ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 595 ของรางวัล
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 595 ของรางวัล
ตอนที่ 595 ของรางวัล
ลูเมี่ยนมิได้เกรงใจ ตอบรับ ‘คำเชื้อเชิญ’ ของ ‘แกนดาล์ฟ’ ทันที
ประการแรก เพราะภายใน ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ นั้นประกอบด้วยเส้นทางอันหลากหลาย นอกจาก ‘ปีศาจ’ และบางสิ่งที่หายากแล้ว ล้วนมีพร้อมสรรพ เขาจึงสามารถเข้าถึงความรู้และวัตถุนานาชนิด แม้สิ่งเหล่านั้นอาจไม่เหนือกว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มมีอยู่เดิม แต่หากพบเจอสถานการณ์ที่เหมาะสม ก็อาจแสดงประโยชน์อันเหนือความคาดหมายได้
ประการที่สอง มันคือเหตุผลดีๆ ในการสวมบทบาทเป็น ‘มักเกิ้ล’ โอลัวร์ต่อไป ซึ่งจะทำให้เขาเกิดมโนภาพอันงดงามว่า พี่สาวของตนยังมีชีวิตอยู่ ณ มุมใดมุมหนึ่งของโลกใบนี้
เมื่อทั้งสี่สิ้นสุดการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวในน่านน้ำพิเศษ ร่างไร้วิญญาณของ ‘กวีเร่ร่อน’ ก็เกิดการแปรเปลี่ยน ประกายแสงริบหรี่แยกตัวออกมา รวมตัวที่มือขวาของศพ ส่งผลให้เนื้อและกระดูกยุบตัวพร้อมกัน
ในที่สุด มือข้างนั้นก็ขาดออกบริเวณข้อมือ ดูราวกับเป็นมือทารก ทั้งเล็กและขาวซีด
ความขาวซีดแปรเปลี่ยนอย่างฉับพลัน กลายเป็นสีคล้ำ กลมกลืนกับบรรยากาศของพระราชวังโบราณแห่งนี้อย่างยิ่ง
นี่คือตะกอนพลังของ ‘นักชิงฝัน’
ลูเมี่ยนเพ่งพินิจ รู้สึกว่าภายในมือที่หดเล็กลงนั้น มีหมอกสีเทาขาวจางๆ ปรากฏอยู่
เด็กหนุ่มก้าวเข้าไป ย่อกายลงข้างร่างของ ‘กวีเร่ร่อน’ แล้วเริ่มค้นหาสิ่งของอื่นๆ
เมื่อจัดการเสร็จ ลูเมี่ยนจึงนำ ‘ของรางวัล’ ทุกชิ้นที่ได้มาจาก ‘นังบ้า’ และ ‘โลกิ’ ออกมาจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ แล้ววางเรียงรายบนแผ่นศิลาอันทรุดโทรมของพระราชวังโบราณ
สิ่งเหล่านั้นประกอบด้วย ผลึกใสแทบจะมองไม่เห็น สร้อยข้อมือที่มีเพชรสามเม็ดถูกขนาบด้วยอัญมณีสี่สีที่แตกต่างกัน แหวนทองชมพูประดับทับทิมสีแดงดั่งโลหิต แหวนเงินเรียบง่ายไร้ลวดลาย หน้ากากสีทองเข้มที่สามารถปกปิดใบหน้าได้ทั้งหมด ตุ๊กตาตัวเล็กที่ทำจากผ้าขาวมัดรวมกันโดยไม่มีการวาดใบหน้า กล่องดนตรีกลไกที่มีรูปทรงซับซ้อนแต่ประณีต และเข็มกลัดรูปสายฟ้าสีเทาขาวเปล่งประกายโลหะ
เมื่อรวมกับสมุดภาพเปล่าไม่หนานักเล่มหนึ่ง กับตะกอนพลัง ‘นักชิงฝัน’ ก็จะนับได้ทั้งหมดสิบชิ้น
ลูเมี่ยนเงยหน้าขึ้นทันใด กล่าวแก่ ‘เฮล่า’ กับ ‘แกนดาล์ฟ’ ว่า
“คุณสองคนเลือกได้เลย คนละหนึ่งชิ้น”
“นี่คือสิ่งที่พวกเราสมควรกระทำอยู่แล้ว” ‘แกนดาล์ฟ’ แสดงความเห็นว่า นี่ถือเป็นการชดเชยความผิดพลาดในอดีตของบรรดาผู้นำ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’
ลูเมี่ยนผู้สวมฮู้ด เอ่ยด้วยน้ำเสียงของโอลัวร์ว่า
“เรื่องที่สมควรกระทำ กับได้รับของรางวัล เป็นสองสิ่งที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ผู้วิเศษทางการพึงปกป้องประชาชน แต่ก็มิได้แปลว่าพวกเขาไม่สามารถรับรางวัล”
‘แกนดาล์ฟ’ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เหลียวมองไปทาง ‘เฮล่า’ เมื่อเห็นว่าเธอมิได้คัดค้าน จึงถอนหายใจพลางเอ่ยปาก
“ก็ได้”
มุมปากของลูเมี่ยนยกขึ้น กลับมาเผยรอยยิ้มอีกครั้ง พลางชี้ไปยังสิ่งของเหล่านั้นแล้วแนะนำ
“ก้อนหินใสที่ดูราวกับเป็นภาพลวงตานั้น คือตะกอนพลังของ ‘นักท่องเที่ยว’ ที่ ‘นังบ้า’ ทิ้งไว้ แต่มันปนเปื้อนมลทินอย่างรุนแรง หมอกสีเทาจางๆ ที่แผ่ซ่านอยู่ภายในคือหลักฐาน”
“ตะกอนพลังของ ‘นักชิงฝัน’ ก็ได้รับมลทินจากราชันสวรรค์เช่นกัน แต่ก็ไม่มากนัก ระดับความรุนแรงเบากว่าสิ่งที่หลงเหลือจากศพของสาวกเทพมารส่วนใหญ่”
“สร้อยข้อมือเป็นของ ‘โลกิ’ มีชื่อว่า ‘สร้อยสัตมณี’ เพชรแต่ละเม็ดสื่อถึงพลัง ‘เทเลพอร์ต’ ส่วนอัญมณีสีต่างๆ สื่อถึงพลัง ‘แฟลช’ โดยแต่ละเม็ดจะคงได้อยู่สิบวินาที เมื่อใช้แล้วก็หมดฤทธิ์ ผลข้างเคียงคือผู้สวมใส่จะได้ยินเสียงแปลกๆ แบบสุ่ม บางครั้งอาจเป็นเพียงเสียงชายคนหนึ่งกำลังลักลอบเล่นชู้ แต่บางครั้งก็อาจเป็นเสียงจากการดำรงอยู่ที่ไม่ทราบรากเหง้า”
“แหวนทองวงนี้คือ ‘สุวรรณโลหิต’ — ชื่อของมันจารึกอยู่ที่ด้านในวงแหวน พร้อมด้วยวาทะไม่ยาวว่า ‘ผู้ใดครอบครองเลือดเนื้อ ผู้นั้นครอบครองทุกสิ่ง’ อานุภาพของมันคือทำให้ผู้สวมใส่สามารถควบคุมเลือดเนื้อของตนได้เสมือน ‘บิชอปกุหลาบ’ ทั้งยังสามารถใช้มนตราเลือดเนื้อสามประการ ได้แก่ ระเบิดเลือดเนื้อ เสื้อคลุมเลือดเนื้อ และการหลอมรวมเลือดเนื้อ ผลข้างเคียงคือ หากใช้บ่อยครั้งจะทำให้เสพติดแหวนวงนี้ และเมื่อถอดออก ร่างกายจะแตกสลายเป็นกองเลือดเนื้อ ไม่อาจดำรงสภาพมนุษย์ได้อีก แต่หากสวมใส่ตลอดเวลา ก็จะค่อยๆ กลายเป็นคนหัวรุนแรง เสียสติ และอาจคลุ้มคลั่งในที่สุด แม้แต่การพกติดตัวไว้ ก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อบ้า”
“แหวนเงินวงนี้คือ ‘แหวนจักรพรรดินีสมุทร’ ที่ยังไม่สมบูรณ์ มีเพียงพลัง ‘ขโมย’ ในลำดับสูง ใช้ได้เพียงครั้งเดียว ผลข้างเคียงคือ การถูกเทวทูตโบราณที่ยังมีชีวิตอยู่บางพระองค์ รับรู้ถึงการมีอยู่”
“หน้ากากสีทองเข้มเป็นของ ‘โลกิ’ ไม่ถูกทำลายจากการระเบิดตัวตายของเขา อานุภาพที่แน่ชัดยังไม่ทราบ ผมไม่แน่ใจว่าพวกคุณรู้สึกแบบเดียวกันหรือไม่ เมื่อมองเห็นมัน จิตใจจะปรารถนาที่จะสวมใส่อย่างแรงกล้า และเชื่อว่าตนเองจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งเหนือธรรมดา ผมขอเรียกมันว่า ‘หน้ากากปีศาจ’ ก็แล้วกัน”
“ตุ๊กตาผ้าขาวไร้ใบหน้าตัวนี้มาจาก ‘นังบ้า’ สอดคล้องกับ ‘ผู้ไร้หน้า’ แห่งเส้นทาง ‘นักทำนาย’ เมื่อติดมันไว้บนบ่าของตน การปั้นแต่งและปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของมัน จะเท่ากับแปลงโฉมตัวคุณเองด้วย อีกทั้งยังทำให้ผู้สวมใส่ได้รับพลังสำหรับสร้าง ‘กระดาษคนตัวแทน’ แต่มีเพียงกระดาษคนตัวแทนแผ่นแรกเท่านั้นที่บังเกิดผล นอกจากสองประการนี้แล้ว มันยังทำให้ผู้สวมใส่สามารถใช้ ‘กระโจนเพลิง’ และรับรู้ถึงอันตรายได้ในระดับหนึ่ง ผลข้างเคียงคือ บางทีสักวันหนึ่ง คุณอาจพบว่าใบหน้าของมันได้กลายเป็นเหมือนคุณ ในขณะที่คุณไม่ใช่ตัวคุณอีกต่อไป การพกพาติดตัวจะนำมาซึ่งคำสาปแห่งเคราะห์กรรมที่ไม่รุนแรงนัก”
“กล่องดนตรีกลไกนี้ได้มาจากการค้นร่างของ ‘โลกิ’ ไม่ทราบว่าสอดคล้องกับเส้นทางใดหรือลำดับใด เล่ากันว่าเสียงดนตรีที่บรรเลงออกมา จะทำให้ผู้ที่ได้ยินต้องตายหรือกลายเป็นคนบ้า แต่ต้องฟังอย่างน้อยสิบวินาทีเป็นเงื่อนไข”
“สมุดภาพว่างเปล่าเล่มนี้ ผมเพิ่งค้นเจอจากร่างของ ‘กวีเร่ร่อน’ ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสรรพคุณและผลข้างเคียง แต่จากประสบการณ์ของผม บางที สิ่งที่วาดลงไปอาจมีชีวิตขึ้นมา หรือไม่สามารถแสดงอิทธิฤทธิ์พิเศษ อา…เหลือกระดาษสำหรับวาดเพียงเก้าแผ่น มีร่องรอยการฉีกขาดด้วย”
“เข็มกลัดอันนี้เป็นของ ‘นังบ้า’ ดูเหมือนว่าเธอเตรียมไว้รับมือในกรณีที่ ‘ผู้ว่าการแห่งทะเล’ สูญเสียอำนาจจนมหาสมุทรเกิดความปั่นป่วน สรรพคุณก็คือ ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถงอกเกล็ดปลา ลดทอนความเสียหาย หายใจและเคลื่อนไหวใต้น้ำได้ดุจดั่งมัจฉาตัวหนึ่ง ทุกการโจมตีจะมาพร้อมพลังไฟฟ้า และอาจชักนำสายฟ้าจากธรรมชาติด้วย ยิ่งหากเป็นในยามฝนฟ้าคะนอง โอกาสเกิดขึ้นก็แทบจะแน่นอน สิ่งนี้สอดคล้องกับเส้นทาง ‘ลูกเรือ’ ลำดับ 6 หรือ 5 ผลข้างเคียงคือ แม้เพียงพกติดตัว ในวันฝนตกก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะถูกฟ้าผ่า เมื่อสวมใส่จะกลายเป็นคนอารมณ์ร้อนและใจเร็ว”
ลูเมี่ยนแนะนำของรางวัลทั้งสิบชิ้นครบจบในคราวเดียว
ความรู้เกี่ยวกับสิ่งของเหล่านี้ ทั้งหมดล้วนได้รับมาจากมาดามเมจิกเชี่ยน
สังเกตได้ว่า เพื่อความสำเร็จของปฏิบัติการพิธีบูชาทะเล กลุ่มวันเอพริลฟูลได้มอบสมบัติวิเศษส่วนใหญ่ให้แก่ ‘นังบ้า’ ส่วนบนร่างของ ‘กวีเร่ร่อน’ เหลือเพียงสมุดภาพว่างเปล่าที่ดูธรรมดาสามัญเล่มหนึ่ง แต่ ‘โลกิ’ ผู้นำของกลุ่มวันเอพริลฟูล กลับดูมีลับลมคมในชัดเจน ไม่ทราบว่าเป็นเพราะสันดานเดิม หรือเจตนาเก็บไว้สำหรับการล่าลุดวิกโดยเฉพาะ
แกนดาล์ฟเหลือบมองไปทางเฮล่า
“คุณเลือกก่อนเถิด”
เฮล่าเดินอย่างสงบนิ่งมาหยุดเบื้องหน้าลูเมี่ยน สายตากวาดมองสมบัติทั้งสิบชิ้น
ไม่นานนัก เธอก็ชี้ไปยังตะกอนพลัง ‘นักท่องเที่ยว’ ของ ‘นังบ้า’
“มลทินของมันรุนแรงยิ่ง ไม่ว่าพวกคุณจะเก็บไว้เอง หรือนำไปให้ ‘ช่างฝีมือ’ ประดิษฐ์สิ่งของ ล้วนแต่มีอันตรายไม่น้อย ให้ฉันจัดการเถิด”
นัยแฝงในคำพูดของเธอคล้ายกับว่า ตนเองมีวิธีลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
“ได้” ลูเมี่ยนไม่ได้คัดค้าน
เด็กหนุ่มเคารพความปรารถนาของผู้เลือกทุกคน ไม่ว่าจะเลือกอะไรก็ตาม แน่นอนว่า ลำดับการเลือกยังคงมีนัยสำคัญ ทีมของเขาจะเลือกท้ายสุด และตัวเขาเองเลือกเป็นคนสุดท้าย
เฮล่ายื่นมือขวาออกไป ราตรีนอกพระราชวังโบราณก็ราวกับมีบางสิ่งเคลื่อนไหว
ผลึกเลือนรางที่มีหมอกสีเทาขาววนเวียนอยู่ภายใน อันตรธานหายไปในพริบตา
หลังจากเฮล่าหมุนกายกลับสู่ตำแหน่งเดิม แกนดาล์ฟก็เริ่มทำการคัดเลือก
เมื่อเห็นสายตาของประธานใหญ่กวาดมองสำรวจสมบัติเก้าชิ้นที่เหลืออยู่ไปมา หัวใจของฟรังก้าก็เต้นระรัวโดยไม่อาจควบคุม จนถึงกับต้องพึมพำเสียงแผ่วเบา
อย่าเลือกสร้อยสัตมณีเลย อย่าเลือกสร้อยสัตมณีเลย…
นั่นคือ ‘เทเลพอร์ต’ ที่เธอปรารถนามานานแสนนาน!
ตะกอนพลัง ‘นักท่องเที่ยว’ นั้นอันตรายเกินกว่าที่เธอจะกล้าคิดถึง ส่วนสร้อยสัตมณีแม้จะเป็นของใช้ครั้งเดียว แต่ก็มีข้อดีตรงที่มีจำนวนมากพอ อีกทั้งผลข้างเคียงก็ยังพอรับได้
สายตาของแกนดาล์ฟหยุดอยู่ที่หน้ากากสีทองคล้ำ พลางพึมพำราวกับพูดกับตัวเอง
“ผมอยากลองศึกษาดูจริงๆ ว่ามันมีความสามารถแบบใดกันแน่ และนำมาซึ่งสิ่งใดได้บ้าง…”
“แต่มันอันตรายเหลือเกิน แม้แต่ตอนนี้ ผมก็ยังอยากสวมใส่มันอยู่เลย…”
“อา…แหวนสุวรรณโลหิตจะช่วยให้ผมทดลองเรื่องอันตรายบางเรื่องได้ ส่วนสมุดภาพว่างเปล่าก็ยังต้องศึกษาต่อไป…”
“พลัง ‘ขโมย’ ในลำดับสูงก็น่าค้นคว้าไม่แพ้กัน…แต่การจ้องมองของเทวทูตโบราณนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย…”
หลังจากครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน แกนดาล์ฟหันกายไปทางเฮล่า พลางเอ่ยปาก
“ผมขอวางแหวนเงินไว้ในนี้ได้หรือไม่? ทุกครั้งที่มีการชุมนุม ผมอยากเข้ามาศึกษามันล่วงหน้าสักครึ่งชั่วโมง”
“ได้” เฮล่าตอบรับคำขอของแกนดาล์ฟ
ด้วยเหตุนี้ ประธานใหญ่แห่งสมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิกจึงเลือกแหวนจักรพรรดินีสมุทรที่ยังไม่สมบูรณ์ไป
“ท่านประธาน คุณน่าจะเลือกเส้นทาง ‘นักอ่าน’ มากกว่านะ นิสัยของคุณสอดคล้องกับพวกเขามาก”
ทำไมต้องเลือกเส้นทาง ‘นักรบ’ ด้วยเล่า? เพียงเพื่อให้เข้ากับโค้ดเนม ‘แกนดาล์ฟ’ หรืออย่างไร?
แกนดาล์ฟ คนยักษ์ครึ่งในชุดคลุมผ้าลินินยาว เหลือบมองฟรังก้าแวบหนึ่ง แย้มยิ้มน้อยๆ แต่มิได้ตอบโต้
ลูเมี่ยนนำของที่เหลือใส่กลับลงในกระเป๋านักเดินทาง โดยไม่เปิดโอกาสให้ฟรังก้าได้เลือกก่อน
…………
ณ ห้องที่โลกิเช่าไว้ แถวโรงแรมโซโลว์ เมืองท่าซานตา
ลูเมี่ยนได้รับจดหมายตอบกลับจากมาดามเมจิกเชี่ยน
“หน้ากากสีทองคล้ำนั่น แม้แต่ฉันเองก็ยังมิอาจล่วงรู้ถึงพลังอันแท้จริง นั่นแสดงว่ามันต้องพิเศษเพียงพอ เธอลองถามมิสเตอร์ K ดูว่าเขาต้องการหรือไม่ หากไม่ ก็ให้ส่งมาหาฉันก่อน ทางนี้จะผนึกมันไว้ รอคอยวาระอันเหมาะสม บางทีเมื่อถึงตอนนั้น มันอาจทำประโยชน์ใดได้บ้าง”
“มาดามเฮอร์มิทปรารถนากล่องดนตรีกลไกนั่น ของชิ้นอื่นล้วนไร้ความหมายสำหรับเธอ อย่างน้อยชิ้นนี้ก็ประณีตงดงาม”
“มิสเตอร์มูนต้องการตุ๊กตาไร้หน้า ส่วนเหตุผล…แม้แต่ฉันก็มิอาจล่วงรู้”
“สำหรับที่เหลือ เธอนำไปจัดสรรตามสมควรได้เลย”
……………………………………………………..