ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 588 ระดับความคลั่ง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 588 ระดับความคลั่ง
ตอนที่ 588 ระดับความคลั่ง
เพียงพริบตาเดียว มิสเตอร์ K ก็เปลี่ยนมา ‘ปล่อยแกะ’ ดวงวิญญาณ ‘นักท่องเที่ยว’ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยภาพซ้อนเหลื่อมอันเลือนราง ราวกับซุกซ่อนประตูมากมายที่เชื่อมสู่สถานที่ต่างๆ
ขณะที่ร่างของเขาเพิ่งจะเริ่มจางลง ลำแสงสีขาวโชติช่วงก็โอบล้อมร่างนั้นไว้ทันที
ชั่วอึดใจถัดมา มิสเตอร์ K ที่สูญเสียสภาพ ‘จำแลงปีศาจ’ ก็ปรากฏกายที่มุมหนึ่งของรังผึ้งโลหะ ร่างกายละลายไปเกือบครึ่ง ดุจเทียนไขที่หยดเลือดเนื้อลงมา
เส้นทาง ‘ผู้วิงวอนความลับ’ เป็นตัวแทนแห่งความเสื่อมทราม จึงถูกพลังของเส้นทาง ‘สุริยัน’ ข่มได้โดยง่าย
เมื่อก้อนเลือดเนื้อกึ่งละลายหยดลงบนพื้นโลหะ มันก็แทรกซึมลงไปอย่างน่าพิศวง ถูกยานอวกาศที่ ‘นังบ้า’ กล่าวถึงดูดกลืนเข้าไป
พร้อมกันนั้น มิสเตอร์ K ก็ถูกมือยักษ์ที่มองไม่เห็นกดแนบติดพื้น ไม่ว่าจะพยายามสักเพียงใดก็ไม่อาจดึงร่างออกจาก ‘ภายใน’ พื้นโลหะได้ คนทั้งคนค่อยๆ จมลงไปทีละน้อย
‘นังบ้า’ เห็นดังนั้น ดวงตาสีเขียวอมเทาก็เปล่งประกาย พลัน ‘เทเลพอร์ต’ มาใกล้กับมิสเตอร์ K
ใบหน้าของมิสเตอร์ K ที่ยังคงหยดน้ำตาสีเลือดดุจขี้ผึ้ง พลันหันขวับมาทาง ‘นังบ้า’ ไม่มีแววหวาดกลัวต่อสถานการณ์ปัจจุบันแม้แต่น้อย ในดวงตามีเพียงเป้าหมาย มีเพียงรังผึ้งโลหะที่อบอวลด้วยกลิ่นอายของเทพมารไปทั่วทุกอณู
เขาเปลี่ยนดวงวิญญาณที่ ‘ปล่อยแกะ’ เป็นผู้วิเศษเส้นทาง ‘ผู้ตัดสิน’ ในห้วงลึกของดวงตาอันพร่ามัว สายฟ้าสองสายกำลังสะสมพลังรอคอยการปลดปล่อย
ทะลวงจิต!
‘นังบ้า’ ไม่คิดจะ ‘เทเลพอร์ต’ หลบหนี ตำราอันพร่าเลือนบนกระจกตาเธอพลิกไปมาแต่แรกแล้ว
เธอเห็นสีสันและประกายมากมายบนร่างของมิสเตอร์ K อีกทั้งยังเห็นว่าเมื่อเขาเปลี่ยนดวงวิญญาณ ‘ปล่อยแกะ’ แสงสายใดและสีสันใดเกิดการเปลี่ยนแปลงบ้าง
‘นังบ้า’ ใบหน้าเปี่ยมด้วยความตื่นเต้น ยกมือขวาขึ้นเตรียมบิดเบาๆ ตามเข็มนาฬิกา เพื่อฉกฉวยเป้าหมายที่ตนเลือกไว้
ขโมย!
นี่คือความสามารถที่เธอ ‘บันทึก’ มาจาก ‘กวีเร่ร่อน’
ต้องไม่ลืมว่า พลัง ‘ขโมย’ ที่เธอครอบครองอยู่ขณะนี้ สามารถขโมยได้เพียงหนึ่งความสามารถของเป้าหมายเท่านั้น อีกทั้งยังไม่อาจพ่วงเอาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพลังนั้นมาด้วย กล่าวคือ หากเธอ ‘ขโมย’ พลัง ‘ปล่อยแกะ’ สำเร็จ บรรดาดวงวิญญาณ ตะกอนพลัง และอำนาจที่ถูกควบคุมโดย ‘ปล่อยแกะ’ จะยังคงอยู่ภายในร่างกายมิสเตอร์ K
ในสภาวะเช่นนี้ ‘คนเลี้ยงแกะ’ จะเกิดความขัดแย้งในตัวเองหรือไม่ จะเกิดการหลอมรวมของตะกอนพลังหรือไม่ จะเกิดอาการคลุ้มคลั่งคล้ายกับการเปลี่ยนเส้นทางที่ไม่ใกล้เคียงกันหรือไม่?
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ‘นังบ้า’ ก็รู้สึกตื่นเต้นเสียเต็มประดา ถึงขนาดจงใจ ‘แฟลช’ มาใกล้มิสเตอร์ K เพื่อบีบให้เขาเปลี่ยนดวงวิญญาณ ‘ปล่อยแกะ’ ซึ่งจะช่วยให้เธอสังเกตเห็นว่า แสงสายใดและสีสันใดที่สอดคล้องกับ ‘ปล่อยแกะ’
ส่วนการตอบโต้ของมิสเตอร์ K หรือการ ‘ขโมย’ จะสำเร็จหรือไม่ จะได้พลังที่ต้องการหรือเปล่า เธอไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
แกก็ต่อสู้ของแกไป ฉันจะขโมยของฉัน ใครตายก่อนคนนั้นแพ้!
ในยามนั้นเอง พื้นโลหะที่ดูดกลืนเลือดเนื้อของมิสเตอร์ K ไปมากมาย ก็พลันสั่นสะเทือนขึ้นมา ประตูใหญ่บานหนึ่งที่ปิดกั้นรังผึ้งโลหะ เริ่มหดตัวขึ้นด้านบน เผยให้เห็นทางเดินที่พอจะมองเห็นห้องโถงโลหะสีเงินวาวอยู่ลิบๆ
แรงดูดอันพรั่นพรึงแผ่ซ่านมาจากทิศทางดังกล่าว ‘นังบ้า’ ผู้กำลังจะลอง ‘ขโมย’ พลัง ‘ปล่อยแกะ’ ของมิสเตอร์ K ขาดพลังต้านทานที่เพียงพอ จึงถูกดูดลอยขึ้นในทันที ท่ามกลางเส้นผมสีบลอนด์เข้มที่สยายพลิ้ว เธอพุ่งวูบไปยังต้นตอของความผิดปกตินั้น
มิสเตอร์ K ยังคงถูก ‘ตรึง’ อยู่กับพื้นโลหะ แม้ร่างกายจะเอียงกระเท่เร่อย่างยิ่ง ราวกับจะถูกดูดไปได้ทุกเมื่อ แต่ก็ยังคงโยกเยกไปมาโดยไม่ออกจากตำแหน่งเดิม
ใบหน้าของผู้แจ้งสารแห่งชุมนุมแสงเหนือ ที่เปรอะเปื้อนด้วยน้ำตาสีเลือดดุจขี้ผึ้ง บัดนี้แสดงความเร่งร้อนอย่างเห็นได้ชัด
ศัตรูกำลังจะหนี!
ต้นตอของมลทินแห่งเทพมารปรากฏแล้ว!
มิสเตอร์ K เปลี่ยนไปสู่ดวงวิญญาณที่สอดคล้องกับ ‘ปีศาจ’ อีกครั้ง สร้างดาบมหึมาที่ประกอบด้วยลาวาสีแดงเพลิงและเปลวไฟสีฟ้าอ่อน แล้วฟันใส่ร่างตัวเองที่ติดอยู่กับพื้นโลหะอย่างสุดแรง
เลือดเนื้อตั้งแต่ใต้หัวเข่าลงไปของเขา แยกออกจากร่างหลักในพริบตา รอยตัดปรากฏสภาพกึ่งละลายกึ่งแข็งตัว
มิสเตอร์ K ละทิ้งเนื้อหนังส่วนนั้น ขณะที่รอยตัดกำลังบิดเบี้ยว งอกเป็นแขนขาใหม่สีขาวซีดชุ่มชื้น เขาก็อาศัยแรงดูดอันน่าสยดสยองไล่ตาม ‘นังบ้า’ มุ่งสู่ต้นตอแห่งมลทิน
เขาเหาะลอยกลางอากาศ เห็นลูเมี่ยนในร่างแปลงโฉมกำลังเกาะกรอบประตู พยายามต้านทานแรงดูดอันมหาศาล และเห็นชุดเกราะเต็มยศสีเงินวาวที่ยืนแน่นิ่ง ประหนึ่งหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับพื้น
‘นังบ้า’ ออกทีหลังแต่มาถึงก่อน กำลังจะ ‘บิน’ ผ่านลูเมี่ยนไป
เธอโบกมือขวาใส่ศัตรูผู้นี้ เปล่งเสียงคล้าย ‘สวัสดี’
ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนคาดหวัง
ดวงตาของลูเมี่ยนหรี่ลง ไม่สนใจสภาวะปัจจุบัน เปล่งเสียง ‘ฮึ่ม’ ออกมาทันที
ลำแสงสีขาวสองสายพุ่งออกจากรูจมูกของเขา แม้จะเล็งไปที่ ‘นังบ้า’ โดยคำนวณระยะล่วงหน้าแล้ว แต่ด้วยอิทธิพลของแรงดูดอันน่าพรั่นพรึงที่ทั้งดูจริงและเร้นลับ ลำแสงก็พลันโค้งงอ เปลี่ยนทิศทาง ‘พุ่ง’ เข้าสู่ส่วนลึกของอุโมงค์
ขณะนี้ สองมือของลูเมี่ยนที่เกาะกรอบประตูโลหะสีเงินวาวไว้แน่น ออกแรงจนเกือบจะปริแตก มีเลือดไหลซิบออกมา
ในความรับรู้อันแผ่วเบา เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงบางสิ่งในส่วนลึกของอุโมงค์ ณ ที่ไกลแสนไกล
มันเต็มไปด้วยเลือดเนื้อ พร้อมด้วยเยื่อบางๆ ผสมปนเปกัน ก่อร่างเป็นวัตถุมหึมารูปทรงคล้ายรังนกหรือผลสาลี่
วัตถุนี้ลอยอยู่กลางอากาศ แผ่ขยายเส้นเลือดเนื้อหนาๆ ราวกับท่อนแขนผู้ใหญ่สองสามคนรวมกัน ปกคลุมด้วยเยื่อบางใส ทอดยาวเชื่อมต่อกับทั้งผนังที่ห่างออกไป เพดานเบื้องบน และพื้นโลหะเบื้องล่าง
ภายในเส้นเลือดเนื้อเหล่านั้น แสงดาวระยิบระยับและสสารมืดบางอย่างกำลังไหลเวียน โอนถ่ายเข้าสู่วัตถุมหึมารูปทรงลูกสาลี่
ปัจจุบัน วัตถุรูปทรงลูกสาลี่คล้ายรังนกกำลังหดตัวเข้าด้านใน ส่วนต่างๆ ยุบตัวลง ก่อให้เกิดเส้นสายที่ประกอบกันเป็นจานกลมหนา
แรงดูดอันน่าพรั่นพรึงที่ส่งผลต่อทั้งความเป็นจริงและความเร้นลับ ต้นตอของมันมาจากภายในวัตถุรูปทรงลูกสาลี่ที่ประกอบด้วยเลือดเนื้อและเยื่อบางนี้เอง
ทันใดนั้น เส้นสายบนผิววัตถุรูปทรงลูกสาลี่พลันสั่นสะเทือนวูบหนึ่ง ส่วนที่เว้าแหว่งทั้งหมดพองตัวขึ้นพร้อมกัน แล้วขยายออกสู่ภายนอก
ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ประกายดาวเล็กๆ สาดกระจายออกมาจากภายในวัตถุรูปทรงลูกสาลี่ที่ถักทอด้วยเลือดเนื้อและเยื่อบาง พุ่งทะยานสู่ทุกห้องโถงภายในยานอวกาศ
เหตุการณ์นี้คล้ายคลึงกับการปะทุของพลังมหาสมุทรสองครั้งก่อนหน้า ทว่ามิได้ทรงพลังและยิ่งใหญ่ถึงขนาดฉีกทำลายทุกสิ่งที่ขวางกั้นได้
ลูเมี่ยนเริ่มจินตนาการได้แล้วว่า ด้วยการสาดกระจายเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ภายในร่างมหึมาสีเทาเงินจึงสะสมพลังที่สามารถคุกคามผนึกได้ จำเป็นต้องคอย ‘สกัดและคลายพลัง’ ปีแล้วปีเล่า
ในขณะที่ประกายดาวจำนวนมากถูกสาดกระจายออกไป พลังดูดกลืนอันพรั่นพรึงก็พลันมลายสิ้น
เสียงดังตุ้บสองครั้ง ‘นังบ้า’ กับมิสเตอร์ K ต่างล้มลงสู่พื้น คนหนึ่งอยู่ในอุโมงค์ที่นำไปสู่ ‘รังนก’ แห่งเลือดเนื้อ อีกคนหนึ่งอยู่ในห้องโถงสีเงินที่ลูเมี่ยนและ ‘อุลตร้าแมน’ ต่อสู้กัน
ลูเมี่ยนคลายฝ่ามือทั้งสอง ทิ้งตัวลงสู่พื้น สายตาตรึงอยู่กับสมาชิกแกนหลักของ ‘วันเอพริลฟูล’ ผู้มีใบหน้าประกอบด้วยก้อนเนื้อบริสุทธิ์
‘นังบ้า’ กระโดดลุกขึ้นมา กล่าวอย่างตื่นเต้นกับเด็กหนุ่มและมิสเตอร์ K ว่า
“เห็นไหม เห็นไหม? นั่นคือเทพที่กำลังจะถือกำเนิด ใช่แล้ว ต้องเป็นเทพไม่ผิดแน่!”
แม้อารมณ์ของ ‘นังบ้า’ จะแปรปรวนอย่างยิ่ง แต่มิสเตอร์ K กลับไม่อาจได้ยินแม้แต่เศษเสี้ยวของความเลื่อมใสศรัทธาในน้ำเสียงของเธอ
เธอเอ่ยถึง ‘เทพ’ ประหนึ่งกำลังพูดถึง ‘สัตว์ประหลาดที่ทรงพลังและน่าสะพรึงกลัว’ แบบเรียบง่าย
ในชั่วพริบตาถัดมา ลูเมี่ยนปรากฏกายอยู่เบื้องหลัง ‘นังบ้า’ ทว่า ‘นังบ้า’ กลับอันตรธานหายไปจากตำแหน่ง
เธอ ‘แฟลช’ ไปโผล่ใกล้กับจุดที่ประกายดาวถูกสาดกระจาย
ลูเมี่ยนรับรู้ถึงอันตรายโดยสัญชาตญาณ หัวใจเต้นเร็วขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
เด็กหนุ่มไม่ค่อยอยากล่วงล้ำเข้าไปในอุโมงค์นี้ ไม่อยากเข้าใกล้ ‘รังนก’ เลือดเนื้อที่เพิ่งได้ ‘เห็น’ อย่างคลุมเครือ เพราะหวั่นเกรงว่าอาจมีเหตุการณ์อันน่าสยดสยองเหนือจินตนาการตามมา
ทว่าในยามนี้ ‘นังบ้า’ กลับวิ่งมุ่งหน้าไปทางนั้น
ปล่อยให้เธอบุกลึกเข้าไป จบชีวิตตนเองทั้งอย่างนี้หรือ? ความคิดของลูเมี่ยนแล่นปราดเปรียวดั่งสายฟ้า ทว่ากลับไม่อาจตัดสินใจได้ในชั่วขณะ
อีกวินาทีผ่านไป มิสเตอร์ K ‘เทเลพอร์ต’ ไปปรากฏเบื้องหน้าเด็กหนุ่ม เพื่อไล่ตาม ‘นังบ้า’ ไป
ในวินาทีนี้ แม้แต่ลูเมี่ยนที่คิดมาตลอดว่าตัวเองยัง ‘บ้าคลั่ง’ อยู่เล็กน้อย ก็ยังปรารถนาให้สองคนตรงหน้าช่วยมีสติมากกว่านี้หน่อย
สำหรับทางเลือกและการกระทำของมิสเตอร์ K เด็กหนุ่มพอจะทำความเข้าใจได้อยู่ อีกฝ่ายเพียงแค่ศรัทธาต่อองค์เทพอย่างแรงกล้า และเชื่อมั่นในพระองค์อย่างสุดหัวใจ ยึดถือ ‘พระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า’ เป็นจุดมุ่งหมายหลักของชีวิต กอปรกับความคลั่งไคล้และสุดโต่งอีกเล็กน้อย ก็สามารถทำสิ่งคล้ายคลึงเช่นนี้ได้ แต่พฤติกรรมของ ‘นังบ้า’ นับว่าเกินความคาดหมายของเขาไปมาก
ตามคำบอกเล่าของ ‘ฉันมีเพื่อนอยู่คนนึง’ รวมถึงพฤติกรรมก่อนหน้านี้ของ ‘นังบ้า’ เอง ลูเมี่ยนไม่พบเบาะแสว่าเธอศรัทธาต่อ ‘ราชันสวรรค์’ อย่างคลั่งไคล้
เหนือสิ่งอื่นใด เนื่องด้วยการเผชิญหน้าระหว่างราชันสวรรค์กับมิสเตอร์ฟูล เธอย่อมไม่ได้รับการคุ้มครองตลอดเวลา
นี่ทำให้ลูเมี่ยนเกิดคำถามขึ้นมาข้อหนึ่ง
หาก ‘นังบ้า’ เป็นเช่นนี้เสมอมา ที่ใดมีอันตรายก็มุ่งหน้าไปที่นั่น ยิ่งท้าทายยิ่งเร้าใจ แล้วเธอดำรงชีวิตมาจนถึงบัดนี้ได้อย่างไร?
‘วันเอพริลฟูล’ มิได้เหมือน ‘ชุมนุมแสงเหนือ’ ที่มีลำดับชั้นอันเคร่งครัด หรือมีการประสานงานระหว่างกัน ส่วนใหญ่แล้วต่างคนต่างอยู่ ไม่ได้มีความเชื่อมโยงมากนัก ย่อมไม่มีวิธีใดที่จะปกป้องคุ้มครอง ‘นังบ้า’ ได้ตลอดรอดฝั่ง จนเธอเติบโตขึ้นมาอย่างมั่นคงด้วยสภาพจิตใจเช่นนี้ได้
“หรือว่าแต่ก่อนนั้น ‘ฉันมีเพื่อนอยู่คนนึง’ เป็นผู้รับผิดชอบในการรักษาอาการทางจิตของ ‘นังบ้า’ จนกระทั่งเราสังหารเขา ปัญหาของ ‘นังบ้า’ จึงทวีความรุนแรงขึ้น? แต่พวกนั้นไม่คิดจะหา ‘นักจิตบำบัด’ คนใหม่มาดูแลเลยหรือ?” ลูเมี่ยนเร่งคิดหาคำอธิบายที่พอจะสมเหตุสมผล แต่เมื่อนึกถึงพฤติกรรมของ ‘นังบ้า’ บนเรือพิธีการเมื่อครู่นี้ เขาก็รู้สึกว่าสภาวะปัจจุบันของนางมีความผิดปกติอยู่บ้าง
บนเรือพิธีการประดับดอกไม้ เมื่อเผชิญหน้ากับพลังมหาสมุทรที่ใกล้จะปะทุออกจากช่องพลังงาน ‘นังบ้า’ แม้จะมีท่าทีคาดหวัง ตื่นเต้น และแสวงหาความท้าทายเช่นเดียวกับตอนนี้ แต่เมื่อครานั้น เธอยังมีทางถอย ขอเพียงไม่รั้งรอจนถึงวินาทีสุดท้าย ก็จะสามารถ ‘เทเลพอร์ต’ หนีไปได้ทุกเวลา กล่าวคือ เธอมิได้เสี่ยงภัยบนเส้นทางแห่งความตายอย่างแท้จริง
ทว่าบัดนี้ แม้แต่ลูเมี่ยนผู้มี ‘ศักดิ์’ ปลอมๆ อันสูงส่ง ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจกับสิ่งที่อยู่ในห้วงลึกของอุโมงค์นั่น เชื่อว่ามันหมายถึงโชคชะตาแห่งความตายที่แทบจะแน่นอน แต่ ‘นังบ้า’ กลับยังพยายามเข้าใกล้!
“หรือว่าเธอมีเหตุผลที่ต้องสัมผัสกับสิ่งนั้น?” มีบางสิ่งดลใจลูเมี่ยน จนเริ่มสงสัยว่าการกระทำเช่นนี้ของ ‘นังบ้า’ อาจเป็นแผนการของราชันสวรรค์ผู้นั้น โดยทำให้ ‘นังบ้า’ เชื่อว่าเธอสามารถเผชิญหน้ากับความท้าทาย แล้วหลบหนีได้ทันการ
จะปล่อยให้เธอกับราชันสวรรค์สมหวังไม่ได้…อีกทั้ง การลงมือสังหารเธอด้วยตัวเอง ก็ยังน่าพึงใจกว่าการเฝ้ามองเธอถูกกลืนกินโดยสิ่งอันตรายนั่น…ลูเมี่ยนหรี่ตาลงเล็กน้อย ตั้งใจจะ ‘เทเลพอร์ต’ ไปข้างหน้าเพื่อไล่ตาม ‘นังบ้า’
ทว่าการหวังจะขัดขวาง ‘นักท่องเที่ยว’ มิให้ไปถึงจุดหมายด้วยวิธีนี้เพียงอย่างเดียว ย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว อีกทั้งลูเมี่ยนเองก็ไม่ปรารถนาจะเข้าใกล้ ‘รังนก’ เลือดเนื้อในห้วงลึกของอุโมงค์นั้นจริงๆ
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในห้วงสำนึก
การต่อต้านผู้บุกรุกของสิ่งก่อสร้างประหลาดนี้ ดูเหมือนจะสลายไปแล้ว ลาโต้·กียาโรผู้สืบเชื้อสายมหาสมุทรอันเข้มข้นก็สิ้นลมแล้วเช่นกัน ทำไมเราถึงไม่ลองชิงตำแหน่ง ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ชั่วคราวเพื่อขัดขวาง ‘นังบ้า’ ดูล่ะ?
คิดแล้วก็ทำเลย ลูเมี่ยนเริ่มลงมือทดลอง