ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 591 ความแตกต่างทางข้อมูล
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 591 ความแตกต่างทางข้อมูล
ตอนที่ 591 ความแตกต่างทางข้อมูล
………………..
เมื่อได้ยินคำถามของลูเมี่ยน มาดามเมจิกเชี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแฝงความรำพึง
“มิสเตอร์ ‘ประตู’ คือบรรพบุรุษแห่งตระกูลอับราฮัม ทรงเป็นดยุกผู้สูงศักดิ์อันดับหนึ่งในบรรดาขุนนางผู้ทรงเกียรติทั้งห้าแห่งจักรวรรดิทูดอร์ แต่ก่อนนั้น เป็นพระองค์เองที่ทรงผนึกยานอวกาศลำนี้ไว้ ส่วนอามุนด์รับหน้าที่ออกแบบพิธีกรรม คอยฉกฉวยพลังที่หลุมดำสาดกระจายออกมาเป็นระยะ เพื่อบรรเทาแรงกดดันอันเกิดจากความเสื่อมถอยตามธรรมชาติของผนึก และเร่งให้หลุมดำดับสลายไปในที่สุด”
ทรงมีตำแหน่งสูงส่งยิ่งกว่าอามุนด์…ในจักรวรรดิทูดอร์ มิสเตอร์ ‘ประตู’ มีศักดิ์รองจากจักรพรรดิโลหิตเท่านั้นกระมัง? ลูเมี่ยนตั้งใจฟังด้วยความสนใจใคร่รู้ยิ่ง
ในยามนั้น มาดามเมจิกเชี่ยนถอนหายใจแผ่วเบา
“อันที่จริง มิสเตอร์ ‘ประตู’ ก็นับเป็นอาจารย์ของฉันเช่นกัน”
อาจารย์? อาจารย์ของคุณคือราชาเทวทูตแห่งยุคที่สี่ ขุนนางผู้สูงศักดิ์อันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิทูดอร์? นั่นมันบุคคลในอดีตเมื่อหนึ่งสองพันปีก่อนมิใช่หรือ…ลูเมี่ยนไม่เคยคาดคิดว่ามาดามเมจิกเชี่ยนจะมีภูมิหลังอันลึกซึ้งถึงเพียงนี้
ไม่ประหลาดใจเลยที่เธอสามารถก้าวขึ้นเป็น ‘เทวทูตดารา’ ณ เบื้องข้างบัลลังก์เทพของมิสเตอร์ฟูล อีกทั้งยังเป็นผู้ครอบครองไพ่อาร์คาน่าใหญ่แห่งชุมนุมทาโรต์!
มาดามเมจิกเชี่ยนเหลือบมองลูเมี่ยน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้าหยอกว่า
“แม้จริงอยู่ว่ามิสเตอร์ ‘ประตู’ เป็นผู้ชี้นำและ ‘กระตุ้น’ ให้ฉันก้าวหน้าบนเส้นทางแห่งเทพทีละก้าว แต่วิธีการของพระองค์น่ะ มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอกนะ ไม่ได้น่าอภิรมย์อะไรเลย”
ไม่ได้น่าอภิรมย์…ลูเมี่ยนชะงักงันครู่หนึ่ง ก่อนจะพลันเข้าใจความนัย
เขาอนุมานเอาจากประสบการณ์ของตนเอง
มาดามเมจิกเชี่ยนเคยได้รับมลทินจากมิสเตอร์ ‘ประตู’ จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากมิสเตอร์ฟูล และนั่นคือสาเหตุที่ได้เข้าร่วมชุมนุมทาโรต์?
แต่ฟังจากคำของมาดามเมจิกเชี่ยน ดูเหมือนภายหลังเธอจะปรองดองกับมิสเตอร์ ‘ประตู’ แล้ว? ไม่อย่างนั้นก็คงไม่กล่าวว่าอีกฝ่ายนับเป็นอาจารย์ของตน…พิลึกพิลั่นจริงๆ …ไม่สมจริงเอาเสียเลย ราวกับว่าในอนาคต เราจะบอกกับผู้อื่นว่าเทอร์มีโพลอส เทวทูตแห่งชะตากรรมพระองค์นี้ ก็นับเป็นอาจารย์ของเราเช่นกัน…ลูเมี่ยนพึมพำในใจสองสามคำ ก่อนจะลองถามอย่างระมัดระวัง
ทรงยังคงมีชีวิตชีวาเฉกเช่นอามุนด์สหายของพระองค์หรือไม่?
มาดามเมจิกเชี่ยนส่ายหน้า
“พระองค์ร่วงหล่นแล้ว”
งั้นหรือ…ลูเมี่ยนหันสายตากลับไปยังผิวน้ำอันลึกล้ำจนมองไม่เห็นก้นทะเล
“เป้าหมายของ ‘วันเอพริลฟูล’ คือการได้มาซึ่งยานอวกาศลำนั้นหรือ?”
“แต่พวกเขาดูไม่เหมือนจะรู้ว่า ภายในนั้นมีหลุมดำที่กำลังก่อตัวถูกผนึกอยู่…”
มันเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งแม้แต่เทพแท้จริงก็ไม่อาจจัดการได้โดยสิ้นเชิง หากหลุดพ้นจากผนึกและเติบโตไปสักระยะ มันจะบีบอัดดูดกลืนทุกสรรพสิ่งรอบข้าง แม้แต่สมาชิกหลักของ ‘วันเอพริลฟูล’ ที่ยังไม่ถึงขั้นครึ่งเทพด้วยซ้ำ พวกเขาจะมีอะไรมาเผชิญหน้า? แล้วไยถึงไม่หวาดกลัวกันเลย?
หวังจะใช้ยานอวกาศลำนั้นมาควบคุมหรือ? คงเป็นไปไม่ได้ มีเพียงเทพมารผู้สร้างหลุมดำนั้น หรือผู้ดำรงอยู่ในระดับเดียวกับมิสเตอร์ฟูลเท่านั้นที่จะสามารถควบคุมมันได้…
‘นังบ้า’ ถึงกับคิดว่าสิ่งที่ถูกผนึกไว้คือเทพเจ้า ซึ่งกำลังก่อกำเนิดหรือสัตว์ประหลาดที่มีศักดิ์และสิทธิ์คล้ายคลึงกัน…
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนรู้สึกสะท้อนใจ จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“สมาชิกแกนหลักของ ‘วันเอพริลฟูล’ ล้วนถูกชักจูงให้เข้าใจผิดหรือ? จุดประสงค์ของราชันสวรรค์พระองค์นั้น คือการปลดปล่อยหลุมดำ เพื่อสร้างหายนะวันสิ้นโลกก่อนกำหนดหรือ?”
“ขอเพียงผู้วิเศษที่เคยได้รับมลทินจากพระองค์เข้าไปในยานอวกาศ พระองค์ก็จะมีโอกาสบรรลุเป้าหมายได้เลยหรือ?”
ช่างไม่เห็นคุณค่าในชีวิตของ ‘อุลตร้าแมน’ ‘นังบ้า’ ‘กวีเร่ร่อน’ และ ‘โลกิ’ เอาเสียเลย…
แต่อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นวิถีของพวก ‘วันเอพริลฟูล’ อยู่แล้ว พวกเขาไม่แยแสต่อชีวิตผู้อื่นนอกจากตนเองเหมือนกัน!
ลูเมี่ยนพลันรู้สึกอยากหัวร่อขึ้นมา ความรู้สึกพึงพอใจที่ได้กำจัด ‘อุลตร้าแมน’ กับ ‘นังบ้า’ ยิ่งเพิ่มพูนความสุขใจให้มากขึ้นไปอีก
มาดามเมจิกเชี่ยนพยักหน้าแผ่วเบาพลางกล่าว
“หากเธอมิได้ทุ่มเททรัพยากรทั้งหมด ใช้พลังอันเด็ดขาดบดขยี้จัดการเรื่องนี้ หากฉันมาช้าไปเพียงสิบกว่ายี่สิบวินาที และหมอกสีเทาขาวที่พุ่งออกมาจากร่างของ ‘นังบ้า’ แทรกซึมเข้าสู่ยานอวกาศได้อย่างสมบูรณ์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เราคงไม่มีโอกาสได้สนทนาเรื่องนี้กันอย่างสบายอารมณ์เช่นนี้”
ลูเมี่ยนหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะเอ่ยอย่างครุ่นคิดคล้ายพูดกับตัวเอง
“หากมิใช่เพราะผมได้รับอำนาจชั่วคราวของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ จนตรึงการ ‘เทเลพอร์ต’ ของ ‘นังบ้า’ เอาไว้สำเร็จ ตัวเธอคงเข้าใกล้ ‘รังนก’ เลือดเนื้อที่บ่มเพาะหลุมดำได้ก่อนที่คุณจะมาถึง มิใช่เพียงร่างมนุษย์ที่ก่อตัวจากหมอกสีเทาขาว…หากเป็นเช่นนั้น สถานการณ์คงจะเลวร้ายยิ่งกว่านี้ อาจถึงขั้นยากเกินกว่าจะรับมือไหว…”
เหตุที่สามารถได้รับอำนาจชั่วคราวของ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ ก็เพราะเด็กหนุ่มใช้ ‘คำลวง’ ขโมยพลังส่วนหนึ่งของมหาสมุทร จนเกิดการสั่นพ้องกับ ‘น่านน้ำ’ แห่งนี้ อีกทั้งตัวเขาเองยังครอบครองศักดิ์จอมปลอมในระดับสูงส่ง
เหตุที่สามารถใช้ ‘คำลวง’ ขโมยพลังส่วนหนึ่งของมหาสมุทรได้ ก็เพราะสมบัติวิเศษในเส้นทางของ ‘นักทำนาย’ ถูกวางไว้บนแท่นบูชา ‘เคารพบรรพชน’ ในหมู่บ้านมิโล จึงได้รับพรด้วยพลัง ‘การขโมย’ ในลำดับสูง
เหตุที่แท่นบูชานั้นสามารถประทานพลัง ‘การขโมย’ ในลำดับสูงแก่วัตถุได้ ก็เพราะมันถูกสร้างขึ้นโดยอามุนด์…
อามุนด์…
ความคิดของลูเมี่ยนพลันแจ่มชัดขึ้นทันใด เขาพอจะเข้าใจแล้วว่า มิใช่เพียงพวกตนเท่านั้นที่พยายามทำลายแผนการของ ‘วันเอพริลฟูล’ แต่ยังมีผู้ทรงอำนาจที่แอบซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง ไม่ต้องการเห็นราชันสวรรค์พระองค์นั้นบรรลุเป้าหมาย!
มาดามเมจิกเชี่ยนยิ้มพลางกล่าว
“เข้าใจแล้วสินะ? เมื่อฉันเห็น ‘คำลวง’ ที่ได้รับพลัง ‘การขโมย’ ก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ช่วงก่อนหน้านี้ ฉันได้แอบสอดส่องแท่นบูชาใต้ดินของหมู่บ้านมิโล ยืนยันได้ว่าหน้าที่ของมันคือรวบรวมพลังวิญญาณของผู้สักการะ สะสมพลังให้เพียงพอเพื่อผลักดันการประสาทพร ‘ขโมย’ ทว่าด้วยจำนวนประชากรของหมู่บ้านมิโล และด้วยจำนวนผู้สืบสายเลือดมหาสมุทร หนึ่งปีจึงประสาทพร ‘การขโมย’ ได้เพียงครั้งเดียว แต่ละครั้งคงอยู่ไม่เกินครึ่งเดือน อีกทั้งใช้ได้เพียงหนึ่งถึงสองครั้งเท่านั้น”
“แต่พลังที่แนบติดอยู่บน ‘คำลวง’ น่ะ เข้มข้นกว่านี้หลายเท่า”
ลูเมี่ยนขมวดคิ้วเบาๆ
“คุณหมายความว่าพลัง ‘ขโมย’ บน ‘คำลวง’…เป็นอามุนด์มอบให้โดยตรงหรือ?”
การคาดเดาเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกถึงความเหลวไหลอันน่าขบขัน ราวกับไม่ใช่เรื่องจริง
เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เขายังคงหวาดผวาต่ออามุนด์จนประสาทตึงเครียด เกือบสิ้นชีพ ณ ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ หลังจากนั้นได้ส่งสารบอกข่าวแก่ ‘ชุมนุมทาโรต์’ พร้อมทั้งช่วยเหลือ ‘เทวทูตกาลเวลา’ กวาดล้างอามุนด์ส่วนใหญ่ในทรีอาร์ ตัวเขาเองก็ถือโอกาสเรียกคืนหนี้ก้อนโตจากร่างสิงของอามุนด์
นี่คือความสัมพันธ์อันใด? นี่มิใช่ความสัมพันธ์ที่แค้นลึกเกลียดฝังหรอกหรือ! สำหรับทั้งสองฝ่าย มันควรจะเป็นเช่นนั้น
แต่บัดนี้ กลับมีผู้บอกเขาว่า อามุนด์แอบช่วยเหลือตนอย่างลับๆ?
แม้ลูเมี่ยนจะรู้ดีว่า การที่อามุนด์ช่วยเหลือตนนั้น มิใช่เพราะสติฟั่นเฟือนไป หากแต่เพื่อทำลายจุดประสงค์ของราชันสวรรค์ ทว่าเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าโลกนี้ยังปกติดีอยู่หรือไม่
มาดามเมจิกเชี่ยนหัวเราะในลำคอก่อนกล่าวว่า
“บางที ณ ขณะนั้น อาจมีอามุนด์หนึ่งซ่อนกายอยู่ภายในแท่นบูชานั้นก็เป็นได้”
“แท้จริงแล้ว แม้แต่ฉันเองก็ไม่คาดคิดเหมือนกัน ว่าผู้ทรงอานุภาพเหล่านั้น ที่แต่ก่อนเมื่อเอ่ยถึงยังทำให้พวกเรารู้สึกทั้งหวาดหวั่น พรั่นพรึง และระแวดระวัง บัดนี้กลับสามารถร่วมมือกันได้เป็นครั้งคราว แน่นอน เธออย่าได้ชะล่าใจเป็นอันขาด ยามเผชิญหน้ากับเทพมารนอกบาเรีย ทุกฝ่ายอาจเป็นสหายร่วมรบ แต่ในเรื่องอื่นๆ กลับมิใช่ แม้แต่การรับมือกับผู้ศรัทธาของเหล่าเทพมาร ก็ต้องพิจารณาตามสถานการณ์ บางทีพวกเขาอาจคิดว่าตนสามารถจัดการได้โดยลำพัง แล้วฉวยโอกาสวางกับดักเล่นงานเธอก็เป็นได้”
“ครับ…” ลูเมี่ยนไม่อยากเชื่อ แต่ก็จำต้องยอมรับสภาวการณ์นี้ ด้วยความจริงได้ประจักษ์แจ้งต่อหน้าแล้ว
เมื่อได้รับข้อมูลครบถ้วน ภาพในห้วงคำนึงของเด็กหนุ่มจึงประกอบสร้างเรื่องราวของพิธีบูชาทะเลขึ้นใหม่ ทำให้แผนภูมิความคิดที่ดุจใยแมงมุมนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ไร้ซึ่งจุดบกพร่องสำคัญอีกต่อไป
ประสบการณ์และบทเรียนที่เกี่ยวข้อง ผุดขึ้นในห้วงคำนึงของลูเมี่ยน
“จุดบกพร่องที่ร้ายแรงที่สุดของ ‘วันเอพริลฟูล’ คือ ไม่ทราบว่าเรากับฟรังก้านั้น นอกจากมีสถานะเป็นสมาชิก ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ แล้ว ยังเป็นสมาชิกของ ‘ชุมนุมทาโรต์’ อีกด้วย และชุมนุมทาโรต์ก็ให้ความสำคัญกับราชันสวรรค์มาก…”
“ระหว่างพวกเขากับราชันสวรรค์ยังมีช่องว่างของข้อมูล จนถูกหลอกลวงให้ก้าวเข้าสู่ความตายทีละก้าว…”
“พวกเขาไม่เคยคิดบ้างหรือว่า จุดประสงค์ของตนอาจไม่สอดคล้องกับจุดประสงค์ของราชันสวรรค์?”
“แม้เราเองก็ยังขาดข้อมูลบางประการ แต่โชคดีที่ไม่ติดประมาท ไม่ได้ดูแคลนศัตรูทั้งที่เปิดเผยและซุกซ่อน ทำตัวเป็นราชสีห์ที่ทุ่มสุดกำลังเพื่อล่ากระต่าย…”
“แน่นอน ประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งคือ ผู้ที่ครอบครองข้อมูลสำคัญแต่กลับปิดบังเอาไว้นั้น ในปฏิบัติการครั้งนี้พวกเขายืนอยู่ข้างเรา แต่ครั้งหน้า หากคนประเภทนี้ยืนอยู่ฝั่งศัตรูล่ะ? เราควรรับมืออย่างไร…”
ในขณะที่ความคิดแล่นปราดเปรียวดุจสายฟ้า อานิสงส์จากการล่าครั้งนี้ ซึ่งนับได้ว่าประสบความสำเร็จ กอปรกับปัญหาที่ได้ขบคิด ช่วยให้ลูเมี่ยนสัมผัสได้ว่าการย่อยโอสถ ‘นักวางแผน’ ของตน ได้ก้าวหน้าไปอีกยาวไกล จึงสรุปกฎข้อที่สามของการสวมบทบาทได้ว่า
“หัวใจสำคัญประการหนึ่งของการวางแผนคือข้อมูล นักวางแผนที่เก่งกาจต้องชำนาญในการใช้ประโยชน์จากช่องว่างของข้อมูล หรือแม้กระทั่งสร้างช่องว่างของข้อมูลขึ้นเอง”
ลูเมี่ยนหลับตาลง สัมผัสถึงสภาวะร่างกายของตน รู้สึกว่าหากได้วางแผนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จอีกสักครั้ง กอปรกับการสั่งสมประสบการณ์ในชีวิตประจำวันอีกระยะหนึ่ง ก็น่าจะสามารถย่อยโอสถ ‘นักวางแผน’ ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
และแผนการใหญ่ครั้งนั้น สามารถผนวกรวมกับพิธีเลื่อนไปสู่ลำดับ 5 ‘ยมทูต’ ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องวางแผนแยกต่างหาก
พิธีกรรมของ ‘ยมทูต’ ถูกกำหนดว่า ต้องวางแผนอุบายหนึ่ง จับกุมเป้าหมายที่มีลำดับสูงกว่าตนมาทั้งเป็น
ครั้นลูเมี่ยนลืมตาขึ้น มาดามเมจิกเชี่ยนก็ส่งผ่านความมืดมิดในอุ้งมือให้แก่เขา
“สำหรับสิ่งของเหล่านี้ เธอจงนำไปแบ่งสันด้วยตัวเอง นักล่าที่ปรารถนาจะเป็นครึ่งเทพต้องหัดเรียนรู้เรื่องนี้เอาไว้”
“ครับ” ลูเมี่ยนคุ้นเคยกับการแบ่งสันของรางวัลมานานแล้ว
เขารีบเสริมทันที
“แต่ก่อนหน้านั้น ผมอยากพบ ‘กวีเร่ร่อน’ ก่อน”
นั่นก็เป็นของรางวัลเช่นกัน
…………
ณ อาณาจักรราตรี ภายในพระราชวังโบราณอันใหญ่โตทว่าทรุดโทรม
ร่างของลูเมี่ยน ฟรังก้า เฮล่า และแกนดาล์ฟ ปรากฏขึ้น ณ ที่นั้นตามลำดับ
พวกเขาล้วนแต่งกายในแบบที่มักสวมใส่ยามเข้าร่วมชุมนุม กล่าวคือ ขณะนี้ลูเมี่ยนอยู่ในร่างของ ‘มักเกิ้ล’ โอลัวร์
‘แกนดาล์ฟ’ โยน ‘กวีเร่ร่อน’ ที่จับมาได้ลงบนพื้น โดยมิได้ทำการจำกัดใดๆ
‘กวีเร่ร่อน’ กวาดตามองรอบสถานที่อันคุ้นเคยนี้ ไร้ซึ่งความคิดที่จะหลบหนีหรือต่อต้าน
นี่คืออาณาจักรราตรีที่ตัดขาดจากโลกภายนอก อาณาจักรราตรีอันปกปิด เขาจะเอาอะไรไปหนี?
และเมื่อเผชิญหน้ากับครึ่งเทพสององค์ เขาจะเอาอะไรไปต่อต้าน?
‘กวีเร่ร่อน’ กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก รีบเอ่ยขึ้นก่อน
“ผมก็เป็นเหยื่อการล่อลวงของโลกิเหมือนกัน!”
บัดนี้ เขาได้แต่หวังว่าประสบการณ์ที่ผ่านการขัดเกลาจากลำดับ ‘นักต้มตุ๋น’ จะช่วยให้ตน ‘โน้มน้าว’ ครึ่งเทพทั้งสองสำเร็จ
เห็น ‘เฮล่า’ กับ ‘แกนดาล์ฟ’ ต่างนิ่งเงียบ ‘กวีเร่ร่อน’ จึงเสริมว่า
“ผมสามารถพาพวกท่านไปยังปราสาทโบราณของโลกิได้ ผมรู้เบาะแสบางอย่าง ผมพูดความจริง!”
ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงทุ้มต่ำของลูเมี่ยน·ลี ผู้ปลอมตัวเป็น ‘มักเกิ้ล’ กล่าวว่า
“ฆ่ามันเสีย แล้วสื่อวิญญาณ”
……………………………………………………..