ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 577 แนวคิดเดียวกัน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 577 แนวคิดเดียวกัน
ตอนที่ 577 แนวคิดเดียวกัน
บนเรือพิธีการประดับดอกไม้หลากสี ลาโต้·กียาโรกางแขนออก สร้างแสงอาทิตย์พุ่งทะลักออกจากร่างกายเป็นสายๆ
ด้วยแรงดึงดูดแห่งอานุภาพนี้ ท้องฟ้าพลันมืดครึ้มในทันที มหาสมุทรดูราวกับจะกลายเป็นความว่างเปล่า ดวงดาราอันไม่จริงแท้ทยอยผุดขึ้นท่ามกลางความมืด พลางขยายตัวขึ้นทุกขณะ ประดุจดวงอาทิตย์นับพันดวงกำลังลอยอยู่ห่างๆ
ในบัดดล ลาโต้·กียาโรเผยสีหน้าเคร่งขรึม เปล่งวาจาเป็นภาษาเฮอร์มิสโบราณเร็วๆ
“พระองค์ทรงตรัสว่า การฝันเป็นโมฆะ!”
ด้วยพรอันทรงพลังจากมหาสมุทรแถบนี้ เขาได้ก้าวเข้าสู่สถานะครึ่งเทพในลำดับ 4 สามารถใช้พลัง ‘พระองค์ทรงตรัสว่า…เป็นโมฆะ’ ของ ‘ผู้รับรอง’ ได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพื่อบั่นทอนพลังพิเศษของ ‘เฮล่า’ ที่ฝืนดึงผู้คนเข้าสู่แดนฝัน
มิฉะนั้น หาก ‘เฮล่า’ ใช้พลังดังกล่าวควบคุมเขาโดยพลการ แล้วชักนำตนเข้าสู่ส่วนลึกของแดนฝัน จนยากที่จะดึงสติกลับมาได้เองภายในระยะเวลาอันสั้น เพื่อสอบปากคำต่างๆ นานา เขาก็จะไม่ต่างอะไรกับสุนัขป่าที่ถูกฉีดยาสลบ เปิดโอกาสให้ลูเมี่ยน·ลีจัดการได้ตามใจปรารถนา
เหตุที่ไม่เลือกใช้ ‘การหลับเป็นโมฆะ’ แต่กลับเลือก ‘การฝันเป็นโมฆะ’ แทน ก็เพราะแนวคิดแรกนั้นกว้างเกินไป อาจชี้นำไปสู่พลังหลากหลายชนิดเกินควร อีกทั้งการบังคับให้หลับใหลของเส้นทาง ‘รัตติกาล’ ก็เกิดจากการกระชากเข้าสู่แดนฝัน หาใช่ในทางกลับกัน แก่นแท้คือความฝัน มิใช่การนอนหลับ
ขณะเอื้อนเอ่ยวาจา ‘การฝันเป็นโมฆะ’ ด้วยภาษาเฮอร์มิสโบราณ ร่างกายของลาโต้·กียาโรก็พลันหนักอึ้งประหนึ่งสมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์นั่น เพียงแต่ยังอยู่ในขอบเขตที่ไม่เกินจริง
เป็นเหตุให้มวลน้ำรอบข้างก่อตัวเป็นคลื่นยักษ์ ถาโถมเข้ามาเพื่อเติมเต็มช่องว่างอันว่างเปล่านี้
เรือใบที่ถูกควบคุมโดยเหล่าอันเดด เกิดโคลงเคลงอย่างเห็นได้ชัด เกือบจะพลิกคว่ำ ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการเคลื่อนไหวต่อไปของ ‘เฮล่า’
ทันใดนั้น ร่างของลาโต้·กียาโรก็โน้มไปด้านหลังยิ่งกว่าเก่า บนกระจกตาทั้งสองข้างปรากฏดวงอาทิตย์ย่อส่วนที่เปล่งประกายสุกสกาว
เป็นเหตุให้ดวงดาราที่บ้างก็ลอยอยู่บนท้องฟ้า บ้างก็ลอยอยู่ในทะเลอันพร่าเลือน ต่างทอแสงลงมาด้วยความสว่างที่ลดหลั่นกันไป แสงเหล่านั้นถักทอเข้าด้วยกัน ก่อเกิดเป็นลำแสงอันเจิดจ้า ยิ่งใหญ่ และบริสุทธิ์ผุดผ่อง
ลำแสงอันยิ่งใหญ่ทอดลงมาอย่างทรงพลัง ปกคลุมครึ่งหน้าของเรือใบ อันเป็นตำแหน่งที่ ‘เฮล่า’ ยืนอยู่ ทำให้เหล่าอันเดดในบริเวณนั้นละลายในพริบตาราวกับระเหิดระเหย ขจัดความมืดมิดทุกเศษเสี้ยวให้สิ้นซาก
นี่คือ ‘แสงศักดิ์สิทธิ์’ ซึ่งเป็นพลังของ ‘นักบวชแสง’ ลำดับ 5 แห่งเส้นทาง ‘สุริยัน’ แม้ลาโต้·กียาโรจะไม่ได้ดื่มกินโอสถของลำดับ 4 หลังจากกลายเป็น ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ชั่วคราว และไม่ได้รับพลังใหม่ในระดับครึ่งเทพ แต่พลังที่มีอยู่เดิมได้ถูกยกระดับให้เทียบเคียงกับลำดับ 4
ยิ่งไปกว่านั้น ‘แสงศักดิ์สิทธิ์’ นี้ได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว มิได้มาจากดวงอาทิตย์เพียงดวงเดียวอีกต่อไป หากแต่ดวงดาราทั้งหมดในนภาดาวไร้สรรพสิ่งต่างมอบพลังให้แก่มัน ผสานกับความพิเศษของน่านน้ำแห่งนี้ แม้ความเข้มข้นในการชำระล้างและทำลายสิ่งสกปรกจะด้อยกว่า ‘แสงเจิดจรัส’ ของลำดับ 4 ในเส้นทางเดียวกัน แต่ขอบเขตการโจมตี รวมถึงบริเวณที่ได้รับผลกระทบกลับขยายใหญ่ขึ้นมาก
ลาโต้·กียาโร ผู้เป็น ‘บุตรแห่งทะเล’ ตั้งแต่ข้ามมิติมา และมี ‘พร’ ในระดับไม่ธรรมดา ได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนก่อนเลือกโอสถเส้นทาง ‘สุริยัน’ โดยเชื่อว่านอกจากจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายแล้ว ยังอาจผสานกลมกลืนกับสายเลือดและพลังดั้งเดิมของตน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอันน่าพิศวง
และผลลัพธ์ก็เป็นไปดังที่เขาคาดการณ์
ทันใดนั้น ลาโต้·กียาโรพลันหมุนกาย
ในบริเวณที่เคยเป็น ‘ด้านหลัง’ ของเขา ร่างของลูเมี่ยนปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน
เด็กหนุ่มหวังฉวยโอกาสที่ลาโต้·กียาโร กำลังทุ่มสมาธิจัดการกับ ‘เฮล่า’ เทเลพอร์ตเข้าใกล้พร้อมกับใช้ ‘วิชาฮึ่มฮ่า’
ดวงตาของเด็กหนุ่มเผยความดุร้ายและความบ้าคลั่งที่ไม่อาจระงับได้อีกต่อไป ปราศจากความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ราวกับไม่สนใจว่าหากตนลงมือโจมตี ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ในระยะประชิดล้มเหลว แล้วจะเป็นเช่นไรต่อไป
บนกระจกตาอันมืดมนแต่ลึกล้ำของลาโต้·กียาโร พลันสะท้อนภาพดวงดาราอันเจิดจ้า ลูเมี่ยนยังไม่ทันได้เปล่งเสียง ‘ฮึ่ม’ ก็จมดิ่งสู่ความว่างเปล่า ลอยล่องอยู่ใต้นภาดาวอันกว้างใหญ่ไพศาลและห่างไกล ไม่อาจพบเห็นร่างของเป้าหมายอีกต่อไป
ลาโต้·กียาโรละสายตา หันกลับไปมองเรือใบที่ยังคงมีแสงสว่างหลงเหลืออยู่
เขารู้สึกว่าศัตรูอย่างลูเมี่ยน·ลีนั้นน่ารังเกียจเหลือเกิน มิใช่ว่าเมื่อครู่ไม่สามารถใช้วิธีรุนแรงสังหารเด็กหนุ่มได้ แต่หากลงมือปลิดชีพไปทั้งอย่างนั้น เรื่องราวอาจกลับยิ่งเลวร้ายลง ตนอาจต้องเผชิญกับความเกรี้ยวกราดอันไม่เลือกหน้าของคนใหญ่คนโตบางพระองค์
ทางเลือกของเขาคือ อาศัยอำนาจของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ เนรเทศศัตรูเข้าสู่ ‘นภาดาวไร้สรรพสิ่ง’ ที่ตนสร้างขึ้น ปล่อยให้อีกฝ่ายหลงทางอยู่ภายในนั้น ไม่อาจพบ ‘เส้นทาง’ สำหรับออกมาในเวลาสั้นๆ
เมื่อเขาได้ครอบครองเรือเหาะลำนั้น กลายเป็น ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ อย่างแท้จริงแล้ว จึงค่อยกลับมาจัดการปัญหาอย่างไม่เร่งร้อน
ในเวลาเดียวกัน ฆวน·โอโร ผู้กำลังต่อสู้กับสมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์อยู่ภายใน ‘นภาดาวไร้สรรพสิ่ง’ ของตน พลันรู้สึกถึงความผิดปกติ
พลังของตนกำลังเสื่อมถอยอย่างฮวบฮาบ อำนาจครอบครองเหนือมหาสมุทรแห่งนี้ค่อยๆ ลดน้อยถอยลง!
ดูเหมือนว่าอำนาจชั่วคราวของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ กำลังถูกแย่งชิงไปโดยผู้อื่น
เพียงชั่วพริบตา คลื่นยักษ์ที่สามารถบดขยี้เรือน้อยใหญ่ให้แหลกลาญก็อันตรธานหายไปจาก ‘นภาดาวไร้สรรพสิ่ง’
ตัวนภาดาวเองก็ค่อยๆ พร่าเลือนไปทุกขณะ
ฆวน·โอโร ‘ปรากฏกาย’ บนเรืออีกครั้ง เห็นน้ำทะเลสีครามตั้งตระหง่านราวกับขุนเขาโอบล้อม และ ‘เห็น’ ซิมงต์·กียาโร ผู้เชื่อมโยงแน่นแฟ้นกับน่านน้ำแห่งนี้
“แกนี่เอง!” เขาเพิ่งจะคำรามออกมาด้วยความโกรธา ร่างกายก็โค้งงอลงอย่างห้ามไม่อยู่ ประหนึ่งถูกมือยักษ์ที่มองไม่เห็นกดทับลงมา บีบให้จมลงสู่พื้น
สมบัติปิดผนึกร่างมนุษย์นั้นก็กลับคืนมาด้วย สร้างความรู้สึกหนักอึ้งอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นอีกครั้ง
ลาโต้·กียาโรเหลียวมองเธอ แล้วเสกเกล็ดเรืองแสงดุจดังดวงดาวแผ่ปกคลุมใบหน้า จากนั้นก็ชี้ไปยังเรือลำที่ ‘เฮล่า’ ยืนอยู่ พลางเอ่ยด้วยภาษาที่ฟังดูเหมือนเสียงจ้อกแจ้กจอแจว่า
“¥%…&*”
เขาไม่รู้ความหมายแน่ชัดของประโยคนี้ รู้เพียงว่ามันสามารถสั่งให้อีกฝ่ายโจมตีเป้าหมายที่กำหนดได้
แม้ว่าในน่านน้ำแห่งนี้ เขาจะไม่หวั่นเกรง ‘เฮล่า’ แต่ก็ยังต้องระแวดระวัง ‘แกนดาล์ฟ’ และผู้อื่นที่อาจอยู่บนเรือใบ ดังนั้นจึงต้องทุ่มเทสุดกำลัง
ความเศร้าโศกบนใบหน้าของสมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์จางลงเล็กน้อย ดวงตาว่างเปล่าระคนสับสนพยักหน้าเบาๆ
ร่างของเธอหันไปทางเรือใบที่กำลังโคลงเคลงอยู่ในคลื่นใต้ทะเล
ทันใดนั้น ลาโต้·กียาโรก็โน้มตัวลง ล้วงคอตัวเอง
โอ้ก!
เขาอาเจียนก้อนเลือดเนื้อเหนียวหนืดยาวเรียวออกมา
ก้อนเลือดเนื้อนั้น บิดเบี้ยวดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลายเป็นรูปร่างมนุษย์อย่างรวดเร็ว
ลาโต้·กียาโรรีบลุกขึ้นยืนตรง ฉวยจังหวะรีบกล่าวว่า
“นังบ้า เธอรีบไปเปิดทางเข้าสู่ยานอวกาศเร็วเข้า!”
เขาไม่กังวลว่า ‘นังบ้า’ จะแย่งชิงตำแหน่ง ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ และกลายเป็นเจ้าของยานอวกาศลำนั้นแทน เพราะเธอไม่มี ‘สายเลือดแห่งมหาสมุทร’
ภายใน ‘นภาดาวไร้สรรพสิ่ง’ ที่ลาโต้·กียาโรสร้างขึ้น ลูเมี่ยนก็มิได้รีบร้อนหาทางออก หรือพยายามรับรู้พิกัดเพื่อ ‘เทเลพอร์ต’ ออกไปโดยตรง
เขาล้วงคอตัวเอง
โอ้ก!
เขาอาเจียนก้อนเนื้อเลือดเหนียวหนืดยาวเรียวออกมา
ก้อนเนื้อเลือดนั้นบิดเบี้ยวดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลายเป็นรูปร่างมนุษย์อย่างรวดเร็ว
…………
ณ โรงแรมโซโลว์ ห้องถัดจากห้องชุดของลูเมี่ยน
เมื่อนึกได้ว่า ‘ล่องหน’ และ ‘ซ่อนเร้นในเงา’ ไม่มีผลต่อ ‘นักเชิดหุ่น’ จินนาจึงครุ่นคิดหาวิธีที่จะค้นหาร่างต้นของ ‘โลกิ’
ตามข้อมูลที่ได้รับจากไพ่อาร์คาน่าใหญ่ เธอรู้ว่า ‘นักเชิดหุ่น’ ต้องเข้าใกล้เป้าหมายในระยะห้าเมตร จึงจะสามารถเปลี่ยนอีกฝ่ายให้เป็นหุ่นเชิดได้ นั่นหมายความว่า ‘โลกิ’ จำต้องอยู่ในรัศมีห้าเมตรโดยรอบจากลูกาโน
“น่าโมโห! มีแต่กำแพงขวางสายตาไปหมด ไม่อย่างนั้นคงจะค้นหา ‘โลกิ’ ได้ง่ายกว่านี้ ช่วงเวลานี้แขกส่วนใหญ่ก็ไม่อยู่ในโรงแรม ต่างไปร่วมงานเฉลิมฉลองในพิธีบูชาทะเลกันหมดแล้ว…”
“กำแพง…ถ้าไม่มีกำแพง…”
ครั้นไตร่ตรองมาถึงตรงนี้ จินนาก็พลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา
เธอเหลียวมองอ็องโตนี แล้วเอ่ยปากถามทันที
“คุณพกเงินมาพอไหม?”
“ค่าอะไร?” อ็องโตนีแทบไม่เคยตีความความคิดที่แท้จริงของจินนาพลาดเลย แต่คราวนี้กลับไม่เข้าใจ
“ค่าชดเชยให้เถ้าแก่โรงแรมน่ะ”
“ฉันอยากจะระเบิดห้องฝั่งตรงข้าม ห้องทแยงมุม และห้องชั้นล่างทิ้งทุกห้องเลย พวกเราตรวจสอบมาก่อนหน้านี้แล้วว่าปัจจุบันไม่มีใครอยู่ในห้องที่ว่ามา ถ้ามีคนอยู่ ก็ต้องเป็น ‘โลกิ’ หรือไม่ก็ ‘หุ่นเชิด’ ของเขาแน่!”
“ฉันคิดจะติดตั้งชนวนเพื่อวางระเบิดที่นี่ รัศมีทำลายล้างน่าจะไกลถึงเจ็ดแปดเมตร อา…ลูกาโนต้องบาดเจ็บแน่ แต่เขามีคุณนายนั่นเป็นโล่กำบัง อีกอย่าง เขาก็เป็น ‘แพทย์’ ด้วย”
“แล้วก็…เสียงระเบิดยังจะดึงดูดแม่ชีนักรบจากนิกายอุดมสมบูรณ์มาได้ด้วย!”
ยิ่งพูด จินนาก็ยิ่งคิดได้คล่องแคล่วขึ้นเรื่อยๆ
“นี่คุณเป็น ‘นักล่า’ หรือ ‘นางมาร’ กันแน่? ติดเชื้อจากลูเมี่ยนมาหรือไง…” อ็องโตนีพึมพำในใจก่อนเอ่ยปาก “คุณรีบลงมือเถอะ เวลาเหลือน้อยแล้ว ลูเมี่ยนจะรับผิดชอบค่าเสียหายเอง เขามีเงิน”
จินนารีบค้นหาชนวนระเบิดและวัตถุระเบิดต่างๆ จากในกระเป๋าเป้ โดยขณะเดียวกัน เธอก็เห็นอ็องโตนีกำลังจัดเตรียมแท่นบูชาแบบเรียบง่าย
มีบางสิ่งดลใจเธอ จึงเอ่ยปากถามว่า
“คุณจะติดต่อกับมาดามจัสติส มาดามจัดจ์เมนต์ หรือมาดามเมจิกเชี่ยน?”
“ใครก็ได้” อ็องโตนีตอบอย่างจริงจังขณะเตรียมพิธีกรรม “ถึงแม้มาดามเมจิกเชี่ยนจะต้องรอให้ถึงที่สุดก่อน จึงค่อยเริ่มเคลื่อนไหว เพื่อมิให้ผู้อยู่เบื้องหลังพวกโลกิไหวตัวทัน แต่เธอก็เคยกล่าวไว้ว่า อย่างน้อยจะมีอาร์คาน่าใหญ่สองใบมาถึงล่วงหน้า เพื่อให้ความช่วยเหลือในยามคับขัน”
“ดี” จินนาไม่แน่ใจมาตลอด ว่าเมื่อใดจึงควรขอความช่วยเหลือและรายงานต่ออาร์คาน่าใหญ่ ดังนั้น เมื่อครู่เธอจึงคิดแต่จะลองแก้ไขปัญหาด้วยตนเองก่อน
เมื่ออ็องโตนียอมเสี่ยงแบกรับ ‘ความขุ่นเคืองใจ’ ของอาร์คาน่าใหญ่เอาไว้แทน เธอก็ย่อมยินดีเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุด
ขณะที่จินนากองชนวนระเบิด กับวัตถุระเบิดต่างๆ ไว้ตรงมุมประตูใกล้กับห้องข้างเคียง อ็องโตนี·รีดก็สร้าง ‘กำแพงวิญญาณ’ อัญเชิญผู้ส่งสารของมาดามเมจิกเชี่ยนออกมา แจ้งเรื่องการปรากฏตัวของ ‘โลกิ’ ณ ที่แห่งนี้แก่อีกฝ่าย
จากนั้น เขาก็รีบหลบเข้าไปในห้องน้ำที่ติดกับห้องนอนใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดระเบิดราวหกเจ็ดเมตร
บึ้ม!
……………………………………………………..