ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 601 ผู้ป่วยประหลาด
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 601 ผู้ป่วยประหลาด
ตอนที่ 601 ผู้ป่วยประหลาด
ยามดึกสงัด ท่ามกลางเสียงโห่ร้องชื่นชมการแสดงมายากลอีกครั้ง ลูเมี่ยนดื่มไวน์น้ำตาลในมือจนหมด แล้วยิ้มจางๆ ก่อนผละออกจากบาร์
เด็กหนุ่มนึกภาพออกว่า หากโอลัวร์อยู่ที่นี่ ก็คงจะกล่าวว่า
“ลูกไม้ตื้นเขิน ถึงกับนำอำนาจของผู้ว่าการแห่งทะเลมาใช้เล่นกลปาหี่ นำของจริงมาหลอกพวกขี้เมาว่าเป็นของปลอม นายนี่ชอบอะไรแบบนี้จริงๆ เลยนะ”
ลูเมี่ยนตอบในใจอย่างไร้เสียง
“การนำอำนาจของผู้ว่าการแห่งทะเลมาทำเรื่องแบบนี้ แทนที่จะนำไปฆ่าใคร ไม่ใช่สิ่งที่พี่อยากเห็นหรอกหรือ?”
“นี่ไม่ใช่ความสุขและอนาคตที่พี่โหยหาหรอกหรือ?”
บนระเบียงทางเดินที่สว่างไสวด้วยโคมน้ำมันก๊าดติดผนัง ลูเมี่ยนย่างกรายไปบนพื้นไม้ที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าด
ท่ามกลางความเงียบสงัดไร้ผู้คน เด็กหนุ่มบรรจงเดินกลับสู่ห้องชุดเฟิร์สคลาส
เสียงกรนและครวญครางดังแว่วผ่านผนังมาเป็นระยะ ใกล้กับบันไดมีห้องหนึ่งเปิดประตูทิ้งไว้ ฉายแสงไฟสลัวสีเหลืองอำพันออกมา
ขณะเดินผ่าน ลูเมี่ยนเหลียวมองเข้าไปในห้องนั้น เห็นผนังด้านในสลักตราศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิตอันเป็นสัญลักษณ์ของพระแม่ธรณี — ภาพวาดอย่างง่ายของทารกท่ามกลางสัญลักษณ์ต่างๆ อาทิ รวงข้าว ดอกไม้ และน้ำพุ
เบื้องหน้าตราศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิต บุรุษผู้หนึ่งในอาภรณ์นักบวชสีน้ำตาลกำลังยืนอยู่ วัยไม่ถึงสามสิบ ใบหน้าสะอาดสะอ้านอ่อนเยาว์ เคราสีน้ำตาลอ่อน มือถือคัมภีร์เล่มหนา กำลังเทศนาสั่งสอนเหล่าชายหญิงที่นั่งอยู่ตามจุดต่างๆ ในห้อง
ลูเมี่ยนรู้ดีว่านี่คือ ‘ห้องสวดมนต์’ เปรียบดั่งโบสถ์เคลื่อนที่ขนาดย่อม มีเจ้าหน้าที่ทางศาสนาคอยดูแล — สิ่งนี้พบเห็นได้บ่อยในดินแดนที่นับถือเทพเจ้าองค์เดียว ไม่ว่าจะเป็นเรือทางไกล หรือรถไฟไอน้ำ ล้วนคำนึงถึงความต้องการของศาสนิกชนในการสวดมนต์อย่างสงบและรับฟังคำสอน
ลูเมี่ยนที่พอจะเข้าใจภาษาที่ราบสูงได้บ้างแล้ว คุ้นเคยกับวาทะเช่น ‘ชีวิตมีค่า การเก็บเกี่ยวน่ายินดี’ เป็นอย่างดี
เด็กหนุ่มละสายตากลับ ก้าวเข้าสู่ช่องบันได แล้วค่อยๆ เดินขึ้นไปทีละขั้น
ในขณะเดียวกัน ลูกาโนที่เพิ่งเฝ้าลุดวิกกินมื้อดึกเสร็จ ได้ยินเสียงเคาะประตูดังก้องกังวาน
แน่นอนว่าไม่ใช่นายจ้าง เพราะเขามีกุญแจ คงเปิดประตูเข้ามาเองได้
ยามนี้ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว ใครกันจะมาเยือนผู้อื่นในยามวิกาลเช่นนี้?
หรือว่า…สาวน้อยคนใดได้ยินคำโอ้อวดของเราบนดาดฟ้าเรือ แล้วเชื่อเสียสนิท จึงแอบดอดมาหาเพื่อร่วมแบ่งปันราตรีอันแสนหวาน?
เพียงแต่เริ่มครุ่นคิดในเชิงชู้สาว ลูกาโนก็ได้ยินเสียงบุรุษที่แผ่วเบาอ่อนแรง
“ผมมาหาหมอลูกาโน”
มาหาหมอ…ลูกาโนขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ แต่ก็ยังคงเปิดประตูออก
ภายนอกเป็นชายผู้หนึ่ง ห่มเสื้อคลุมผ้าสักหลาดหนา ตัดกับลูกาโนที่สวมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินและกางเกงขายาวบางเบาอย่างชัดเจน
ลูกาโนพินิจผู้มาเยือนตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าสองสามครั้ง
“ผมคือลูกาโน คุณมีธุระอะไร?”
ชายผู้นั้นมีสีหน้าซีดเผือด รอบดวงตาคล้ำ นัยน์ตาสีน้ำตาลเปล่งประกายแห่งชีวิตริบหรี่ วัยไม่มากนัก ราวยี่สิบตอนต้น แต่กลับดูหม่นหมองไร้ชีวิตชีวา
ชายผู้นั้นหายใจเหนื่อยหอบ กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงยิ่ง
“เรียกผมว่าเอนิโอก็ได้ครับ ได้ยินมาว่า คุณช่วยตรวจอาการให้ผู้คนบนดาดฟ้าเรือไม่น้อย จนค้นพบสาเหตุที่แท้จริงของโรคภัย ทำให้อาการของพวกเขาดีขึ้นผิดหูผิดตา ผมจึงอยากรบกวนให้คุณช่วยตรวจดูอาการสักหน่อย”
“ผมมีเงินจ่ายค่ารักษา”
ลูกาโนเห็นว่าชายผู้นี้ดูเหมือนคนป่วยหนักจวนเจียนจะสิ้นใจ จึงถอนหายใจพลางเอ่ยปาก
“คุณเข้ามาเถอะ แต่อย่าทำเสียงดังล่ะ คุณคงทราบดีอยู่แล้ว ผมเป็นแพทย์ส่วนตัวของบุคคลสำคัญผู้หนึ่ง ท่านไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามารบกวน”
เมื่อเอนิโอนั่งลงบนโซฟาแล้ว ลูกาโนเริ่มสอบถามอาการตามความเคยชิน เพื่อปกปิดการวินิจฉัยทางศาสตร์เร้นลับที่กำลังจะตามมา
“ร่างกายของคุณไม่ปกติตรงไหนบ้าง?”
เอนิโอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ
“อาฮะ…” ลูกาโนพยักหน้าพลางยกมือขวาขึ้น สัมผัสกับหน้าผากอีกฝ่ายแผ่วเบา ราวกับกำลังครุ่นคิดว่าคำบอกเล่าของคนไข้สื่อถึงสิ่งใดได้บ้าง
แต่ในความเป็นจริง เขาฉวยโอกาสนี้เปิด ‘เนตรวิญญาณ’ เตรียมพร้อมที่จะมองทะลุสีสัน ความสว่าง และความหนาบางของกายอากาศ เพื่อดูว่าอีกฝ่ายป่วยเป็นโรคอะไร
เพียงแค่มองแวบเดียว ลูกาโนก็ตกใจจนแทบกระโดดขึ้น
คนไข้ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเรานี่ ยังเป็นคนเป็นอยู่แน่หรือ?
ในสายตาของลูกาโน กายอากาศของเอนิโอที่ปกคลุมร่างกายทั้งหมด สีขาวอันเป็นตัวแทนของความสมดุลโดยรวมได้กลายเป็นสีเทาดำ นี่คือสัญญาณของอาการป่วยหนักใกล้ความตาย
แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ลูกาโนตกตะลึง เพราะเรื่องที่น่าพรั่นพรึงที่สุดก็คือ
สีส้มที่เป็นตัวแทนของสุขภาพอวัยวะต่างๆ บนร่างของอีกฝ่าย เช่นการขับถ่ายและการขจัดพิษ ได้กลายเป็นสีดำสนิทไปหมดสิ้นแล้ว ไม่เหลือความสว่างแม้แต่น้อย สื่อได้ว่าอวัยวะส่วนที่เกี่ยวข้องได้สูญเสียการทำงานไปนานแล้ว ไม่หลงเหลือประโยชน์อันใดอีกต่อไป!
ในทำนองเดียวกัน สีเหลืองที่แทนระบบย่อยอาหาร สีเขียวที่แทนหัวใจและระบบควบคุม สีน้ำเงินที่แทนลำคอและระบบประสาทบางส่วน ล้วนกลายเป็นสีดำมืดมิด สูญสิ้นประกายแห่งชีวิต
สีที่ยังคงเหลืออยู่บนร่างของเอนิโอ มีเพียงสีแดงตรงมือและเท้า และสีม่วงที่ผิวบนศีรษะเท่านั้น
‘ผลการตรวจ’ เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?
มันหมายความว่า เอนิโอเป็นคนที่หัวใจหยุดเต้น ลำไส้หยุดบีบตัว อวัยวะภายในสูญเสียการทำงานทั้งหมด แต่ยังคงคิด เคลื่อนไหว และพูดได้!
“ไอ้ลูกโสเภณี! ไอ้สัตว์ประหลาดตัวนี้หลงมาจากที่ใด!” ลูกาโนที่เพิ่งเคยพบ ‘คนไข้’ แบบนี้เป็นครั้งแรก สบถอยู่ในใจด้วยร่างกายสั่นระริกแผ่วเบา
เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะพูดขึ้นมาทันทีว่า
“หมอ ผมหนาวเหลือเกิน ขอยืมผิวหนังของคุณห่อตัวสักหน่อยได้ไหม? หมอ ผมหิวเหลือเกิน ขอยืมกระเพาะและลำไส้ของคุณมาใช้สักหน่อยได้ไหม…”
“หมอครับ ผมเป็นโรคอะไรกันแน่?”
โรคหรือ? ลูกาโนพร่ำบ่นอยู่ในใจอย่างคลุ้มคลั่ง
ตื่นเถิดสหาย ผู้ที่หัวใจหยุดเต้น ไร้ซึ่งโลหิตหมุนเวียน ย่อมต้องหนาวสั่นมิใช่หรือ!
ผู้ที่ลำไส้มิได้บีบรัด ก็ย่อมปราศจากความอยากอาหารเป็นธรรมดา!
ในขณะที่ความคิดแล่นปราดดั่งสายฟ้า ลูกาโนจึง ‘ครุ่นคิด’ ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า
“อาการของคุณค่อนข้างหนัก ผมจำเป็นต้องวิเคราะห์และสังเกตเพิ่มเติมจึงจะสรุปได้ คุณช่วยกลับมาใหม่ในยามเช้าวันพรุ่งนี้ได้หรือไม่?”
“แต่ก่อนอื่น ผมอยากเจาะเลือดคุณเอาไว้สักหน่อย เพื่อนำไปศึกษา”
“ไม่มีปัญหาครับ” ถึงแม้เอนิโอจะมิได้วางใจในตัวลูกาโนนัก แต่ก็ยังคงยื่นแขนขวาออกไปด้วยความคิดที่ว่า ลองดูสักตั้งย่อมดีกว่าปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่ทำสิ่งใดเลย
ลูกาโนผู้มีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมสรรพ ใช้เข็มฉีดยา สายยางอ่อน และขวดแก้วเก็บเลือด ดูดเลือดจากร่างของเอนิโอเพียงเล็กน้อย พบว่าแม้สีของเลือดจะหม่นหมอง แต่ก็ยังคงมีพลังชีวิตอยู่บ้าง จากนั้น เขาก็ฟังเสียงหัวใจเต้นของอีกฝ่าย ภายในหูได้ยินเสียงตุบๆ ดังขึ้น แม้จะอ่อนแรง แต่ก็มีอยู่จริง
ประหลาดจริงๆ…ลูกาโนอาศัยจังหวะที่ฟังการเต้นของหัวใจและจ่ายยา แอบปล่อยแสงสว่างจากฝ่ามือ ทำการรักษาเอนิโออย่างเร่งด่วนและเรียบง่าย
ทันใดนั้น เอนิโอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก ประหนึ่งกำลังวังชากลับคืนมาบางส่วน
“ขอบคุณมากครับคุณหมอ! การนวดและยาของคุณล้วนได้ผล ขอบคุณจริงๆ ครับ!” เอนิโอกล่าวด้วยสีหน้าเปี่ยมปีติ ก่อนจะเดินออกจากห้องชุดไป
ก่อนหน้านี้ เขาเคยพบหมอมาไม่น้อย แต่ไม่มีผู้ใดสามารถรักษาเขาให้อาการดีขึ้นได้เลย คราวนี้จึงตั้งใจจะล่องเรือลงใต้ แล้วต่อรถไฟไอน้ำไปยังสำนักใหญ่ของศาสนจักรพระแม่ธรณี เพื่อรักษาอาการป่วย
ลูกาโนผู้กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความสับสนระคนงุนงง มองส่งเอนิโอจากไป แล้วรอจนกระทั่งนายจ้างของตนกลับมา
เขารีบเล่าเหตุการณ์ล่าสุดให้ลูเมี่ยนฟัง แล้วกล่าวทิ้งท้ายว่า
“ผมได้เลือดของเขามาด้วย ท่านให้ใครสักคนช่วยทำนายสถานการณ์ที่แท้จริงได้ไหม?”
“ลองดื่มสักอึกสิ มาดูกันว่าเราจะได้รับความรู้แบบไหนบ้าง” ลูเมี่ยนส่งขวดเก็บเลือดให้ลุดวิกด้วยทัศนคติทำนองว่า หากใช้ประโยชน์ได้ ก็ไม่ควรปล่อยให้สูญเปล่า
สีหน้าของลุดวิกไม่แปรเปลี่ยน ราวกับกำลังดื่มนมก่อนนอน เด็กชายจิบของเหลวในขวดเก็บเลือดอึกหนึ่ง
ภาพนี้ทำให้ลูกาโนสับสนงุนงง ดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจเจือสงสัย
หลังจากลิ้มรสเลือดสดนั้นครู่หนึ่ง ลุดวิกก็เอ่ยด้วยจังหวะที่ไม่เร็วไม่ช้า
“ขาดกระเพาะ ขาดลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ขาดปอด ขาดตับและตับอ่อน…”
“เสมือนคนตาย ดำรงชีพด้วยพลังแห่งศาสตร์เร้นลับ…”
“จะตายอย่างสมบูรณ์ภายในเจ็ดวัน…”
นี่มัน…ลูกาโนกำลังตกตะลึงในหลายสิ่ง ทั้งเรื่องลุดวิกดื่มเลือดมนุษย์เข้าไป ซ้ำยังเล่าคำวินิจฉัยได้เป็นฉากๆ รวมถึงเรื่องที่เอนิโอไม่มีอวัยวะเหล่านั้น
ก่อนหน้านี้เขายังเพียงแต่คิดว่า อวัยวะของอีกฝ่ายทำงานล้มเหลวเฉยๆ
ตามคำกล่าวของลุดวิก เอนิโอก็คือคนตายมิใช่หรือ?
เขาผ่านชะตากรรมแบบใดมา?
“จะทำเช่นไรดี?” ลูกาโนเหลียวมองไปทางลูเมี่ยน
เด็กหนุ่มเปล่งเสียงหัวเราะแผ่วเบา
“จะทำเช่นไรได้? ไปหากัปตันเรือ หรือหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของเรือ หรือบาทหลวงในห้องสวดมนต์ แจ้งเรื่องนี้แก่พวกเขา ทางนั้นจะจัดการให้เอง”
ลูกาโนพยักหน้าก่อน แล้วกล่าวอย่างลังเล
“แต่แบบนั้นจะไม่เท่ากับเปิดเผยว่า ผมคือผู้วิเศษหรอกหรือ?”
“นายก็แค่แจ้งกับพวกเขาว่า ตัวเองคือบ่าวรับใช้ของหลุยส์·แบรี” ลูเมี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ครับ” ลูกาโนไม่ได้ใส่ใจกับคำว่าบ่าวรับใช้ ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถามด้วยความสงสัย “ยามค่ำคืน ท่านได้ยินเสียงประหลาดๆ บ้างหรือไม่? บางครั้งผมก็ได้ยินเสียงทารกร้อง”
ลูกาโนพึมพำกับตนเอง
“เป็นเสียงทารกร้องไห้บนชั้นนี้กระมัง?”
จากนั้นก็หันไปมองลูเมี่ยน
“ท่านว่าผมควรไปพบกัปตันเรือเลยดีไหม?”
ดวงตาของลูเมี่ยนกระตุกเล็กน้อย พลางกล่าวยิ้มๆ
“รอพรุ่งนี้เช้าเถอะ”
“ครับ” ลูกาโนตอบรับโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เขาก็อยากรอให้ถึงรุ่งสาง ให้ดวงตะวันขึ้นก่อนจึงค่อยเริ่มดำเนินการ เพราะเชื่อว่าหากตนไปรายงานเรื่องประหลาดในยามวิกาล ระหว่างทางอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นได้
แสงอาทิตย์จะทำให้เขารู้สึกปลอดภัย!
ลูเมี่ยนมิได้ไถ่ถามหรือกำชับสิ่งใดเพิ่มเติม เพียงเดินเข้าห้องไป ชำระกายแล้วขึ้นเตียง
แต่เด็กหนุ่มมิได้หลับใหล หากแต่หรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง คอยท่าบางสิ่งบางอย่างอยู่
ไม่ทราบว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ลูเมี่ยนได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดแผ่วเบา
ประตูห้องบานหนึ่งในห้องชุด ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา
ลูเมี่ยนพลิกตัวลุกขึ้นนั่งฉับพลัน กระโจนไปตรงขอบประตูห้องนอนของตัวเองอย่างไร้สุ้มเสียง แล้วบรรจงผลักประตูห้องนอนที่ไม่ได้ปิดสนิท ให้เปิดออกเป็นช่องแคบๆ
เขาเห็นร่างหนึ่งค่อยๆ เดินออกมาจากหน้าห้องคนรับใช้ของลูกาโน
นั่นคือลูกาโนในชุดเสื้อผ้าลินิน ดวงตาเบิกกว้าง แต่ว่างเปล่าอย่างประหลาด ขาดความคมชัด ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
ลูกาโนเดินอย่างเชื่องช้าราวกับละเมอไปยังประตูห้องชุด
……………………………………………………..