ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 573 ‘กวีเร่ร่อน’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 573 ‘กวีเร่ร่อน’
ตอนที่ 573 ‘กวีเร่ร่อน’
สตรีในชุดแม่ชีดำราวกับรับรู้ถึงสายตาจับจ้องของลูเมี่ยน เธอค่อยๆ เบือนหน้า ทอดสายตามายังเด็กหนุ่ม
เพียงแวบแรกที่สบตากับดวงเนตรคู่นั้น ซึ่งยากจะพรรณนาถึงสีสัน ร่างในสายตาของลูเมี่ยนก็พลันอันตรธานหายไป
แทบจะในเวลาเดียวกัน ความคิดที่ว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญ และไม่จำเป็นต้องไปแยแส ก็ผุดขึ้นในห้วงคำนึงของเขา
ทว่าฆวน·โอโร ผู้ยืนเคียงข้างซิมงต์ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ คนใหม่ที่กำลังจะรับตำแหน่ง สังเกตเห็นว่าผิวน้ำสีครามที่เคยสงบนิ่งไร้คลื่นลมนั้น บัดนี้เริ่มมีการสั่นไหว อีกทั้ง บนท้องฟ้าสีเทาหม่นเบื้องบน รวมถึงหมู่ดาวที่แทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ก็ดูราวกับเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง สร้างความปั่นป่วนในอารมณ์ จนจิตใจของเขาเริ่มสั่นสะท้านอย่างบอกไม่ถูก
เกิดความผิดปกติขึ้นหรือ? แม้ฆวน·โอโรจะไม่อาจคาดเดาได้ว่า สถานการณ์นี้จะส่งผลดีหรือร้าย แต่ในยามคับขัน เขาถือว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ ล้วนเป็นเหตุไม่คาดฝัน จึงพร้อมรับมือในทุกลมหายใจ ประหนึ่งว่าศัตรูที่ซุ่มซ่อนอยู่เตรียมจะก่อเหตุวุ่นวาย
เขาไม่มัวครุ่นคิดให้มากความ เร่งยัดเยียด ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ใส่มือของซิมงต์ พลางเปล่งเสียงคำรามต่ำ
“รีบอภิเษกสมรสกับมหาสมุทรเถอะ!”
ด้วยความเร่งรีบ ประธานสมาคมประมงผู้นี้มิได้จงใจเลียนเสียงของฮอร์เก้ แต่เนื่องจากเส้นเสียงแปรเปลี่ยนไปเพราะต่างหู ‘คำลวง’ เนื้อเสียงจึงมิได้แฝงความชราเลย
ซิมงต์สะดุ้งตกใจเพราะเสียงตวาดของฆวน·โอโร จึงมิได้สังเกตถึงความผิดแผกในสำเนียงการพูดของอีกฝ่าย
เขารีบชูมือที่กำ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ขึ้น เปล่งวาจาอันแปร่งหูออกมา
“โอ้มหาสมุทรเอ๋ย ข้าจักอภิเษกสมรสกับเจ้า เป็นสัญลักษณ์แห่งการพิชิตเจ้า!” ด้วยความคิดเช่นนี้ ซิมงต์โยนแหวนทองคำรูปลักษณ์พิเศษออกไป เห็นผิวของมันเรืองแสงวาววับ แหวนทั้งวงคล้ายกับสั่นไหวแผ่วเบา
เมื่อ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ จมลงสู่ผิวน้ำ แสงสว่างพลันเจิดจ้าขึ้น พร้อมกับแผ่ขยายจนมีขนาดเท่าทารกน้อย
มันแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งที่มีรูปทรงดุจกรวยแสง ก่อนจะอันตรธานหายไปในห้วงน้ำสีคราม
ในบัดดล ฆวน·โอโร ลูเมี่ยน และผู้คนที่อยู่ตรงนั้น ต่างก็ได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
โครม!
มหาสมุทรเดือดพล่าน คลื่นยักษ์ม้วนตัวขึ้นทีละลูกสองลูก เหวี่ยงเรือประดับดอกไม้ลอยขึ้นกลางอากาศ ลมหายใจแห่งความพินาศก้องกังวานไปทั่วสารทิศ
นี่มัน…ความเกรี้ยวกราดของมหาสมุทร! เหตุใดกัน? ม่านตาของฆวน·โอโรเบิกกว้าง เขาไม่อาจเชื่อได้ว่า เหตุใดพวกตนจึงยังคงยั่วโทสะมหาสมุทร ไม่อาจเชื่อได้ว่า พิธีบูชาทะเลปีนี้ดูเหมือนจะล้มเหลวอีกครา
เขาได้ติดตามทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด ได้เห็นกับตาตนเองว่า ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ที่ผ่านพิธีกรรมเบื้องต้นครบถ้วนนั้น ถูกวางลงบนซากแท่นหินอันเป็นตัวแทนของบรรพชน หลังจากนั้น ตนก็เป็นผู้หยิบมันขึ้นมาด้วยตนเอง เฝ้าระวังรักษาอย่างเข้มงวด ไม่มีขั้นตอนใดเลยที่ผิดพลาด!
เหตุใดกัน?
ฆวน·โอโรรู้สึกได้ว่าเรือประดับดอกไม้กำลังจะพลิกคว่ำ สองมือของเขาบีบแน่น เกล็ดแวววาวดุจดวงดาวผุดขึ้นทั่วร่างทีละแผ่นสองแผ่น
ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มลึกล้ำ ภายในราวกับมีดวงดาราระยิบระยับปรากฏขึ้น
เขาได้ผสานรวมตนเองเข้ากับ ‘มหาสมุทร’ แห่งนี้
เสียงคลื่นซัดสาดหยุดลงกะทันหัน คลื่นยักษ์สีครามอันน่าเกรงขามที่ม้วนตัวขึ้นมานั้น ค้างนิ่งกลางอากาศ ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกำรัดไว้แน่น
…………
ณ หมู่บ้านมิโล ภายในอาคารคล้ายโบสถ์ของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’
มิเกล ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ตัวปลอมที่นอนอยู่ในห้องคนรับใช้ พลันลุกขึ้นนั่ง ค่อยๆ ลงจากเตียงอย่างเชื่องช้า รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจผุดขึ้นบนใบหน้า
เขายืนอยู่ริมหน้าต่างกระจกที่มองเห็นพงหญ้ารกชัฏเบื้องหลัง พึมพำกับตนเองอย่างไร้เสียง
“ใกล้ถึงเวลาแล้ว…”
“เมื่อพบว่าพิธีบูชาทะเลล้มเหลวอีกครา ฆวน·โอโรจะมีสีหน้าเช่นไรหนอ หึๆ นี่แหละคือการตอบแทนสำหรับ ‘การดูแล’ นานัปการของแกตลอดปีที่ผ่านมา”
“โลกิคิดจะทำอะไรกันแน่? ยกเลิกแผนเดิมกะทันหัน ไม่กลัวว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันบ้างหรือ?”
แท้จริงแล้ว มิเกลคือ ‘กวีเร่ร่อน’ สมาชิกแกนหลักของ ‘วันเอพริลฟูล’ ผู้ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ปลอมตัวเป็นลูกเรืออีรูขึ้นเรือ และเป็น ‘กวีเร่ร่อน’ ที่ถูก ‘นังบ้า’ พาตัวไปตอนกระโดดลงทะเล
พวกเขาได้วางแผนไว้ตั้งแต่ปีก่อนแล้วว่า ปีนี้จะทำอะไร และลงมืออย่างไร จึงได้คัดเลือกชาวเมืองท่าซานตาไว้หลายคน ทุกคนมีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับ ‘ผู้ว่าการ’ ที่โชคร้ายนั่น เมื่อทำลายพิธีบูชาทะเลสำเร็จและกลับขึ้นฝั่ง พวกเขาก็ลงมือสังหารเป้าหมายคนหนึ่งในทันที แล้วให้ ‘กวีเร่ร่อน’ ปลอมตัวเป็นเขา
ส่วนเหตุผลที่พวกเขามั่นใจนักว่า มิเกลตัวปลอมที่ ‘กวีเร่ร่อน’ สวมรอย จะได้เป็น ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ตัวปลอม ก็เพราะว่า ‘อุลตร้าแมน’ จะเป็นคนผลักดันเรื่องนี้เอง
เพื่อป้องกันมิให้สมาชิกปลายแถวของ ‘วันเอพริลฟูล’ ผู้ใดทรยศหักหลังกะทันหัน ‘กวีเร่ร่อน’ ผู้เคยเป็น ‘นักต้มตุ๋น’ มาก่อน จึงได้เขียน ‘บันทึกลับของโรซายล์มหาราช’ ขึ้นเป็นพิเศษ มอบให้ ‘โลกิ’ นำไปเผยแพร่อย่างลับๆ ในทรีอาร์ เพื่อสร้างภาพลวงตาว่า ‘กวีเร่ร่อน’ ยังคงมีบทบาทอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินทิส ทั้งนี้เพื่อมิให้ผู้ใดเชื่อมโยงมิเกล ผู้ใช้ชีวิตอย่างสงบเสงี่ยมในคฤหาสน์ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ เข้ากับ ‘กวีเร่ร่อน’
แน่นอนว่า การเขียนประวัติรักของโรซายล์มหาราชนั้น คือเรื่องสนุกสนานอย่างยิ่งสำหรับ ‘กวีเร่ร่อน’ อีกทั้งการได้มองดูฆวน·โอโรข่มขู่ตน ใช้ไม้ค้ำฟาดตี แล้วยังได้หลับนอนกับหลานสาวของเขา รวมถึงภรรยาและลูกสาวของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ด้วยจิตใจที่เย้ยหยัน ก็ทำให้ ‘กวีเร่ร่อน’ รู้สึกสนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง สร้างความพึงพอใจให้แก่กมลสันดานที่ชอบกลั่นแกล้งผู้คนของเขาอย่างล้นเหลือ
ทว่า การกลั่นแกล้งนั้นเป็นเพียงผลพลอยได้ จุดประสงค์ที่แท้จริงของการปลอมตัวเป็น ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ นั้นก็คือ
เพื่อให้สามารถเข้าออกห้องใต้ดินของอาคารหลังนี้ได้อย่างอิสระ สถานที่ซึ่งชาวบ้านหมู่บ้านมิโลเข้าใจผิด คิดว่าเป็นห้องสักการบูชาบรรพชน!
แม้ว่าเขาจะเป็นเพียง ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ตัวปลอม ซึ่งย่อมถูกสอดส่องโดยเหล่าสัตว์รับใช้แห่งมหาสมุทรภายในคฤหาสน์ ทว่าสถานที่ที่เขาไม่อาจย่างกรายเข้าไปได้นั้น มีเพียงห้องประกอบพิธีสร้างแหวน กับห้องที่ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ใช้เฝ้ายามเท่านั้น ส่วนห้องหับอื่นๆ เขาสามารถเข้าออกได้ตามใจปรารถนา ตราบใดที่ไม่กระทำการใดๆ อันเกินเลยขอบเขต ก็จะไม่มีผู้ใดขัดขวาง อีกทั้งตามข่าวกรองที่ ‘อุลตร้าแมน’ ส่งมา ห้องใต้ดินของคฤหาสน์มิได้รับความสำคัญจากบรรดาสัตว์รับใช้แห่งมหาสมุทรแต่อย่างใด นอกจากยามสองนายที่ยืนเฝ้าตรงปากบันไดเพียงเพื่อรักษาภาพลักษณ์แล้ว ภายในนั้นก็ปราศจากผู้คอยตรวจตราหรือปกป้องใดๆ ทั้งสิ้น
อย่างมากก็แค่มีชาวบ้านมิโลลงมาสักการบูชาเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่แล้วด้วยความเคารพยำเกรงต่อ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ พวกเขาจึงไม่กล้าล่วงล้ำเข้าออกอาคารนี้ตามอำเภอใจ
สภาวการณ์เช่นนี้ เปิดโอกาสมากมายให้แก่ ‘กวีเร่ร่อน’ ผู้สวมรอยเป็น ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ตัวปลอม
เมื่อนึกถึงสีหน้าของฆวน·โอโรกับลูเมี่ยน·ลี ยามที่พบว่าพิธีบูชาทะเลล้มเหลวอีกครั้ง ‘กวีเร่ร่อน’ ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะ พลางพึมพำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันอย่างไร้สุ้มเสียงว่า
“พวกแกล้วนรู้ดีว่าพิธีบูชาทะเล การสร้างแหวน และการเฝ้ายามนั้นจัดขึ้นปีละครั้ง แล้วเหตุใดจึงไม่เคยคิดเลยว่า พิธีบูชาบรรพชนก็ควรจัดขึ้นเพียงปีละครั้งเช่นกัน?”
“แท่นบูชาอันทรุดโทรมนั่น ต้องการเวลาในการสะสมพลังวิญญาณจากผู้มาสักการะทีละน้อย ต้องใช้เวลาราวสิบสองเดือนจึงจะรวบรวมพลังได้มากพอสำหรับการ ‘เสกเวท’ ได้หนึ่งครั้ง”
และเขาได้ลงมือก่อนหน้านั้นเกือบครึ่งเดือน ในยามที่ห้องใต้ดินยังไม่ถูกจับตามอง เขาได้วางวัตถุชิ้นหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับหนึ่งในสามเส้นทางไว้บนแท่นบูชา แล้วเดินจากไปอย่างโจ่งแจ้งพร้อมกับพลังที่แท่นบูชาได้สั่งสมไว้!
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าพิธีสร้างแหวนเมื่อคืนนี้จะประสบความสำเร็จเพียงใด ไม่ว่าฆวน·โอโรและลูเมี่ยน·ลีจะเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเพียงใด เพื่อมิให้ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ถูกสับเปลี่ยน ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ก็จะไม่มีทางได้รับความสามารถในการขโมยพลังอันลึกล้ำจากก้นทะเล
ดังนั้น พิธีบูชาทะเลย่อมล้มเหลวอย่างแน่แท้ และครานี้ ผนึกจะถูกทำลายลงไปอีก ‘ภูเขาไฟ’ ที่สะสมพลังมานานแสนนานในใจกลางจะระเบิดออกมาอย่างรุนแรง!
ผู้ใดที่พยายามขัดขวาง ล้วนต้องพบจุดจบ!
เหตุที่ปีก่อนในวันเอพริลฟูล เขาเสี่ยงให้ ‘นังบ้า’ สวมรอยเป็นรองผู้ช่วยพิธีกรรม และจงใจใช้วัตถุอื่นแทนที่ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ วางบนแท่นหินสำหรับบูชาบรรพชน ก็เพราะติดประเด็นสำคัญที่ว่า พลัง ‘ขโมย’ ลำดับสูงนี้ จะถูกใช้ได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น มันจึงยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างแน่ชัด — แม้ ‘อุลตร้าแมน’ จะสามารถเข้าออกห้องใต้ดินเพื่อทำการวิเคราะห์และทดลองได้ แต่ก็ไม่กล้าทำบ่อยนัก เพราะอาจถูกสงสัยได้
หลังจากความล้มเหลวของพิธีบูชาทะเลเมื่อปีก่อน กอปรกับการทดลองที่เกิดขึ้นทุกเดือนตลอดสิบเอ็ดเดือนที่ผ่านมา ‘กวีเร่ร่อน’ ‘อุลตร้าแมน’ และ ‘นังบ้า’ ต่างมั่นใจแล้วว่า พวกตนไม่จำเป็นต้องวางแผนอย่างละเอียดเพื่อสับเปลี่ยน ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ของแท้อีกต่อไป เพียงแค่ขโมยพลังนั้นไปก่อนก็เพียงพอแล้ว ดังนั้น พวกเขาจึงเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของลูเมี่ยน·ลีด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย โดยไม่สนใจว่าเขาจะทำอะไร และไม่จำเป็นต้องลงมือทำลายสิ่งใดเอง เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ถูกศาสนจักรพระแม่ธรณีจับกุม
แน่นอน การแสดงบางอย่างที่เหมาะสมกับสถานะของตนก็ยังคงต้องทำ เช่น การขอความช่วยเหลือจากลูเมี่ยน·ลี
‘กวีเร่ร่อน’ ละสายตาจากภาพตรงหน้า หันไปมองมือซ้ายของตน
ตรงนั้นมีร่องรอยของแหวนวงหนึ่งที่เคยสวมใส่
นี่ต่างหากคือวัตถุที่แบกรับบทบาทสำคัญของ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’!
…………
ลูกาโน ผู้กำลัง ‘โอบกอด’ คุณนายจอร์เจียอยู่นั้น กระทั่งความคิดก็กลายเป็นห้วงขาดๆ ราวกับฟันเฟืองเหล็กที่เต็มไปด้วยสนิมสีเหลืองอำพัน หรือขาดน้ำมันหล่อลื่น
“นี่มัน…เกิดอะไรขึ้น?”
“เรา…ถูกโจมตีหรือ?”
“ไม่ได้…ต้องรีบ…หลุดพ้น…จากสภาพนี้…”
ลูกาโนพยายามผลักร่างงามในอ้อมกอดออก แต่กลับพบว่าเธอหนักอึ้งขึ้นมาทันใด ทั้งยังใช้ข้อศอก ข้อมือ เข่า และปลายเท้าขัดขวางความพยายามของตนที่จะยกแขนและก้าวขา การเคลื่อนไหวเหล่านี้ล้วนแผ่วเบาและแนบเนียน ราวกับการหยอกเย้าและเกี้ยวพาราสีระหว่างคู่รัก
เมื่อประกอบกับภาวะความคิดที่สะดุดติดขัด แม้แต่ ‘นักเพาะปลูก’ ก็ยังไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการของจอร์เจียได้
ลูกาโนตกใจสุดขีด เตรียมอ้าปากร้องขอความช่วยเหลือ
ทันใดนั้น จอร์เจียก็เงยหน้าขึ้น ประทับริมฝีปากอันแดงฉ่ำลงบนปากของเขา
ลูกาโนชะงักงันไปชั่วขณะ
ในห้องข้างๆ ห้องดังกล่าว
จินนาในชุดทหารรับจ้างหญิง กำลังถือกระจกบานหนึ่ง ใช้มันสะท้อนผ่านกระจกและวัตถุอื่นๆ ในห้องชุดของลูเมี่ยน เพื่อ ‘ส่องดู’ สถานการณ์ในห้องรับแขก
เมื่อเห็นลูกาโนกับจอร์เจียกอดกันแน่น หยอกเย้าเล้าโลม แล้วจูบกันอย่างดูดดื่มในพริบตาเดียว จินนาอดไม่ได้ที่จะสบถเสียงต่ำ
“บัดซบ! แม้แต่ในยามเช่นนี้ ก็ยังมีอารมณ์ได้อีกหรือ? แถมยังต่อหน้าเด็กอีก!”
ด้วยคำนึงว่า ทางฝั่งของฟรังก้าจะมีสมาชิกจากสมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิกเข้าร่วมด้วย ลูเมี่ยนจึงมอบหมายให้จินนาคอยสอดแนมลูกาโนอย่างลับๆ เพื่อดูว่าล่ามผู้นี้มีปัญหาอันใดกันแน่
จินนา อดีต ‘นางพญา’ ผู้เคยผ่านร้อนผ่านหนาว มิใช่ว่าไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน แม้แต่ฉากที่เร่าร้อนยิ่งกว่านี้ก็เคยประสบพบเห็น เพียงแต่เธอไม่เข้าใจว่า พวกเขาหิวกระหายถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงกับต้องทำบัดสีบัดเถลิงหน้าประตู
ในขณะนั้น อ็องโตนี·รีด ผู้ยืนอยู่เคียงข้างเธอ จ้องมองกระจกแล้วขมวดคิ้วกล่าวว่า
“ดูไม่เหมือนกำลังสำราญรักกันเลย ท่าทางและสีหน้ายามแสดงความรักจะไม่ใช่แบบนี้”
……………………………………………………..