ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 581 ช่องว่าง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 581 ช่องว่าง
ตอนที่ 581 ช่องว่าง
เมื่อเห็นเถาวัลย์สีเขียวอมฟ้าขนาดมหึมาห้อยระย้าลงมา ประหนึ่งว่ารถม้าของจริงสามารถวิ่งบนนั้นได้ ลูเมี่ยนรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปสู่ภาพในอดีตเมื่อหลายปีก่อน ยามราตรีที่เขานั่งฟังพี่สาวเล่านิทานปรัมปรา
ฉากอันงดงามวิจิตรตระการตาในนิทาน จินตนาการอันไร้ขอบเขตเหล่านั้น ราวกับถูกนำมาแสดงบนโลกแห่งความเป็นจริงเบื้องหน้า
ทว่า ‘อุลตร้าแมน’ ลาโต้·กียาโร กลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งอันตราย
ผู้ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ระดับนี้ได้ ย่อมไม่ใช่ผู้วิเศษในลำดับกลางหรือต่ำ จะต้องเป็นนักบุญผู้ก้าวผ่านประตูแห่งเทวบารมีแล้วอย่างแน่นอน และอาจจะไม่ใช่แค่ลำดับ 4 เสียด้วย!
ครึ่งเทพผู้ทรงพลังอีกท่าน ได้ปรากฏกายแล้ว!
เป็นผู้ใดกัน? โผล่มาจากไหน?
นี่มิใช่ฝีมือของ ‘แกนดาล์ฟ’ อย่างแน่นอน ผู้อื่นอาจไม่ทราบ แต่ ‘โลกิ’ ได้ลองสืบประวัติประธานใหญ่แห่ง ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ ผู้นั้นมาแล้ว จึงทราบดีว่าแท้จริงเขาคือผู้วิเศษเส้นทาง ‘นักรบ’ ผู้หลงใหลในการวิจัยและศาสตร์เร้นลับ
ในพริบตานั้น ลาโต้·กียาโรเห็นเงาดำพุ่งทะยานลงมาตามเถาวัลย์สีเขียวอมฟ้าขนาดมหึมา
มันคือฟักทองยักษ์ ซึ่งถูกลากจูงโดยหนูสีเทาจำนวนมาก
บนผิวสีส้มของฟักทองเปิดช่องโหว่ ภาพรวมดูคล้ายรถม้า ภายในมีสตรีนางหนึ่งนั่งเด่นสง่า สวมอาภรณ์ยาวสีม่วง รองเท้าดูคล้ายกับสร้างจากแก้วคริสตัล
“รถม้าฟักทอง หนูลากจูง รองเท้าแก้ว…นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ? นังนั่นเป็นใคร?” ลาโต้·กียาโรเบิกตากว้าง อดไม่ได้ที่จะสบถคำหยาบในใจ ด้วยถ้อยคำที่เขาชอบใช้ก่อนจะมาอยู่โลกนี้
นี่มันซินเดอเรลล่าไม่ใช่หรือ?
โรซายล์เคยเขียนนิทานเรื่องนี้ด้วยหรือ? ทำไมถึงไม่เป็นที่แพร่หลาย ไม่มีใครรู้จัก?
ชั่วขณะนั้น ลาโต้·กียาโรถึงกับไม่อาจวินิจฉัยได้ว่า ผู้มาเยือนเป็นครึ่งเทพจากฝ่ายอื่น หรือเป็นผู้แกร่งกล้าที่ซุกซ่อนตัวอยู่ภายใน ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ กันแน่
เขาสงบจิตใจ แล้วสบถเบาๆ ว่า ‘ซวยฉิบ’ ก่อนจะฝืนใจเตรียมเข้าปะทะกับครึ่งเทพผู้มาใหม่
ก่อนจะเข้าสู่การต่อสู้ ‘อุลตร้าแมน’ ลาโต้·กียาโร เบือนหน้าไปจ้องมอง ‘นังบ้า’ อย่างดุดัน
เขาไม่มีเวลาเอื้อนเอ่ย แต่แววตาบ่งบอกถึงเจตนาที่ต้องการสื่อได้อย่างชัดเจน
“เร่งมือเร็วเข้า! เลิกทำเป็นเล่นสักที!”
สุดท้าย ‘นังบ้า’ ก็รับรู้ถึงสารที่ ‘อุลตร้าแมน’ ต้องการถ่ายทอด จึงพยายามจะ ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังทางเข้าของช่องพลังงาน ทว่าเธอกลับไม่ได้ปรากฏกายที่นั่น หากแต่ร่างกายถูกวาดเป็นเงาในตำแหน่งก่อนถึงจุดหมายเล็กน้อย
นั่นเป็นเพราะมิสเตอร์ K กับลูเมี่ยนต่างก็ ‘เทเลพอร์ต’ มาบริเวณใกล้เคียง โดยมุ่งเป้าโจมตีไปยังทางเข้าช่องพลังงาน
โครม!
ไม่ว่าจะเป็นสมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์ที่ใช้พลัง ‘หนักอึ้ง’ อีกครั้ง หรือลาโต้·กียาโรผู้ยกแขนขวาขึ้น เพื่อสร้างคลื่นยักษ์สีครามดุจดังขุนเขา ต่างก็ทำให้กระแสน้ำรอบโพรงใต้ทะเลแห่งนี้สั่นสะเทือนอย่างหนักหน่วง ราวกับว่ามันกำลังจะพังถล่มลงมา
ในจังหวะนั้นเอง ‘ซินเดอเรลล่า’ ที่นั่งอยู่ในรถม้าฟักทอง ก็ผลักประตูออกมายืนขึ้น
เธอกางแขนทั้งสองข้าง เบื้องหลังปรากฏไม้กางเขนขนาดมหึมาสีดำสนิทดุจเหล็กกล้า
ไม้กางเขนนั้นหนักอึ้งยิ่งนัก แม้แต่ ‘ซินเดอเรลล่า’ ยังแทบทนรับไว้ไม่ไหว ราวกับว่ามันได้รวบรวมบาปทั้งมวลในโลกนี้ไว้
ไม้กางเขน… ‘อุลตร้าแมน’ ลาโต้·กียาโร ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็พลันเห็นห้องว่างเปล่าปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
ภายในห้อง เปลวเทียนผุดขึ้นทีละดวง ส่องสว่างให้เห็นโต๊ะยาวที่เต็มไปด้วยเลือดเนื้อ
ทั้งสองฝั่งของโต๊ะมีร่างเลือนรางสามร่างนั่งหลังค่อม แต่ละคนถือเนื้อในมือ แทะ กัด กลืนกินไม่หยุดหย่อน
ทันใดนั้น ร่างทั้งสามก็พร้อมใจกันหันศีรษะมา จ้องมองมายังลาโต้·กียาโร
ลาโต้·กียาโรแข็งค้างอยู่กับที่ ประหนึ่งว่าสายตาเหล่านั้นได้ทะลุทะลวงความลับทั้งมวลของเขา แยกส่วนเขาในระดับองค์ประกอบพื้นฐานของจิตวิญญาณและเนื้อหนัง
ความหนาวเหน็บแล่นขึ้นจากก้นบึ้งหัวใจ ทันใดนั้น เขาพลันตระหนักถึงเจตนาร้ายอันรุนแรงและน่าสะพรึงกลัว
เจตนาร้ายดังกล่าวมิได้มาจากครึ่งเทพผู้มาใหม่ หากแต่เป็นวัตถุมหึมาสีเงินเทาที่ติดอยู่ใต้ท้องทะเลต่างหาก!
ยานอวกาศที่ลาโต้·กียาโรปรารถนาจะได้มาครอบครองนั้น กลับแผ่ไอคุกคามมายังเขา!
ลาโต้·กียาโรพลันร่วงหล่นจากตำแหน่ง ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ แม้จะได้รับพรใหม่มา ก็ไม่อาจเอื้อมถึงระดับครึ่งเทพได้อีกต่อไป
เขาถูกยานอวกาศลำนั้นทรยศหักหลัง
เหตุเพราะเวทมนตร์ที่ ‘ซินเดอเรลล่า’ ใช้เมื่อครู่นี้มีนามว่า ‘งานเลี้ยงแห่งการทรยศ’ อานุภาพของมันคือการปลุกหรือประทานปัญญาให้แก่วัตถุบางชิ้นของเป้าหมายชั่วขณะ ทำให้วัตถุนั้นกระทำการ ‘ทรยศ’
เมื่อลาโต้·กียาโรผนวกรวมตนเองเข้ากับน่านน้ำแถบนี้ ได้รับสิทธิ์ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ชั่วคราว ยานอวกาศลำนั้นจึงเสมือนเป็นวัตถุที่เขายังไม่ได้ควบคุมอย่างสมบูรณ์
และวัตถุที่ยังควบคุมไม่สมบูรณ์นั้น ย่อมทรยศได้ง่ายที่สุด!
‘ซินเดอเรลล่า’ เปิดฉากด้วย ‘งานเลี้ยงแห่งการทรยศ’ ก็เพราะเธอหยั่งรู้ถึงจุดนี้อย่างแหลมคม
ขณะเดียวกัน สภาพแวดล้อมปิดตายยังเอื้ออำนวยให้เธอใช้เวทมนตร์นี้ได้ หากเป็นสถานที่อื่นคงไม่กล้าใช้เป็นแน่
ในชั่วขณะนั้น ลาโต้·กียาโรทั้งตกตะลึงทั้งหวาดกลัว ราวกับถูกสาดน้ำแข็งทั้งถังใส่ศีรษะ ความเย็นเยียบแล่นไปทั่วร่าง
นับแต่เขาสามารถผสานรวมกับน่านน้ำแห่งนี้ ได้รับสิทธิ์ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ชั่วคราว เขาก็เชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า แม้แต่ครึ่งเทพลำดับ 4 หรือแม้กระทั่งลำดับ 3 ซึ่งก็คือนักบุญในสายตาของสามัญชน ก็ไม่อาจจัดการเขาได้ง่ายนักในอาณาเขตนี้
มันทำให้ลาโต้·กียาโรรู้สึกว่า ตนก็อยู่ในระดับเดียวกับอีกฝ่าย เพียงแต่ศักยภาพจะเบ่งบานก็ต่อเมื่อได้สู้ในถิ่นของตัวเอง
ทว่าบัดนี้ ‘ซินเดอเรลล่า’ เพียงใช้เวทมนตร์เดียว ก็พรากสิทธิ์ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ไปจากเขา ทำให้เขาตกจากครึ่งเทพกลับสู่ลำดับ 5 ไร้ซึ่งเทวบารมี ไม่อาจควบคุมมหาสมุทรได้อีกต่อไป
แม้ว่าขณะนี้เขายังคงเป็นผู้วิเศษลำดับ 5 ที่ได้รับทั้งโอสถและพร ครอบครองพลังพิเศษมากมาย แต่ลาโต้·กียาโรก็ไม่คิดว่าตัวเองในสภาพนี้ จะสามารถต่อกรกับครึ่งเทพที่แท้จริงได้
“ครึ่งเทพที่อาศัยวัตถุเพื่อแปรสภาพชั่วคราวนั้น ช่างอ่อนแอเหลือเกินเมื่อเผชิญหน้ากับครึ่งเทพแท้ อ่อนแอถึงเพียงนี้ ถึงขนาดที่เมื่อถูกโจมตี แม้แต่ช่วงเวลาเพียงลมหายใจเดียวก็ยังทนไม่ได้…” ลาโต้·กียาโรได้ประจักษ์แจ้งถึงความหมายของคำว่า ‘ครึ่งเทพตัวจริง’ ความรู้สึกสำนึกผิดและสิ้นหวังพลันท่วมท้นหัวใจ
ทันใดนั้น วัตถุมหึมาสีเทาเงินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ส่งผลให้ช่องทางพลังงาน ณ ทางเข้ายานเปลี่ยนตำแหน่งไป ก่อนจะ ‘ฉายแสง’ อาบร่างของลาโต้·กียาโรในบันดล
นี่คือส่วนหนึ่งของการ ‘ทรยศ’ ของมัน มุ่งหมายจะเปลี่ยน ‘ผู้ครอบครอง’ เมื่อครู่ให้กลายเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อในถังบ่ม!
ลาโต้·กียาโรตะลึงงันไปชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความปีติอันล้นพ้น
นี่คือโอกาส!
โอกาสที่จะได้เข้าไปในยานอวกาศ ช่วงชิงอำนาจควบคุม และเปิดทางหนีรอด!
โชคร้ายและความสิ้นหวังเมื่อครู่ กลับแลกมาด้วยโอกาสเช่นนี้!
เมื่อเห็นฉากตรงหน้า ลูเมี่ยนมิได้ลังเล รีบใช้พลัง ‘ข้ามโลกวิญญาณ’ อีกครั้ง มาปรากฏกายที่ปากทางช่องพลังงาน แล้วก้าวเข้าไปโดยไม่รีรอ พุ่งทะยานสู่ภายในของวัตถุมหึมาสีเทาเงิน
‘นังบ้า’ ตามติดมาติดๆ มิสเตอร์ K ก็มิได้ขัดขวาง เพียงตามเข้าไปด้วย
…………
ณ คฤหาสน์ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ในหมู่บ้านมิโล
‘กวีเร่ร่อน’ ผู้กำลังคิดหาหนทางหลบหนี พลันได้ยินเสียงโห่ร้องดังก้องมาเป็นระลอก
เสียงโห่ร้อง…หัวใจของ ‘กวีเร่ร่อน’ สั่นไหว จึงวิ่งออกจากห้องคนรับใช้ มาหยุดยืนริมหน้าต่างบานใกล้สุดทางฝั่งท่าเรือ แล้วมองไปทางชาวบ้านที่รวมตัวกันอยู่
ตลอดการเคลื่อนไหวดังกล่าว ไม่มีสัตว์รับใช้แห่งมหาสมุทรตนใดออกมาขัดขวางอดีต ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ผู้นี้เลย
‘กวีเร่ร่อน’ เห็นชาวบ้านจำนวนมากชูมือทั้งสองข้างสูงเหนือศีรษะ ราวกับกำลังต้อนรับคลื่นทะเล พลางได้ยินเสียงสรรเสริญมหาสมุทรดังก้องครั้งแล้วครั้งเล่า
เขารู้สึกถึงประกายแสงอันเจือจางที่โปรยปรายลงมา แล้วสาดกระเซ็นราวกับละอองน้ำไปยังผู้คนต่างๆ
เด็กๆ แถวนั้นต่างร้องตะโกนด้วยความยินดี
“พิธีบูชาทะเลสำเร็จแล้ว!”
“พิธีบูชาทะเลสำเร็จแล้ว!”
ใช่แล้ว ‘สำเร็จ’ จริงๆ นั่นแหละ… ‘กวีเร่ร่อน’ ยิ้มออกมา
สมาชิกแกนนำของ ‘วันเอพริลฟูล’ ผู้นี้ จัดแจงปกเสื้อเชิ้ตสีขาวให้เรียบร้อย สะพายกระเป๋าเป้สีน้ำตาลบนบ่า เดินอย่างโจ่งแจ้งด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเข้าสู่โถงใหญ่ของคฤหาสน์ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ แล้วก้าวออกจากประตูใหญ่
คราวนี้ ไม่มีผู้ใดขัดขวางเขา บรรดาองครักษ์ที่ประตูต่างคุกเข่าลงกับพื้น กล่าวขอบคุณพรจากมหาสมุทร
‘กวีเร่ร่อน’ ตั้งใจเดินวนรอบท่าเรือ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงสรรเสริญมหาสมุทร ทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มจากใจของผู้คน อารมณ์ของเขาก็พลอยเบิกบานขึ้นอีกนิด
ไอ้พวกโง่เง่า!
เอาหายนะมาเป็นเรื่องดี ยังจะมาเฉลิมฉลองกันอีก!
นี่สิถึงจะเรียกว่าการเล่นพิเรนทร์ นี่แหละคือการเย้ยหยันชาวเมืองท่าซานตาอย่างถ้วนหน้า… ‘กวีเร่ร่อน’ หลับตาลงด้วยความพึงพอใจ แล้วแทรกตัวออกจากฝูงชน มุ่งหน้าสู่ใจกลางหมู่บ้านมิโล โดยมีเป้าหมายอยู่ที่เทือกเขาพิไรเอสทางด้านหลัง
ในฐานะอดีต ‘นักต้มตุ๋น’ เขาเป็นผู้วางแผนหลักในปฏิบัติการด้านพิธีบูชาทะเล การที่แผนการสำเร็จลุล่วงได้อย่างราบรื่น ย่อมทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจและยินดีเป็นอย่างยิ่ง
และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ในแผนการทั้งหมดนี้ แม้เขาจะรับผิดชอบขั้นตอนสำคัญที่สุด แต่กลับเป็นส่วนที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ยากที่จะถูกเปิดโปง อีกทั้งแทบไม่ต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้ใดๆ
หลังจากเดินผ่านอาคารที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมโบราณและร่วมสมัยในหมู่บ้านมิโลได้สักพัก ‘กวีเร่ร่อน’ ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ตามแผนที่วางไว้แต่แรก หากไม่มีอุปสรรคร้ายแรงใดขวางกั้น ‘อุลตร้าแมน’ จะใช้คำสั่งที่สองเปิดช่องทางพลังงานโดยตรง และอาศัยสิทธิ์ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ชั่วคราวที่ได้รับมา เพื่อรับประกันความปลอดภัยของตัวเองกับ ‘นังบ้า’ ที่อยู่ในร่าง ด้วยวิธีนี้ เขาจะสังหารทุกคนในบริเวณนั้นทั้งหมด พร้อมทั้งสร้างความบอบช้ำอย่างหนักให้แก่ ‘ครึ่งเทพ’ ที่อาจปรากฏตัว
หากมีผู้แข็งแกร่งอย่าง ‘เฮล่า’ ปรากฏตัว และสมบัติปิดผนึกในรูปลักษณ์มนุษย์ไม่สามารถถ่วงเวลาไว้ได้ ‘อุลตร้าแมน’ ในฐานะ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ชั่วคราวจะเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย คอยถ่วงเวลาศัตรูอีกแรง เปิดโอกาสให้ ‘นังบ้า’ ใช้แหวนที่ผ่านการปลุกเสก แปรเปลี่ยนพลังลึกล้ำที่ปะทุออกจากภายในยานอวกาศให้กลายเป็นพร แจกจ่ายให้แก่ผู้คนทั้งหมดในน่านน้ำนั่น รวมถึง ‘บุตรแห่งทะเล’ ทุกคนในเขตเมืองท่าซานตา เพื่อปัดอันตรายให้พ้นตัว แล้วเข้าสู่ภายใน พร้อมกับเปิดใช้งานยานอวกาศ
เมื่อได้รับ ‘พรแห่งมหาสมุทร’ แล้ว ซ้ำยังผ่านไปหลายนาที เหตุใดยานจึงยังไม่เดินเครื่องอีก?
คิดมาถึงตรงนี้ ‘กวีเร่ร่อน’ ก็เร่งฝีเท้า
กึก กึก กึก
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังมาจากเบื้องหลังเขาอีกครั้ง
……………………………………………………..