ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 583 วิวรณ์จากราชันสวรรค์
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 583 วิวรณ์จากราชันสวรรค์
ตอนที่ 583 วิวรณ์จากราชันสวรรค์
รอบเรือพิธีการและเรือใบ เต็มไปด้วยเถาวัลย์สีเขียวเส้นใหญ่ที่ทอดตัวลงมาจากที่สูง พวกมันพันเกี่ยวกันเป็นวง ก่อเกิดเป็น ‘เส้นทาง’ ไปยังสถานที่ต่างๆ
‘ซินเดอเรลล่า’ กลับขึ้นรถม้าฟักทองสีส้มสด ลากโดยหนูสีเทาฝูงนั้น พุ่งลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางเถาวัลย์ มุ่งสู่ช่องทางพลังงานอันประกอบด้วยแสงบริสุทธิ์ ดูราวกับจะเข้าไปในวัตถุมหึมาสีเทาเงินที่ปักอยู่ใต้ท้องทะเลด้วยเช่นกัน
ทันใดนั้น ฝูงหนูสีเทาก็หยุดชะงัก ‘ซินเดอเรลล่า’ ในชุดคลุมยาวสีม่วงหรี่ตาลงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ในรูม่านตาของเธอส่องประกายสีม่วงพริบพราย
เธอ ‘รู้สึก’ ได้ถึงสิ่งอันตรายยิ่งยวดที่ซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกของวัตถุมหึมาสีเทาเงินนั้น มันไม่ขยับเขยื้อน ราวกับกำลังหลับใหลหรือสิ้นชีพไปนานแล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด สัญชาตญาณของ ‘ซินเดอเรลล่า’ ก็เตือนว่าอย่าเข้าใกล้ มิฉะนั้นอาจได้รับมลพิษร้ายแรงหรือผลกระทบในลักษณะเดียวกัน
เธอเหลียวมองช่องทางพลังงานที่ร่างของพวกลูเมี่ยนหายลับเข้าไป ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันความสนใจไปยังเรือใบ
‘เจ็ดไม้’ มีตราผนึกของมิสเตอร์ฟูลติดตัวอยู่ อีกทั้งยังมีเทวทูตของเทพมารถูกผนึกไว้ จึงไม่ต้องกังวลถึงปัญหาที่สมควรต้องกลัว เพียงแต่ห้ามจ้องมองโดยตรง ห้ามฟังเสียงของมัน และห้ามเข้าไปในเขตแกนกลาง
ส่วนอีกคนหนึ่ง จากเท่าที่เห็นคงเป็น ‘คนเลี้ยงแกะ’ จะบ้าคลั่งกว่านี้อีกสักหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร
‘ซินเดอเรลล่า’ เห็นเสากระโดงและกราบเรือใบปรากฏรอยปริแตกชัดเจน ใกล้จะหักโค่นเต็มที เป็นผลมาจากแรงดึงดูดอันน่าพรั่นพรึงจากคุณสมบัติ ‘หนักอึ้ง’ ของสมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์ เธอจึงหยิบหมากรุกโรซายล์ออกมาจากถุงเหรียญสีม่วงเข้ม แล้วโยนไปยังเป้าหมายในชุดแม่ชีสีดำ
ท่ามกลางเสียงลมหวีดหวิว ตัวหมาก ‘ควีน’ ลอยวูบไปหาสมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์ เฉกเช่นเศษวัตถุอื่นๆ รอบข้าง
พร้อมกับการตกกระทบของมัน ย่างก้าวของสมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์ที่มุ่งสู่เรือใบพลันช้าลงกะทันหัน ราวกับกำลัง ‘สโลว์โมชัน’
นี่คือหนึ่งในเวทมนตร์ของ ‘ซินเดอเรลล่า’ — ‘เกมหมากรุกแห่งกาลเวลา’
มันจะทำให้เป้าหมายช้าลง ราวกับเข้าสู่มิติที่กระแสเวลาไหลต่างกัน
ทันใดนั้น ขณะที่เป้าหมายอยู่ในสภาวะเชื่องช้า ไม่อาจตอบสนองได้ทันท่วงที ‘ซินเดอเรลล่า’ หลับตาลง แยกร่างเงาออกมา แล้วทิ้งตัวลงในโลงศพที่มองไม่เห็นซึ่งเพิ่งปรากฏ
เวทมนตร์ ‘เจ้าหญิงนิทรา’!
‘เฮล่า’ บนเรือใบเห็นเช่นนั้น จึงใช้พลังแห่งเส้นทาง ‘รัตติกาล’ บังคับให้อีกฝ่ายจมดิ่งสู่แดนฝันอีกครั้ง
แม้ว่าพลัง ‘พระองค์ทรงตรัสว่า…เป็นโมฆะ’ ที่ได้ประกาศออกมาแล้ว จะยังไม่เสื่อมฤทธิ์เดชไปพร้อมกับการสูญเสียอำนาจผู้ว่าการแห่งทะเลของ ‘อุลตร้าแมน’ ลาโต้·กียาโร แต่พลังที่ ‘ถูกประกาศให้เป็นโมฆะ’ ก็มิได้หมดประโยชน์โดยสิ้นเชิง เพียงแต่จะถูกลดทอนอานุภาพลงอย่างมาก กอปรกับในขณะนี้ สมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์เองก็กำลังอ่อนล้า โงนเงน ใกล้จะผล็อยหลับเต็มที
ในสภาวะเช่นนี้ ย่อมง่ายดายยิ่งขึ้นที่จะล่วงเข้าสู่ห้วงฝัน
ในท้ายที่สุด สมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์ในชุดแม่ชีสีดำก็หลับตาลง จมดิ่งสู่นิทราอย่างสมบูรณ์ หลับใหลสู่ความฝันอันเศร้าหมอง จนใบหน้าถึงกับต้องบิดเบี้ยวแผ่วเบา พลางขมวดคิ้วแน่น
บนเรือใบ ความมืดสนิทอันลึกล้ำผุดขึ้นอีกครา โอบล้อมสมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์ไว้ภายใน ก้องกังวานด้วยเสียงอันไกลโพ้นที่นำมาซึ่งความสงบและสันติ
ราวกับมารดากำลังขับขานบทกวีกล่อมนอนให้แก่บุตรที่ใกล้จะหลับใหล เพื่อให้หลับสนิทยิ่งขึ้น
สมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์ในชุดแม่ชีสีดำหลับตาแน่น ยืนลอยกลางอากาศ ค่อยๆ ร่วงหล่นลงมา ตกลงบนดาดฟ้าเรือใบ
คิ้วของเธอค่อยๆ คลายออก ใบหน้าอ่อนโยนลงทีละนิด ตรงหางตามีหยาดน้ำใสระยิบเกาะพราว
บนเรือพิธีการที่ได้รับ ‘พร’ จากมหาสมุทร สาวใช้แห่งทะเลผู้มีเกล็ดเรืองแสงดั่งดวงดาว รองผู้ช่วยพิธีกรรม และเหล่าลูกเรือ ต่างสงบลงอย่างรวดเร็ว ทยอยผล็อยหลับไปท่ามกลางความมืดมิดและเสียงขับขาน
ฟรังก้าที่อยู่ในห้องพักบนเรือใบ ทำได้เพียงตะลึงงันกับภาพต่อสู้เมื่อสักครู่
“น…นั่นมัน ‘ซินเดอเรลล่า’ ไม่ใช่หรือ?”
“น…นั่นมัน ‘แจ็คผู้ฆ่ายักษ์’ ไม่ใช่หรือ?”
“ใช้เวทมนตร์แบบไหนกัน?”
“น…นั่นมัน ‘เจ้าหญิงนิทรา’ ไม่ใช่หรือ?”
“เธอเป็นใครกัน? เราหลงเข้ามาในโลกแห่งเทพนิยายหรือ?”
“จะว่าไปก็เหมือนกับความฝันจริงๆ …”
“สองครึ่งเทพร่วมมือกันช่างแข็งแกร่งนัก ควบคุมสมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์นั่นได้ในพริบตาเดียว…”
“เราก็อยากเป็นครึ่งเทพเหมือนกัน!”
“ให้เป็น ‘นางมาร’ ครึ่งเทพก็เอา…”
เมื่อได้สติ ฟรังก้าพรางกายหายวับ แล้ววิ่งออกจากเรือใบทันที อาศัยการเร่งความเร็วผสานกับความสามารถ ‘ร่วงหล่นดั่งขนนก’ ของนักลอบสังหาร กระโดดเบาหวิวไปทางเรือพิธีการ หมายจะเข้าใกล้ช่องทางพลังงานที่อยู่บริเวณหัวเรือ
………
ภายในวัตถุมหึมาสีเทาเงิน
หลังจากลูเมี่ยนผ่านเข้าไปในช่องทางพลังงาน ก็พบว่าตนเองมิได้อยู่ในรังผึ้งโลหะที่เห็นก่อนหน้านี้
เด็กหนุ่มยืนอยู่บนพื้นโลหะสีขาวเงิน เบื้องหน้าคือห้องโถงใหญ่ยาวหลายสิบเมตร กว้างราวยี่สิบถึงสามสิบเมตร
ณ กลางห้องโถง ‘อุลตร้าแมน’ ลาโต้·กียาโร ผู้สวมใบหน้าของซิมงต์·กียาโร กำลังยืนเปล่งวาจาด้วยความปีติยินดี
“* ((……¥#”
นี่คือส่วนแรกของคำสั่งเพื่อเปิดใช้งานยานอวกาศ อันหมายถึงการป้อนรหัสผ่านเพื่อรับสิทธิ์การควบคุม
ทว่า ยานอวกาศลำนี้กลับไม่ตอบสนอง ไร้ซึ่งความเปลี่ยนแปลงใดๆ
บัดซบ! จนป่านนี้แล้วยังไม่ยอมมอบสิทธิ์ให้ควบคุมสักที…ความคิดพยาบาทของมันคงเป็นผลจากพลังของครึ่งเทพผู้นั้น ต้องดำรงอยู่ได้ไม่นานแน่ ขอเพียงเราสามารถประวิงเวลาไว้อีกสักนิด ย่อมจะได้รับสิทธิ์ในการควบคุมอีกครั้ง…สมบัติปิดผนึกรูปลักษณ์มนุษย์จะช่วยถ่วงเวลาสองครึ่งเทพนั่นได้ไหมนะ? หรือว่าเราต้องอาศัยโครงสร้างภายในของยานลำนี้เพื่อเล่น ‘ซ่อนหา’? ความคิดมากมายแล่นผ่านจิตใจอันร้อนรุ่มของ ‘อุลตร้าแมน’
ในยามนั้นเอง เขาเหลือบมองผ่านผนังโลหะโปร่งแสงด้านข้างของห้องโถง เห็น ‘ซินเดอเรลล่า’ ผู้ทรงรถม้าฟักทองหยุดลงใกล้ช่องทางพลังงาน ราวกับกำลังหวั่นเกรงบางสิ่ง
“อย่างที่คิด!”
“เธอไม่กล้าเข้ามา!”
อารมณ์ปีติยินดีอย่างล้นพ้น พลันทะลักท่วมท้นในห้วงจิตใจของ ‘อุลตร้าแมน’ ลาโต้·กียาโร
ก่อนปฏิบัติการครั้งนี้ ‘โลกิ’ ได้จัดวางแท่นบูชา เพื่อทูลขอวิวรณ์จากราชันสวรรค์ผู้นั้น ซึ่งคำตอบที่ได้รับคือ
มีความเสี่ยงสูงยิ่ง อันมาจากผู้มีลำดับสูง การเข้าสู่ยานพาหนะจะช่วยหลีกเลี่ยงภัยนั้นได้
‘โลกิ’ ตีความวิวรณ์นี้ว่า ‘เฮล่า’ ‘แกนดาล์ฟ’ แห่ง ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ และนักบุญจาก ‘พระแม่ธรณี’ ที่ประจำการ ณ ท่าเรือซานตา คือผู้อยู่ในลำดับสูงตามคำวิวรณ์ ภยันตรายส่วนใหญ่ย่อมมาจากพวกเขา ทว่าหากสามารถชิงเข้าครอบครองยานอวกาศได้ก่อน ควบคุมวัตถุอันเป็นปริศนาและล้ำสมัยนี้ได้ ก็ไม่ต้องหวั่นเกรงผู้อยู่ในลำดับสูงอีกต่อไป
บัดนี้ ลาโต้·กียาโรพบว่า แม้ตนเองยังมิได้ครอบครองยานอวกาศอย่างแท้จริง แต่ครึ่งเทพแปลกหน้าก็ไม่กล้าย่างกรายเข้ามา ราวกับหวาดหวั่นต่อบางสิ่ง
สิ่งที่ทำให้ครึ่งเทพต้องหวาดหวั่น ลาโต้·กียาโรก็ไม่มั่นใจว่าตนจะรับมือไหว ทว่าเขามีคำสั่งและรหัสลับในการควบคุมยาน เพียงประวิงเวลาไว้สักครู่ ก็จะสามารถพลิกภยันตรายที่ซ่อนเร้นให้กลายเป็นประโยชน์แก่ตน ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวอีกต่อไป
ขณะที่ลูเมี่ยนเตรียมจะเทเลพอร์ตไปโผล่ด้านหลัง ‘อุลตร้าแมน’ ลาโต้·กียาโร ทั้งสองฝ่ายต่างได้ยินเสียงดังสนั่นพร้อมกัน
ประตูโลหะสีเงินยวงพลันทิ้งตัวลงมาปิดทางเข้าออกของห้องโถงแห่งนี้ ผนึกที่นี่เอาไว้อย่างสมบูรณ์
ทันใดนั้น บนผนังโดยรอบ เพดาน และพื้นห้อง แผ่นโลหะทยอยหมุนจมลงไปทีละแผ่น เผยให้เห็นปากท่อมืดสนิทนับไม่ถ้วน
จากปากท่อเหล่านั้น แก๊สสีฟ้าอมเขียวอ่อนปริมาณมหาศาลพลันพ่นพวยออกมา
แก๊สพิษ! หัวใจของลาโต้·กียาโรสั่นสะท้านทันที พร้อมกับเข้าใจถึงสาเหตุ
ก่อนที่ความอาฆาตพยาบาทของยานอวกาศจะจางหายไปโดยสิ้นเชิง มันไม่เพียงแต่จะไม่ยอมให้เขาควบคุม หากแต่ยังจะสร้างสารพัดกลอุบายเพื่อสังหารตน เพื่อกำจัดศัตรูอย่างตนให้สิ้นซาก
เวทมนตร์ของครึ่งเทพแปลกหน้าผู้นั้น ช่างร้ายกาจเหลือแสน!
ส่วนลูเมี่ยนกลับเห็นว่า นี่เป็นเพียงการโจมตีโดยสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตมหึมาสีเทาเงินต่อผู้บุกรุก จึงรีบปลุกพลังแห่งมหาสมุทรในกายขึ้นมาทันที พยายามจะแย่งชิงตำแหน่ง ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ชั่วคราว เพื่อรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้า
เด็กหนุ่มได้ประจักษ์กับตาตัวเองว่า หลังจาก ‘อุลตร้าแมน’ ถูกโจมตีโดยครึ่งเทพ ‘ซินเดอเรลล่า’ ก็พลันสูญเสียตำแหน่ง ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ไป และไร้ซึ่งความหวังที่จะได้กลับคืนมาในเร็ววัน มิเช่นนั้น ลาโต้·กียาโรย่อมต้องพยายาม ‘ทวงคืน’ ให้เห็น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง บัดนี้ไม่มีผู้ใดแย่งชิงอำนาจ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ กับเขา!
ทว่า ‘น่านน้ำ’ แห่งนี้กลับปฏิเสธที่จะมอบตำแหน่ง ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ชั่วคราวแก่ลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนไม่ยี่หระ เพียงหันกลับมาจดจ้องสมาชิกแกนหลักของวันเอพริลฟูล ‘อุลตร้าแมน’ ลาโต้·กียาโรอีกครั้ง
หัวใจของลาโต้·กียาโรสั่นสะท้าน พลางชิงร้องตะโกนขึ้นก่อน
“คิดจะสู้กันที่นี่หรือไง? หากไม่รีบหาทางหนีออกไป ปล่อยให้เวลาล่วงผ่าน พวกเราทุกคนจะไม่มีใครรอด!”
ในยามนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหนีออกจากห้องโถงนี้ให้ได้เสียก่อน หนีไปที่ไหนก็ได้! ความอาฆาตพยาบาทต้องดำรงอยู่ไม่นานแน่!
ค่อยแก้แค้นในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยไม่ดีกว่าหรือ? ถ้าทั้งแกและฉันต่างก็ตายในห้องนี้ แล้วใครจะไปฆ่าเพื่อนคนอื่นๆ ของฉันล่ะ?
ลูเมี่ยนขยับข้อมือทั้งสอง แล้วสวมถุงมือสนับ ‘ทุบตี’ พลางเอ่ยปากยิ้มๆ
“ฉันไม่สนว่าตัวเองจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร สิ่งที่ฉันต้องการตอนนี้มีแค่…”
“ฆ่าแก!”
ทันทีที่วาจาสิ้นสุด เปลวเพลิงสีแดงเจิดจ้าจวนขาวก็พลันลุกโชนขึ้นทั่วร่างเด็กหนุ่ม ราวกับสวมคลุมด้วยอาภรณ์เพลิงอันโชติช่วง
…………
ไม่ไกลจากลูเมี่ยนและลาโต้·กียาโรมากนัก
‘นังบ้า’ กับมิสเตอร์ K ต่างอยู่ในห้องโลหะที่คล้ายรังผึ้ง ไม่ทันได้เข้าสู่ห้องโถงเบื้องหน้า
มิสเตอร์ K กวาดตามองรอบห้อง สายตาสอดส่องผ่านร่างของสิ่งมีชีวิตที่กำลังเติบโต ทั้งแมลงดำบาร์ตินส์ ปีศาจน้อย และอื่นๆ ก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“อย่างที่คิด เป็นพลังของเทพมารจริงๆ …บรรดาบริวารของเทพมาร”
“ทำดีมากลูเมี่ยน! ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
“ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการจัดแจงของพระองค์!”
ขณะเสียงแหบพร่าดังก้องกังวาน ผู้แจ้งสารแห่ง ‘ชุมนุมแสงเหนือ’ ก็หันกลับมามอง ‘นังบ้า’ อีกครั้ง
‘นังบ้า’ มิได้แสดงความหวาดกลัวแต่อย่างใด กลับปรบมือแสดงความเห็นพ้องกับวาจาของมิสเตอร์ K
เธอเอ่ยด้วยท่าทีราวกับทั้งสองอยู่คนละคลื่นความถี่
“ใช่แล้ว เจ๋งไหมล่ะ? นี่คือยานอวกาศเชียวนะ!”
……………………………………………………..