจเป็น ‘อุลตร้าแมน’ ได้
ฆวน·โอโรค่อยๆ ส่ายศีรษะ
“ไม่มีใครที่เข้าข่าย อย่างน้อยก็ในความทรงจำของฉัน น่าเสียดาย เวลากระชั้นชิดเกินไป มิอาจสืบสวนเชิงลึกเป็นรายบุคคลได้”
ชายชราผู้แปลงโฉมเป็นบุรุษวัยฉกรรจ์กล่าวต่อ
“จงจำไว้ หลังจากนี้คุณชื่อไบรอัน ส่วนฉันคือฮอร์เก้ คุณไม่เข้าใจคำพูดของคนอื่นก็ไม่เป็นไร ฉันจะคอยบอกใบ้ให้ หรือถ้าจำเป็นต้องตอบคำถาม ฉันก็จะคอยช่วยเหลือข้างๆ”
“ได้” ลูเมี่ยนยังคงทำทีว่าตนไม่ค่อยเชี่ยวชาญภาษาที่ราบสูง
แท้จริงแล้ว ภายใต้อานุภาพของยันต์ ‘ชำนาญภาษา’ เด็กหนุ่มได้ศึกษาภาษานี้อย่างเข้มข้น จนมีคลังคำและหลักไวยากรณ์อยู่พอตัว อาจยังฟังไม่ออกทุกคำอย่างกระจ่างแจ้ง แต่ก็สามารถจับใจความสำคัญ กาลเวลา และบริบทได้ไม่ยากเย็น ช่วยให้คาดเดาความหมายโดยรวมได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง ส่วนในแง่การสื่อสาร หากเป็นประโยคสั้นๆ ที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน มันก็มิใช่อุปสรรคอีกแล้ว
…………
ลูเมี่ยนสวมเสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มของรองผู้ช่วยพิธีกรรม เดินตามหลังฆวน·โอโร ชายชราผู้ย่างก้าวอย่างมั่นคงไม่สั่นคลอน เข้าสู่คฤหาสน์ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’
พวกเขาเดินผ่านห้องโถงใหญ่อันประดับประดาด้วยรูปสลักสัตว์น้ำนานาชนิด จนมาถึงห้องที่ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ใช้เฝ้ายาม
‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ คนปัจจุบันมีนามว่าซิมงต์ สืบเชื้อสายจากตระกูลกียาโร ทว่าเป็นเพียงสาขารองที่สายเลือดเจือจาง ถึงขนาดไม่มีสิทธิ์พำนักในบ้านตระกูลหลัก
บัดนี้ เขานั่งขัดสมาธิบนพื้นเย็นเฉียบ ข่มกลั้นความตื่นเต้นในอุรา หลับตาครึ่งหนึ่ง รับรู้ถึงไอชื้นที่แทรกซึมอยู่รอบกาย
แม้ลูเมี่ยนจะมิได้เปิดเนตรวิญญาณ แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของสัตว์รับใช้แห่งมหาสมุทรหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งกำลังวุ่นวายอยู่ในเงามืด ในห้วงอากาศ และบนรูปสลักทั้งหลาย
ฆวน·โอโรพาเด็กหนุ่มออกจากห้องนั้น มุ่งหน้าสู่มุมอับที่สุดของคฤหาสน์ ผลักประตูไม้ห้องคนรับใช้เปิดออก แล้วกล่าวแก่มิเกล ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ตัวปลอมที่นอนอยู่บนเตียง
“เมื่อพิธีบูชาทะเลลุล่วง คุณจะได้รับอิสรภาพ แต่ต้องออกไปจากเมืองท่าซานตา พร้อมกับทรัพย์สมบัติที่สะสมมาตลอดปีนี้”
มิเกลลุกพรวดขึ้นนั่งด้วยความตื่นเต้น
“ต…ตกลง!”
พวกเขาสนทนากันด้วยภาษาที่ราบสูง แต่ลูเมี่ยนก็ยังพอเข้าใจความหมายได้คร่าวๆ
เมื่อกล่าวจบ ฆวน·โอโรแปลบทสนทนาเมื่อครู่ให้ลูเมี่ยนฟัง พร้อมกล่าวว่า
“แค่ดูสีหน้าของมิเกล คุณก็คงบอกได้ว่าฉันโกหกหรือไม่”
เกี่ยวกับโกหกไม่โกหกด้วยหรือ? คำพูดอาจไม่ตรงกับการกระทำเสมอไป…ลูเมี่ยนรำพันเงียบงัน ก่อนกลับสู่ห้องโถงใหญ่ นั่งขัดสมาธิตรงข้ามกับรองผู้ช่วยพิธีกรรมอีกสองนาย
นาทีแล้วนาทีเล่าผ่านไป ครั้นถึงยามดึกสงัด ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ รองผู้ช่วยพิธีกรรมนายหนึ่งเข้าไปนำมันออกมาจากห้องทำแหวน ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์พร่างพราย เขาพาแหวนวงนั้นมุ่งหน้าสู่ห้องใต้ดิน
ถัดไปคือขั้นตอนการเคารพบรรพชน
ลูเมี่ยนมองดูภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน ทันใดนั้น หัวใจก็สั่นไหวด้วยความรู้สึกบางอย่าง
……………………………………………………..