ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 579 ช่องทางพลังงาน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 579 ช่องทางพลังงาน
ตอนที่ 579 ช่องทางพลังงาน
บนเรือประดับดอกไม้หลากสีสัน สมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์ลอยสูงขึ้น ย่างเท้าในอากาศ ค่อยๆ ก้าวไปทางเรือใบอีกลำหนึ่ง
เธอเปรียบดังลูกหินอันหนักอึ้ง กดทับอากาศโดยรอบให้บิดเบี้ยว ดึงดูดเรือเป้าหมายให้เลื่อนเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างสองฝ่ายจึงลดน้อยถดถอยลงทุกที
ในขณะเดียวกัน ดวงตาอันว่างเปล่าไร้วิญญาณของสมบัติปิดผนึกในร่างแม่ชีชุดดำผู้นี้ พลันฉาบล้นด้วยความบ้าคลั่งระคนสับสนวุ่นวาย เส้นเลือดฝอยนับไม่ถ้วนปูดโปนบนลูกตาขาว ก่อนจะแผ่ขยายอย่างรวดเร็วจนเต็มดวงตา
ด้วยอิทธิพล ‘ก่อโรค’ ของเธอ บรรดาสาวใช้แห่งทะเล รองผู้ช่วยพิธีกรรม และลูกเรือทั้งหลายบนเรือพิธีการ ซึ่งไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ต่างก็ยืนนิ่งงันอยู่กับที่ สีหน้าเลื่อนลอย แววตาว่างเปล่า กลายเป็นเช่นเดียวกับสภาพของสมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์เมื่อครู่
ในยามนั้นเอง บนเรือใบที่โผบินข้ามห้วงอวกาศเข้าใกล้ต้นตอของโรคบ้า ภายในแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ยังหลงเหลืออย่างเจือจาง แสงสว่างในจุดหนึ่งพลันมลายหาย สูญสิ้นไป ถูกความมืดมิดอันลึกล้ำกลืนกินจนเกลี้ยงเกลา
ในความมืดดังกล่าว เสียงอันแผ่วเบาแลสงบนิ่ง ดังแว่วขึ้นมา ราวกับกำลังขับขานบทกวีอันไพเราะ
สีหน้าของสมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์ในชุดแม่ชีสีดำ พลันอ่อนโยนลงในทันใด ความสับสนระคนบ้าคลั่งในดวงตาค่อยๆ จางหาย ย่างก้าวที่มุ่งไปข้างหน้าก็พลอยช้าลงตามไปด้วย
ผู้อื่นบนเรือพิธีการต่างก็เข้าสู่ภวังค์แห่งความสงบ กลายเป็นครึ่งหลับครึ่งตื่น ส่วนฆวน·โอโรรู้สึกว่า ‘มือยักษ์ที่มองไม่เห็น’ ซึ่งกดทับร่างกายของตนอยู่นั้น ได้ถอนตัวออกไปในชั่วพริบตา
เขารีบตั้งหลังตรง สาดสายตาอันเปี่ยมด้วยความโกรธาไปยังซิมงต์·กียาโร ผู้ยืนอยู่ตรงหัวเรือ
ประธานสมาคมประมงผู้นี้ พอจะเดาได้คร่าวๆ แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ด้วยเหตุว่าผู้ที่เข้าใจขั้นตอนพิธีบูชาทะเลอย่างถ่องแท้และรอบรู้รายละเอียดของ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ นั้นมีอยู่ไม่มาก อีกทั้งยังเป็นสมาชิกตระกูลเดียวกับซิมงต์·กียาโร เมื่อรวมเงื่อนไขทั้งหมดแล้ว คำตอบที่เหลืออยู่มีเพียงหนึ่งเดียว
ลาโต้·กียาโร!
“ไอ้คนทรยศ!” แม้เสียงขับขานอันแว่วไกลในความมืดจะดังมา ก็ไม่อาจดับเพลิงโทสะในใจของฆวน·โอโรได้ ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ชั่วคราวอีกต่อไป แต่ก็ยังคงมีฤทธานุภาพไม่น้อย โดยเฉพาะในทะเลแล้ว นับได้ว่าแข็งแกร่งยิ่งนัก
โครม!
น้ำทะเลที่คอยหนุนเรือพิธีการอยู่นั้น พลันพุ่งทะยานขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด ส่วนหนึ่งราวกับจะเหวี่ยงทุกคนบนเรือกลับสู่ผิวน้ำ อีกส่วนหนึ่งก่อตัวเป็นภูผาสูงตระหง่าน ฟาดฟันลงมาอย่างดุดัน พุ่งเป้าไปยังลาโต้·กียาโร ซึ่งสวมรูปโฉมของซิมงต์·กียาโร
ลาโต้พลันหันกายครึ่งหนึ่ง เหลียวมองมายังฆวน·โอโร
ทันใดนั้น ‘ภูผา’ สีครามที่กำลังจะฟาดฟันเขา ก็เกิดแข็งค้างกลางอากาศ ไม่โถมลงมาอีก กระแสน้ำที่พยายามจะผลักเรือพิธีการออกจากบริเวณนี้ก็หยุด ‘ความพยายาม’ ลงเช่นกัน
กระจกตาของลาโต้·กียาโร สะท้อนร่างของฆวน·โอโร มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ประกาศความจริงข้อหนึ่ง
“บัดนี้ ฉันคือผู้ว่าการแห่งทะเล”
พลังทั้งหมดของแก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังในการควบคุมน่านน้ำแถบนี้ ล้วนถูกฉันกดทับไว้อย่างสิ้นเชิง ไม่อาจแสดงฤทธิ์เดชใดๆ ได้!
เสียงขับขานในความมืดนั่น มีเป้าหมายหลักอยู่ที่สมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์ ส่วนอื่นๆ เป็นเพียงผลพลอยได้ แม้แต่ลาโต้·กียาโรผู้ดำรงตำแหน่ง ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ชั่วคราว ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ ทว่าด้วยการตอบสนองและแบ่งเบาภาระจาก ‘มหาสมุทร’ ช่วยให้ผลกระทบที่ได้รับไม่ถือว่ารุนแรงนัก เพียงแต่ทำให้จิตใจสงบลง ขาดซึ่งความปรารถนาที่จะต่อสู้อย่างดุเดือดหรือเข่นฆ่า
เมื่อเทียบกับฆวน·โอโร สิ่งที่ลาโต้ให้ความสำคัญมากกว่าคือ บนเรือใบลำนั้น นอกจาก ‘เฮล่า’ แล้วยังมี ‘แกนดาล์ฟ’ อยู่ด้วยหรือไม่ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ‘นังบ้า’ ได้เปิดช่องทางของยานอวกาศทันเวลาหรือไม่
ฆวน·โอโรมองดูคลื่นยักษ์สีครามที่แข็งค้างกลางอากาศโดยไม่อาจฟาดฟันลงมา แล้วหันไปมองลาโต้·กียาโร เจ้าของแววตาดูแคลนและไม่แยแสตนแม้แต่น้อย หัวใจของเขาค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ห้วงลึก
ในยามนั้น ลาโต้หันไปมอง ‘นังบ้า’ ที่กลับคืนร่างมนุษย์แล้ว กล่าวกับสหายที่สวมชุดสีเลือดอันโดดเด่นผิดปกตินั้นว่า
“เร็วเข้า”
‘นังบ้า’ มีรูปร่างไม่สูงนัก ราวหนึ่งเมตรหกสิบ ผมสีทองเข้มยุ่งเหยิงสยายไหล่ ด้วยผลของอิทธิพล ‘หนักอึ้ง’ จึงไม่มีผมเส้นใดปลิวไสว ทุกเส้นล้วนชี้ลงสู่ก้นทะเล
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยเลือดเนื้อบริสุทธิ์ ยากที่จะเห็นโฉมหน้าดั้งเดิม มือซ้ายและขวาสวมแหวนข้างละวง
แหวนที่มือซ้ายมีสีหลักเป็นทองอมชมพู ประดับอัญมณีสีแดงเข้มดั่งโลหิต ส่วนแหวนที่มือขวาเป็นแหวนเงินเรียบง่ายไร้ซึ่งลวดลาย
‘นังบ้า’ ยิ้มพลางตอบลาโต้·กียาโร
“ที่แท้นายก็ร้อนใจเป็นเหมือนกันสินะ”
นังบ้านี่…ลาโต้·กียาโรสบถในใจ
‘ฉันมีเพื่อนอยู่คนนึง’ อาจมีนิสัยเลวร้ายที่สุดก็จริง มิหนำซ้ำ ในภายหลังยังป่วยเป็นโรคจิตเวชเพราะเรื่องอื่น จนต้องเข้าไปอยู่โรงพยาบาลจิตเวช แต่ ‘นังบ้า’ นั้นแสดงอาการผิดปกติทางจิตมาตั้งแต่แรกเริ่ม เมื่อก่อนต้องคอยให้ ‘ฉันมีเพื่อนอยู่คนนึง’ รักษาอยู่เป็นประจำ จึงพอประคองสภาพจิตให้มั่นคงได้ แต่ยิ่งนานวันอาการก็ยิ่งแย่ลง
ลาโต้·กียาโรสูดหายใจลึก เงี่ยหูฟังเสียงประหลาดที่ดังมาจากภายในยานอวกาศ เพื่อต่อต้านเสียงขับขานอันแว่วไกลที่ก้องกังวานในความมืด
ไม่นานนัก เขาก็ฟื้นคืนความปรารถนาในการต่อสู้ได้บ้าง สายตาจับจ้องกลับไปยังเรือใบลำนั้นอีกครั้ง พลางยกแขนขวาขึ้น
พอฆวน·โอโรเห็นภาพนั้น ก็ยิ่งรู้สึกสิ้นหวัง
ชายชราเจ้าของผมเผ้าและหนวดเคราขาวโพลนผู้นี้ พลันกำหมัดแน่น ทุ่มฟาดลงบนอกตนเองอย่างแรง
เสียงกร๊อบดังขึ้น กระดูกอกของเขาหักสะบั้น เนื้อหนังฉีกขาด โลหิตมากมายพุ่งทะลัก ย้อมร่างกายของเขาและดาดฟ้าเรือพิธีการให้แดงฉาน
เมื่อพลังชีวิตรั่วไหลออกมาไม่น้อย เส้นผมขาวโพลนของฆวน·โอโรก็เอาชนะผลของอิทธิพล ‘หนักอึ้ง’ ได้สำเร็จ ทุกเส้นปลิวสยายขึ้นทันที
เท้าทั้งสองของเขากลายเป็นหนักอึ้ง ทุกย่างก้าวที่เดินไปข้างหน้า ราวกับขุนเขาเหยียบย่ำผืนปฐพี
ลาโต้·กียาโร ผู้เตรียมจะควบคุมน้ำทะเลรอบๆ ให้ไหลบ่าเข้ามา ท่วมท้นเรือใบลำนั้น พลันพบว่าน่านน้ำแถบนี้เริ่มไม่เชื่อฟัง ‘คำสั่ง’ ของตนแล้ว
ตำแหน่ง ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ของเขากำลังสั่นคลอน
ลาโต้·กียาโรเบนศีรษะอีกครั้ง มองไปทางฆวน·โอโร ผู้มีร่างอาบย้อมด้วยโลหิต พลางหรี่ตาลงเล็กน้อย
“ไอ้ทรยศ! มหาสมุทรจะลงทัณฑ์แก!” ดวงตาของฆวน·โอโรเปล่งประกายสีเขียวหม่นข้างหนึ่ง ฟ้าอ่อนข้างหนึ่ง พร้อมกับเริ่มบีบอัดพลังงาน แล้วแผ่รังสีออกมาคนละสาย
พร้อมกันกับการโจมตีดังกล่าว เขายังทำให้ลาโต้·กียาโรกลายเป็นหนักอึ้ง ไม่อาจเคลื่อนไหวได้ตามปกติ
ลำแสงทั้งสองสายพุ่งกระทบร่างของลาโต้·กียาโรพร้อมกัน ทะลุผ่านไป จมหายลงสู่ห้วงน้ำ
ลมหายใจของลาโต้·กียาโรเพียงแค่อ่อนแรงลงบ้างเท่านั้น หาได้บาดเจ็บสาหัสดังที่ฆวน·โอโรคาดคิดไม่
ภายในร่างของสมาชิกแกนหลักแห่ง ‘วันเอพริลฟูล’ เจ้าของโค้ดเนม ‘อุลตร้าแมน’ ผู้นี้ มีแสงตะวันสายแล้วสายเล่าแตกแขนงพุ่งออกมา ชำระล้างพลังตกค้างที่กัดกร่อนและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกายของตน
เขายกคางขึ้นเล็กน้อย เปล่งวาจาสามคำที่มีเสียงประหลาดผิดแผกยิ่งนัก
“%%&(”
นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของภาษาชุดเดียวกับที่ใช้เปิดยานอวกาศ ความหมายคร่าวๆ คือการมอบสิทธิ์บางประการให้ คล้ายกับการเปิดรอยแยกบนตราผนึก แม้ไม่ได้ ‘ผสานรวม’ กับน่านน้ำแถบนี้ ก็ยังสามารถได้รับพลังบางส่วนของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’
ลาโต้·กียาโรตัดสินใจใช้มันในตอนนี้ ก็เพื่อเสริมอำนาจในการแย่งชิงพลังกลับคืนมาจากฆวน·โอโร
ฮึ! ไอ้พวกโง่เขลา ฝูงคนเบาปัญญา! ผ่านมาตั้งหลายปี กลับไม่เคยศึกษาเสียงที่ได้ยินในพิธีบูชาทะเลแต่ละครั้งให้กระจ่าง
นั่งทับสมบัติไว้แท้ๆ แต่กลับไม่รู้จักขุดค้น!
สละชีวิตหรือ? เสียสละตนเองอย่างนั้นหรือ?
ไร้ความหมายสิ้นดี!
สติปัญญาและพลังต่างหากคือแก่นแท้!
ฆวน·โอโร ผู้ยังมีโลหิตไหลรินจากทรวงอก พลันพบว่าอำนาจของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ได้เปลี่ยนมือไปอีกครา จึงจ้องมองลาโต้·กียาโรด้วยสายตาที่ทั้งงุนงงและหวาดกลัว ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจตนหนึ่ง
เหตุใดกัน? เหตุใดมหาสมุทรจึงโปรดปรานเขามากกว่า?
เหตุใดมหาสมุทรจึงเอ็นดูไอ้คนทรยศผู้นี้ยิ่งกว่า?
ในยามนั้น ‘นังบ้า’ ที่อยู่อีกฟากของหัวเรือ ก็เพิ่งกล่าวบทสั่งการอันวิปลาสนั้นจบลง
วัตถุมหึมาสีเทาเงินใต้ท้องทะเลพลันสั่นสะเทือนแผ่วเบา แต่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทำเอาพื้นทะเลกับมวลน้ำเริ่มปั่นป่วน
ภายในวัตถุมหึมานั่น ลำแสงบริสุทธิ์สายแล้วสายเล่ารวมตัวกัน ประสานเป็นหนึ่งเดียว พุ่งออกจากช่องว่างทางเข้าที่เปิดอ้า ตกกระทบขอบเรือพิธีการประดับดอกไม้หลากสี ก่อเกิดเป็นอุโมงค์พลังงานโปร่งแสงดุจแก้วใส
‘นังบ้า’ มิได้กระโจนเข้าสู่มวลแสงอันบริสุทธิ์นั้นในทันที
เธอทราบดีว่า เมื่อยานเหาะถูกเดินเครื่องและเริ่มดำเนินการ พลังที่สั่งสมมานานแสนนานในส่วนลึกของตราผนึก จะระเบิดปะทุออกมา ส่งผลให้ทุกคนตรงนี้ เว้นแต่ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ล้วนจะถูกฉีกร่างเป็นชิ้นๆ
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เธอเตรียมวิธีรับมือไว้แล้ว แหวนเงินเรียบๆ ที่สวมอยู่บนนิ้วมือขวา คือสิ่งที่ได้มาจากกวีเร่ร่อน ตัวแหวนถูกเคลือบด้วย ‘พร’ ที่ได้รับจากพิธี ‘เคารพบรรพชน’ สามารถขโมยพลังเหล่านี้ได้ แล้วกระจายออกไปสู่ ‘บุตรแห่งทะเล’ ในบริเวณนี้ รวมถึงทั่วทั้งท่าเรือซานตา
แน่นอน ผู้ที่อยู่ตรงนี้ย่อมได้รับพลังในปริมาณมาก ส่วนจะทนรับไหวหรือไม่ จะกลายเป็นสัตว์ประหลาดหรือไม่ ก็ต้องแล้วแต่โชคชะตาของแต่ละคน
เมื่อถึงเวลานั้น พวกสมาคมประมงคงจะคิดว่าพิธีบูชาทะเลสำเร็จแล้ว โห่ร้องด้วยความยินดี เต้นระบำด้วยความปีติ แต่ความจริงแล้ว ‘มหาสมุทร’ ของพวกเขาถูกขโมยไปแล้ว ช่างเป็นการเย้ยหยันอันยิ่งใหญ่ เพียงแค่คิดถึงก็ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มยิ่งนัก
ขณะที่ ‘นังบ้า’ เตรียมจะใช้แหวนวงนั้น ก็พลันเกิดลางสังหรณ์อันตรายอย่างแรงกล้า
ร่างของเธอหายวับไปจากจุดเดิมกะทันหัน แล้วโผล่อีกครั้งห่างออกไปไม่กี่ก้าว
เงามืดผงาดขึ้นจากดาดฟ้าตรงจุดที่เธอยืนอยู่เมื่อครู่ แต่ไม่อาจโอบล้อมเธอไว้ได้
‘นังบ้า’ เห็นมิสเตอร์ K ผู้สวมเสื้อคลุมและหมวกฮู้ดสีเลือด แล้วจึงเห็นลูเมี่ยน·ลี ผู้สวมต่างหู ‘คำลวง’ แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนกลับเป็นโฉมหน้าดั้งเดิม
…………
ณ ท่าเรือซานตา ภายในคฤหาสน์ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’
‘กวีเร่ร่อน’ ยืนอยู่ริมหน้าต่าง ชื่นชมวัชพืชภายนอก นับเวลาในใจ รอคอยให้พิธีบูชาทะเลพัฒนาไปอีกขั้น
เมื่อใดก็ตามที่ ‘พร’ แห่งมหาสมุทรถูกส่งมาถึง แม้จะช้าไปบ้างก็ตาม จนผู้คนแห่งหมู่บ้านมิโลเริ่มโห่ร้องด้วยความยินดี เขาก็จะเดินออกจากคฤหาสน์อย่างโจ่งแจ้ง ละทิ้งกลุ่มคนที่ถูกหลอกลวงเหล่านี้ไว้เบื้องหลัง
เมื่อถึงเวลานั้น ทุกคนที่พยายามขัดขวางแผนการ ก็คงถูกพลังแห่งมหาสมุทรฉีกร่างเป็นชิ้นๆ ไปหมดแล้ว
หาก ‘พร’ อันล่าช้ามาไม่ถึง มิได้มอบพลังให้แก่คนหมู่มาก ท้องฟ้ากับทะเลเกิดความแปรผัน ประหนึ่งหายนะใกล้จะมาเยือน เขาก็แค่รอคอยให้ยานอวกาศหรือ ‘นังบ้า’ มารับตัวไป
แน่นอน เขาจะไม่รอคอยอยู่ฝ่ายเดียว หากภายในสิบนาที พิธีบูชาทะเลยังไม่ปรากฏความคืบหน้าใดๆ เพิ่มเติม เขาจะใช้พลังของตัวเองตีฝ่าออกไป ย้ายแหล่งกบดานแล้วซ่อนตัว
พลังในช่วงต้นของเส้นทาง ‘นักโจรกรรม’ นั้นไม่ถือว่าแข็งแกร่งนัก ‘กวีเร่ร่อน’ ผู้ค่อยๆ ไต่เต้ามาทีละขั้น ได้บ่มเพาะนิสัยระแวดระวังมาแต่ไหนแต่ไร
……………………………………………………..