ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 572 เป้าหมายที่แท้จริง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 572 เป้าหมายที่แท้จริง
ตอนที่ 572 เป้าหมายที่แท้จริง
ภายใต้แสงจันทร์สีแดงเรื่อ เหล่าลูกเรือราวกับซากศพเร่ร่อน โซเซไปมาบนท่าเทียบเรือ มุ่งหน้าสู่อาคารต่างๆ ที่ซ่อนเร้นอยู่ในความมืด
เพียงเจ็ดถึงแปดนาที ร่างของพวกเขาก็อันตรธานหายไปตามจุดต่างๆ
ทันใดนั้น นอร์ฟีกับบาร์ทเนอร์ก็เห็นกลุ่มเงาดำทะมึนโผล่ขึ้นตรงขอบห้องโดยสาร โดยมีเปลวเพลิงที่บ้างก็สีขาวซีด บ้างก็เขียวอมเทา ลุกโชนขึ้นตามจุดต่างๆ บนดาดฟ้าเรือ
ทั้งจากในกลุ่มเงาดำทะมึน ทั้งจากในเปลวไฟที่สว่างไสวเหล่านั้น ร่างจำนวนมากทยอยคืบคลานออกมา
บางร่างสวมอาภรณ์ขาดวิ่น เนื้อหนังเน่าเปื่อยจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า บางร่างเป็นเพียงโครงกระดูกขาวโพลน เศษเนื้อห้อยระโยงระยาง เบ้าตาลุกวาวด้วยเปลวไฟสีขาวซีด
ทั้งหมดล้วนเป็นซากศพ!
ถัดมาไม่นาน ร่างกึ่งเน่าเปื่อยในเสื้อคลุมสกปรกชักใบเรือขึ้น โครงกระดูกที่ทรวงอกบิ่นชำรุด ชักสมอเหล็กอันหนักอึ้ง ส่วนศพที่เหลือต่างเข้าประจำตำแหน่ง ควบคุมเรือใบแล่นออกจากท่าอย่างเชื่องช้า
บาร์ทเนอร์กับนอร์ฟีจ้องมองเศษเนื้อเน่า กระดูกขาวซีด และเปลวเพลิงหลากสีอันน่าขนพองสยองเกล้า ราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งนิยาย
นิยายสยองขวัญ! นิยายผีสาง!
“คุณต้นหน ถึงเวลาปฏิบัติหน้าที่แล้ว” เสียงของชาเนมปลุกนอร์ฟีให้ตื่นจากภวังค์
…………
ณ คฤหาสน์ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’
ลูเมี่ยนพิงร่างกับผนังส่วนล่างที่ปราศจากรูปสลัก สายตากวาดมองรองผู้ช่วยพิธีกรรมที่เหลือในห้องโถง รวมถึงฆวน·โอโร
บัดนี้ เด็กหนุ่มไม่อาจมั่นใจได้ว่า ใครสักคนในกลุ่มนี้ไร้ปัญหา เพราะทุกคนล้วนอาจเป็น ‘ผู้ไร้หน้า’ แปลงกายมา
ในภารกิจที่จะมาถึง ผู้เดียวที่สามารถไว้วางใจได้อย่างสมบูรณ์ มีเพียงตัวเขาเองเท่านั้น
ท่ามกลางความเงียบสงัด ท่ามกลางความวังเวงอันยากจะพรรณนา หนึ่งชั่วโมงได้ผ่านพ้นไป คราวนี้ ลูเมี่ยนริเริ่มเข้าห้องใต้ดินพร้อมกับฆวน·โอโร เพื่อนำ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ที่ใช้ในพิธีกรรม ‘เคารพบรรพชน’ ออกมา
แต่อย่างน้อย ทั้งลวดลาย สัญลักษณ์ และโครงสร้าง ก็ล้วนเหมือนจริงทุกกระเบียดนิ้ว อีกทั้งการตรวจสอบห้องใต้ดินก็ไม่พบร่องรอยของผู้แอบซ่อน
ภายใต้ท่าทีที่สงบนิ่งแต่จิตใจตึงเครียด ลูเมี่ยนอดทนรอจนถึงหกนาฬิกายามเช้า ความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจพลันมลายหายไปในพริบตา
ล่วงเลยไปอีกสองชั่วโมง ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ นามซิมงต์ ผู้ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน พร้อมด้วย ‘สาวใช้แห่งทะเล’ สี่คน เดินออกจากห้องเฝ้ายาม มุ่งหน้าสู่ประตูใหญ่ของคฤหาสน์
ลูเมี่ยน ฆวน·โอโร พร้อมด้วยรองผู้ช่วยพิธีกรรมคนอื่นๆ ลุกขึ้นในทันใด เดินตามหลังไป
เรือใบประกอบพิธีลำนั้น แบ่งเป็นสองชั้น ประดับประดาด้วยดอกไม้หลากสีสัน จอดนิ่งอยู่ ณ ท่าเทียบเรือของหมู่บ้านมิโล ชาวบ้านต่างอาสาทำหน้าที่เป็นยามรักษาการณ์ คอยสกัดกั้นผู้ที่ริอ่านเข้าใกล้
ขณะก้าวขึ้นดาดฟ้าเรือตามบันไดทางเดิน ลูเมี่ยนรู้สึกถึงสายตาไร้ตัวตน ซึ่งจ้องมองมาจากทุกบานหน้าต่าง ทุกดอกไม้ประดับ และทุกเสากระโดงเรือ สอดส่องตรวจตราไปมา ความรู้สึกนี้เหมือนกับตอนที่รูปสลักในคฤหาสน์ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ มีชีวิตขึ้นมาไม่มีผิด
เด็กหนุ่มเดินฝ่าสายตาเหล่านี้ด้วยความสงบนิ่ง แล้วไปหยุดยืนตรงริมหัวเรือฝั่งซ้ายตามคำแนะนำของฆวน·โอโร
นี่คือตำแหน่งที่ตน รองผู้ช่วยพิธีกรรมนามไบรอัน ควรยืน
ปัง ปัง ปัง!
บนท่าเทียบเรือของหมู่บ้านมิโล ปืนพิธีการทยอยยิงกระดาษสีสันสดใสออกมาเป็นจำนวนมาก
ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความรื่นเริงและเฉลิมฉลอง เรือพิธีการค่อยๆ แล่นออกจากท่า วนรอบท่าเรือซานตาหนึ่งรอบ รับเสียงโห่ร้องและคำอวยพรจากผู้คน ก่อนมุ่งหน้าสู่ทะเลอันไกลโพ้น
ฆวน·โอโร ผู้ปลอมตัวเป็นฮอร์เก้ ทำหน้าที่เป็นต้นหน นำพาเรือแล่นไปในทะเลสีครามอันกว้างใหญ่ไพศาล ปราศจากสิ่งบ่งชี้ใดๆ
บ้างเลี้ยวซ้าย บ้างเบนขวา บ้างกลับลำ
ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ภายใต้ท้องฟ้าแจ่มใส หมอกหนาทึบได้แผ่ปกคลุมรอบเรือพิธีการกะทันหัน
ครืน!
จากใจกลางม่านหมอก คลื่นยักษ์พุ่งทะยานสูงราวกับเทือกเขา เรือน้อยใหญ่ใดก็ตามที่ถูกซัดกระหน่ำ ย่อมล่มจมหรือแตกกระจุยกระจาย
ผู้ว่าการแห่งทะเล สาวใช้แห่งทะเล ลูกเรือบางส่วน และรองผู้ช่วยพิธีกรรมสองราย ซึ่งเพิ่งเข้าร่วมพิธีบูชาทะเลเป็นครั้งแรก ต่างตกตะลึงกับภาพอันน่าพรั่นพรึงตรงหน้า สีหน้าซีดเผือดไปตามๆ กัน
ฆวน·โอโร ผู้ผ่านพิธีบวงสรวงทะเลมานักต่อนัก กลับมองภาพนี้ราวกับของเล่นเด็ก ไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สั่งการลูกเรือให้นำพาเรือฝ่าหมอกหนาทึบ ฝ่าคลื่นมหึมา แล่นไปตามเส้นทางปลอดภัยเพียงสายเดียวอย่างมั่นคง
ผ่านไปนานแค่ไหนไม่มีใครทราบ ทันใดนั้นม่านหมอกก็สลายตัว คลื่นยักษ์ราบเรียบราวปาฏิหาริย์ ทะเลสีคราม งดงามดั่งไพลินผืนใหญ่ ปรากฏแก่สายตาของลูเมี่ยน
ผืนน้ำแห่งนี้ดูราวกับไร้ขอบเขต ทว่าขอบฟ้าและท้องนภาล้วนมีหมอกสีเทาจางๆ ปกคลุม แสงอาทิตย์เพียงริ้วบางเท่านั้นที่แทรกผ่านลงมาได้
…………
ณ โรงแรมโซโลว์ ท่าเรือซานตา
ลูกาโนยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองดูชาวเมืองที่รวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลอง พลางเดินขบวนไปตามถนนใหญ่น้อย แผ่กระจายความสุขสันต์
ก่อนหน้านี้ เขาได้พาลุดวิกไปชมพิธีออกเรือของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ บนเรือประดับดอกไม้หลากสี และร่วมงานเฉลิมฉลองสองงานที่ชาวเมืองจัดขึ้นเอง กระทั่งใกล้เวลาน้ำชายามสาย จึงกลับมายังห้องชุด ให้ลุดวิกรับประทานอาหารที่ซื้อระหว่างทาง รวมถึงอาหารที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
“อีกสักครู่คงได้ออกไปเดินเล่น พอ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ กลับมาก็จะมีงานเฉลิมฉลองอีกระลอก น่าเสียดาย เรามีเด็กน้อยติดสอยห้อยตาม จึงไม่อาจตอบรับไมตรีจากสาวงามเฟเนพ็อตได้…” ลูกาโนคิดอย่างเสียดาย
ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงเคาะประตู ก๊อกๆๆ
“ใครน่ะ?” ลูกาโนผู้มีประสบการณ์นักล่าค่าหัวหลายปี เพิ่มความระแวดระวังขึ้นทันที
“ฉันเอง” เสียงนุ่มนวลดังมาจากนอกประตู
ลูกาโนจำเสียงนั้นได้ เป็นของคุณนายจอร์เจีย ภรรยาของรูวิโอ·ปาโก
เธอมาหาเจ้านายหรือ? ตระกูลปาโกเกิดเรื่องอีกแล้วกระมัง? ลูกาโนเหลือบมองลุดวิก ผู้กำลังตั้งอกตั้งใจกินอาหารอยู่ ก่อนจะก้าวเร็วๆ ไปทางประตูแล้วเปิดมันออก
วันนี้จอร์เจียไม่ได้สวมชุดกระโปรงสีสันฉูดฉาดเช่นปกติ หากแต่สวมชุดกระโปรงยาวสีดำคล้ายย่าเฒ่าหรือหญิงม่าย
ยามนี้ ผมสีน้ำตาลที่เกล้าขึ้นของเธอดูยุ่งเหยิงอยู่บ้าง ดวงตาสีครามที่มีขนตาดกหนา เผยความหวาดกลัวระคนตื่นตระหนกที่ไม่อาจปิดบังได้
“มิสเตอร์หลุยส์·แบรี อยู่ที่ใดหรือ?” คุณนายผู้นี้เอ่ยถาม
“ไปร่วมงานเฉลิมฉลองในพิธีบูชาทะเลแล้ว” ลูกาโนตอบด้วยข้ออ้างที่ลูเมี่ยนกำชับไว้
เขามองคุณนายจอร์เจียซึ่งดูไร้ที่พึ่ง แล้วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงโดยไม่รู้ตัว
“เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
“ฉ…ฉ…” จอร์เจียกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แววตาฉายความหวาดกลัวอย่างยิ่ง “ฉันรู้ตัวจริงของกิ้งก่ากึ่งมนุษย์นั่นแล้ว!”
กิ้งก่ากึ่งมนุษย์นั่น? กิ้งก่ากึ่งมนุษย์ที่เจ้านายสังหารไปน่ะหรือ? ในขณะที่ลูกาโนกำลังสงสัย จอร์เจียก็พลันโถมตัวเข้าสู่อ้อมอกของเขา
กลิ่นหอมแทรกซึมเข้าสู่จมูกของลูกาโนในทันที ทำให้เขาสองจิตสองใจไม่กล้าผลักไสคุณนายผู้นี้ออกไป
จอร์เจียกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฝืนกดให้ต่ำ แต่ก็ไม่อาจซุกซ่อนความหวาดกลัวได้
“กิ้งก่าร่างมนุษย์นั่น…คือสามีของฉันเอง รูวิโอ·ปาโก!”
“หา?” ลูกาโนทั้งตกตะลึงทั้งงุนงง
จอร์เจียขบฟันกล่าว
“คนที่พวกคุณเห็นนั้น…ป…เป็นตัวปลอม!”
ตัวปลอม? มีคนแปลงโฉมเป็นรูวิโอ·ปาโก ส่วนรูวิโอ·ปาโกตัวจริงกลายเป็นกิ้งก่ากึ่งมนุษย์ และถูกเจ้านายสังหารไปแล้ว? ขณะที่ความคิดดังกล่าวแล่นผ่านสมองของลูกาโน สติของเขาก็พลันเชื่องช้าลง ทุกสิ่งเบื้องหน้าราวกับถูกคลุมด้วยแผ่นกระจกฝ้า
เขาพยายามดิ้นรนโดยสัญชาตญาณ แต่กลับถูกจอร์เจียกอดรัดไว้แน่นด้วยพละกำลังอันมหาศาล ทั้งยังใช้ท่วงท่าเล็กๆ น้อยๆ ขัดจังหวะการเคลื่อนไหวของเขา
บนโต๊ะอาหาร ลุดวิกก้มหน้าแทะปลาหมึกย่างเสียบไม้ ดูราวกับไม่ตระหนักถึงความผิดปกติอันเงียบงัน ซึ่งกำลังเกิดขึ้นบริเวณประตู
ในห้องชุดฝั่งตรงข้ามของโถงทางเดิน รูวิโอ·ปาโกนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้เอนหลัง ใบหน้าประดับรอยยิ้มบางเบา
เขาจงใจสร้างเหตุการณ์กิ้งก่ากึ่งมนุษย์ เพื่อเชิญหลุยส์·แบรีมาจัดการ หนึ่งเพื่อยืนยันตัวตนของอีกฝ่าย สองเพื่อทิ้งร่องรอยว่าตระกูลปาโกไม่สามารถรับมือกับสัตว์ประหลาดอ่อนแอได้ ป้องกันมิให้ผู้ใดสงสัยว่านี่เป็นฝีมือของ ‘ผู้ไร้หน้า’ เพื่อสร้างความสับสนให้แก่บุคคล ‘เป้าหมาย’
มิใช่เพราะเขาไม่อาจยืนยันได้ว่าอีกฝ่ายคือเป้าหมาย กลิ่นอายลึกลับในอกของลูเมี่ยน·ลีอาจหลอกผู้อื่นได้ แต่หลอกเขาไม่ได้ หากแต่เป็นเพราะเขามีความคิดใหม่ผุดขึ้น
เป้าหมายใหญ่ของ ‘วันเอพริลฟูล’ และเป้าหมายส่วนตัวของเขาในฐานะ ‘โลกิ’ ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกันเสมอไป!
บัดนี้ เป้าหมายของเขาคือเด็กชายนามว่าลุดวิก
ผู้ทรงพลังระดับครึ่งเทพที่ถูกผนึกไว้ สำหรับเขาแล้ว นี่คือพรอันล้ำค่าจากราชันสวรรค์!
ไม่มีผู้ใดเหมาะสมแก่การนำไปประกอบพิธีกรรมยิ่งกว่านี้แล้ว
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงแอบชี้แนะถึงความผิดปกติของมหาสมุทร แม้จะสร้างความสับสนให้ลูเมี่ยน·ลี แต่ก็ช่วยให้อีกฝ่ายสามารถโยงถึงแนวคิดเรื่อง ‘การปิดผนึก’ และ ‘การขโมย’ จนนำไปสู่การไขปริศนา ‘การเล่นพิเรนทร์’ เมื่อปีก่อน ส่งผลให้ลูเมี่ยนตัดสินใจขึ้นเรือพิธีการ เพื่อมุ่งหน้าสู่สถานที่ประกอบพิธีบูชาทะเล
ทั้งหมดก็เพื่อพรากศัตรูที่มีพลังไม่ธรรมดาคนนี้ออกไป โดยอาศัยความแข็งแกร่งจากอีกฝั่งถ่วงเวลาไว้
ต่อจากนี้ เขาจะเริ่มการแสดงฉากใหญ่ ท่ามกลางสายตาของชาวเมืองท่าซานตานับร้อยนับพัน!
…………
บนผิวทะเลสีครามดุจดังอัญมณีที่ราบเรียบไร้คลื่น สาวใช้แห่งทะเลทั้งสี่เริ่มเต้นรำบวงสรวงสั้นๆ โดยมีเหล่าลูกเรือคอยขนเครื่องสังเวยทั้งลูกแกะ ไก่ตัวผู้ และหัววัว ออกมาจากห้องใต้ดาดฟ้า กองรวมกันที่หัวเรือ
ฆวน·โอโร ผู้พิทักษ์ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ย่างกรายเข้าใกล้ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ รอคอยที่จะมอบของขวัญหมั้นหมายชิ้นนี้แก่เจ้าบ่าวแห่งท้องทะเล
ลูเมี่ยนกวาดตามองไปรอบกาย เฝ้าระวังทุกผู้คนบนเรือลำนี้
ใครสักคนในหมู่พวกเขา อาจลงมือจู่โจมอย่างฉับพลัน เป็นได้ทั้ง ‘กวีเร่ร่อน’ ‘นังบ้า’ ‘อุลตร้าแมน’ ‘โลกิ’ ‘ฮิโซกะ’ หรือแม้แต่หุ่นเชิด
การร่ายรำอันอ่อนช้อยและเป็นจังหวะจบลงอย่างรวดเร็ว ฆวน·โอโรหยิบแหวนทองคำรูปทรงประหลาดออกมา ส่งมอบให้แก่ซิมงต์·กียาโร ผู้ที่กำลังจะรับตำแหน่ง ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’
ทันใดนั้น คนผู้หนึ่งก้าวออกมาจากห้องใต้ดาดฟ้า ปรากฏกายอย่างสง่าผ่าเผยไร้การปิดบัง
อีกฝ่ายเป็นสตรี สวมชุดแม่ชีสีดำ พร้อมหมวกที่คู่กัน สีหน้าสงบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยความโศกเศร้า
นี่คือ…นี่คือต้นตอของโรคบ้า!
นี่คือสมบัติปิดผนึกรูปร่างมนุษย์ ที่สูญหายไปจากศาสนจักรสุริยันเจิดจรัส!
ในชั่วพริบตา ลูเมี่ยนพลันเข้าใจกระจ่างถึงสองเรื่อง
มีคำกล่าวว่า ‘ต้นหนมรณะ’ ที่แปรสภาพมาจาก ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ปรากฏขึ้นใกล้ ‘สกุณาโบยบิน’ โดยบังเอิญ ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์
สมบัติปิดผนึกรูปร่างมนุษย์นั้น กลับล่องเรือออกทะเลโดยไร้สติ ซ้ำยังเลือกจุดหมายปลายทางเดียวกับตน — ท่าเรือซานตา
ทั้งหมดนี้ล้วนมีเหตุผล!
……………………………………………………..