ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 571 รายละเอียดสำคัญ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 571 รายละเอียดสำคัญ
ตอนที่ 571 รายละเอียดสำคัญ
ห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ เชื่อมต่อไปยังห้องหับต่างๆ อีกมากมาย ตัวโถงเองมีหน้าต่างอยู่น้อยนิด แม้ในยามที่พระจันทร์แดงเรื่อทอแสงเจิดจ้า ก็มีเพียงริ้วแสงจางๆ เท่านั้นที่แทรกผ่านเข้ามาได้ มอบบรรยากาศมืดสลัวแก่ภายใน ราวกับม่านหมอกแห่งความเงียบได้โอบล้อมสถานที่แห่งนี้เอาไว้
ในสภาพแวดล้อมดังกล่าว แม้รองผู้ช่วยพิธีกรรม ผู้อุ้มประคอง ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ จะพยายามย่างก้าวอย่างแผ่วเบา ทว่าก็ยังมิอาจหลีกเลี่ยงเสียงกังวานเบาๆ ที่ดังสะท้อนไปทั่วได้
ขณะลูเมี่ยนจับจ้องร่างนั้นค่อยๆ ก้าวเข้าใกล้บันไดทางลงสู่ห้องใต้ดิน ก็พลันผุดความคิดหนึ่งภายในห้วงสำนึก
หลังจากเข้าไปในห้องใต้ดินแล้ว หากรองผู้ช่วยพิธีกรรมผู้นี้ต้องการสับเปลี่ยน ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ของจริงกับของปลอม ย่อมสามารถกระทำได้โดยไร้ผู้ใดล่วงรู้
เหตุเพราะรองผู้ช่วยพิธีกรรมคนอื่นๆ ต่างอยู่ในโถงใหญ่ ส่วน ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ก็อยู่ระหว่างกระบวนการแปรเปลี่ยนร่างกาย โดยมี ‘สาวใช้แห่งทะเล’ คอยอยู่เคียงข้าง ส่วนเหล่าสัตว์รับใช้แห่งมหาสมุทร ก็กระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ นอกห้องใต้ดิน
ลูเมี่ยนขมวดคิ้ว สายตาเหลือบมองรองผู้ช่วยพิธีกรรมอีกคนที่อยู่เยื้องกัน ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำเป็นภาษาอินทิสกับฮอร์เก้ ผู้ซึ่งแท้จริงคือฆวน·โอโรที่แปลงกายมา
“ทุกปีในพิธีเฝ้ายาม รองผู้ช่วยพิธีกรรมคนหนึ่งจะนำ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ลงไปยังห้องใต้ดินเพียงลำพัง แล้วหนึ่งชั่วโมงต่อมาจึงนำกลับขึ้นมาใช่ไหม?”
เขาเน้นเสียงที่คำว่า ‘ลำพัง’ อย่างมีนัยสำคัญ
ฆวน·โอโร พยักหน้าเบาๆ
“ถูกต้อง”
“ภายในอาคารหลังนี้ ไม่จำเป็นต้องมีการคุ้มครองเพิ่มเติม…”
ทันใดนั้น ฆวน·โอโร ก็หยุดคำพูดกะทันหัน
เขาเองก็ตระหนักได้ว่า นี่คือโอกาสอันเหมาะเจาะในการสับเปลี่ยน ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’
แม้ศัตรูภายนอกจะไม่อาจบุกรุกเข้ามาได้ แต่ใช่ว่ารองผู้ช่วยพิธีกรรมภายในจะปราศจากปัญหา!
“จะให้ผมตามไป หรือคุณจะไปเอง?”
ฆวน·โอโรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง จึงลุกขึ้นยืนพลางกล่าว
“ฉันไปเอง”
เขาใช้พลังของตน ฝืนให้ย่างก้าวดูไม่โซเซ เดินตามรองผู้ช่วยพิธีกรรมผู้นั้นไปอย่างแคล่วคล่อง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ผมจะไปด้วย ผมอยากถือโอกาสนี้สักการะบรรพชน”
รองผู้ช่วยพิธีกรรมอีกคนมิได้ทักท้วงแต่อย่างใด
ลูเมี่ยนจับจ้องภาพของทั้งสองที่จุดตะเกียงแล้วเดินลงบันได มุ่งหน้าสู่ห้องใต้ดิน ในห้วงความคิดของเด็กหนุ่มเริ่มคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
“วาง ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ บนแท่นหินที่แตกร้าวนั้น…สักการะบรรพชน…กลับขึ้นสู่พื้นดิน…หนึ่งชั่วโมงให้หลังจึงลงไปนำกลับ…”
“ในช่วงหนึ่งชั่วโมงนี้ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ถูกทิ้งไว้ในห้องใต้ดินโดยลำพัง ปราศจากการพิทักษ์ใดๆ …หากมีผู้ใดแอบซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้ดินล่วงหน้า ก็ย่อมสามารถสับเปลี่ยน ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ของจริงกับของปลอมได้โดยง่ายดาย…”
“แน่นอน การแทรกซึมเข้ามาและซ่อนตัวอยู่ภายในไม่ใช่เรื่องง่ายดาย แม้แต่เราเองก็ยังทำไม่ได้ อย่างมากก็อยู่ได้เพียงสองระลอกลมหายใจ แล้วก็ถูกเหล่าสัตว์รับใช้แห่งมหาสมุทรล้อมจับ…”
“‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ คงถูกวางไว้บนแท่นหินที่แตกร้าวนั้น หากมีการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลง…”
ขณะครุ่นคิด ลูเมี่ยนพลันนึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากที่ต่างหู ‘คำลวง’ ถูกวางบนแท่นหินแตกร้าวในห้องใต้ดิน
วัตถุแห่งเส้นทาง ‘นักทำนาย’ ชิ้นนี้ได้กระตุ้นให้เกิดลวดลายที่เป็นตัวแทนของ ‘ผู้ฝึกหัด’ และ ‘นักโจรกรรม’ พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถในการขโมยพลังของผู้อื่น ซึ่งคงอยู่ได้นานครึ่งเดือน!
หาก ‘คำลวง’ สามารถทำเช่นนั้นได้ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ จะทำได้ด้วยหรือไม่?
แม้มิใช่วัตถุแห่งเส้นทาง ‘นักทำนาย’ ‘ผู้ฝึกหัด’ หรือ ‘นักโจรกรรม’ แต่ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ก็ถูกสร้างขึ้นตามพิธีกรรมที่อามุนด์ทิ้งไว้ บางทีอาจสามารถค่อยๆ ปลุกพลังพิเศษของห้องใต้ดินให้ตื่นขึ้น ทำให้ตัวมันเองค่อยๆ ซึมซับคุณสมบัติแห่งการขโมยได้
ใช่แล้ว! ในเมื่อแก่นแท้ของพิธีบูชาทะเลคือการดูดซับพลังจากตราผนึกใต้ท้องทะเลมาครอบครอง แหวนจักรพรรดินีสมุทรซึ่งเป็นวัตถุสำคัญ ย่อมไม่เพียงแต่สามารถเปิดตราผนึกได้บางส่วนเท่านั้น หากแต่ยังต้องมีความสามารถในการขโมยพลัง สามารถกระจายผลลัพธ์ไปสู่ผู้มีบทบาทต่างๆ ในพิธีกรรม ผู้นำพิธีย่อมได้รับมากที่สุด รองลงมาคือผู้ช่วยพิธีกรรมและ ‘สาวใช้แห่งทะเล’ ผู้ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยพิธีกรรม ถัดมาคือรองผู้ช่วยพิธีกรรมและเหล่าลูกเรือ แม้แต่ผู้ที่มีพลังในลักษณะเดียวกันซึ่งอยู่ในขอบเขตของพิธีกรรม ก็ยังสามารถได้รับส่วนแบ่งเล็กๆ น้อยๆ!
กล่าวคือ ฆวน·โอโรกับพรรคพวกยังเข้าใจพิธีกรรมสร้างแหวนไม่ถ่องแท้ ขั้นตอน ‘สักการะบรรพชน’ ก็ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของพิธีกรรมเช่นกัน หรืออาจเรียกได้ว่ามีความสำคัญสูงสุด หากปราศจากการ ‘สักการะบรรพชน’ พิธีบูชาทะเลก็จะทำได้เพียงเปิดตราผนึก โดยไม่สามารถขโมยพลังที่สะสมไว้ได้ ซ้ำร้ายกลับจะทำให้พลังเหล่านั้นระเบิดและกระจายออกไป…ขณะที่ลูเมี่ยนกำลังรู้สึกสังเวชใจว่า ความโง่เขลาในศาสตร์เร้นลับนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด เด็กหนุ่มก็พลันสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ
เขาพบว่าตนเองได้มองข้ามรายละเอียดสำคัญอย่างยิ่งประการหนึ่ง
ตามคำอธิบายของมาดามเมจิกเชี่ยนเกี่ยวกับบทบาทของ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ กอปรกับการคาดเดาของตัวเขาเองเกี่ยวกับแก่นแท้ของพิธีบูชาทะเล หากแหวนจำลองที่กลุ่ม ‘วันเอพริลฟูล’ สั่งทำจากโตเลย์ ซึ่งซุกซ่อนในท้องลูกแกะและนำขึ้นเรือพิธี ถูก ‘กวีเร่ร่อน’ สับเปลี่ยนกับ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ของแท้กลางคัน พิธีกรรมที่ตามมาก็ไม่ควรเกิดปรากฏการณ์มหาสมุทรคลั่ง กลืนกิน ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ รองผู้ช่วยพิธีกรรมทั้งหมด และลูกเรือบางส่วนเช่นนี้!
แหวนปลอมวงนั้น มิได้ผ่านพิธีสร้างแหวนในขั้นตอนแรก ลวดลาย สัญลักษณ์ และโครงสร้างบนแหวนจึงปราศจากคุณสมบัติพิเศษทางศาสตร์เร้นลับที่สอดคล้องกัน ต่อให้ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ เปล่งคาถาได้ถูกต้อง ก็ไม่อาจหลั่งพลังเข้าสู่แหวน เพื่อให้มันเปิดตราผนึกได้!
ในฐานะแหวนปลอมโดยสิ้นเชิง มันไม่ควรก่อให้เกิดปรากฏการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น หากจะมีผลกระทบใด ก็คงเป็นเรื่องที่ ‘พลังส่วนเกิน’ จากใต้ทะเลไม่ถูกขโมยออกมา ส่งผลให้ในภายหลัง น่านน้ำแถบนี้เกิดเหตุอับปางทางทะเลเพิ่มขึ้น มีสภาพอากาศแปรปรวนบ่อยขึ้น
เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในปีก่อน แหวนปลอมที่ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ โยนลงน้ำในส่วนสุดท้ายของพิธี จำต้องผ่านพิธีกรรมสร้างในขั้นต้นอย่างแท้จริง หากแต่มิได้นำลงไปยัง ‘ห้องใต้ดิน’ เพื่อ ‘สักการะบรรพชน’ ด้วยเหตุนี้ แหวนวงดังกล่าวจึงสามารถไขผนึกได้ในระดับหนึ่ง ทว่าไม่อาจดูดซับและครอบครองพลังส่วนเกินจากใต้ทะเล ส่งผลให้พลังเหล่านั้นปะทุขึ้นอย่างฉับพลัน จนทำให้มหาสมุทร ‘คลั่ง’ ขึ้นมา!
ดวงตาของลูเมี่ยนหรี่ลงเล็กน้อย ในฐานะ ‘นักวางแผน’ เขาได้ประจักษ์แจ้งถึงกุญแจสำคัญแล้ว
บนเรือพิธีมี ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ สองวง แต่ทั้งคู่ล้วนเป็นของปลอม
แหวนที่รองผู้ช่วยพิธีกรรมนำขึ้นสู่เรือพิธีนั้นก็เป็นของปลอมเช่นกัน หรืออาจกล่าวได้ว่า ในพิธีบูชาทะเลเมื่อปีก่อนไม่มี ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ของแท้แม้แต่วงเดียว!
‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ที่ผ่านขั้นตอนการสร้างครบถ้วนตามความเข้าใจของสมาคมประมงนั้น มิได้ถูกวางบนแท่นหินในห้องใต้ดินเพื่อ ‘สักการะบรรพชน’ แม้แต่น้อย ดังนั้นมันจึงเป็นของปลอม เป็นแหวนจอมปลอมที่ขาดคุณสมบัติสำคัญที่สุด!
รองผู้ช่วยพิธีกรรมผู้นำ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ลงสู่ห้องใต้ดินแล้วนำออกมาเมื่อปีก่อนนั้น บางทีอาจเป็นอีกหนึ่งตัวปัญหา!
สมาชิกปลายแถวของ ‘วันเอพริลฟูล’ ล้วนไม่ได้รับความไว้วางใจ การลงมือของพวกเขาจึงเป็นเพียงลูกเล่นที่ไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการใหญ่ แหวนปลอมที่ซุกซ่อนในท้องลูกแกะ รวมถึงการแสดงของ ‘กวีเร่ร่อน’ นั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าจะถูกเตรียมการเพื่อรับมือกับการสืบสวนในภายหลัง โดยหวังปิดบังร่องรอยสำคัญที่แท้จริง…ขณะที่ความคิดของลูเมี่ยนแล่นปราดเปรียวดั่งสายฟ้า ฆวน·โอโรกับรองผู้ช่วยพิธีกรรมก็กลับมายังห้องโถงใหญ่
“วางบนแท่นหินเรียบร้อยแล้ว” ประธานสมาคมประมงผู้ปลอมตัวเป็นฮอร์เก้ กระซิบเสียงต่ำแก่ลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนดึงสติกลับมา แล้วถามอย่างไม่ใส่ใจว่า
“ปีที่แล้วใครเป็นผู้รับผิดชอบนำ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ลงไปยังห้องใต้ดินหรือ?”
“ฉันไม่ทราบ ไม่มีใครถูกกำหนดไว้เป็นพิเศษ ผู้ใดทำก็ได้ทั้งสิ้น อีกทั้งรองผู้ช่วยพิธีกรรมทั้งสี่ที่อยู่ในห้องโถงเมื่อปีก่อน ต่างก็ล้วนสิ้นชีพในคลื่นพิโรธแห่งมหาสมุทรอันเกิดจากพิธีกรรมล้มเหลว” ฆวน·โอโรเข้าใจความสงสัยของลูเมี่ยนดี
ตายจริงหรือ? ไม่แน่เสมอไปหรอกนะ…ลูเมี่ยนไม่มีเวลาหาสิ่งของมาสื่อวิญญาณ จึงต้องเปลี่ยนคำถาม
“ในบรรดาพวกเขา มีผู้ใดคุ้นเคยกับพิธีสร้างแหวนเป็นอย่างดี และรู้รายละเอียดของ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ หรือไม่?”
“ไม่มี พวกเขาล้วนเป็นรองผู้ช่วยพิธีกรรมเป็นครั้งแรกทั้งสิ้น” ฆวน·โอโรส่ายหน้า “อีกอย่าง ฉันเคยบอกคุณแล้ว ผู้ที่ล่วงรู้ความลับของแหวน ล้วนยังมีชีวิตอยู่ทั้งหมด”
รองผู้ช่วยพิธีกรรมคนนั้นไม่ใช่ ‘อุลตร้าแมน’ สินะ…แล้วเป็นใครกัน? ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นวาบในใจลูเมี่ยน
เขาได้คำตอบแล้ว
‘นังบ้า’!
เธอใช้วิธีเดียวกับ ‘กวีเร่ร่อน’ ในการแปลงโฉม แล้วอาศัยเส้นสายของ ‘อุลตร้าแมน’ เพื่อสวมรอยเป็นรองผู้ช่วยพิธีกรรม ทำให้การสร้าง ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ไม่สมบูรณ์ในขั้นตอนสุดท้าย แล้วนำมันขึ้นสู่เรือพิธี
ก่อนหน้านี้ลูเมี่ยนเคยสงสัยว่า ‘นังบ้า’ สามารถระบุพิกัดของน่านน้ำพิเศษตรงนั้นได้อย่างไร ถึงได้เทเลพอร์ตไปช่วย ‘กวีเร่ร่อน’ ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำนัก
บัดนี้ เด็กหนุ่มพบคำตอบแล้ว
‘นังบ้า’ ก็อยู่ในที่เกิดเหตุ อยู่บนเรือพิธี อยู่เคียงข้าง ‘กวีเร่ร่อน’ ไม่จำเป็นต้องระบุตำแหน่ง ไม่ต้องคำนึงถึงเวลา!
แต่เดิม เด็กหนุ่มเข้าใจว่า ‘นังบ้า’ คอยสนับสนุน ‘กวีเร่ร่อน’ แต่บัดนี้กลับพบว่า ‘กวีเร่ร่อน’ ต่างหากที่คอยสนับสนุน ‘นังบ้า’
บัดซบ! พลังของ ‘ผู้ไร้หน้า’ ช่างน่ารำคาญจริงๆ! ไอ้พวก ‘วันเอพริลฟูล’ นี่มันน่าหงุดหงิดจริงๆ! อารมณ์ของลูเมี่ยนปั่นป่วน พลางสบถในใจอย่างห้ามไม่อยู่ อาศัยเพียงคุณสมบัติของ ‘นักพรต’ จึงไม่ถึงกับระเบิดอารมณ์ออกมา
ยิ่งไปกว่านั้น แม้เขาจะเข้าใจปัญหาทั้งหมดของพิธีบูชาทะเลเมื่อปีก่อนแล้ว แต่ก็ยังคิดไม่ตกว่า ‘อุลตร้าแมน’ คือใคร และไม่อาจคาดเดาได้ว่า ‘วันเอพริลฟูล’ จะเล่นลูกไม้อะไรในปีนี้
…………
ราตรีกาลค่อยๆ ผ่านพ้นไปอย่างเงียบงัน
บนเรือใบลำหนึ่งที่ล้าสมัยในท่าเรือ ชาเนมสวมหมวกสักหลาดปีกกลมทรงเตี้ย ก้าวออกจากห้องโดยสาร เอ่ยถามนอร์ฟีผู้ยืนอยู่ริมดาดฟ้าเรือว่า
“หากออกเดินทางเวลานี้ จะสามารถเข้าสู่น่านน้ำพิเศษนั้นได้หรือไม่?”
นอร์ฟีพยักหน้าตอบว่า
“ได้ หลังจากเที่ยงคืน ดวงดาราจะเข้าสู่ตำแหน่งที่กำหนดแล้ว”
สิ่งที่ลูเมี่ยนมอบหมายให้เธอกับบาร์ทเนอร์ทำ คือการเช่าเรือที่สามารถออกทะเลได้หลายวัน จากท่าเรืออื่นบนชายฝั่งเดียวกัน
ชาเนมหัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ยปาก
“งั้นก็ออกเดินทางกันเถอะ!”
เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจปนฉงนของนอร์ฟีกับบาร์ทเนอร์ เขาจึงอธิบายอย่างกระชับ
“หากเราแล่นตามหลังเรือพิธีของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ย่อมถูกผู้คนจากสมาคมประมงพบเห็นอย่างแน่นอน หรือหากออกเดินทางช้ากว่าหนึ่งหรือสองชั่วโมง ก็คงจะไม่เกิดประโยชน์อันใด ดังนั้น พวกเราจะออกเดินทางล่วงหน้า ซ่อนตัวอยู่ที่นั่นและรอคอยโอกาสอย่างอดทน!”
แม้จะไม่เข้าใจว่า ‘โอกาส’ ที่ว่านั้นคืออะไร แต่นอร์ฟีก็มิได้ซักไซ้ เพียงตอบกลับด้วยความคาดหวังในน้ำเสียง
“ตกลง”
ชาเนมหันไปมองบาร์ทเนอร์ทันที
“คุณจะออกทะเลด้วยกันหรือไม่? มันอันตรายนะ”
สีหน้าของบาร์ทเนอร์แปรเปลี่ยนหลายครา ผ่านไปสิบกว่าอึดใจจึงเอ่ยว่า
ชาเนมพลันแค่นเสียง ‘จิ๊’ แต่มิได้กล่าวสิ่งใด
ขณะนั้น นอร์ฟีเหลียวมองไปยังส่วนอื่นของดาดฟ้าเรือ แล้วขมวดคิ้วถามว่า
“แล้วลูกเรือล่ะ? หากปราศจากพวกเขา พวกเราก็ออกทะเลมิได้ แต่ว่า…เราไม่ควรลากพวกเขาไปเผชิญอันตรายใหญ่หลวง”
ชาเนมกล่าวยิ้มๆ
“วางใจเถิด พวกเรามีลูกเรือที่สามารถรับมือกับอันตรายได้”
เมื่อกล่าวจบ ชาเนมก็หันกายครึ่งตัว ยกมือขวาขึ้น ชี้ไปทางชั้น 3 ของห้องโดยสาร โดยงอนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือให้เป็นวงกลม แล้วกางนิ้วที่เหลืออีกสามนิ้วออก
ไม่นานนัก นอร์ฟีกับบาร์ทเนอร์ก็เห็นกัปตันเรือ รองกัปกัน ผู้ช่วยกัปตัน และลูกเรือทั้งหมดเดินโซเซออกมาจากตำแหน่งต่างๆ
พวกเขาล้วนหลับตาสนิท เดินเรียงแถวราวกับละเมอ มุ่งหน้าลงบันไดเรือสู่ท่าเทียบเรือ
ภาพนี้ทำให้ดวงตาของบาร์ทเนอร์และนอร์ฟีเบิกค้าง ราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงฝันอันน่าสะพรึงกลัว
……………………………………………………..