ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 575 ‘ส่งมอบ’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 575 ‘ส่งมอบ’
ตอนที่ 575 ‘ส่งมอบ’
ครู่หนึ่งผ่านไป ชาเนมเองก็ทนไม่ไหว จ้องมองนอร์ฟีแล้วถามว่า
“คุณมีผู้ร่วมมือลับๆ หรือไม่?”
นอร์ฟีพยักหน้าแผ่วเบาก่อนจะตอบ
“มี”
คำตอบนี้ ทั้งบาร์ทเนอร์และชาเนมต่างคาดการณ์ไว้แล้ว แต่ก็ไม่อาจสกัดกั้นความปีติในใจของชาเนมได้
“เป็นผู้ใด?”
นอร์ฟีดิ้นรนต่อสู้กับตัวเองครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยปาก
“เขาก็คือ…ฆวน·โอโร!”
ฆวน·โอโร? ประธานสมาคมประมง? บาร์ทเนอร์ถึงกับสะดุ้งตกใจ
ชาเนมก็เช่นกัน
นี่มันสายลับที่แฝงตัวจนได้เป็นผู้นำเชียวหรือ? เขาคิดในใจอย่างขบขัน พลางถามต่อว่า
“คุณแน่ใจหรือว่าเป็นฆวน·โอโร?”
ระหว่างที่ฆวน·โอโรกำลังตรวจสอบเบื้องต้นว่า ใครคือตัวปัญหาในแกนนำสมาคม ลูเมี่ยนผู้ล่วงรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของศาสนจักรพระแม่ธรณี ก็ได้ขอให้โนเอเลียแห่งนิกายอุดมสมบูรณ์ ส่งข่าวกรองในลักษณะเดียวกันมา ซึ่งรวมถึงฆวน·โอโรผู้เป็นประธานด้วย
ตามข้อมูลทางการระบุว่า ร่างกายของฆวน·โอโรยังคงแข็งแรงดีมาโดยตลอด ไม่เคยป่วยหนักหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งยังไม่เคยแสดงอาการคลุ้มคลั่ง จนกลายร่างเป็นกิ้งก่าแต่อย่างใด
กล่าวคือ เขาไม่น่าจะถูกผู้มาจากต่างโลกอย่าง ‘อุลตร้าแมน’ เข้าครอบครองร่างกาย
แต่แน่นอน ข้อมูลเพียงเท่านี้ยังไม่อาจนำมาใช้ด่วนสรุป ด้วยเหตุที่สมาชิกไม่น้อยของ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ เมื่อครั้งที่เจ้าของร่างเดิมประสบเหตุ ต่างก็ล้วนไม่มีผู้ใดอยู่เป็นสักขีพยาน
ทว่าอุปนิสัยของฆวน·โอโรนั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมามิได้แปรเปลี่ยนไปอย่างประจักษ์ชัด เพียงแต่ยิ่งมีอายุมากขึ้น ก็ยิ่งดื้อรั้นมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะหวนคืนสู่ท้องทะเลมากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น หากฆวน·โอโรเป็น ‘อุลตร้าแมน’ แล้วไซร้ การกระทำหลายๆ อย่างของ ‘วันเอพริลฟูล’ ในแผนทำลายพิธีบูชาทะเลก็ดูจะเกินความจำเป็นไปมาก เพราะสามารถลงมือได้ด้วยวิธีที่ง่ายดายและลับเฉพาะกว่านี้
จากการรวบรวมข้อมูลหลายด้าน ชาเนมได้วินิจฉัยเบื้องต้นว่า ฆวน·โอโรมิใช่แกนนำของ ‘วันเอพริลฟูล’
นอร์ฟีเม้มริมฝีปากก่อนกล่าวว่า
“เป็นเขาจริงๆ เมื่อครึ่งปีก่อน ฉันได้พบเขาที่ท่าเรือลายัค”
ลายัคตั้งอยู่ทางเหนือของเทือกเขาดาลีแอช เป็นท่าเรือหนึ่งในแคว้นไรสตันของสาธารณรัฐอินทิส
“ได้พบกัน?” ชาเนมอุทานออกมาทันที “ดวงตาของคุณอาจหลอกคุณได้ สิ่งที่เห็นอาจไม่จริงเสมอไป”
เขาไม่อาจควบคุมความปรารถนาที่จะ ‘เล่า’ จึงกล่าวต่อไปว่า
“เฉกเช่นในยามนี้ ตัวผมที่คุณเห็น ก็มิใช่ตัวจริงของผม แถมยังแตกต่างกันมากทีเดียว”
“คุณหมายความว่า ฆวน·โอโรที่ฉันพบคือตัวปลอม?” นอร์ฟีแสดงท่าทีไม่เชื่อถืออย่างชัดเจน “ต…แต่เขาควบคุมคลื่นสมุทรได้ด้วยนะ!”
ชาเนมกล่าวยิ้มๆ
“กรรมการส่วนใหญ่ในสมาคมประมงก็ทำได้เหมือนกัน หากใครคนหนึ่งในพวกเขาปลอมตัวเป็นฆวน·โอโรล่ะ?”
“ต…แต่มันเหมือนกันเกินไป…” นอร์ฟีจมดิ่งสู่ห้วงแห่งความสงสัยในตนเอง
ชาเนมกล่าวอย่างเยือกเย็น
“ตามข่าวกรองที่พวกเราได้รวบรวมมา ฆวน·โอโรมิได้ออกจากท่าเรือซานตามาเกือบสิบปีแล้ว”
“เขาเป็นประธานสมาคมประมง ทุกวันล้วนไปนั่งอยู่ที่สมาคม”
ประโยคนี้มีเพื่อโน้มน้าวนอร์ฟีเท่านั้น เพราะยังขาดหลักฐานยืนยันที่แน่ชัด หากฆวน·โอโรเป็น ‘อุลตร้าแมน’ จริง เขาย่อมสามารถขอให้ ‘นังบ้า’ พาตนไปยังท่าเรือลายัค แล้วกลับมาได้ภายในเวลาไม่เกินสองชั่วโมง
หากเป็นแบบนั้นจริง ก็คงไม่มีใครสังเกตเห็นการหายตัวไปของเขาได้
นอร์ฟีเงียบไปโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งพึมพำออกมาอย่างอดไม่ได้
“เช่นนั้น…แล้วอีกฝ่ายใคร?”
เขารู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“ฆวน·โอโรตัวปลอมนั่น หวังจะร่วมมือกับคุณแบบไหน? พวกคุณคิดจะใช้วิธีใดทำลายวังใต้ทะเล เพื่อยุติพิธีบูชาทะเลอย่างสิ้นเชิง?”
ร่างของนอร์ฟีสั่นสะท้าน ราวกับกำลังต่อสู้กับสัญชาตญาณภายใน
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอตอบอย่างยากลำบาก
“ข…เขาจะช่วยฉัน…ช่วยฉันอำพรางร่องรอย ทำให้ทุกคนเพิกเฉยต่อการมีตัวตนของฉัน เพื่อให้ฉัน…สามารถลงเรือ แล่นนำหน้าเรือของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ เข้าสู่สถานที่ประกอบพิธี แล้วซ่อนตัวรอ”
“จากนั้น เมื่อ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ โยน ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ พร้อมกับกล่าวคำอภิเษกสมรส ฉันจะต้องเอ่ยคาถาหนึ่ง”
“เป็นคาถาที่แม่สอนให้ฉัน ซึ่งท่านได้รับมาขณะเกิดการสั่นพ้องอันลึกลับกับพระราชวังนั่น ระหว่างกำลังรับพรจากมหาสมุทร ม…มันมีผลทำให้พระราชวังเริ่มต้นกระบวนการทำลายตัวเอง”
ยิ่งได้พูด คำตอบของนอร์ฟีก็ยิ่งลื่นไหล เห็นได้ชัดว่าเธอยอมแพ้การต่อต้านแล้ว
“กระบวนการทำลายตัวเอง? เธอแน่ใจหรือ? เธอเข้าใจภาษาที่ไม่รู้ว่ามาจากแห่งหนใดนั่นหรือ?” ชาเนมแสดงสีหน้าไม่เชื่อถือ
“แม่ของฉันบอกมาแบบนั้น” นอร์ฟียอมรับว่า ตนก็ไม่เข้าใจภาษาในส่วนนั้นเหมือนกัน
ชาเนมซักถามต่อ
“แม่ของคุณเข้าใจภาษานั้นหรือ?”
“ท่านก็ไม่เข้าใจหรอก แต่รู้ว่ามันมีความหมายอย่างไร เพราะนี่คือการสื่อสารในระดับดวงวิญญาณ คุณไม่เข้าใจหรือ?” นอร์ฟีพยายามแก้ต่างให้มารดาอย่างสุดความสามารถ
“แม้แต่การสื่อสารในระดับดวงวิญญาณ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็สามารถหลอกลวงอีกฝ่ายได้ เหนือสิ่งอื่นใด การหลอกลวงคนที่ขาดความรู้ความเข้าใจ ย่อมกระทำได้ง่ายกว่าอยู่แล้ว” ชาเนมเอ่ยความคิดในใจออกมาอีกครั้ง
เขาขมวดคิ้วพลางถามต่อ
“ฆวน·โอโรตัวปลอมผู้นั้น ได้บอกคุณหรือไม่ว่าพิธีบูชาทะเลเมื่อปีก่อนล้มเหลว?”
“ไม่ได้บอก ไม่งั้นฉันคงไม่เช่าเรือที่ท่าเรือซานตาหรอก” นอร์ฟีรู้สึกเจ็บใจกับเรื่องนี้มาสักพักแล้ว
หากเธอล่วงรู้แต่แรกว่า พิธีบูชาทะเลเมื่อปีก่อนล้มเหลว ก็ย่อมต้องคาดเดาได้ว่าปีนี้ท่าเรือซานตาจะเพิ่มความระแวดระวังในทุกด้าน และต้องคอยสอดส่องผู้ที่พยายามเช่าเรือออกทะเล
ชาเนมเผยสีหน้าฉงนสนเท่ห์
“นี่ไม่เท่ากับว่า ฆวน·โอโรตัวปลอมผู้นั้น ได้ล่อลวงให้คุณมาถูกลาโต้·กียาโรจับกุมหรอกหรือ…?”
หากเป็นเมื่อครึ่งปีก่อน ไม่ว่าจะกลุ่ม ‘วันเอพริลฟูล’ หรือคนทรยศแห่งเมืองท่าซานตา ก็ย่อมไม่อาจคาดเดาได้ว่าลูเมี่ยนจะมาสืบสวนพิธีบูชาทะเล กล่าวอีกนัยหนึ่ง บทบาทเดิมของนอร์ฟีมิใช่เพื่อล่อลูเมี่ยนให้ติดกับ แต่อาจเป็นส่วนหนึ่งในแผนการดั้งเดิมของ ‘วันเอพริลฟูล’ กระทั่งพวกเขาเปลี่ยนใจ เลือกจะฉวยโอกาสจากการสืบสวนของ ‘นักผจญภัยคนดัง’ แทน
ภายใต้การจัดแจงกล่าว กลุ่มวันเอพริลฟูลไม่น่าจะทำพลาดง่ายๆ จนปล่อยให้ลาโต้·กียาโรจับตัวนอร์ฟีไปได้ เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาต้องการให้เธอถูกจับอยู่แล้ว
“การโยนนอร์ฟีออกมา ก็เพื่อลวงสมาคมประมงให้หลงกล ปั่นหัวกรรมการผู้อื่นให้คลางแคลงในตัวฆวน·โอโร หวังผลสร้างรอยร้าวระหว่างกัน จนไม่อาจร่วมมือกันได้ดังเก่า? แต่กลอุบายยุแยงแบบนี้ยังถือว่าตื้นเขินเกินไป…”
“เพื่อแก้ลำความเข้มงวดของศาสนจักรพระแม่ธรณี ซึ่งเฝ้าระวังพิธีบูชาทะเลในปีนี้เป็นพิเศษ จึงพยายามเบี่ยงประเด็นให้ไปตกอยู่กับนอร์ฟีแทน?”
“หรือว่า หรือว่า…”
ฟรังก้าผู้ปลอมตัวเป็นชาเนม รู้สึกสะกิดใจ จนกระทั่งผุดข้อสันนิษฐานหนึ่ง
“หรือว่าลาโต้·กียาโรคือคนของวันเอพริลฟูล!”
“นอร์ฟีมาถึงท่าเรือซานตา พยายามเช่าเรือ ก็ถูกเขาจับกุมในทันที นี่มิใช่เพียงการควบคุมตัว ‘ผู้ร่วมมือ’ อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของลาโต้·กียาโร แต่ยังเป็นการปกป้องเธอด้วย…รอจนกระทั่งพิธีบูชาทะเลใกล้มาถึง เขาจึงค่อยแสร้งผ่อนคลายการเฝ้าระวัง ปล่อยให้นอร์ฟีหลบหนีสำเร็จ จนเธอไปหาเช่าเรือมาได้อีกครั้ง?”
เมื่อเริ่มตั้งแง่แล้ว ยิ่งฟรังก้าย้อนคิดถึงบุคคลที่ชื่อลาโต้·กียาโร ก็ยิ่งพบพิรุธในตัวอีกฝ่าย
ไม่ว่าจะเป็นข่าวกรองที่ ‘อัศวินดาบ’ มอบให้ หรือเอกสารทางการ ล้วนบันทึกข้อมูลสำคัญไว้อย่างชัดเจน
ลาโต้·กียาโรแยกห้องนอนกับภรรยามาหลายปีแล้ว!
สำหรับผู้วิเศษที่ข้ามโลกมา เมื่อครอบครองร่างของเจ้าของเดิม สิ่งที่น่าวิตกที่สุดคือ การถูกผู้คนรอบข้างค้นพบความผิดปกติจากรายละเอียดเล็กน้อย ในบรรดาผู้คนเหล่านั้น ผู้ที่มีโอกาสเปิดโปงการปลอมตัวมากที่สุด หนึ่งคือบิดามารดาผู้มีสายสัมพันธ์อันลึกซึ้ง สองคือคู่ครองผู้ร่วมหอลงโรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนหลัง ที่ล่วงรู้ถึงอุปนิสัยในการอยู่ร่วมกัน ซึ่งผู้อื่นไม่อาจล่วงรู้ได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ การหาข้ออ้างแยกห้องนอน ย่อมเป็นการปกป้องตนเองอย่างแยบยลของผู้ข้ามโลก
เมื่อครั้งที่ฟรังก้าได้รับรู้ข้อมูลดังกล่าว เธอเคยนึกสงสัยอยู่ชั่วขณะ แต่ก็รีบสลัดความคาใจทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุผลสองประการ ข้อแรก การที่บุรุษวัยกลางคนแยกห้องนอนกับภรรยา มิใช่เรื่องประหลาดแต่อย่างใด ในหมู่กรรมการสมาคมประมงก็มิใช่เพียงลาโต้·กียาโรเท่านั้นที่แยกห้องนอน ข้อสอง ลาโต้·กียาโรเคยถูก ‘อัศวินดาบ’ กับลูเมี่ยนควบคุมตัวโดยสมบูรณ์ บังคับให้กลืนยาสารภาพ แต่ในบทสนทนาที่เค้นออกมา ไม่ได้มีร่องรอยใดที่แสดงถึงความเกี่ยวข้องกับ ‘วันเอพริลฟูล’ แม้แต่น้อย — ยามที่เอ่ยถึง ‘คำปฏิญาณ’ สมรสกับมหาสมุทร เขาก็มิได้พยายามหัวเราะแม้แต่นิดเดียว!
แต่หากลาโต้·กียาโร ผู้ส่งต่อข้อมูลของนอร์ฟี ได้เตรียมตัวรับมือกับ ‘การมาเยือน’ ของนักผจญภัยคนดังไว้ล่วงหน้า โดยอาศัยเทคนิคการ ‘สะกดจิต’ หรือวิธีอื่นใด เพื่อซ่อนเร้นความทรงจำบางส่วนล่ะ?
แก่นแท้ของยาสารภาพคือ การเพิ่มพูนความปรารถนาในการเปิดเผยความจริงอย่างแรงกล้า สิ่งใดที่ผู้เสพไม่รู้หรือไม่เข้าใจด้วยจิตสำนึก ย่อมไม่อาจถูกเอ่ยออกมาได้
ปัญหาในตอนนี้คือ ลาโต้·กียาโรไปพบผู้วิเศษหรือวัตถุที่มีพลังดังกล่าวได้จากที่ใด? ผ่านเครือข่ายของ ‘วันเอพริลฟูล’ อย่างนั้นหรือ?
ฟรังก้า ผู้ยิ่งปักใจเชื่อว่าลาโต้·กียาโรคือ ‘อุลตร้าแมน’ นึกขึ้นได้ถึงอีกเรื่องหนึ่ง
ซิมงต์ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่ง คือสมาชิกสาขาของตระกูลกียาโร!
ก่อนหน้านี้ ฆวน·โอโรได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเธอ ด้วยการตรวจเลือดทุกคนที่ขึ้นเรือนอกเหนือจากลูเมี่ยน เพื่อยืนยันว่าแต่ละคนมาจากตระกูลใด มีคนนอกแอบปลอมตัวเข้ามาหรือไม่
ถ้าเกิดว่า…ซิมงต์·กียาโรคือลาโต้·กียาโรที่ปลอมตัวมาล่ะ?
การตรวจสอบด้วยวิธีดังกล่าว ไม่เท่ากับช่วยยืนยันความถูกต้องให้อีกฝ่ายหรอกหรือ?
…………
บนเรือพิธีการที่กำลังจมดิ่งสู่ก้นทะเล ประหนึ่งถูกหินยักษ์กดทับ
ซิมงต์·กียาโร ผู้ยืนอยู่ตรงหัวเรือ ดูคล้ายกับตกตะลึงสุดขีด ใบหน้าฉาบล้นด้วยความตื่นตระหนกเจือสับสน
ทว่ามุมปากของเขากลับยกขึ้นเล็กน้อย
ในชั่วขณะนี้ เขาหวนนึกถึงพิธีส่งมอบตำแหน่ง ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ เมื่อคืนที่ผ่านมา
ซิมงต์·กียาโร สวมชุดพิธีการสีน้ำเงินเรียบหรู ก้าวเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ และได้พบกับสายตาของมิเกล
“มหาสมุทรเป็นของท่านแล้ว”
“ด้วยความยินดี” ซิมงต์·กียาโรตอบอย่างสุขุม แล้วบรรจงก้าวเข้าหาอีกฝ่าย
มิเกลยื่นมือขวาออกมา ซิมงต์·กียาโรก็ทำเช่นกัน ทั้งสองจับมือกัน อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการสละตำแหน่งของอดีตผู้ว่าการแห่งทะเล และการรับตำแหน่งของผู้ว่าการแห่งทะเลคนปัจจุบัน
เมื่อปล่อยมือ ทั้งสองก็เดินสวนกันไป ขณะมองไปคนละทิศละทาง มุมปากของทั้งคู่ยกขึ้นบางๆ จนยากจะสังเกตเห็น ด้วยจังหวะที่แทบจะพร้อมเพรียงกัน
ภายใต้สายตาจับจ้องของรูปสลักนับไม่ถ้วนโดยรอบ ผู้หนึ่งก้าวต่อไปข้างหน้า อีกผู้หนึ่งเดินออกจากห้องโถงอันโอ่อ่า
……………………………………………………..